Group Blog
 
 
ธันวาคม 2560
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
10 ธันวาคม 2560
 
All Blogs
 
Crypto Currency คืออะไรในระบบเศรษฐกิจ?



ช่วงที่ผ่านมาได้คุยกับเพื่อนที่ลงสนใจลงทุน Crypto Currency (พวก coinต่างๆ) แล้วพบว่ามีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่
เพราะ Crypto Currency นั้น มีความหมายคาบเกี่ยวกับ trend ที่กำลังมาแรงอีก 2 อย่างคือ
Blockchain, Cashless Society

ซึ่งหากไม่เข้าใจ ว่าแต่ละอย่างคืออะไร ผมว่าอันตรายมาก ที่จะเอาเงินไปลงในสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ
ก็ขอเขียนเท่าที่เห็นมานะครับ
------
เงินคืออะไร?
ก่อนอื่นขอปูพื้นเรื่องเงินก่อน
เงินคือสิ่งที่สังคมกำหนดใช้เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ
นั่นคือ ที่เงินมีค่าก็เพราะเราเอาไปใช้เแลกเป็นสินค้า/บริการ ได้นั่นเอง
นอกจากนี้ สิ่งที่หนุนค่าเงินอีกอย่างคือ ทองคำ/เงินตราต่างประเทศ
ซึ่งสามารถเอาไปแลกเปลี่ยนได้ อย่างน้อยก็ที่ธนาคารกลางของประเทศนั้นๆ
สามารถทำให้ผู้ถือเงินมั่นใจได้ว่าสิ่งที่ตัวเองถือไม่ใช่เพียงแค่กระดาษเปื้อนหมึก
ref: https://www.wikipedia.org/wiki/เงิน


Cashless Society
เทรนด์ที่กำลังมาขณะนี้อันนึงคือ สังคมไร้เงินสด
ซึ่งเป็นการเปลี่ยนรูปแบบเงินกระดาษให้เป็นเงินดิจิตอลในระบบคอมพิวเตอร์
เพื่อให้การจับจ่ายได้สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย(จากการฉกชิงวิ่งราว)มากขึ้น
โดยสกุลเงินในระบบยังคงเป็นสกุลเดียวกับเงินกระดาษอยู่
ผลพลอยได้คือ
ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยขึ้น
จะหลบภาษีแบบแต่ก่อนไม่ได้ละ เพราะรัฐมีข้อมูลการไหลของเงินทั้งหมด

https://finance.rabbit.co.th/blog/cashless-society

Blockchain
Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงอีกตัว
มันคือ วิธีการเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์
โดยจะเก็บข้อมูลเป็นก้อนๆ (block) และอ้างอิงต่อเนื่องเป็นสายโซ่(chain)ต่อๆกันไปเรื่อยๆ
(มันเลยได้ชื่อว่า blockchain)

ระบบนี้เหมาะกับข้อมูลที่มีคุณลักษณะ
-ยอมทุกคนในระบบเห็นได้เหมือนกันหมด
(แต่ใครเข้าถึงระบบได้ก็อีกเรื่อง ซึ่งจำกัดคนเข้าถึงก็จะเป็น private blockchain)
-ไม่สามารถแก้ไขย้อนหลังได้

ซึ่งข้อมูลใน block นั้นจะเป็นอะไรก็ได้ เช่น กรมธรรม์ประกันภัย ข้อมูลสุขภาพ ฯลฯ รวมทั้งรายการการเงิน
ดูเหมือนว่าภาคธนาคารต่างๆก็กำลังทำ blockchain เพื่อใช้เป็นระบบเก็บ transaction ระหว่างธนาคาร อยู่เช่นกัน

https://techsauce.co/technology/blockchain/understand-blockchain-in-5-minutes/

ส่วน Crypto Currency (ที่อ้างว่า)คือ เงินดิจิตอลสกุลนึง
ซึ่งจัดเก็บด้วย blockchain (ส่วนรายละเอียดน่าจะหาอ่านที่อื่นได้ไม่ยาก)

โอ้ว.. ทั้ง Cashless Society, Blockchain กำลังมา
Crypto Currency คาบเกี่ยวทั้ง 2 อย่างเลย
ถ้าอย่างนั้นเราควรลงทุนซื้อ Crypto Currency มาครอบครองสินะ?

