วันแรกที่แม่รู้... ว่ามีหนูอยู่ในท้อง
"ตั้งแต่วันที่รู้ว่ามีเจ้ามา แม่ก็เฝ้าตั้งตารอคอย อยากจะเห็นใบหน้าน้อยๆ.....นั้นเหลือเกิน

เจ้าหลับตาพริ้มเจ้ายิ้มยังไง ยามแกว่งไกวเจ้าแม่จะมอง จะร้องเพลงกล่อมนอนให้เจ้าฝันดี....."

ช่วงนี้ ฟังแต่เพลงนี้บ่อยมากๆค่ะ ชื่อเพลง "เพลงของลูก" ร้องโดยแอน ธิติมา


กว่าสี่เดือนแล้วสินะ ที่แม่รู้ว่า แม่กำลังจะได้เป็นแม่คน มีอีกชีวิตนึง หัวใจเต้นตุ๊บๆอยู่ในท้องของแม่

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2554มันคงเป็นวันที่ธรรมดามากๆเหมือนเคย ถ้าไม่ใช่เพราะว่า แผ่นตรวจการตั้งครรภ์ที่แม่หยดปัสสาวะลงไป มันขึ้นมาสองขีดชัดๆ





วินาทีที่มันขึ้นสองขีด แม่ขนลุก ตัวชา บอกความรู้สึกไม่ถูกเลยลูก อาจเป็นเพราะแม่ไม่ได้คาดหวังว่าจะท้อง ก็แม่แต่งงานกับป๋ามาสามปีกว่าแล้ว ไม่เคยคุมกำเนิด เราตกลงกันว่า เราจะปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติ คือถ้าหนูจะมาเกิด ก็ถือว่าเรามีบุญวาสนาร่วมกันมา แต่ถ้าไม่มี แม่กับป๋าก็จะไม่พึ่งวิทยาศาสตร์ หรือไสยศาสตร์ใดๆทั้งสิ้น ขออยู่กันไปสองเฒ่าละกัน


จนมันผ่านไปสามปีกว่า ก็ไม่มีวี่แววว่าหนูจะมา จนแม่จะไล่ป๋าไปทำหมันอยู่รอมร่อ ไม่ใช่ว่าแม่ไม่ไว้ใจป๋า กลัวไปไข่ที่อื่นจนมีปัญหาครอบครัวนะ แต่แม่กลัวหนูหลงมาในวันที่แม่แก่แล้วต่างหาก มีลูกตอนแก่ แม่กลัวอยู่เลี้ยงหนูไม่ทันหนูโตน่ะลูก


หลังจากยืนงงในห้องน้ำอยู่ซักพัก พอตั้งสติได้ แม่ก็วิ่งออกมาบอกป๋า “ป๋า หนูท้องแว้ววว จะได้เป็นพ่อคนแล้ว”

ตอนนั้นก็กลัวป๋าช็อคนะ อย่างที่บอก เราไม่เคยคิดว่า เราจะมีลูกได้ นึกว่ามีปัญหามีบุตรยาก


แต่สีหน้าของป๋าที่แม่เห็น คือป๋ายิ้ม แล้วถาม “จริงง่ะ ป๋าดูไม่เป็น” หมายถึงป๋าดูผลจากแผ่นตรวจไม่เป็นอะ แต่แม่ว่า ป๋าเขินมากกว่าน่ะลูก 55555


จำได้ว่า คืนนั้นเราไปฉลองที่ร้านขนมจีนไหหลำ ร้านโปรดของยาย แถวสะพานขาวน่ะลูก แม้แต่ยายยังไม่เชื่อเลยว่าแม่ท้อง บอกให้ไปตรวจกะหมอก่อน ยายก็คงอยากแน่ใจน่ะ กลัวดีใจเก้อ เพราะในครอบครัวเรา ก็มียายนี่แหละ ที่พูดกรอกหูแม่อยู่ทุกวั้น ทุกวัน ให้แม่ไปปรึกษาหมอเรื่องมีลูกซักที ยายคงเหงาน่ะจ้ะ อยากเลี้ยงหลานเต็มแก่ โฆษณาอยู่เรื่อย ว่ามีลูกมันดีอย่างนั้นอย่างนี้ ขายฝันให้แม่สุดๆ แต่แม่ก็เฉยๆ จนมามีหนูนี่แหละ แม่ถึงมาคิดว่า


ถ้ารู้ว่ามีลูกแล้วชีวิตมีความสุขแบบนี้ เชื่อยายซะตั้งแต่แรกก็ดี จำไว้นะลูก แม่บอกแม่สอนอะไร หนูต้องฟังบ้างนะจ๊ะ อย่าดื้อเหมือนแม่ หุหุ


ถัดจากนั้นสามวัน คือวันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 แม่ก็ไปฝากท้องกับคุณหมอค่ะ โดยมีป้าอ้อย ป้าที่แสนน่ารักของหนู เป็นคนจัดการเรื่องเอกสารและนัดคุณหมอ เตรียมการไว้ให้ทุกอย่าง ขอบคุณป้าอ้อยด้วยนะคะ


อ่อๆ แม่ฝากท้องที่รพ.ตำรวจนะจ๊ะ ก็หนูเป็นลูกตำรวจนี่นา จะไปฝากที่ไหนได้ อิอิ ฟรีแทบทุกรายการเลยลูก แม่เก็บเงินที่จะฝากท้องรพ.เอกชน ไว้ซื้อเสื้อผ้า ของเล่นให้หนูดีกว่าเนอะ


