พฤศจิกายน 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
All Blog
ทริปนี้ที่รอคอย...หลีเป๊ะไฮซีซั่น...ในวันพายุเข้า

  หลีเป๊ะ...ชื่อเกาะแห่งหนึ่ง ที่ตอนแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย

รู้แต่พอได้ดูรีวิวใน Pantip แล้ว คิดว่า ชั้นจะต้องไปที่นี่ให้ได้

SmileySmileySmiley

เดือนมกรา 56 Air Asia มีโปร 0 บาทออกมา

เลยกดจองแบบไม่ยั้งคิดหลังจากหาข้อมูลของเกาะหลีเป๊ะมานาน

ได้โปรตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ดอนเมือง-หาดใหญ่มาในราคา 2,114 บาท (ราคา 2 คน)

(ถ้าไม่โดนชาร์จค่ารูดบัตร จะเสียน้อยกว่านี้อีก Smiley)

พอช่วงเดือน ก.พ. 56 มีงานท่องเที่ยวที่ศูนย์สิริกิตต์

เลยไปหาที่พักและแพคเกจทัวร์ที่นั่น

ซึ่งส่วนใหญ่จะยังไม่รับจองของซีซั่นหน้า (ก็เราไปตั้งเดือน พ.ย.)

จนได้ไปคุยกับ "Jolly Travel" เป็นแพคเกจทัวร์แบบ Private ส่วนตี๊ว ส่วนตัววว

เราแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ค่ารถ ค่าเรือ ค่าที่พัก ค่าอาหาร เหมาจ่ายทัวร์ทั้งหมด

แถมราคาถูกใจ เพราะเราเล็งห้อง Grand deluxe ของ Mountain resort

ซึ่งเป็นรีสอร์ทที่เค้าว่าวิวสวยที่สุดไว้

จัดการจองทุกสิ่งอย่างเสร็จเรียบร้อย ก็นับวันรออย่างเดียวเลยจ้า

ต้องทำใจนะ งบเราน้อย เลยต้องจองทุกสิ่งอย่างไว้ล่วงหน้านาน ๆ

(เพราะราคาจะถูกกว่าจองแบบกระชั้นชิด)

และต้องหาข้อมูลเปรียบเทียบเยอะ ๆ หน่อย

SmileySmileySmiley

วันที่ 23 พ.ย.56

ดูพยากรณ์อากาศไว้ล่วงหน้า พายุดันเข้าภาคใต้วันที่เราไปพอดี

เฮ้ยยย...นี่มันไฮซีซั่นนะ อะไรมันจะซวยขนาดนี้

พี่ที่ออฟฟิสก็เตือน แม่ก็บอก ฝนตก พายุเข้านะลูก จะไปเหรอ???

รอมาตั้งหลายเดือน ไม่ให้ไปได้ไง ไปลุ้นเอาข้างหน้าแล้วกัน

จะแคนเซิลตอนนี้คงไม่ทันละ

อ่ะ...ตี 5 ไปรอขึ้นไฟล์ท 6.40 น. ที่ดอนเมือง

ไปกะพี่บัวขาว Thai Fight Smiley

ใช้เวลาไม่นาน เรามาถึงหาดใหญ่ตอนเกือบ ๆ 8 โมง

คนขับรถตู้จากทัวร์มารออยู่แล้ว

จากหาดใหญ่ ไปถึงที่ท่าเรือปากบารา อ.ละงู จ.สตูล ตอนประมาณ 10.30 น.

ทริปนี้ ทาง Jolly Travel ให้ "พี่โด้" ไกด์คนเก่งมาดูแลเรา

SmileySmileySmiley

อากาศไม่เป็นใจอย่างมาก พอเราไปถึงที่ท่าเรือ ฝนยิ่งตกแรง

ขอเอาภาพที่ถ่ายตอนขากลับมาลงก่อนนะ

ขากลับแดดแรงขนาดนี้ ฟ้าสวยขนาดนี้ เหมือนโดนแกล้งมั๊ยล่ะ 555+

เข้าไปที่ท่าเรือกัน เค้ามีเก็บค่าผ่านท่าด้วยนะ 20 บาท (เราไม่เสียเพราะรวมในค่าทัวร์แล้ว)

ไปรับบัตรคิวขึ้นเรือ...พี่โด้บอกว่า เลขบนบัตรคิวไม่มีผลครับ

เชิญไปรอที่ท่าเรือได้เลย 555+

เราไปกับ Speed boat และขึ้นเรือตอน 11.30 น.

