...เขียน Blog นี้...เพราะ Destiny of LOVE
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2558
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
23 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 

[Fan Fic_Y]Pieces of a Dream





Happy Birthday ย้อนหลัง 2 วันให้ลุงคิมดงวานที่รักนะคะ ขอให้ลุงมีความสุขมากๆ และอยู่เป็นโสดไปอีกนานๆ นะคะ ^___^


ได้แรงบันดาลใจมาจากมหากาพย์กิลกาเมซ และ Orpheus and Eurydice ก็เลยอยากลองเขียนฟิคแนวแฟนตาซีดูบ้าง
แต่งไปแต่งมาออกจะเป็นลิเกซะงั้น เพราะงั้น… ช่างมันเถอะ ถือว่าอ่านขำๆ ล่ะกันนะคะ -__-'


Nantta




Pieces of a Dream



ชายหนุ่มรูปร่างสันทัด ผู้มีใบหน้าขาวสะอาดค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น
เขามองไปรอบๆ ด้วยความประหลาดใจ เพราะไม่เห็นอะไรเลย นอกจากความมืดมิด…

รอบข้างดำมืดเสียจนมองไม่เห็นสรรพสิ่งใดๆ เลย…



ที่ไหนกันนะ?

ทำไมจึงได้มืดขนาดนี้?




“อ้าว? รู้สึกตัวแล้วหรือ?”
เสียงทุ้มนุ่มๆ ดังขึ้น พร้อมๆ กับที่เริ่มมีแสงสว่างเกิดขึ้นรอบๆ ตัวของชายหนุ่ม

“ข้าชื่อ อีซอนโฮ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” เจ้าของเสียงเอ่ยแนะนำตัวเอง แสงที่ค่อยๆ สว่างขึ้นรอบๆ ตัว ทำให้ชายหนุ่มมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้ชัดเจนขึ้น

ใบหน้าที่ดูอบอุ่นและรอยยิ้มที่เป็นมิตรของอีซอนโฮ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกวางใจขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

“ข้าชื่อ คิมดงวาน” เขายิ้มและแนะนำตัวเองให้อีกฝ่าย ก่อนจะถามต่อ “ว่าแต่… ที่นี่คือที่ใดกัน?” เขาแปลกใจมาก เนื่องจากขณะนี้เหมือนเขากำลังยืนอยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยลูกแก้วใสๆ หลายร้อยหลายพันลูกทอดยาวไกลไปจนสุดลูกหูลูกตา ส่วนบรรยากาศรอบๆ กลับพบแต่ความว่างเปล่าที่เวิ้งว้างเสียจนน่าใจหาย…

“แล้วคนอื่นๆ ล่ะ ไปไหนกันหมด?” จู่ๆ ดงวานก็นึกขึ้นมาได้ว่าในสถานที่ที่ดูแปลกตาเช่นนี้ มีเพียงอีซอนโฮกับเขาแค่สองคนเท่านั้น ซึ่งน่าแปลกใจมาก

และทันทีที่นึกถึง “คนอื่น” ภาพความทรงจำต่างๆ ก็คล้ายดั่งสายน้ำที่หลั่งไหลผ่านเข้ามาในหัวสมองของเขาอย่างต่อเนื่อง ภาพแล้วภาพเล่า…


และภาพความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดในขณะนี้ก็คือ


ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผู้มีใบหน้างดงามราวกับเทพธิดากำลังเดินชมสวนในพระตำหนักเล็ก มีทหารเดินตาม 2-3 คน และตัวเขา คิมดงวานคนนี้เดินเคียงข้างอยู่ไม่ห่างกาย


ในขณะที่กำลังชื่นชมต้นดงแบค* ที่ออกดอกสีแดงสด บานสะพรั่งอยู่เต็มสวนนั้น จู่ๆ ก็มีชายชุดดำซุ่มยิงธนูโจมตีพวกเขา!


และลูกธนูดอกหนึ่งก็พุ่งตรงมายังบุคคลข้างเขา!


“องค์ชาย! ระวัง‼” คิมดงวานร้องเสียงดังก่อนโผเข้าผลักร่างข้างๆ อย่างแรง จนกระทั่งอีกฝ่ายล้มลงไปนั่งที่พื้น


ลูกธนูดอกนั้นพลาดจากบุคคลเป้าหมาย…
แต่…

กลับกลายเป็นว่ามันปักเข้าไปที่กลางอกของคิมดงวานแทน เขาเป็นคนรับลูกธนูดอกนั้นเอาไว้เสียเอง…



เลือดสีแดงฉานหลั่งไหลออกจากร่างเขาไม่ยอมหยุด…

จากนั้นทุกอย่างก็เริ่มดูพร่าเลือนไปหมด…

ถึงกระนั้นเขาก็ยังพอที่จะมองเห็น… ภาพขององค์ชายรูปงาม ที่ใบหน้าที่แสนสวยเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา…


“ไม่นะ! ดงวาน! อย่าทิ้งข้าไปแบบนี้สิ!” คำพูดประโยคนี้ออกจากริมฝีปากบางได้รูปนั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า…