ช้าก่อนครับ!
- cashless society นั้นเป็นสกุลเงินของประเทศนั้นๆ
พูดให้อ๋อ ก็คือ promptpay นั่นเองที่กำลังมา
มันเกี่ยวอะไรกับ coin ต่างๆ? (ยกเว้นอ้างว่าไม่ต้องพกเงินสดเหมือนกัน)
- blockchain กำลังนำมาใช้ในระบบธนาคารต่างๆ
มันเกี่ยวอะไรกับ coin ที่ต่างคนต่างขุดกันทั่วโลก?

เริ่มแปลกๆแล้วใช่มั๊ยครับ?
พูดง่ายๆคือ
"การอ้างว่า Cashless Society, Blockchain กำลังมา
ให้เราลงทุนไปหา Crypto Currency มาครอบครอง" นั้น
เป็นการผิดฝาผิดตัวซะจนดูเหมือนเป็นการหลอกลวงด้วยซ้ำ!!


Crypto Currency
เรามาดูกันชัดๆดีกว่าว่า Crypto Currency จะสามารถเป็นอะไรได้บ้าง ตั้งแต่ แย่สุดจนดีสุด

-แย่สุด คูปองศูนย์อาหารร้าง
อย่างที่เขียนไว้ตอนแรกว่า สกุลเงินจะมีค่า ก็ต่อเมื่อเอามาแลกสินค้า/บริการ ได้
การที่เราเอาเงินจริงๆไปแลกคูปองศูนย์อาหารร้าง ที่ไม่มีอะไรขายนั้น ไม่ต่างกับการเอาเงินจริงไปแลกกับเศษกระดาษ
แถมไม่มีธนาคารกลางที่รอรับแลกกลับเป็นเงินจริงอีกด้วย

การซื้อขายสิ่งที่ไม่ได้มีคุณค่าจริง ไปๆมาๆ
มันเป็นอะไรได้นอกจากเก็งกำไร?

บางคนคิดว่า อย่างน้อยมันคงไม่โหดเท่า ดอกทิวลิป หรอก
เพราะดอกทิวลิปเน่าได้ แต่คูปองมันไม่เน่า
เรียกว่าไม่ขายไม่ขาดทุน
เออ.. แต่กรณีนี้ถ้าคนไม่ใช้ คนขุดก็ไม่ได้เหรียญใหม่/ค่าธรรมเนียม
จะพาลเลิกกันหมดเอา
มันคือเหมือนปิดเซิฟฯเกม online นะคร๊าบ
เรียกว่าเจ๊งถ้วนหน้า แบบไม่มีเศษกระดาษให้ถือด้วย

-ตั้งไข่ แลกเปลี่ยนสินค้าได้
ถ้า coin นั้นๆ สามารถหาคนทำสินค้า/บริการ ที่ยอมรับ coin ได้ จะด้วยวิธีใดก็แล้วแต่
(เช่น การเสนอว่า coin ที่จะนำมาขายสามารถนำมาแลก สินค้าของบ.ตัวเองได้
coin นั้นก็ดูเหมือนมีค่ามีตัวมีตนขึ้นมาหน่อย
แต่จะมีสินค้า/บริการอื่นๆมายอมรับด้วยทีหลังหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน)

ร้านค้าและคนในระบบ coin นั้นจะเจอเรื่องปวดหัวกับ บัญชีที่ต้องทำเป็น2สกุลเงิน (เงินปกติ+coin)
อยากรู้ว่าเป็นยังลองไปกัมพูชาดู (เงินเรียล+ดอลล่าร์ โอ.. ชือ-กบาล:"ปวดหัว" ภาษาเขมร)
และ จะซ้ำให้ปวดหัวหนักขึ้นด้วย ความผันผวนของราคา coin
เพราะการตั้งราคาในระบบที่ผันผวนนั้นลำบากมาก
-ถ้า coin กำลังขึ้น คนซื้อก็จะไม่ซื้อ เพราะเทียบกับเงินจริงแล้วแพงขึ้น
ก็จะขาดไม่ออก จนกว่าเราจะลดราคา ยอมรับ coin ให้น้อยลงเพื่อว่าเมื่อเทียบเงินจริงแล้วเท่าๆกัน
-ถ้า coin กำลังตก แล้วรับ coin มาเท่าเดิม .. อ้าว ขาดทุน! ต้องรีบเปลี่ยนราคาเรียก coin ให้มากขึ้น

เรียกว่าเหมือนพยายามจะต้องอยู่รอดในระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีธนาคารกลางคอยดูแลเลย

