สาวน้อย ณ ฝั่งธน
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728 
 
25 กุมภาพันธ์ 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวน้อย ณ ฝั่งธน's blog to your web]
Links
 

 
Part II ตอน ออฟโรดขุนช่างเคี่ยน ไหว้พระดอยสุเทพ แล้วไปนอนโรงแรมแบบไม่ประทับใจ

จาก Part ที่แล้ว จู่ๆก็โชคดี ได้รถขึ้นขุนช่างเคี่ยนอย่าง งงๆ เอาวะ ..ใครๆก็แห่กันขึ้นไปดู เรามีโอกาสก็น่าจะลอง
พอคนขับพร้อม ผู้โดยสารพร้อม ก็ลุยกันเลย!!!


เริ่มต้นการเดินทาง สบายมั๊กๆ ทางชิวๆ แต่พอผ่านดอยปุยไปเท่านั้นแหละ ความรู้สึกมันบอกว่า นี่น่ะหรอ ทางขึ้นขุนช่างเคี่ยน คือ จะอธิบายยังไงดีล่ะ ภาพก็ไม่ได้เก็บมา แบบว่า...เวลาเราขึ้นเขาแล้วช่วงที่มันเป็นโค้ง ที่มองเลนที่สวนลงมาไม่เห็นเนี่ย เราควรที่จะบีบแตร เพื่อส่งสัญญาณให้ผู้ที่เค้าขับสวนมาทราบว่ามีรถกำลังจะสวนมา แต่ก็มีรถนักท่องเที่ยวคนนึงขับอยู่คันหน้ารถเรา เค้าคงคิดว่าเราบีบแตรไล่เค้ามั้ง เปิดกระจกหันหน้ามามอง ประมาณว่า “เด่วเหอะ เมิง ไล่กุหรา เด่วลงไปต่อยแมร่ง” เฮ้ย!! มันไม่ใช่นะพี่ เข้าใจผิด ยังไง ก็กรุณาทำความเข้าใจกันใหม่นะคะ


อ่ะต่อๆๆ ผ่านมาได้แป๊บเดียว รถก็เริ่มติดกันช่วงทางโค้ง เพราะสวนทางกันลำบาก รถตู้นี่จอดสนิท ไปต่อไม่ได้ ...แต่มอไซต์นี่วิ่งกันไปลิ่วๆ ไอ่เรารถใหญ่ นี่ติดกันไป สักพักกลิ่นครัชไหม้ ลอยมา เหม็นตลบดอย รถเก๋งบางคันท้องรถ ครูดกับผิวถนน บางคันจอดสนิท ไม่หลบจอดขวาง การจราจรยิ่งแย่หนัก มีหลายคันถอดใจ วนกลับเพียบ รถที่กลับลงมา บ่นว่า ออกมาตั้งแต่ 9 โมง เที่ยงกว่าละยังไม่ถึงไหน รถแดงบางคนบ่น ว่าสี่พันก็ไม่คุ้ม






เฮ้ย!!! นี่มันอะไรอ่ะ ทำไมมันขนาดนั้นเลยหรอ สถานการณ์เริ่มย่ำแย่ เราติดมาชั่วโมงนึง ยังไม่ไปถึงไหน น้องคนขับรถก็ลงไปช่วยโบกรถ เรากับสามีก็ลุ้น เสียวว้อยๆๆ เพราะมันเป็นเหวอ่ะ แล้วรถต้องสวนกัน

เอาเป็นว่าเราคงว่าอะไรนักท่องเที่ยวที่เค้าเอารถส่วนตัว ทั้งเก๋ง ทั้งรถตู้ ขึ้นมากันไม่ได้ เพราะทุกคนก็อยากจะเอารถมาเอง แต่อยากจะบอกว่าถ้าคุณมั่นใจว่ารถคุณเทพ ก็กรุณาอย่าเป็นภาระให้เพื่อนร่วมทาง

ปีหน้าไม่รู้ว่าจะมีการจัดการการนำรถขึ้นขุนช่างเคี่ยนอย่างไร ได้แต่หวังว่าอย่าเหมือนปีนี้เล้ยยยย