คิมดงวานสะดุ้ง หันขวับมามองอีซอนโฮทันที


“นี่… ข้า…” คิมดงวานพูดไม่ออก ตอนนี้เขาเริ่มจะเข้าใจสถานภาพของตนเองขึ้นมาแล้ว

“ลูกธนูอาบยาพิษ… จึงทำให้พวกเขาไม่สามารถช่วยเจ้าได้…” อีซอนโฮเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยนแผ่วเบา







คิมดงวานยังคงนั่งนิ่งๆ ไม่ขยับเขยื้อนไปทางใด

เขายังคงสับสน แม้ว่าจะได้คำตอบบางอย่างแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ คำถามที่หาคำตอบไม่ได้…

เขาเหลือบมองผู้ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ

หากมองจากลักษณะภายนอกแล้ว อีซอนโฮผู้นี้ต้องมีอายุน้อยกว่าเขาเป็นแน่
ใบหน้าอันอ่อนเยาว์ หากแต่กลับแลดูสงบเยือกเย็นอย่างน่าประหลาดใจ

“หากเจ้ามีอะไรสงสัย ก็ถามมาเถิด อย่าได้เกรงใจข้าเลย” อีซอนโฮเอ่ยขึ้น

คิมดงวานยิ้มเจื่อนกับคำพูดของอีกฝ่ายที่ดูราวกับว่าจะอ่านใจของเขาได้

“ที่นี่คือที่ไหนกัน? นรกหรือสวรรค์? และเจ้าล่ะเป็นใครกันแน่?” เขาเอ่ยถามในที่สุด

อีซอนโฮยิ้มบางๆ ก่อนตอบคำถาม

“ที่แห่งนี้มีชื่อเรียกว่าดินแดนแห่งความฝัน”

เมื่อเห็นคิมดงวานมีสีหน้าฉงน เขาจึงอธิบายต่อ “ที่แห่งนี้เป็นรอยเชื่อมต่อระหว่างโลกที่เจ้าจากมากับดินแดนแห่งความสงบอันเป็นนิรันดร์”

“ทำไมจึงเรียกว่าดินแดนแห่งความฝันล่ะ?” คิมดงวานยังคงถามต่อ พลางมองไปรอบๆ ตัว

ในความคิดของเขาแล้วที่แห่งนี้ช่างห่างไกลจากคำว่าความฝันยิ่งนัก ดินแดนแห่งความฝันก็ควรเป็นดินแดนอันสวยงามเต็มไปด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์ สิ่งก่อสร้างที่สวยงามจิตรตระการตา หรืออาจมีสัตว์ประหลาดในจิตนาการที่ปรากฏอยู่ตามนิทานพื้นบ้านได้เล่าเอาไว้…

หากแต่นี่กลับไม่มีอะไรเลย มองไปทางใดก็เห็นแต่ความเวิ้งว้างว่างเปล่าเท่านั้น…

“แท้จริงแล้วความฝันคืออะไรกันเล่า?” อีซอนโฮเอ่ยถาม และเขาพูดต่อทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบของคู่สนทนา “เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา ความฝันก็จางหายกลายเป็นความว่างเปล่ามิใช่หรือ” รอยยิ้มอ่อนโยนยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าอ่อนเยาว์ของผู้พูดอยู่ตลอดเวลา “เมื่อเป็นเช่นนั้น ที่นี่ก็สมควรแล้วล่ะที่จะเรียกว่าดินแดนแห่งความฝัน…”

คิมดงวานไม่พูดจาโต้ตอบอะไร ก็เท่ากับว่าเขายอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าว

“ส่วนตัวข้าก็มีหน้าที่ดูแลดินแดนแห่งนี้ ดูแลเหล่าดวงวิญญาณที่ยังสับสน และช่วยนำทางให้พวกเขาเดินไปในที่ที่ควรไป” อีซอนโฮกล่าว

“ถ้าเช่นนั้นช่วยนำทางข้าที…ให้ข้าเดินทางไปยังที่ที่ควรไป” คิมดงวานข้อร้อง “บอกตามตรงว่าที่เวิ้งว้างว่างเปล่าเช่นนี้… ทำให้ข้ารู้สึก…หดหู่ใจ”

อีซอนโฮส่ายหน้าช้าๆ “เจ้ายังไปไหนไม่ได้หรอก ความอาลัยอาวรณ์… เป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งเจ้าเอาไว้…”

คิมดงวานมีสีหน้าหม่นหมองลงทันที
ความอาลัยอาวรณ์… มีบุคคลเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เขายังคงอาลัยอาวรณ์…

“ข้าอยากพบเขา…” คิมดงวานเอ่ยเสียงเบา คล้ายพูดกับตัวเอง

แต่ถึงกระนั้นอีซอนโฮก็ยังคงได้ยินอย่างชัดเจน เขามองคิมดงวานที่มีสีหน้าหม่นหมอง แววตาโศกเศร้าพร้อมทั้งหยดน้ำใสๆ ที่คลอรอบดวงตา