วันแรกที่พบคุณหมอ คุณลุงหมอที่ดูแลหนู คือพ.ต.อ.วีรวัฒน์ วิภาตวิทย์ นะคะ คุณลุงหมอใจดีมาก จากการซักประวัติ วันที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย และจากการคลำหน้าท้องเพื่อตรวจขนาดมดลูก คุณลุงหมอก็แจ้งว่า หนูอายุได้สองเดือนเศษๆ หรือประมาณ 9 สัปดาห์แล้วค่ะ


แม่ทึ่งกับหนูมากจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้แค่ประมาณ 10 วัน (แปลว่าหนูอยู่ในท้องแม่เกือบสองเดือนเข้าไปแล้ว) แม่ยังไปช่วยเค้ากรอกกระสอบทราย แบกกระสอบทรายสำหรับป้องกันน้ำท่วมอยู่เลยลูก กระสอบหนักมาก นิ้วแม่พองหมด แม่ก็แบกๆไปเหมือนที่คนอื่นเค้าทำกัน แต่รู้สึกอย่างนึงว่า เหนื่อยมากกว่าปกติ ใจเต้นตึ้กๆเหมือนจะเด้งออกมาข้างนอก ช่วยเค้าทำงานได้ซักสองชั่วโมง แม่ก็หมดสภาพอย่างนี้



หลังจากนั้นอีก 3-4 วัน แม่กับป๋า ก็พากันเดินไปดูน้ำท่วม อ่านไม่ผิดค่ะลูก เดินไปดูน้ำท่วมจริงๆ โรคจิตมาก เดินจากห้วยขวาง ไปหน้าโรงแรมเจ้าพระยาปาร์คซึ่งเป็นหางน้ำน่ะลูก ช่วงนั้นน้ำท่วมกรุงเทพครั้งใหญ่ค่ะ เดินกันหลายกิโลเลยแหละ ขากลับมีการวิ่งแข่งกะป๋าอีก หุหุ ก๋ากั่นมาก

หนูแข็งแรงจริงๆ แม่ทำกิจกรรมหลายสิ่งที่คนท้องไม่ควรทำ แต่หนูก็ยังอยู่กับแม่ ไม่หลุดหายไปไหน ทั้งที่การตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสแรก (12สัปดาห์แรก) เป็นช่วงที่ต้องระวังมากที่สุด ไม่ควรยกของหนัก ไม่ควรวิ่งหรือทำกิจกรรมหนักๆ เพราะเสี่ยงกับภาวะแท้ง เนื่องจากทารกยังไม่เกาะมดลูกดีนัก


แต่หนูเป็นผู้ชนะไงลูก หนูชนะคู่แข่งเป็นล้านๆตัวที่แย่งกันจะมาเกิด แต่หนูคือตัวที่ชนะ ไปผสมกับไข่ของแม่ได้สำเร็จ ธรรมชาติเค้ากำหนดมาอย่างนั้น กว่าหนูจะมาเกิด ยากนะ ดังนั้น หนูก็คงไม่หลุดจากแม่ไปง่ายๆเหมือนกัน แม่เชื่ออย่างนั้น


แต่ที่แน่ๆ หลังจากที่แม่รู้ว่ามีหนูอยู่ในท้อง แม่ไม่เคยทำอะไรอุตริแบบนั้นอีกเลย กลายเป็นผู้หญิงบอบบาง(แต่ตัวหนา) เดินเบา ลุกนั่งช้าๆ ไม่ทำอะไรที่อันตรายต่อหนูอีก แม่รักหนูจัง ตั้งใจจะดูแลหนูอย่างดีที่สุดตั้งแต่วันนั้น และตลอดไป


พิมพ์ไป น้ำตาก็ไหล ช่วงนี้อย่าถือสาแม่เลย ดราม่าสุดๆค่ะ ต่อมน้ำตามันตื้นไม่มีเหตุผล ป๋ายังงงกับแม่บ่อยๆ เป็นไรหว่า อยู่ๆก็ร้องไห้ แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ แม่ไม่ได้แกล้งบีบน้ำตา อ่านในตำราเค้าบอกว่า คนท้องอารมณ์จะแปรปรวน ขี้หงุดหงิด น้อยใจ เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และอาจจะมีอาการนี้ยาวไปจนถึงหลังคลอดเลย ซึ่งเรื่องนี้ ยาวค่ะ ไว้แม่จะเล่าให้ฟังทีหลังนะคะ


ตอนนี้ หนูก็หกเดือนเศษเข้าไปแล้ว อีกประมาณสามเดือน เราก็จะได้เจอกันแล้ว ลูกรักของแม่

แม่กับป๋าจะรอวันที่เราได้เจอหน้ากันนะคะ

รักนะ จุ๊บๆ

แม่น้องอุ๋ย


ปล. แม่ลืมบอกไปนิดนึง ว่าหนูมีชื่อแล้วนะลูก แม่กับป๋าตั้งชื่อเล่นให้หนูว่า “น้องอุ๋ย” ชื่อนี้ uni sex ค่ะลูก คือไม่ว่าหนูจะเป็นลูกสาวหรือลูกชาย หนูก็จะมีชื่อเล่นว่าอุ๋ยจ้ะ แม่กับป๋าคิดไม่ออก เลยเอาชื่อของแม่กับป๋าผสมกัน ได้มาเป็นชื่อนี้ หวังว่าหนูคงชอบนะคะ “ลูกอุ๋ย” ของแม่



Create Date : 06 มีนาคม 2555
Last Update : 6 มีนาคม 2555 15:31:52 น.
Counter : 6045 Pageviews.

1 comments
  
น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกอ่ะคะ (TT__________________TT) ขอให้น้องอุ๋ยได้ลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัยนะคะ (^_______^)
โดย: Millamiw (Chuncha ) วันที่: 6 มีนาคม 2555 เวลา:18:41:24 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มังกรเผือก
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



มีนาคม 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31