ระยะเวลาขึ้นขุนช่างเคี่ยนของเราใช้เวลา 2 ชั่วโมง ที่ไม่นานเพราะน้องคนขับเค้าพาไปทางลัดตลอดอ่ะ เลยประหยัดเวลาไป

พอมาถึงเราก็ตื่นตาตื่นใจกับภาพที่เห็นม๊ากกกกก







เมามันกับการถ่ายภาพอยู่พักใหญ่ พอบ่ายสอง ก็ออกจากขุนช่างเคี่ยน แล้วปีหน้าเราจะมาใหม่

พอจะออก คุณน้องคนขับเค้าคงคิดมาตั้งแต่ตอนขึ้นแล้วแหละ ว่ากรุคงไม่ลงทางเดิมแน่นอน เพราะคงจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง เพราะนักท่องเที่ยวก็เริ่มทยอยออกกันพอดี คุณน้องเลยบอกว่า “พี่ เดี๋ยวผมพาอ้อมไปลง ห้วยตึงเฒ่านะ จับเบาะดีๆ คาดเข็มขัด ด้วย เดี๋ยวจะกลิ้ง” แล้วคุณน้องก็ยิ้มมุมปากนิดนึง นี่ช้านกำลังจะเจออะไรอีกเนี่ย

โอ้ววว!! นี่หรือทาง เอ้ย!! ไม่ใช่ละๆ มึงพากรูไปหนายยย คือทางมันเป็นทางออฟโรด ปกติ นักท่องเที่ยวที่ชอบลุยป่า รถยกสุงๆเอาโซ่พันล้อ เค้าชอบมาลุย แล้วนี่เมิงเอากรูมาทำม้ายยยยยย
ก้นระบม น้ำตาจิไหล เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ครั้งนึงในชีวิตได้มาลุยป่าผ่าสวนลิ้นจี่ ไม่มีมือจะหยิบกล้องมาถ่ายรูป เพราะมือนึงยกจับที่จับบนหัว อีกมือจิกเบาะ

เท่านั้นยังไม่พอ...พอลงมาห้วยตึงเฒ่าได้ไม่นาน โทรศัพท์ของน้องคนขับดังขึ้น เมียโทรตาม ให้รีบกลับมาช่วยขายของเพราะคนที่ร้านเยอะ ไอ่น้องคงจิกลัวหากช้าไปกว่านี้ เมียจะเอาตะกร้อลวกก๋วยเตี๋ยวตีกะบาล พอได้ทางเรียบป๊าบบบบ ฮีเหยียบ 140 เลยฮาฟฟฟ ไอ่มือเราก็คงยังจิกอยู่เช่นเดิม ใจก็คิด กรูจารอดม้ายยย

ถึงหน้าสวนสัตว์ 15.00 ขึ้นดอยสุเทพต่อ แม่เจ้า!! นี่ไม่คิดจะให้กรูพักเลยเนอะ ไปถึงพระธาตุ 15.10 น. 10 นาทีเท่านั้นไม่ขาดไม่เกิน แมร่งทำได้อ่ะ เก่งโคตร จ่ายตังเสร็จสรรพ ลงมาเตรียมขึ้นลิฟท์ ไปไหว้พระธาตุ ขอบอกว่าขายังสั่น มือนี่แดง ไม่รู้เบาะรถน้องเค้าขาดหรือเปล่า จิกจนเล็บแทบฉีก

อยากจะบอกว่าสนุกดีเหมือนกันนะ 5555 เหมือนนั่งรถไฟเหาะ

พักได้สักครู่ ก็ขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพกัน



อยู่ได้แป๊บนึงกลับดีกว่า ให้สามีไปเอารถที่ลานจอดรถ ส่วนเรานั่งรออยู่บันไดขึ้นลิฟท์ เตรียมตัวลงดอย คืนนี้เรามานอนกันในเมือง แต่จะไม่บอกว่านอนโรงแรมอะไร เพราะมันมีเรื่องเซงๆ เสียความรู้สึก ที่ไม่อยากจะเปิดเผยต่อสาธารณะชน