“ข้าช่วยได้เพียงแค่นี้…” อีซอนโฮเอ่ยด้วยความเห็นใจ ก่อนจะยื่นมือทั้งสองข้างออกมาด้านหน้า แค่ชั่วเวลาไม่กี่นาทีต่อมากลับปรากฏภาพเคลื่อนไหวแทนที่ความว่างเปล่าเบื้องหน้าของคิมดงวาน

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือชายหนุ่มรูปงามผู้มีใบหน้าเศร้าหมอง เขานั่งกอดตัวเองเอาไว้ พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย…

ใบหน้าแสนเศร้าเช่นนี้… ไม่ใช่สิ่งที่คิมดงวานปรารถนาที่จะเห็น…

“องค์ชาย!” คิมดงวานตะโกนเรียกและพยายามจะเข้าไปโอบกอดปลอบประโลมใจคนตรงหน้า หากแต่เขากลับไม่สามารถสัมผัสอะไรได้เลย…

“ข้าทำได้เพียงแค่ให้เจ้าได้เฝ้ามองดูเขาเท่านั้น เจ้าไม่สามารถพูดคุยหรือสัมผัสเขาได้หรอก” อีซอนโฮอธิบาย “เช่นเดียวกัน… เขาก็ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเจ้ากำลังมองดูเขาอยู่…”

คิมดงวานรู้สึกเหมือนถูกมีดดาบสักพันเล่มแทงเข้าที่หน้าอก ทั้งเสียใจ ทั้งเจ็บปวด จนอดที่จะหลั่งน้ำตาออกมาไม่ได้ “… องค์ชายเฮซอง…”







องค์ชายเฮซองนั่งอยู่ในห้องเพียงลำพัง ซบใบหน้าแสนสวยลงบนฝ่ามือทั้งสองข้างเพื่อปิดบังรอยน้ำตา แต่ถึงกระนั้นเสียงสะอื้นเบาๆ และร่างกายที่สั่นเทา ก็ทำให้ทราบได้ว่าองค์ชายร้องไห้อยู่ตลอดเวลา

“องค์ชาย…” เสียงเรียกอ่อนโยน น้ำเสียงแสดงความเป็นห่วงเป็นใยอย่างชัดเจน

แม้ไม่เงยหน้าขึ้นมอง แต่องค์ชายเฮซองก็ทราบดีว่าผู้พูดเป็นใคร คนที่เชื่อมั่นในตนเองไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งตำหนักนี้ก็มีแค่มุนจองฮยอกอยู่เพียงผู้เดียว

“มหาดเล็กหน้าห้องไม่ได้บอกหรือว่าข้าไม่อนุญาตให้ใครเข้ามา ไม่ว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น!” องค์ชายกล่าวเสียงเข้ม พยายามที่จะกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้

ผู้ที่ก้าวเข้ามาในห้องไม่ได้สนใจคำพูดของอีกฝ่าย เขานั่งลงข้างๆ วางมือลงบนไหล่ขององค์ชายเพื่อปลอบโยน “ท่านขังตัวเองอยู่แต่ในห้องนี้ ไม่ยอมกินยอมนอน มาสัปดาห์หนึ่งแล้ว ทำแบบนี้ไม่ดีต่อสุขภาพนะ ถ้าดงวานรับรู้เข้าคงไม่สบายใจ”

เมื่อเห็นว่าองค์ชายเฮซองยังคงปิดหน้าสะอื้นไห้ เขาจึงกล่าวต่อ “ดงวานเป็นทหารองครักษ์ประจำตัวท่าน การปกป้องท่านด้วยชีวิตเป็นหน้าที่ของเขา… ข้าว่า…”

โดยไม่รอฟังให้จบประโยค องค์ชายปัดมือของอีกฝ่ายออกจากไหล่ของตนเองทันที

“เจ้าไม่เข้าใจ‼” องค์ชายตวาดทั้งน้ำตาที่นองเต็มใบหน้า “ดงวานไม่ควรต้องสละชีวิตเพื่อช่วยข้า แต่เป็นข้าต่างหาก… ในฐานะที่เป็นองค์ชาย เป็นเจ้านาย หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่… ข้าไม่ควรปล่อยให้เขาทำแบบนี้… ข้า…”

องค์ชายเฮซองไม่สามารถระงับความเศร้าโศกเสียใจเอาไว้ได้ น้ำตาที่ไหลพรากเป็นทางและเสียงสะอึกสะอื้นตลอดเวลา ทำให้มุนจองฮยอกต้องคว้าร่างนั้นมาโอบกอดเพื่อปลอบประโลม และยิ่งอยู่ภายใต้อ้อมแขนที่อบอุ่นอ่อนโยนเช่นนี้… องค์ชายกลับยิ่งไม่สามารถสะกดกลั้นความรู้สึกเจ็บปวดเสียใจเอาไว้ได้อีก…

และแล้ว… องค์ชายก็หลับไปภายในอ้อมกอดของมุนจองฮยอก…หลับไปพร้อมกับรอยน้ำตา…








“โธ่… องค์ชาย…” คิมดงวานมองดูภาพเบื้องหน้าด้วยความไม่สบายใจ

เขาอาจรู้สึกปลื้มใจที่องค์ชายเฮซองยังคงคิดถึงเขาอยู่เสมอมา แม้ว่าเขาจะไม่สามารถอยู่เคียงข้างได้อีกแล้ว…