แนะนำว่าหากคลื่นแรง และจะมีอาการเมาเรือ ให้กินยากันไว้ก่อนเลย

พยายามนั่งท้าย ๆ เรือไว้ เพราะจะได้ไม่กระแทกมาก

เรือออกไปได้สักพัก ฟ้าครึ้ม เมฆฝนมาแต่ไกล คลื่นเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ

นั่ง Speed boat ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งไวกิ้ง

คลื่นสูงมาก และกลัวมาก กลัวว่าจะเอาชีวิตมาทิ้งในอันดามัน

คนในเรือวี๊ดว๊ายกันเป็นระยะ

ไปถึงกลางทะเล เรือไม่สามารถไปต่อได้ เพราะเราจะเข้ากลางกลุ่มเมฆฝนพอดี

อันตรายมาก ๆ จึงต้องหยุดคอยให้ฝนกลุ่มนั้นไปก่อน

คนบนเรือให้อาหารปลากันไปหลายคน (รวมถึงพี่เกณด้วย 555+)

ในที่สุด เราใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง จึงมาถึงหลีเป๊ะ

ด้วยสภาพใส่เสื้อกันฝน หัวฟู และถือยาดม

เรามากับเรือลำนี้มาจอดที่หน้าหาดฝั่ง ซานมรีสอร์ท

(มาแบบไม่ปกติจึงมาจอดที่นี่ ปกติจะจอดหน้าหาดบันดาหยา)

ทางรีสอร์ทส่งรถมารับเราที่หาด

ไปพักผ่อน และทานข้าวกลางวันกันก่อน เพราะสภาพแต่ละคน มันไม่ไหวแล้วจริง ๆ

พอถึงแล้ว มาเจอกับวิวนี้ที่ห้องอาหาร

แดดเริ่มออกนิด ๆ เห็นแล้วมันหายเหนื่อย

อาหารกลางวันเซตนี้ ก็รวมอยู่ในทัวร์แล้ว

เยอะมาก กินกัน 2 คนไม่หมด รสชาติพอใช้ได้

ทานข้าวเสร็จ ไปดูห้องพักกันดีกว่า

เราได้ห้อง Deluxe 8 Sea view hill side

เข้าไปถึงก็เจอภาพนี้

สวยฝุด ๆ อ่าาาาา ฟินนนนส์

ตอน 6 โมงเย็น ฝนตกอีกแล้ว แอบเซ็ง กลัวว่าจะไปดำน้ำไม่ได้

ไปกินข้าวมื้อเย็น ที่ทางทัวร์ก็จัดไว้ให้ จากนั้นก็ไปเดิน Walking street ท่ามกลางสายฝน

ไกด์พี่โด้ ดีมาก ๆ ดูแลพวกเราดีสุด ๆ แทบไม่ต้องขยับตัวทำอะไร

เราอยากไปไหน พี่โด้จัดให้ พาไปหมด

เป็นทั้งไกด์ และตากล้องส่วนตัว 555+

เย็นนี้เราแวะไปกินโรตีกับชาชักที่ร้าน "เตอร์บิลังสตูล"

หาข้อมูลมา หลาย ๆ คนบอกว่าร้านนี้โรตีกับชาชักอร่อย

เราว่าชาชักอร่อย แต่โรตีก็ธรรมดานะ

(ชาชักแก้วละ 50 บาท โรตีกล้วยอีก 60 บาท บนเกาะนี่อะไรก็แพงเน๊าะ)