เล่าคร่าวๆ ละกัน ว่า โรงแรมนี้เป็นโรงแรมเปิดใหม่ค่ะ อยู่นอกเมือง ใกล้ศูนย์ประชุม เราจองที่พักไปทางอาโกด้า ได้ราคาประมาณ 1,200 บาท จากนั้นเราก็เอาเลข bookingไปบอกกับเพจของทางโรงแรมในFacebook ใจก็คิดแค่ว่า อยากให้เค้าเช็คว่าได้รับจองไปหรือยัง แต่..ทางโรงแรมได้เสนอกับทางเราว่า ต้องการ Special request อะไรหรือเปล่า เราก็บอกว่าเราต้องเราห้องพักแบบในรูป (เป็นห้องมุม วิว 180 องศา) จากนั้นทางโรงแรมก็บอกว่าได้จองห้องนี้ให้กับเราแล้ว เราก็ดีใจดิ ประทับใจตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าพัก
พอถึงวันที่เข้าพัก เรารีบลงจากดอยสุเทพเพื่อ มาเก็บภาพห้องพัก ก่อนที่แสงจะหมด หวังว่าจะเอามารีวิว ในห้อง blue เพราะที่โรงแรมสร้างความประทับใจให้เราตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าพัก ได้ใจเราไปเลย มาถึงปุ๊บ เราประทับใจพนักงานที่เคาเตอร์มากเลยนะ มีการโทรแจ้งทางแม่บ้านชั้นที่ดูแล ว่าจะให้ลูกค้าขึ้นไปแล้วนะ พร้อมหรือยัง เฮ้ย!! เยี่ยมเลยนะ ต้องพร้อมสิๆ

แต่พอไปถึงห้องถึงกับเข่าอ่อน นี่มันไม่ใช่ห้องที่เรา request ไปอ่า Y_Y น้ำตาจะไหล บอกสามีว่าอย่าเพิ่งแตะต้องอะไร นั่งเก้าอี้รอแปบ เดี๋ยวลงไปเจรจา พอเรามาชี้แจง ทางพนักงานหน้าซีดยกมือขอโทษ เพราะต้องที่เราต้องการแขกพักยาว ไอ่เราก็บอกว่า ทำไมไม่แจ้งเค้าไปละว่าวันนี้ลูกค้าเค้าบุ๊คห้องนี้ไว้ เค้าต้องเช้คเอาท์ออก ทางโรงแรมก็ยอมรับว่า ไม่ได้บุ๊คห้องนี้ให้เรา อืมมม....ทำกะช้านนน ด้ายยย ทางผู้จัดการออกมาขอโทษ ยกมือไหว้ เพราะเราบอกว่าตั้งใจมารีวิว เราอยู่ในห้อง blue มานาน โรงแรมนี้เปิดใหม่ คุณทำความประทับใจด้วยการให้เรา request ได้ แต่พอมาจริงๆ ก็ทำกับเราแบบนี้ เสียความรู้สึกมาก อุส่าห์รีบลงมาจากดอยเพื่อมาเก็บภาพก่อนแสงหมด เหอๆ เจ็บจี๊ดดดดดด

แล้วเราก็คอตกขึ้นห้องไปอย่างเจ็บแค้น จะโทรหาพ่อบอกว่าให้หาโรงแรมใหม่ แต่สามีเค้าเหนื่อย เลยเอาวะ นอนๆไปแค่คืนเดียว

ยัง ยังไม่จบ ... ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่ แม่บ้านนี่ไม่ไหว เส้นผมแขกเก่าเต็มโต๊ะข้างเตียง ฝุ่นหัวเตียงนี่หนาไปไหม น้ำดื่มแขกเก่าก็ไม่ทิ้ง wifi ใช้ไม่ได้ ประทับใจจริงๆกับห้องนี้ ถ่ายรูปพร้อมเตรียมรีวิว