แต่ถึงกระนั้นเขากลับรู้สึกแย่มากกว่าที่ได้เห็นองค์ชายเศร้าโศก ร้องไห้เสียน้ำตาอยู่ทุกวี่วัน ใบหน้าที่งดงามบัดนี้กลับดูซูบซีด…

นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการจะเห็น ไม่ใช่เช่นนี้เลย…

“ต้องทำอย่างไร?” คิมดงวานละสายตาจากภาพเบื้องหน้า แล้วหันมาถามอีซอนโฮซึ่งยืนอยู่ข้างๆ แทน “ต้องทำอย่างไรจึงจะให้องค์ชายหายโศกเศร้าได้?”

“การลืมอย่างไรล่ะ” อีซอนโฮตอบ “องค์ชายทุกข์ทรมานกับการสูญเสียเจ้าไป… แต่ถ้าหากเขาลืมว่าเคยมีเจ้าอยู่เคียงข้าง เขาก็จะไม่เจ็บปวดอีกต่อไป…”

แม้จะเป็นเรื่องจริง แต่คำตอบที่ได้รับนั้นก็ช่างโหดร้าย…

“เห็นลูกแก้วหลายร้อยลูกบนพื้นที่เจ้ากำลังยืนอยู่ใช่หรือไม่” อีซอนโฮถาม พร้อมกับหยิบลูกแก้วขึ้นมาลูกหนึ่ง

“ลูกแก้วแต่ละลูกแทนความทรงจำระหว่างองค์ชายเฮซองกับเจ้าในแต่ละนาที” อีซอนโฮอธิบาย “หากเจ้าทำลายลูกแก้วทีละลูกจนกระทั่งหมดลง องค์ชายก็จะค่อยๆ ลืมเจ้าไปอย่างช้าๆ จนกระทั่งลืมเจ้าไปในที่สุด เมื่อถึงตอนนั้น… เขาจะไม่เสียใจอีกต่อไป…”

คิมดงวานได้แต่นิ่งงัน…
เขาหันหน้ากลับไปมองภาพขององค์ชายเฮซองที่หลับไปทั้งน้ำตาอีกครั้ง…

“ข้าไม่อยากเห็นเขาเสียใจ… แต่… การจะให้เขาลืมทุกอย่าง… ลืมแม้กระทั่งตัวข้าเองนี่มันช่าง…”







มีตำนานโบราณกล่าวไว้ว่าหากผู้ใดสามารถเดินทางไปจนถึงดินแดนที่เป็นจุดบรรจบระหว่างท้องฟ้ากับพื้นพิภพ ในช่วงเวลารอยต่อระหว่างกลางวันกับกลางคืนได้ คนผู้นั้นจะได้พบกับบุคคลอันเป็นที่รักที่ลาจากโลกนี้ไปแล้ว อีกทั้งยังสามารถนำตัวเขากลับมายังโลกนี้ได้…


เมื่อได้เห็นองค์ชายเฮซองเสียใจร้องไห้ทุกค่ำคืนเช่นนี้แล้ว… มุนจองฮยอกก็อดที่จะครุ่นคิดถึงตำนานนี้ไม่ได้

อาจเป็นแค่เรื่องเล่าหลอกๆ หรือเป็นเรื่องจริงก็ไม่มีใครเคยพิสูจน์ได้…

บนพื้นแผ่นดินนี้มีใครพอจะให้ความกระจ่างนี้แก่เขาได้บ้าง?

พลันมุนจองฮยอกก็นึกขึ้นได้ เขาเคยได้ยินว่ามีนักปราชญ์ท่านหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าไผ่สีเงิน ท่านเป็นผู้รอบรู้ทุกเรื่อง ไม่เคยมีคำถามใดที่ท่านให้คำตอบไม่ได้…

เมื่อคิดได้ดังนี้ มุนจองฮยอกจึงรีบเดินทางออกจากตำหนักขององค์ชาย มุ่งหน้าไปทางทิศใต้สู่ป่าไผ่สีเงินทันที






บ้านไม้หลังเล็กตั้งอยู่กลางป่าไผ่สีเงิน มีลำธารน้ำใสห้อมล้อมรอบตัวบ้าน เมื่อมุนจองฮยอกเดินทางไปถึง เขาก็ได้พบกับชายชราสวมชุดสีเทาหม่นหมอง เส้นผมและหนวดเคราสีขาวยาวจรดพื้น

“ท่านคือนักปราชญ์อีมินอูผู้รอบรู้ใช่หรือไม่ ข้าคือมุนจองฮยอกทหารองครักษ์ประจำตัวองค์ชายเฮซอง” มุนจองฮยอกแนะนำตัวเอง

ชายชราพยักหน้าเล็กน้อย “เรื่องที่เจ้าสงสัย ถ้าหากข้าตอบว่ามันเรื่องจริง… แล้วเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป?”

