กรกฏาคม 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
27
29
30
31
 
 
ปวดหัวกับงานเรียน
นับแต่วันแรกที่วาดรูป วันแรกที่ใฝ่ฝันอยากเข้าคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยที่ศิลปินผู้โด่งดังล้วนแล้วแต่จบการศึกษาจากที่นี่ ดังเช่น อ.เฉลิมชัย ผู้สร้างวัดร่องขุ่น อ.จักรพันธ์ ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินเอกแห่งรัตนโกสินต์ หรือกระทั้ง อ.ถวัล ดัชนี ผู้โด่งดังไปทั่วโลก และอีกหลายๆท่านๆที่ไม่ได้กล่าวถึง ผมเองก็เคยมีความฝันที่อยากจะเป็นเหมือนกับท่านเหล่านั้น จึงเลือกเอกศิลปะไทย เพราะผมเองก็รักในการวาดภาพมานานแล้ว และหลงไหลกับกับเส้นสายอันวิจิตรของลายในงานศิลปะไทย อยากที่จะได้เขียนลายไทยไปเรื่อยๆและมีความสุขไปกับมัน เขียนไปเพลินจิตใจเบิกบาน ยิ่งได้เขียนภาพพุทธประวัติด้วยแล้ว ความรู้สึกราวกับว่าเรากำลังได้ปฏิบัติธรรมเลยทีเดียว(ว่าไปนั่น)

แต่แล้วเหตุการณ์ต่างๆก็เริ่มค่อยๆแปรเปลี่ยนไปเมื่อระดับชั้นปีของการศึกษาได้เพิ่มขึ้น ระบบของการเรียนถูกปรับให้มีความเข้มข้นมากขึ้น งานเสก็ตของผมไม่ผ่านการประเมินเลยซักชิ่นเดียวที่ส่งไป ส่วนเหตุผลที่ไม่ผ่านก็คือ"งานของเธอมันงานช่างไม่ใช่งานศิลปิน" "มันหมดยุคของการคัดลอกแล้ว"ผมก็ให้เหตุผลว่าผมไม่ได้ลอกเค้ามาทั้งหมดนะแต่เอาลักษณะท่าทางเส้นสีแนวทางมาประยุกต์ใช้แค่นั้นเองไม่ได้ลอกเป๊ะๆอย่างที่วางขายตามจตุจักร "เราสอนให้เป็นศิลปินไม่ได้สอนให้เป็นช่างฝีมือ" -*- ผมก็เลยไปลอกรูปแบบของงานศิลปินมาส่ง"มันไม่ใช่ตัวเธอมันเป็น..."(...ชื่อศิลปินที่ผมเอาแนวงานเค้ามา) สุดท้ายผมก็ตะบี้ตะบันส่งดะเลยครับ แต่ก็ไม่ผ่านซักชิ้นอยู่ดี อ.จึงสั่งให้ผมไปเอาแฟ้มสะสมผลงานมาให้พวกท่านดู ท่านก็ไปเห็นงานที่ผมทำขึ้นเล่นๆตอนสมัยปีสองเป็นหุ่นกระบอกกับหัวโขน ท่านก็เลยสั่งให้เอาเรื่องไปใส่งานพวกนี้ซะ ซึ่งก็ไม่พ้นเรื่องการเมือง(ผมเกลียดการเมืองครับปวดหัว) พอผมทำออกมาส่ง(งานเป็นสื่อผสม) พวก อ.ท่านเห็นก็ชอบใจครับ บอกนี่แหละงานศิลปะไม่ใช่งานช่าง-*- ผมนึกว่าเรื่องจะจบลงแค่ตรงนั้นครับ ส่งเสก็ตคราวต่อมาผมก็ส่งเป็นภาพเขียนตามประเพณีเหมือนเดิม แต่ อ.ท่านไม่รับ ท่านบอกให้ไปทำเรื่องแบบคราวก่อน ผมเองก็ดื้อที่จะวาดภาพแบบเดิมครับ แต่ อ.ท่านก็ไม่ยอมให้ผ่านอยู่ดี ดื้อได้ไม่นานครับ เพื่อนๆที่มัปัญหาคล้ายๆผมถูกให้Fถึงสามคน(ต้องซ้ำชั้นเรียนใหม่) อ.ยังบอกอีกด้วยว่า"เชือดลิงให้ลิงดู" สุดท้ายผมก็ต้องทำในสิ่งที่ผมไม่ค่อยชอบทำครับ และทำให้ผมต้องเสียอะไรหลายๆอย่างจากการทำงานที่ตัวเองไม่ชอบ

เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นจากเดิมนั่งรถเมลเอางานไปส่งผมต้องเหมารถไป

เสียเวลาหาซื้อข้าวของมาทำไอ้พวกสื่อผสมพวกนี้งานเขียนกางผ้าใบรอได้เลยครับแต่งานพวกนี้เราต้องเสนอเรื่องผ่านก่อนถึงจะได้ลงมือทำและถ้าไม่ผ่านซื้อของทำใหม่อย่างเดียวครับงานเขียนไม่ผ่านทาสีทับเขียนใหม่ได้

เสียพื้นที่อันคับแคบในห้องพักจากเดิมที่เป็นภาพวาด แขวนวางพิงทับๆกันก็ได้แต่งานสื่อผสมมันทำแบบนั้นไม่ได้ครับ

เสียเวลาฝึกฝีมือเด๋วนี้จับพู่ตัดเส้นไม่ได้แล้วครับมือสั่นเพราะห่างการวาดภาพไปนาน

สุดท้ายหลังจากที่ผมไม่มีทั้งเวลาและเงินทอง ผมก็สูญเสียคนรักครับ แรงบันดาลใจหนึ่งเดียวที่ทำให้ผมทนอะไรหลายๆอย่างมาจนถึงทุกวันนี้

เสียใจครับ...

เกิดคำถามลึกๆในใจว่าทุกวันนี้ผมอยู่เพื่ออะไรกันแน่นะ (-_-)



Create Date : 25 กรกฎาคม 2552
Last Update : 25 กรกฎาคม 2552 6:05:06 น.
Counter : 300 Pageviews.

2 comments
  
ไม่ค่อยมีความรู้ด้านงานศิลปะ
แต่ก็อยากเป็นกำลังใจให้นะคะ
บางที...ความหมายของความเจ็บปวดคือการที่ได้รู้คุณค่าของชีวิต ค่ะ
โดย: สายลมอิสระ วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:6:43:41 น.
  
นายเท่ห์มาก
ชอบจัง
โดย: ดีเจ..เมวิกา หน้าหวาน วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:02:52 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

วิเศษกุญชร อัศดรอาจหาญ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ม้า ภรรยา ดาบ สามสิ่งนี้เชื่อถือไม่ได้