ลงภาพเดียวละกันเดี๋ยวจะรู้ว่าโรงแรมอะไร อ่อ นี้ผมดำทั้งเส้นนะคะ อีชั้นผมสีบรอนทอง เพราะย้อมมา ถ่ายตอนสำรวจห้อง รับประกัน ไม่ใช่ผมอิชั้นแน่นอน

คืนนั้นพ่อมารับเรากับสามีไปทางอาหารเมือง เราก็เล่าเรื่องให้พ่อฟัง วันนั้นเซงกันไป

เช้าขึ้นรีบไปกินอาหารเช้า รสชาติพอใช้ได้ แต่มีให้เลือกไม่มาก ทั้งๆที่วันนั้นแขกเยอะ แต่ทำออกมาไม่เยอะ ขึ้นไปเก็บข้าวของ ลงมาเช็คเอาท์ พอลงมาปุ๊บ คุณผู้จัดการโรงแรมวิ่งถลาตรงดิ่งมาหา ยกส้มมาให้ลังนึงเพื่อเป็นการขอโทษ ไอ่เราก็บอกว่าไม่เป็นไร คุณคงประสานงานกับลูกน้องไม่ดี เราเลย complain ไม่ชุดใหญ่ ถ้าคุณจะให้ request คุณต้องทำให้เค้าให้ได้ เพราะลูกค้าเค้าหวังมาเยอะ เรื่องความสะอาดนี่อีก ทางโรงแรมก็รับปากว่าจะคุยกับแม่บ้านให้ดีๆ ทางคุณผู้จัดการเค้าขอแค่เราไม่ไปรีวิว ไม่ออกสื่อ เพราะมันเป็นเรื่องทางการตลาด เค้าขอโทษว่าจะปรับปรุง ทางเราเลยโอเค ไม่รีวิว ก็ได้เพราะเห็นว่าทางโรงแรมยอมรับผิดจริงๆ



ส้มจีนที่ทางคุณผู้จัดการโรงแรม มอบให้เพื่อเป็นการขอโทษ ระหว่างการเดินทางเราก็เอาไปแจกนักท่องเที่ยวที่ไปพักที่เดียวกันบ้าง กินเองบ้าง ให้คนนั้นคนนี้ กลับบ้านเหลือแค่เนี้ย (ถ่ายที่บ้านวันกลับ)


ออกจากโรงแรมมา วันนี้มีนัดกับพ่อไปกินเค้กดาราเทวีกัน ปะๆๆๆ







มากินเค้ก ที่ใครๆก็ว่าอร่อย

>

บรรกาศรอบๆ ไฮโซแท้




อันนี้เป็นส่วนโชว์ทำมาการอง แบบเกาะกระจกดูกันเลยทีเดียว




มาดูเค็กที่เราสั่งมากินกัน อยากจะบอกจัง ว่า "ไม่อร่อยลยอ่าาา ... หรือลิ้นเรา ไม่ผู้ดีพอ " มีพวกขนมปังด้วยนะ แต่ไม่ได้เก็บรูปมา อร่อยดี โดยเฉพาะครัวซองค์ไส้อั่ว



ส่วนของมาการอง อืมมม...อร่อยดีๆ



อิ่มอร่อย เริ่ดๆ พ่อเลี้ยงมื้อนี้ 555 วันนี้ เรามีโปรแกรมขึ้นดอยอินทนนท์ กัน เตรียมเสบียงให้พร้อม มุงหน้า โดยอินทนนท์ เลยยย เจ้า....


Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2557 15:53:25 น. 2 comments
Counter : 688 Pageviews.

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:7:30:22 น.  

 
ตามเข้าป่าไปเที่ยวค่ะ
แสงตะวันก็ได้ไปมาเช่นกันค่ะ
เมื่อช่วงกลางเดินมกราคม
แต่พญาเสือโคร่งเริ่มโรยราเสียแล้วน่ะค่ะ

เข้าป่าไปลึกมาก ทางก็แคบ รถก็ติด
ถามฝุ่นคลุ้งไปหมด แสงตะวันแว๊นไปด้วยน่ะค่ะ 55


โดย: เเสงตะวัน วันที่: 1 มีนาคม 2557 เวลา:11:54:59 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.