สมกับเป็นนักปราชญ์ผู้รอบรู้ แม้ยังไม่ได้เอ่ยปาก เขาก็ทราบความประสงค์ของผู้มาเยือน

“ถ้าเป็นเช่นนั้น… เพื่อองค์ชายแล้วข้าก็คงต้องเดินทางไปยังที่แห่งนั้น” มุนจองฮยอกตอบอย่างหนักแน่น

ชายชราถอดถอนใจก่อนเอ่ย “หนทางที่จะไปใช่ว่าจะง่ายดาย มีขวากหนาม อุปสรรค อันตรายต่างๆ มากมาย และมีอีกหลายๆ คนที่ต้องเอาชีวิตไปทิ้งระหว่างทาง… ข้าอยากให้เจ้าคิดใคร่ครวญดูให้ดี”


หนทางที่เต็มไปด้วยอันตราย ทั้งอสูรตัวสูงใหญ่เสียดฟ้าที่พ่นลมหายใจออกมาเป็นไฟ มนุษย์แมงป่องที่ดุร้ายและมีพิษรอบตัว** ภูติผีวิญญาณร้ายที่คอยไล่ล่ากัดกินร่างกายของมนุษย์ และเมื่อล่องเรือไปตามมหาสมุทรกว้างใหญ่ก็ต้องเผชิญลมพายุรุนแรงที่พัดทลายได้แม้แต่ภูเขาอันแข็งแกร่ง


“และที่สำคัญ… ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไม่ต้องมีสิ่งตอบแทน”

คำพูดประโยคนี้ทำให้มุนจองฮยอกขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ดังนั้นชายชราจึงอธิบายต่อ “หากเจ้าโชคดี เดินทางไปถึงจุดหมาย การจะพาเขากลับมาได้นั้นต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน”

“และสิ่งนั้นคืออะไร?” มุนจองฮยอกถามทันที

“เจ้าจะต้องสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุด เพื่อแลกกับการพาเขากลับคืนมายังโลกนี้”

คำตอบที่ได้รับทำให้มุนจองฮยอกต้องคิดหนัก
สำหรับเขาแล้ว… องค์ชายเฮซองคือสิ่งที่สำคัญที่สุด หากจะต้องสูญเสียองค์ชายไปเพราะเหตุนี้… เขาคงยอมรับไม่ได้…


ในขณะที่มุนจองฮยอกลังเล องค์ชายเฮซองซึ่งแอบตามมาด้วยกลับตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังสถานที่ตามตำนานนั้นทันที

องค์ชายได้ยินบทสนทนาระหว่างมุนจองฮยอกกับชายชราทุกถ้อยคำ…
แม้จะไม่ทราบว่าสิ่งสำคัญที่สุดของมุนจองฮยอกคืออะไร แต่อย่างไรก็ตามองค์ชายก็เข้าใจดีว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่จะให้มุนจองฮยอกต้องสูญเสียเพื่อแลกกับชีวิตของคิมดงวาน…






“ช้าก่อน!” จู่ๆ ชายชราก็เอ่ยขึ้น ทั้งที่มุนจองฮยอกยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับเขยื้อนกายไปไหน

ชายชราไม่ได้หมายถึงคู่สนทนาตรงหน้า หากแต่ส่งเสียงเรียกบุคคลที่สาม “องค์ชาย…”

องค์ชายเฮซองซึ่งกำลังก้าวขาเดินถึงกับหยุดชะงัก เขาสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ แล้วจึงเดินมาเผชิญหน้ากับมุนจองฮยอกและชายชรา

“องค์ชาย… ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป ขอให้ท่านทบทวนดูให้ดีๆ เสียก่อน…” ชายชราเตือนสติ

“ข้าไม่เปลี่ยนใจแน่ สำหรับข้าแล้วไม่มีสิ่งใดสำคัญมากไปกว่าชีวิตของดงวาน” องค์ชายเฮซองยืนยัน

“ท่านแน่ใจแล้วหรือ?”

“แน่นอนที่สุด!”

“มันอันตรายมาก ข้าให้ท่านไปไม่ได้หรอก” มุนจองฮยอกยืนขวางทางองค์ชายทันที

“จองฮยอก… ได้โปรดอย่าขัดขวางข้าเลย… ให้ข้าไปหาดงวานเถอะนะ” องค์ชายเฮซองขอร้อง

แววตาที่โศกเศร้ากับน้ำเสียงอ้อนวอนขององค์ชายเฮซองทำให้มุนจองฮยอกใจอ่อนลงทันที

สิ่งใดที่องค์ชายปรารถนา เขาก็พร้อมจะสรรหามาให้โดยไม่มีเงื่อนไข…

ชายชราส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ “หากองค์ชายยืนกรานจะเดินทางไปยังดินแดนในตำนานนั้นจริงๆ ก็พาองครักษ์ของท่านได้ด้วยเถอะ อย่างไรเสียสองหัวก็ดีกว่าหัวเดียว” ชายชราแนะนำ


ด้วยเหตุนี้องค์ชายเฮซองและมุนจองฮยอกจึงออกเดินทางไปสู่ดินแดนเป็นจุดบรรจบระหว่างท้องฟ้ากับพื้นพิภพด้วยกัน






