Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
4 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 

บล็อกแรกในชีวิต





จขบ.เพิ่งจะศึกษาการทำบล็อก อาจจะค่อยเป็นค่อยไป


อาจจะตะกุกตะกักเล็กน้อย เพราะไม่เคยทำมาก่อนค่ะ


คงจะต้องขอความกรุณารับคำแนะนำจากทุกท่านด้วย


หากท่านใดกรุณาเข้ามาเยี่ยม ช่วยส่งยิ้มให้ทราบบ้างนะคะ ขอขอบพระคุณค่ะ


จาก พี่แจ่ม





สร้างวัดที่บ้าน





บล็อกเรื่องแรกนี้ ลูกสาวของ จขบ. เขียนให้คุณแม่ คือ จขบ. เมื่อปีที่แล้วค่ะ


“ขอบคุณนะคะ ลูกรัก”








จึงอยากขอนำความคิดเห็นของลูกสาว ซึ่งสนใจใฝ่ธรรมะมาก มาลงไว้ในบล็อกเป็นเรื่องประเดิม



ลูกสาวเขียนว่า แนวความคิดการสร้างวัดที่บ้าน มีทั้งหมด 4 ข้อ ค่ะ






1. ปรับเวลาการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เพื่อสร้างวินัยในการปฏิบัติธรรม



* กำหนดตารางเวลาการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ให้เป็นปกติ



* จัดเวลาสำหรับการเจริญธรรม คือ ดูจิต(ตลอดเวลา), นั่งสมาธิ, เดินจงกรม, ไหว้พระ, ฟังธรรม และทบทวนตัวเอง



* ฝึกควบคุมเวลาที่เสียไปกับการกิน - อยู่ ให้เป็นเวลา ทั้งเตรียมอาหาร กินอาหาร และเก็บล้าง เป็นต้น ลดให้น้อยที่สุด



* ลดเวลาที่เสียไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นจริงๆ ต้องตัดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นทิ้งไป



* วางแผนกิจกรรมและการเดินทางในแต่ละวันล่วงหน้า ให้สามารถทำงานต่างๆได้ครบและรวดเร็วที่สุด ลดเวลาเดินทางไป - มาที่ไม่จำเป็นจริงๆออก



* พยายามทำอะไรให้เสร็จในครั้งเดียว ลดการทำอะไรซ้ำซ้อนโดยไม่เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้น แต่เสียเวลามากขึ้น



* ใช้การจดเตือนความจำในสิ่งที่ต้องทำ เพื่อลดการหลงลืม ความกังวล และการย้ำคิดย้ำทำ และช่วยในการวางแผนกิจกรรมในแต่ละวัน



* ปรับตัวเองให้กินง่าย อยู่ง่าย ไม่เรื่องมาก อะไรที่ไม่จำเป็นต้องทำเองจริงๆ ก็ไม่ต้องทำ



* อย่าสร้างกฎเกณฑ์กับสิ่งที่ไม่จำเป็น รู้จักผ่อนปรน ยืดหยุ่น



* ถ้าต้องทำงานหรือกิจกรรมอะไร ก็ลดขั้นตอนลง ให้น้อย เร็ว และง่ายที่สุด





2. ดูจิต กำหนดสติ ระหว่างวันในทุกขณะ



* ไหว้พระสวดมนต์เป็นประจำ



* ปฏิบัติกรรมฐานให้มากขึ้น ด้วยการนั่งสมาธิ เดินจงกรม ฟังธรรม



* ฝึก ตามดูตามรู้จิตในทุกขณะ เฝ้าสังเกต ตามดูตามรู้อารมณ์ ความรู้สึก ความคิด ที่มันผุดขึ้นมาระหว่างวัน แค่ตามรู้เฉยๆ ดูไปเรื่อยๆ เหมือนดูหนังดูละคร



* อย่าหาข้ออ้างให้ความขี้เกียจ





3. คอยจับผิดตัวเอง ติเตียนตัวเอง เพ่งโทษตัวเอง ไม่ใช่คนอื่น



* มองอะไรในแง่ดี สร้างความรู้สึกดีๆต่อสิ่งต่างๆ ต่อคนอื่นๆ และต่อสถานการณ์ต่างๆ (ยกเว้นเข้าข้างตัวเอง)



* ไม่ต้องอยากรู้เรื่องชาวบ้าน ไม่ต้องยุ่งเรื่องชาวบ้าน ไม่ต้องพูดถึงหรือนินทาเรื่องชาวบ้านที่ไม่จำเป็น หรือไม่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญธรรม ทั้งเรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ทั้งเรื่องดีเรื่องร้าย เรื่องของเขาก็ช่างเขา



* คอยมองดูความไม่ดีที่มีอยู่ในเรา ที่ผุดขึ้นมาในทุกกิจกรรม ในทุกขณะ เท่าที่รู้สึกได้ ดูอยู่เฉยๆ ให้รู้ว่ามันเกิดขึ้น มันยังอยู่หรือเปล่า? มันมากขึ้น มันน้อยลง หรือมันหายไปแล้ว?