พี่โด้ ไม่เคยทำให้ลำบากใจ ช่วงเวลาที่เราไปหาอะไรกินกัน

แกก็จะไปสั่งกับข้าวไว้รอดำน้ำพรุ่งนี้ หรือไปยืนคุยกับเพื่อน ๆ ที่อยู่แถว ๆ นั้น

เราจะทำอะไรก็ตามสบายเลย

เราเดินจนรองเท้าขาด จะซื้อใหม่ แกยังมาช่วยต่อราคารองเท้าอีก สุดยอดจริง ๆ

จากนั้นไปเดินเล่นริมชายหาดบันดาหยา (หาดพัทยา ที่เรียก ๆ กัน)

เล่าให้ฟังว่า คืนวันที่ 22 พ.ย. พายุเข้าแรงมาก ถึงขนาดพัดเรือขึ้นมากระแทกฝั่ง แตกไปหลายลำ

พอตอนซัก 2 ทุ่มกว่า ๆ เราก็ไปรอขึ้นรถกลับรีสอร์ทกัน

เตรียมตัวไปดำน้ำพรุ่งนี้ และภาวนาขอให้อากาศดี

SmileySmileySmiley

วันที่ 24 พ.ย.56

ตอนกลางคืนประมาณ ตี 1 ฝนตกหนักมาก ฟ้าแลบแปล๊บ ๆ

ใจเสียเล็ก ๆ ว่า พรุ่งนี้อาจจะไม่ได้ไปดำน้ำ

แต่พอ 6 โมงเช้า ฝนหยุดตก แดดเริ่มออก อากาศเริ่มดี

อ่าส์....วันนี้โชคดีจัง

 ทานอาหารเช้ากันก่อนนะ

เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ อาหารมีไม่เยอะมากนัก รสชาติพอกินได้

เรานัดพี่โด้ไว้ตอน 9 โมง ยังไม่ถึงเวลา เลยลงไปถ่ายรูปเล่นกันก่อน

ทางลงชันมาก เดินได้ 1 หอบพอดี

ห้องติดหาดเป็นห้องแบบ Deluxe มีทั้งหมด 7 ห้อง

ส่วนห้องแบบ Grand deluxe จะเริ่มจากห้องที่ 8 - 12

ความแตกต่างคือ Grand deluxe จะอยู่บนเขา ได้วิวมุมสูง

มีระเบียง และกระจกบานใหญ่ (เกือบ) รอบห้อง

 

 

 

9 โมงละ ไปดำน้ำกันเถอะ

ไกด์พี่โด้ จัดเตรียมของให้เราทุกอย่าง แบกลังใบใหญ่ขึ้นเรือไป

มีทั้งน้ำและขนมเต็มพิกัด

อุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งชูชีพ หน้ากากดำน้ำ ผ้าขนหนู ครบ!!!

บอกแล้ว เราไม่ต้องขยับตัวทำอะไรเลย 555+

ไปกับเรือลำนี้จ้า "จาบัง"

ไกด์พี่โด้ จะพาเราไปดำน้ำวันนี้

Mountain resort

ที่แรกที่ไป ร่องน้ำจาบัง เราจะไปดูปะการัง 7 สี กัน

พี่โด้อำนวยความสะดวก ทั้งเอาบันไดขึ้น-ลงเรือให้ ลากหมู 2 ตัวไปดูปะการังใต้น้ำต่าง ๆ

