Group Blog
 
 
ตุลาคม 2557
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
26 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 
ทฤษฎีระบบ (SYSTEM THEORY)

SYSTEM THEORY

ประวัตความเป็นมา

มีต้นกำเนิดมาจากนักทฤษฎีองค์การและนักชีววิทยาคือ โบลด์ดิ้งและ เบอร์ทาแลนด์ไฟ (Boulding  and  Bertalunffy)  ที่มององค์การในฐานะสิ่งมีชีวิต โดยมองในรูประบบเปิดเหมือนระบบกายวิภาคของสิ่งมีชีวิต (Anatomy) ต่อมาได้ถูกนำมาใช้ในสายวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์โดยความหมายของ ระบบ ก็คือ การรวมตัวของสิ่งที่เกี่ยวพันกัน มีความสัมพันธ์กันร่วมกันทำงานอย่างผสมผสาน เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันโดยถ้ามีการเปลี่ยนแปลงตัวแปรใดก็ตามที่อยู่ในระบบนั้นๆจะส่งผลไปถึงอีกสิ่งหนึ่งภายใต้ขอบเขตที่กำหนดซึ่งการกำหนดขอบเขตทำให้สามารถสรุปวงจำกัดได้ว่าเราต้องการที่จะศึกษาถึงสิ่งใด เช่นมีเชื้อโรคเข้ามาสู่ร่างกายตัวหนึ่ง เราอยากรู้ว่าเชื้อโรคนี้ส่งผลอย่างไรต่อปอดเราก็ขีดวงว่าเราจะศึกษาเฉพาะปอด ในวงการแพทย์จะขีดที่กำหนดอยู่ตลอดจะอธิบายออกเป็นระบบทั้งหมด แบ่งร่างกายออกเป็นระบบ เช่น ระบบสมอง ระบบหู คอ จมูกระบบตา (แพทย์จักษุ) จะแบ่งเป็น sector เพื่อใช้ในการอธิบายง่ายขึ้นเพราะถ้าอธิบายทั้งร่างกายจะอธิบายยาก แต่ถ้าอธิบายทีละส่วนทีละระบบและเมื่อเกิดสิ่งหนึ่งจะส่งผลต่อสิ่งหนึ่ง โดยทั่วไประบบจะจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ ระบบปิด (CloseSystem) และระบบเปิด (Open System)

ระบบปิด (Close System) คือ ระบบที่สามารถควบคุมปัจจัยภายในได้ส่วนใหญ่จะอยู่ในห้องทดลอง ซึ่งสามารถความคุมอุณหภูมิ ความชื้น ฯลฯ

ระบบเปิด(Open System) คือ ระบบที่สิ่งแวดล้อมหรือปัจจัยภายนอกสามารถที่จะมีอิทธิพลต่อกระบวนการทำงาน เช่น การเมือง คน ลูกค้า ฯลฯ

องค์ประกอบหลัก

องค์ประกอบหลักของ SYSTEM THEORY ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลักคือ สิ่งที่ป้อนเข้ามา (INPUT) , กระบวนการ (PROCESS), ผลงาน (OUTPUT) , ข้อมูลย้อนกลับ (FEEDBACK)

  1. สิ่งที่ป้อนเข้ามา(INPUT) คือ ทรัพยากรต่างๆที่จะนำไปสู่การดำเนินงานของระบบ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงยกตัวอย่างเช่น คน เงิน เวลา และข้อมูลต่างๆที่ต้องใช้ในกระบวนการ

  2. กระบวนการ (PROCESS) คือวิธีการต่างๆ ที่นำไปสู่ผลงานหรือผลผลิตของระบบ โดยในการบวนการอาจแบ่งออกได้เป็นหลายขั้นตอน ตาม INPUT ที่ป้อนเข้ามาซึ่งการบวนการหรือวิธีการจะมีผลทำให้ผลผลิตที่ออกมา

  3. ผลงาน (OUTPUT) คือ ความสำเร็จในด้านต่างๆ เช่น กำไร สินค้าการบริการ และความคาดหวังอื่นๆ

  4. ข้อมูลย้อยกลับ(FEED BACK) คือข้อมูลที่เกิดการการทำงานในกระบวนการต่างๆแล้วสามารถนำไปปรับปรุงการทำงานในส่วนต่างๆได้

การประยุกต์ใช้

SYSTEM THEORY เป็นทฤษฎีที่นำไปเป็นพื้นฐานในการ เริ่มต้นทฤษฎีอื่นๆดังนั้นควรต้องมีความเข้าใจในทฤษฎีระบบเสียก่อน จะทำให้เวลาศึกษาทฤษฎีใหม่ๆสามารถที่จะนำ ทฤษฎีระบบเข้าไปทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น

ที่มา

  1. //wasita.wikidot.com/kasetsart09-rtcsystems

  2. //www.wattanasinaccounting.com/%E0%B8%97%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9ASystemTheory.htm

  3. //www.kamsondeedee.com/school/chapter-002/51-2008-12-13-14-44-22/109--system-theory

  4. http://pirun.ku.ac.th/~psdptt/0004.doc

  5. https://www.gotoknow.org/posts/458803




Create Date : 26 ตุลาคม 2557
Last Update : 26 ตุลาคม 2557 13:25:06 น. 0 comments
Counter : 2532 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Boxza
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Boxza's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.