“ทำไมถึงทำเช่นนี้? จองฮยอกยอมให้องค์ชายเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ได้อย่างไร?” คิมดงวานเอ่ยขึ้นด้วยความไม่สบายใจ เขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านกระจกใสที่อีซอนโฮสร้างขึ้น

“นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ได้อยู่เหนือการคาดเดาของเจ้าเลยนะ” อีซอนโฮกล่าว “เจ้าเองก็รู้อยู่แล้วว่าว่าองค์ชายต้องตัดสินใจเช่นนี้”

“หากว่า… องค์ชายสามารถมาถึงที่นี่ได้ และพาข้ากลับ…” คิมดงวานเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “เขาจะสูญเสียอะไร?”

อีซอนโฮยิ้มเยือกเย็น “อันที่จริงแล้ว… สำหรับองค์ชายยังมีสิ่งที่สำคัญมากกว่าชีวิตของเจ้าอีกนะ”

“สิ่งนั้นคือ?”

“ความรัก ความซื่อสัตย์ภักดีของเจ้าอย่างไรล่ะ”

คิมดงวานเบิกตากว้างเมื่อได้ฟังคำตอบ

รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าของอีซอนโฮ “นั่นหมายความว่า เจ้าจะกลับไปไม่เหมือนเดิม… ความรัก ความภักดีที่เจ้ามีต่อองค์ชายจะลืมเลือนหมดสิ้นไป เจ้าจะสามารถทรยศหักหลังเขาได้ทุกเมื่อ” เขากล่าวทุกถ้อยคำอย่างหนักแน่น “และนี่ก็คือความหมายของคำกล่าวที่ว่า ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่มีสิ่งตอบแทน”

มันช่างเป็นสิ่งที่โหดร้ายเกินกว่าจะรับไว้ได้… ถ้าหากเขาต้องทำร้ายจิตใจองค์ชายถึงขนาดนั้น ก็สู้ให้องค์ชายเป็นฝ่ายลืมเลือนเขาเสียจะดีกว่า…

และอีกครั้งที่คิมดงวานอัดอั้นตันใจจนต้องหลั่งน้ำตาออกมา…






ลูกแก้วแห่งความทรงจำระหว่างองค์ชายและคิมดงวานถูกทำลายลงทีละลูก… ทีละลูก…

เริ่มจากลูกแก้วที่ปรากฏภาพการพบเจอกันครั้งแรกระหว่างองค์ชายเฮซองและตัวเขา…
ลูกแก้วใสที่ปรากฏภาพของพวกเขาทั้งคู่นั่งดูดาวตกยามค่ำคืนด้วยกัน…

ลูกแก้วแสนสวยที่ปรากฏภาพของพวกเขาวิ่งเล่นหยอกเย้ากันท่ามกลางสายฝน…

หลากหลายความจำที่เขามองเห็นผ่านลูกแก้วหลายร้อยหลายพันลูกเหล่านี้…
คิมดงวานหยิบลูกแก้วขึ้นมาเพ่งมองก่อนที่จะใช้มีดสั้นที่ทำด้วยทองแดงทั้งด้ามทำลายลูกแก้วเหล่านั้นลง ด้วยหัวใจที่แหลกสลาย…


ในขณะที่คิมดงวานกำลังทำลายเหล่าลูกแก้วใสนั้น องค์ชายเฮซองและมุนจองฮยอกก็เดินทางฝ่าฟันอันตรายและต่อสู้กับเหล่าอมนุษย์ด้วยกัน

และเมื่อถึงยามพักผ่อนองค์ชายเฮซองมักจะเล่าเรื่องระหว่างเขากับคิมดงวานให้อีกฝ่ายฟังอยู่เสมอๆ

หากแต่ระยะหลังมานี้…

“นึกไม่ออก…” องค์ชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงผิดหวังอย่างรุนแรง “ทำไมหมู่นี้ข้าถึงนึกเรื่องราวของดงวานไม่ค่อยออกเลยนะ”

“ท่านคงเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ก็คงมีบ้างที่สมองอ่อนล้าทำให้คิดอะไรไม่ออก” มุนจองฮยอกปลอบใจ “นอนพักผ่อนเสียเถิด…”

“อื่อ…” องค์ชายรับคำอย่างว่าง่าย และเอนกายลงนอนเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างช้าๆ






คิมดงวานเฝ้ามองดูทั้งองค์ชายเฮซองและมุนจองฮยอกที่เดินทางกันด้วยความเหนื่อยล้า…

เขาไม่อาจทนเห็นองค์ชายอันเป็นที่รักต้องลำบากทุกข์ทรมานเช่นนี้ได้อีก… ด้วยเหตุนี้จึงต้องเร่งทำลายลูกแก้วแห่งความทรงจำเหล่านั้น…

เวลาผ่านล่วงเลยไปนานเท่าใดไม่มีใครบอกได้ แต่ในที่สุด…ลูกแก้วลูกสุดท้ายก็ถูกคิมดงวานหยิบขึ้นมา…

และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง จู่ๆ ก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวคล้ายกับท้องฟ้าถล่ม!
ดินแดนแห่งความฝันอันว่างเปล่ากลับกลายเป็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยคลื่นลมพายุดำทะมึนพัดหมุนวนอย่างน่ากลัว!

คิมดงวานลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ในขณะที่กลางมหาสมุทรนั้นมีเรือลำหนึ่งถูกซัดให้เข้าไปสู่ใจกลางของคลื่นน้ำวน

คิมดงวานแทบหยุดหายใจเมื่อได้เห็นว่าองค์ชายเฮซองและมุนจองฮยอกติดอยู่บนเรือลำนั้น!

วินาทีเดียวกันนั้นเองที่องค์ชายได้เห็นคิมดงวานลอยคว้างอยู่กลางอากาศ!

แม้ว่าจะติดคลื่นลมพายุหมุนกลางมหาสมุทร หากแต่องค์ชายกลับไม่รู้สึกกลัว หัวใจของเขาพองโตด้วยความปิติยินดี ในทีสุดเขาก็เดินทางมาจนถึงจุดหมายปลายทาง…

“ดงวาน!”

“ดงวาน!”

องค์ชายส่งเสียงร้องเรียกชื่อคิมดงวานไม่หยุด พร้อมทั้งยื่นแขนเรียวยาวทั้งสองข้างพยายามไขว่คว้าร่างของคิมดงวานเอาไว้ ในขณะเดียวกันมุนจองฮยอกก็พยายามยึดร่างขององค์ชายเอาไว้เพื่อกันไม่ให้เขาตกลงไปในมหาสมุทรสุดลึกนั่น…

คิมดงวานเอื้อมมือไปจนสามารถสัมผัสกับมือขององค์ชายได้แล้ว หากแต่อีซอนโฮกลับปรากฏตัวขึ้นข้างๆ พร้อมกับเอ่ยเตือน “เจ้าเลือกที่จะกลับไปพร้อมกับเขาใช่หรือไม่”

คิมดงวานชักมือกลับทันที!

“ดงวาน ข้ามารับเจ้า เรากลับไปด้วยกันนะ” องค์ชายกล่าวอย่างยินดี รอยยิ้มปรากฏให้เห็นบนใบหน้าแสนสวยเป็นครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้เห็นกันมาเป็นเวลานานแสนนาน

เพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มขององค์ชาย คิมดงวานก็รู้สึกไม่มีอะไรติดค้างอีกแล้ว เขาส่งยิ้มให้อีกฝ่ายพร้อมทั้งหยดน้ำที่ค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตา…

ทั้งองค์ชายเฮซองและมุนจองฮยอกต่างก็ขมวดคิ้วสงสัยในปฏิกิริยาของคิมดงวาน

“จองฮยอก… ฝากดูแลองค์ชายด้วยนะ” คิมดงวานกล่าวกับมุนจองฮยอก ก่อนจะหันไปสบสายตากับองค์ชายเฮซอง “ข้าจะไม่ยอมให้ท่านต้องสูญเสียความรักและความซื่อสัตย์ภักดีของข้าไป…”

คิมดงวานใช้มีดสั้นทองแดงทำลายลูกแก้วลูกสุดท้ายในมือทันทีที่กล่าวจบ

ร่างของเขาสูญสลายไปต่อหน้าองค์ชายเฮซองและมุนจองฮยอกทันที!

องค์ชายเฮซองกรีดร้องสุดเสียง “ไม่นะ‼ ดงวาน!! เจ้าต้องกลับไปกับข้าสิ‼”

พร้อมกันนั้นเรือลำเล็กที่องค์ชายเฮซองและมุนจองฮยอกยืนอยู่ก็ถูกดูดกลืนเข้าไปสู่ห้วงลึกที่สุดของมหาสมุทร…


ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของคิมดงวานลอยอยู่เบื้องหน้า… ทำให้องค์ชายเฮซองยิ้มได้อีกครั้ง ก่อนที่ทุกอย่างจะพร่าเลือนไปพร้อมๆ กับสติที่ค่อยจางหายไป…






องค์ชาย…

องค์ชาย…


องค์ชายเฮซองค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือใบหน้าคมเข้มที่ปรากฏรอยยิ้มแห่งความยินดีของมุนจองฮยอก พร้อมกับบรรยากาศรอบๆ ที่แสนคุ้นเคย…

เขาอยู่ในตำหนักของตนเองนั่นเอง…

“ท่านฟื้นแล้ว…” มุนจองฮยอกกล่าวอย่างดีใจ เขาจับมือขององค์เอาไว้ไม่ยอมเปล่า

องค์ชายยังคงสลึมสลือ รู้สึกตื่นไม่เต็มตา

“ข้ารู้สึกเหมือนหลับฝันไปยาวนานมากเลย” องค์ชายเอ่ย “แต่น่าแปลก… ทำไมข้ากลับจำอะไรไม่ได้เลย… นอกจากจำได้แค่เพียงว่าข้าพยายามจะคว้ามือข้างหนึ่งเอาไว้…”