ชี้และอธิบายให้ดูว่าที่เราเห็นคืออะไร

จากนั้นก็ไปทั้งเกาะหินซ้อน เกาะไผ่ เกาะตง เกาะรอกลอย เกาะราวี

เราไปหลายที่มาก ๆ และแต่ละที่ก็มีความหลากหลายและสวยงามต่างกัน

ภาพที่เราเห็นจาก Internet เทียบไม่ได้เลยกับของจริง

ชอบพี่โด้ตรงที่ เวลาแกเห็นขยะ หรืออะไรอยู่บนน้ำหรือใต้น้ำ

แกจะรีบลงไปเก็บขึ้นมาทันที

จากที่อยู่ด้วยกันมา 3 วัน รู้สึกได้ว่าแกรักบ้านของแกมาก

SmileySmileySmiley

จากนี้ไปขออธิบายด้วยภาพ

เกาะหินงาม

หินเค้างามจริง ๆ เป็นหินที่ไม่ลื่นด้วย

พี่โด้บอกว่า ไม่แนะนำให้ตั้งหินเรียงกัน เพราะถ้าหินที่ตั้งเรียงสูง ๆ มันหล่นลงมา

หินเกิดแตก ก็เหมือนเรามาทำลายธรรมชาติ (กด Like ถูกใจอ่ะ)

เกาะเกียง เกาะหินซ้อน

จุดดำน้ำที่ประทับใจอีกจุดคือหลังเกาะหินซ้อน

งดงามมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

มาต่อที่เกาะรอกลอย

เป็นเกาะเล็ก ๆ แต่ทรายขาว น้ำใส สุด ๆ

เราไปแวะดำน้ำกันอีกหลายจุด

เสียดายที่ไม่มีกล้องถ่ายใต้น้ำ (คราวหน้า ไม่พลาดแน่ ๆ)

แล้วจึงไปแวะทานข้าวกลางวันกันที่เกาะตง

ข้าวกลางวันวันนี้ของเราเป็นหมูทอดกระเทียม ปลาราดพริก และไข่ต้ม พร้อมแตงโม 1 ลูก

มีลิงด้วยนะ แถมไวมาก มาฉกแตงโมเราไปแบบไม่รู้ตัว 555+

น้ำใสสุด ๆ อ่าาาาา

เสร็จแล้วเราไปพักผ่อนกันต่อที่ เกาะราวี หาดทรายขาว

หลังจากที่ได้ไปดำน้ำอีก 2-3 จุด เราก็ถึงที่พักตอน 16.30 น. พอดี

บอกพี่โด้ไว้ว่า อยากไปดูพระอาทิตย์ตกดิน ที่หาดบันดาหยา

ฟ้ายังไม่เปิดเท่าไหร่ แอบลุ้นว่าจะเห็นพระอาทิตย์ตกแบบงาม ๆ ป่าวน๊อ

SmileySmileySmiley

ห้าโมงเย็น เราไม่รอรถของรีสอร์ทให้ไปส่งเรา

แต่พี่โด้พาเราเดินลัดเลาะไปตามที่ต่าง ๆ

ได้เห็นวิถีชีวิตของชาวเล ได้ฟังเรื่องเล่า หลาย ๆ เรื่อง

ในที่สุดก็เดินมาถึง

บอกแล้ว เรามีตากล้องส่วนตัว

วันนี้มาแวะกินชาชักกับโรตีที่ร้านนุช

เป็นร้านโรตี ชาชัก ที่แรกบนเกาะ

ส่วนตัวเราว่าชาชักธรรมดา แต่โรตีอร่อย

โรตีบาน่านุช โปะด้วยไอศครีมวนิลา อร่อยอ่ะ

กินเสร็จ เห็นพี่โด้กวักมือเรียกอยู่ไหว ๆ

ไอ้เราก็รีบวิ่งไป คิดว่ามีอะไรแน่ ๆ

แล้วก็มีจริง ๆ

 

 พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า

ท้องฟ้าและน้ำทะเลเป็นสีส้มแดง แบบไม่ต้องใช้อะไรปรุงแต่ง

เป็นพระอาทิตย์ตก ที่สวยที่สุด ตั้งแต่เคยเห็นมา

เสียดายจัง พรุ่งนี้จะต้องกลับแล้ว

อยากอยู่ต่ออีกนาน ๆ จัง

อยู่ต่อเลยได้ไหมมมมม.....

SmileySmileySmiley

วันที่ 25 พ.ย.56

ตื่นเช้ามา อากาศวันนี้ดีกว่าเดิม

แดดเริ่มแรง ฟ้าเริ่มเปิด

อิจฉาคนที่ได้ไปดำน้ำวันนี้จัง

กินข้าวเช้าเสร็จ ก็ขึ้นรถของรีสอร์ทไปรอขึ้นเรือที่หาดบันดาหยาตั้งแต่ 8.30 น.