-ดีสุด สกุลเงินหลักของโลก
ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่
ถ้าคนยอมรับซื้อขายสินค้าบริการกันเยอะ+ราคานิ่งพอควร
มันอาจจะสามารถเทียบเท่ากับเงินสกุลหลักอื่นของโลก(หรือทองคำ...อย่างที่โฆษณากัน)
จนธนาคารกลางของแต่ละประเทศต้องเอามาใช้มาเก็บ ในคลัง/ในตระกร้าเงิน เลยทีเดียว

โอ.. ถ้ามันไปถึงจุดนั้นได้จะยอดมากเลยนะจอร์จ
นั่นสิ ซาร่าห์..ว่าแต่มีตังค์ให้ยืมซักแสนนึงก่อนมั๊ย? จะเอาไปซื้อ coin
นี่ไม่คิดถามสุขภาพกระเป๋าตังค์ชั้นซ๊ากกคำก่อนเหรอ?

มุมมองรัฐ
ข้างบนนั้นคือมุมมองภาค micro-economy
แต่ภาค macro-economy นั้นจะต้องมองแบบรัฐ
ซึ่งมุมมองของรัฐต่อ crypto currency นั้นน่าจะเป็นลบเพราะ

1) ธรรมชาติค่าเงินนั้นต้องมี สินค้า/บริการ หนุนหลัง
จะเกิดอะไรขึ้นกับเงินบาท ถ้าคนหันไปใช้ coin กันหมด
...เงินบาทก็จะไร้ค่ายังไงละ!!
กลายเป็นว่าคนไทยต้องขายบาทออกไปซื้อ coin เพื่อมาซื้อสินค้า/บริการในประเทศ
และไม่มีท่าทีจะแลกกลับเป็นเงินบาทด้วย เพราะเมื่อแพร่หลายแล้วจะสามารถเอาไปซื้อสินค้า/บริการอื่นต่อได้!!!

เทียบกับ บ.ส่งออกจะแลกเงินดอลกลับเป็นบาทมาใช้จ่ายในประเทศ
เพราะสินค้า/วัตถุดิบล้วนเป็นเงินบาท ทำให้เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้น และ ธนาคารประเทศไทยก็จะมีเงินดอลสำรองเพิ่มขึ้น
สถานะการคลังของประเทศก็แข็งแกร่งขึ้น

2) รัฐจะเก็บภาษีไม่ได้
เพราะข้อมูลไม่ผ่านระบบการเงินปกติ
ถึงจะเสนอให้รัฐไปเก็บภาษีตรงที่แลก บาท <-> coin
แต่เงินปกติถ้าซื้อกันหลายทอด รัฐยิ่งได้ภาษี เช่น
นาย A ซื้อนาย B 100 บาท มีภาษี 7 บาท เหลือ 93
นาย B ซื้อนาย C 93 บาท มีภาษี 6.51 บาท เหลือ 86.49
ไปเรื่อยๆ

แต่ถ้าเป็น coin
นาย A แลก 107 บาท หักภาษี 7 บาท เหลือเป็น coin ที่มีมูลค่า 100
ซึ่ง coin นี้จะวนในระบบไปไม่รู้กี่ทอด โดยรัฐไม่ได้ภาษีจนกระทั่งแลกออก
นาย Z แลก coin ที่มีมูลค่า 100 บาท หักภาษี 7 บาท เหลือออกมา 93 บาท
เท่ากับรัฐได้ภาษีแค่ 14 บาท จากการซื้อขายกันไม่รู้กี่รอบ
ยิ่งถ้าแพร่หลายจนมันวนในระบบได้โดยไม่ต้องแลกกลับเป็นเงินบาท
รัฐจะได้ภาษี 7 บาทในปีแรกๆ และปีที่เหลือเป็น 0 ... ตลอดกาล!!!

จะเห็นว่า crypto currency มีข้อเสียใหญ่ในมุมมองของรัฐถึง 2 ข้อ
และการปรับแก้ บังคับให้ส่งบัญชี crypto ด้วยนั้นดูจะวุ่นวายมากกว่า
ยิ่งมีระบบ cashless society ที่ทำงานได้ดีอยู่แล้ว
ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องมี crypto currency ในระบบเศรษฐกิจของประเทศเลย!!