* เมื่อเห็นความดีของตัวเอง หรือความชั่วของตัวเอง ก็มองดูอยู่เฉยๆ อย่าไปหลงชอบ หลงชื่นชมมัน หรือไปรังเกียจมัน ปฏิเสธมัน ปิดบังหรือบิดเบือนมัน แค่เฝ้าดูก็พอ ไม่ต้องไปวุ่นวายกับมัน



* เมื่อเห็นความผิดหรืออารมณ์ที่ไม่ดีของคนอื่น ให้ดูว่าพอเห็นปุ๊บ เกิดความรู้สึก เกิดความคิดอะไรขึ้นมาในใจเรา แล้วให้คิดซะว่า ’เอาเถอะ ช่างเขาเถอะ’ ‘เราก็ใช่ว่าจะดีกว่าเขานักหรอก’
อย่าคิดวิพากย์วิจารณ์ต่อ แล้วรีบกลับมาตามดูตามรู้จิตตัวเองต่อ



* ถ้าเผลอไปติเตียนคนอื่น ไม่ว่าจะทางวาจาหรือใจ หรือไปได้ยินเรื่องราวความไม่ดีของคนอื่น ให้รีบเข้ามาสำรวจตัวเองว่า เรามีส่วนผิดในเรื่องนั้นๆด้วยหรือไม่? อย่างไร? พิจารณาว่าเราเคยผิดแบบเขาบ้างไหม? หรือมีโอกาสที่จะผิดพลาดแบบเขาได้ไหม?



* ถ้าจำเป็นจะต้องแนะนำตักเตือนคนอื่น ให้หยุดคิดก่อนด้วยใจที่เป็นกลาง ไม่เข้าข้างตัวเองว่า...



จำเป็นจะต้องตักเตือนจริงๆหรือเปล่า? หรือแค่เราอยากจะพูด?



เรามีอารมณ์โกรธ หงุดหงิด เสียใจ ร่วมอยู่ด้วยหรือเปล่า?



เราจะตักเตือนเขา เพื่ออะไรกันแน่?



เรามีความรู้สึกเมตตาและปรารถนาดีต่อเขา จริงๆหรือเปล่า?



เราอยู่ในสถานะที่เหมาะสม และมีความสามารถที่จะตักเตือนเขา ได้หรือไม่?



เขาอยู่ในสภาวะที่พร้อมจะรับฟัง และจะได้ประโยชน์จากการตักเตือนนี้ จริงๆหรือไม่?



เราควรจะตักเตือนเขาเวลาใด? ที่ใด? และอย่างไร? จึงจะเหมาะสมและเป็นประโยชน์ที่สุด




4. ถือศีล 8 ด้วยใจ



คือ ตั้งใจ ระลึกถึง เฝ้าสังเกต และสอบสวนใจเรา ในเรื่องต่อไปนี้เป็นประจำ จนเป็นปกติ



* เราจะไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้ายใครก็ตาม ทั้งทางกาย – วาจา - ใจ



* ไม่คิดแง่ร้ายต่อใคร ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่จับผิด ไม่อาฆาตใคร ทั้งนั้น



* เราจะยุติธรรมกับคนอื่น รักคนอื่นให้เหมือนรักตัวเอง



* เราจะไม่ยึดเอาของคนอื่นมาเป็นของเรา และไม่ยินดีให้ใครทำอย่างนั้น



* ไม่อิจฉาริษยา ไม่อยากได้อยากมีอยากเป็น ในสิ่งที่เขามีเขาเป็น



* เราจะพึงพอใจในสิ่งที่เรามี และยินดีเสียสละช่วยเหลือทั้งทางกาย – วาจา - ใจ เมื่อเขาเดือดร้อน



* เราจะไม่หลงใหลยินดียึดติดใน รูปสวย รสอร่อย เสียงเพราะ และสัมผัสที่พอใจ ทั้งของเรา ของเขา และสิ่งต่างๆ



* เราจะไม่หงุดหงิด ยินร้าย ในรูปน่าเกลียด กลิ่นเหม็น รสไม่อร่อย เสียงน่ารำคาญ และสัมผัสที่ไม่น่าพอใจ ทั้งของเรา ของเขา และสิ่งต่างๆ



* เราจะไม่พูดโกหก ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดส่อเสียด เหน็บแนม ประชดประชัน ไม่นินทาหรือพูดถึงคนอื่นในแง่ร้าย และไม่พูดเพ้อเจ้อไร้สาระ




สรุปว่า...