องค์ชายเฮซองเหลือบมองมือของมุนจองฮยอกที่กุมมือของเขาเอาไว้ตลอดเวลา…

“เป็นเจ้าอย่างนั้นหรือ?” องค์ชายเอียงคอถาม “เจ้าของมือข้างนั้น…”

มุนจองฮยอกยิ้มบางๆ องค์ชายเห็นแววตาที่เศร้าหมองของอีกฝ่าย เขาสงสัยและกำลังจะเอ่ยปากถาม หากแต่มุนจองฮยอกกลับชิงเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน “ท่านอาจจำได้เพียงแค่เศษเสี้ยวของความฝัน… แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว…”

มุนจองฮยอกเอ่ยน้ำเสียงนุ่มทุ้มอ่อนโยน “เพราะอย่างน้อยที่สุด… ท่านก็ยังเหลือความทรงจำในความฝันนั้นเอาไว้ให้คิดถึงบ้าง… จริงหรือไม่…”

องค์ชายเฮซองเหมือนจะยังงงงันอยู่ แต่ถึงกระนั้นก็พยักหน้ารับ เห็นด้วยกับสิ่งที่มุนจองฮยอกกล่าว…




THE END / Pieces of a Dream 





*ดอกคามิเลีย (camellia) ภาษาเกาหลีเรียกว่า ดง-แบค-กด (동백꽃)

**อสูรตัวสูงใหญ่เสียดฟ้าที่พ่นลมหายใจออกมาเป็นไฟ และมนุษย์แมงป่อง มีอยู่ในมหากาพย์กิลกาเมซค่ะ (ขี้เกียจคิดเองขออนุญาตอ้างมาใช้เลย)




 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2558
4 comments
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2558 21:05:35 น.
Counter : 472 Pageviews.

 

โถถถถ...พ่อพระเอก มาช้าไปสองวัน แถมเป็นคนดีที่โลกลืมอีก น่าสงสารที่สุด


เรื่องที่ยากที่สุดสำหรับฟิคเรื่องนี้คือ...มโนให้ซองเป็นผู้หญิงบอบบาง 55555 หลังๆ นี่กล้ามเธอจะใหญ่เกินพ่อนักรบทั้งหลายแระนะนี่ 55555

ขอบคุณสำหรับฟิควันเกิดดีๆ ที่แสนเศร้า (ฟิควันเกิดพวกเราถ้าสมหวังนี่ผิดปกติชิมิ ?) เอาเป็นว่า..เห็นผู้ชายที่รักได้เจ็บปวดเป็นความสุขชนิดหนึ่ง หว่ะ...ฮ่ะ...ฮ่ะ

นี่เมนท์อัลไลลงไป

 

โดย: แม่ยกชินฮวา 23 พฤศจิกายน 2558 21:10:19 น.  

 

ฮือออออ พ่อเทพบุตรสุดหล่อ ทั้งซึ้ง ทั้งเศร้า ไม่สมหวัง แต่อบอุ่น ประทับใจสมเป็นฟิคฉลองวันเกิดให้ลุงคิมจริงๆค่า

 

โดย: nichshin IP: 1.46.236.40 24 พฤศจิกายน 2558 7:49:20 น.  

 

อะไรกันนี่ อะไรกันนั่น อะไรกันน่ะะะะะะะะะะะะะะ

มามุขนี้อีกแล้วท่านพี่ มันเป็นฟิกวันเกิดตรงไหนคะ?? มันเศร้านะคะ เศร้าาาาาาาาาาาาาา แง้ //ร้องไห้น้ำตาไหลเป็นมหาสมุทรที่เรือองค์ชายเคยอยู่

วันเกิดอิลุง ไหงอิป๋าเป็นพระเอก //ผิด มันน่าถีบอิป๋าตกทะเลแล้วดึงอิลุงมาแทนสิคะ เดี๋ยวๆ

ท่านพี่ทำน้องน้ำตาไหล ท่านพี่ต้องรับผิดชอบน้องนะคะ แงงง ดอ๊ยย เศร้าค่ะ น้องไม่ยอม น้องจะดราม่าบ้าง!

กินใจมากค่ะ ซึ้ง เศร้า

ปล.สงสารลุง วันเกิดแท้ๆ ตกทะเล เอ๊ย สลายร่างไปหยังเขียด

 

โดย: kuwari IP: 202.183.153.114 24 พฤศจิกายน 2558 8:35:11 น.  

 

หุหุ สุดท้ายองค์ชายกะได้อยู่กับจองฮยอก 555555 ไม่ใช่แระ^^
สงสารลุงช่างเป็นคนดีเหลือเกิน...ไม่ใช่สินะ...ลุงเลือกที่จะอยู่กับความรักมากกว่าการได้อยู่ใกล้แต่หัวใจห่างกัน ปลาบปลื้ม
ขอบคุณไรเตอร์ค่าปีนี้มาแนวแปลก แต่ซาบซึ้งและกินใจ^^

 

โดย: jinny IP: 49.49.93.131 25 พฤศจิกายน 2558 14:01:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
แม่ยกชินฮวา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Friends' blogs
[Add แม่ยกชินฮวา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.