ศูนย์อาหารใต้ดิน
นอกจากเหตุผลข้างต้นที่เป็นสิ่งบนดินยังดูแย่ในสายตารัฐ
เหตุผลจากใต้ดินยิ่งหนักเข้าไปใหญ่

เพราะ cashless society นั้นสามารถติดตามเส้นทางการเงินได้ทั้งหมด
การฟอกเงินจะยาก และตามคนเกี่ยวข้องกับมาเฟีย/แก๊งค์อาชญากรรมได้ง่ายผ่านเส้นทางการเงิน
หากถูกจับได้เพียงคนเดียว อาจโดนลากออกมาทั้งแก๊งค์!!

ยิ่งถ้า cashless society ล้ำไปถึงข้อมูล biometric เหมือนที่จีน ใช้ใบหน้า จ่ายเงินแทน QR code กันแล้ว
โจรที่ถูกออกหมายจับจะหนีรอดยากมาก
https://www.blognone.com/node/95182

แต่ถ้า crypto currency เกิด
มันจะเป็นทางเลือกทางนึงของธุรกิจมืด ในการฟอกเงินที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย
เนื่องจากเป็นการยากที่จะรู้ว่าใครเป็นใครในระบบ
เพราะระบบมันเก็บเจ้าของเงินเป็นค่า hash จึงไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นใคร

เรียกว่า อยู่บนดินก็ทำลายระบบเศรษฐกิจปกติ
อยู่ใต้ดินก็ส่งเสริมให้ธุรกิจใต้ดินเฟื่องฟูด้วย
ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจ ถ้าจะมีรัฐบาลไหนที่เริ่มจะแบนเงิน crypto currency
ขึ้นอยู่กับรัฐนั้นรู้ตัวช้าหรือเร็ว

เพิ่มเติม:
ICO = IPO ของ Startup?
อีก keyword นึงที่เข้าใจผิดกันคือ Startup
Startup คือ กิจการใหม่
เหรียญใหม่ = กิจการใหม่รูปแบบนึง
ซื้อเหรียญ ICO = ลงทุนในกิจการใหม่เหมือน IPO
ถ้าเลือกเหรียญดีๆกิจการเจ๋งๆ เราจะได้มูลค่าเพิ่มหลายเท่ามาก จึงน่าลองเสี่ยง

แต่ๆๆๆ จริงๆแล้วการลงทุนใน Startup ที่แท้จริง
ต้องเป็นแบบ venture capital คือลงเงินแล้วได้เป็นหุ้นของกิจการ ครับ!!

แต่มี fund rising ที่มามั่วนิ่มใช้คำว่า"ระดมทุน" ในช่วงที่ Startup กำลังบูมสุดขีด
แต่ปรากฏว่าลงเงินแล้วจะแค่ได้สินค้าในราคาถูกพิเศษ
เหมือนๆกับ pre-order ตั้งแต่ยังไม่มีพิมพ์เขียว มีแต่ภาพ mock up
ซึ่งกลุ่มนี้ช่วงหลังๆ คนเริ่มรู้ว่าไม่ใช่การลงทุนแต่เป็นซื้อสินค้า จึงระดมเงินไม่ได้เลย
พอมีกระแส coin ก็เลยหันมาออก coin กัน

สังเกตว่า ICO ส่วนใหญ่สัญญาว่าจะใช้แลกสินค้าทั้งนั้น
แล้วหยอดคำหวานว่า ถ้าไม่รีบซื้อ เดี๋ยวราคา coin เค้าจะขึ้น

อ้าว ถ้า coin คุณขึ้น คนก็ไปซื้อสินค้า/บริการ จากเจ้าอื่นสิ!!
จะมาซื้อ coin แพงๆเพื่อมาแลกสินค้า/บริการคุณทำไม?

จริงๆแล้วการเอาเงินไปลงใน ICO
คือการลงทุนได้เป็นหุ้นส่วนของกิจการ Startup
หรือ เป็นการเก็งกำไรบนคูปองศูนย์อาหารที่ยังไม่เปิด??


Create Date : 10 ธันวาคม 2560
Last Update : 10 ธันวาคม 2560 14:11:26 น. 1 comments
Counter : 2734 Pageviews.

 
ขอบคุณที่มาเขียนข้อมูลให้ความรู้นะครับ เห็นอีกด้านของเงินดิจิตอล


โดย: Chaichana AK วันที่: 23 มกราคม 2561 เวลา:21:04:30 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Hoo
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add Hoo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.