* เราจะไม่พูด หากสิ่งนั้นไม่เป็นความจริง ไม่แน่ใจได้จริงๆว่าเป็นจริงหรือไม่



* ถึงจะจริงก็ไม่พูด หากความจริงนั้น ไม่มีประโยชน์ต่อผู้ฟัง (ถ้าเสี่ยงที่จะเกิดโทษได้ทั้งต่อผู้อื่น หรือตัวเอง ยิ่งห้ามพูดเลย)



* ถึงจะจริงและมีประโยชน์ก็ไม่พูด ถ้าเวลาหรือสถานที่ไม่เหมาะสม



* ถึงจะเหมาะสมก็ไม่พูด ถ้าผู้ฟังยังไม่พร้อมจะฟังในขณะนั้น



* ถึงผู้ฟังจะพร้อมก็ไม่พูด ถ้าเรายังไม่อยู่ในสภาวะที่พร้อมจะพูด หรือยังหาวิธีพูดที่เหมาะสมไม่ได้



* เราจะดำรงสติสัมปชัญญะให้สมบูรณ์ ตามดูตามรู้ ใจและกายของเรา อยู่เป็นปกติทุกขณะ เห็นบ้าง – ไม่เห็นบ้าง ก็ช่างมัน ตามดูตามรู้ อยู่ไม่เลิกไม่ละ รู้ รู้ รู้ อยู่เฉยๆเรื่อยไปทุกขณะที่รู้ได้ เผลอก็ตั้งใหม่ ลืมก็ตั้งใหม่ อยู่อย่างนี้ และหมั่นฝึกสมาธิเพื่อเพิ่มกำลังให้สติ



* เราจะไม่บริโภคอาหาร ตามความอร่อย ความอยาก - ไม่อยาก หรือความชอบใจ - ไม่ชอบใจของเรา เราจะบริโภคตามความสมควรแก่การดำรงชีวิต ไม่บริโภคในสิ่งที่เป็นโทษต่อร่างกายแม้จะชอบ และบริโภคในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายแม้จะไม่ชอบ เราจะบริโภคโดยสำนึกในคุณค่าของอาหาร และบุญคุณของ ทุกๆคน ทุกๆสิ่ง ที่มีส่วนในอาหารของเรา



* เราจะไม่หลงไหลเพลิดเพลิน สนุกสนานเฮฮา สงสัยใคร่รู้ ในเรื่องราวของคนอื่น หรือในเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาจิต ไม่เพลิดเพลินกับการร้องรำทำเพลง ปล่อยกายปล่อยใจไปตามอารมณ์และขาดสติ และเราจะไม่หลงใหลเพลิดเพลินกับการแต่งตัวให้สวยงาม ไม่ยินดีหลงใหลในร่างกายเราที่ดูดีแต่ภายนอก แต่เน่าเหม็นผุพังอยู่ตลอดเวลา



* เราจะไม่หลงใหลเพลิดเพลินในการนอน ไม่ตามใจความขี้เกียจ นอนเพียงเพื่อพักผ่อนร่างกายเท่าที่จำเป็น ไม่นอนด้วยความขี้เกียจ ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าไป กำหนดสติ ดูลมหายใจและพิจารณาร่างกายขณะนอนด้วย





ลูกสาว เขียนให้แม่ เพียงเท่านี้ค่ะ คิดเห็นอย่างไรบ้างคะ?


ขอให้บุญรักษา



จาก พี่แจ่ม…





 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2553
11 comments
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2553 22:08:35 น.
Counter : 3346 Pageviews.

 

Thank you na ka.

 

โดย: CrackyDong 4 กุมภาพันธ์ 2553 22:27:48 น.  

 

whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!

 

โดย: da IP: 124.120.19.154 4 กุมภาพันธ์ 2553 22:34:40 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

 

โดย: นนนี่มาแล้ว 4 กุมภาพันธ์ 2553 23:08:50 น.  

 

 

โดย: ริวคิ-mawin-maji-minic 4 กุมภาพันธ์ 2553 23:42:45 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

 

โดย: i_nookae 5 กุมภาพันธ์ 2553 4:50:31 น.  

 

เลยเที่ยงแล้วครับ รับประทานอะไรหรือหรือยัง? หรือว่ายังทำงานหนักครับ

ผมยังไม่ได้ทานเที่ยงเลย อิ่มของมื้อสายอยู่

ตะกี้ ผมขอแอดเฟรนด์ลิ๊งก์ เอาไปไว้ที่บล็อกของผมแล้ว

จะได้เข้ามาอุดหนุนบ่อยๆ

ขอให้มีเพื่อนดีๆ จริงใจเยอะๆนะครับ


ผมส่งหลังไมค์ไปหานะ ช่วยเปิดดูด้วย

 

โดย: yyswim 5 กุมภาพันธ์ 2553 13:14:15 น.  