พี่โด้ไปจัดการ Check out รีสอร์ท และ Check In เรือเที่ยวกลับให้เราด้วย

ที่หาดบันดาหยา จะแลดูวุ่นวายกว่าหาดอื่น ๆ

เพราะเป็นจุดขึ้น-ลงเรือ และติดกับ Walking Street

อิจฉาน้องหมาตัวนี้จัง

ขากลับอากาศดี เรานั่งเรือด้านหน้าสุด

รับลม รับวิว และรับแดด เต็ม ๆ

ใช้เวลาเดินทางแค่ชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงท่าเรือปากบาราแล้ว

พี่โด้ส่งเราแค่นี้ ต้องขอบคุณแกมาก ๆ ที่ทำให้ทริปนี้ของเราสุดยอดจริง ๆ

SmileySmileySmiley

จากปากบารา นั่งรถตู้ของทัวร์เข้าไปที่หาดใหญ่ ใช้เวลาไม่นาน

เราถึงสนามบินตอนประมาณบ่ายโมงครึ่ง

บนรถมีคนไทย 6 คน และแต่ละคนต้องการไปแวะตลาดกิมหยง

เราเลยตกลงกับคนขับรถตู้ให้ไปส่งเรา และรอรับกลับ

ในราคาคนละ 50 บาท

พอไปถึง เราขอแวะไปกินข้าวหมกไก่ ไก่ทอดเดชา อันลือเลื่อง 555+

อร่อยอ่ะ ยิ่งได้กินกับซุปเค้านะ ยิ่งอร่อย

ซัดกันไปคนละจาน ซุป 1 ถ้วย และไก่ทอดอีก 2 ชิ้น

อิ่มยันเย็น

 

จากนั้นจึงค่อยกลับมาที่ตลาดกิมหยง

ด้วยบริการรถตุ๊กตุ๊ก ราคาทั่วเขตเทศบาลหาดใหญ่คนละ 20 บาท

 

 

เรากลับไปที่สนามบินหาดใหญ่ ขึ้นไฟล์ท 17.40 น.

ถึง กทม. ตอนประมาณ 19.20 น.

SmileySmileySmiley

ค่าใช้จ่าย

1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ดอนเมือง-หาดใหญ่ 2,100 บาท

2. ค่าทัวร์หลีเป๊ะกับ Jolly Travel คนละ 8,900 บาท

ในราคานี้ได้

- ที่พัก Grand deluxe Mountain resort 2 คืน (คืนละ 5,500 บาท)

- ค่ารถตู้ไป-กลับ หาดใหญ่-ปากบารา (คนละ 250 บาท)

- ค่าเรือ Speed boat ไป-กลับ ปากบารา-หลีเป๊ะ (คนละ 900 บาท)

- ค่าอาหาร 6 มื้อ

- ค่าทัวร์ดำน้ำแบบเหมารอบใน-รอบนอก (2,000 บาท) ฟรีหน้ากากดำน้ำ

ใครว่าไปกับทัวร์ไม่คุ้ม เราว่าคุ้มสุด ๆ เลยหล่ะ

แค่คนละไม่ถึง 10,000 บาท ก็ไปหลีเป๊ะได้จ้า

SmileySmileySmiley

จบทริป...หลีเป๊ะ

แล้วฉันจะกลับไปอีก

 

.




Create Date : 26 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2556 14:47:59 น.
Counter : 2976 Pageviews.

3 comments
  
สวยมักๆ มีโอกาสจะไปบ้างฮะ
โดย: spoiiz IP: 182.52.70.67 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2556 เวลา:12:41:31 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:4:03:50 น.
  
แล้วช้านนนจะตามเธอปายยยยย
โดย: ปลา IP: 116.68.158.154 วันที่: 8 สิงหาคม 2557 เวลา:9:01:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



ลิตเติ้ลวิงส์
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]