 


ไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรดี กับความกรุณาอันแสนประทับใจ ของพี่ชายที่แสนดีคนหนึ่ง ...คนที่ผลักดัน ให้กำลังใจ และลงมือช่วยเต็มที่ เพื่อให้สร้าง บ้าน (Blog) หลังนี้ขึ้นมา ให้ได้
.......
พี่อยากให้น้องรู้จักโลกกว้างอีกแห่งหนึ่ง ที่เต็มไปด้วย มิตรไมตรี และความหวังดีต่อกัน ตลอดจนอาจเป็นที่พึ่งแก่กันและกัน ตามเหตุ ตามปัจจัย ได้ ...........

อโห เชษโฐ....
ขอบคุณจริงๆ พี่ชายคนดี

ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่มาทักทาย ต้อนรับ
พี่แจ่มรู้สึก อบอุ่นใจ และมีกำลังใจ ที่จะดำรงอยู่ในสังคมแห่งนี้ อย่างเป็นสุขได้แล้วล่ะค่ะ ยินดีแลกเปลียน แบ่งปัน สุขทุกข์กับทุกท่านค่ะ
ขอฝากตัว และกรุณาแนะนำด้วยนะคะ

 

โดย: พี่แจ่ม IP: 161.200.255.162 5 กุมภาพันธ์ 2553 14:16:56 น.  

 

เป็นไงบ้าง ข้อความหลังไมค์

แต่พี่แจ่ม คงจะมีเรื่องรอคัดเลือกเป็นโหล อยู่แล้ว ก็อาจจะเป็นได้

แจ้งมาบ้างนะ จะได้ทำบางกิจกรรมทันที

อ้อ วันก่อน ตั้งใจจะมอบหนังสือธรรมะให้ อยู่มี่ท้ายรถ แต่ลืม

เป็นหนังสือธรรมะที่ เพื่อนบล็อกคนหนึ่งลงทุนพิมพ์ขึ้นแจก แต่ผมไม่ขอรับแจก ขอเปลี่ยนเป็นมอบเงินค่าพิมพ์ให้เธอ


ผมไม่ได้อ่านหรอก แต่ คนที่อ่าน เธอบอกกันว่า โอย เขียนได้เก่ง ละเอียดในเรื่องธรรมะ อย่างกับ ผู้จบป.เอก เขียน


เจอกันกับพี่แจ่ม ผมจะไม่ลืม หรือโปรดทวง ทวงเลย นะก๊ะ


อ. เผ่า อ่านอะไรบ้างหรือยัง?

 

โดย: yyswim 5 กุมภาพันธ์ 2553 23:52:02 น.  

 

เข้ามาเยี่ยม อยากขออวยพรให้เดินทางสนุก ปลอดภัย เพลิดเพลิน และมีความสุขนะครับ

ตกลงไปด้วยกันกีคน

น้อย คงจะโทร.หา มั๊ง?

 

โดย: yyswim 12 กุมภาพันธ์ 2553 14:49:15 น.  

 

ใกล้จะอัพบล็อกเรื่องใหม่หรือยัง

กลัวบล็อกจะ เค็ม เพราะดองได้ที่ อิ อิ

โทร.ถึงกันทันทีนะ

 

โดย: yyswim 12 มีนาคม 2553 23:01:58 น.  

 

พี่สินเข้ามาขอบคุณ อ.แจ่มใส นะ


น้ำใจที่มีคุณค่าของ อ.แจ่ม พี่จำได้เสมอ ขอขอบคุณมากๆ


บล็อกของพี่สิน เข้ารอบ10 คน ทั้งสามประเภท


Education, Entertainment, Recreation


ตอนนี้ คณะกรรมการนอกบล็อก กำลังตัดสินโดยการอ่านบล็อกผู้เข้ารอบ 10 คนกันอยู่


มีคณะกรรมการหลายชุดครับ


แล้วจึงจะประกาศผล Thailand Blog Award ในวันที่ 26 สิงหาคม 2553








 

โดย: yyswim 16 สิงหาคม 2553 20:43:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


jscmu
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





โปรดเห็นคุณค่า เรื่องราวในอดีตและวัฒนธรรม


เพราะนั่นคือมรดกของบรรพชน


ยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ


เริ่มเขียน Blog เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553




Latest Blogs


เริ่มนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยม เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 22.08 น.



Friends' blogs
[Add jscmu's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.