Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
16 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 

ความจริงที่คุณอาจจะไม่เคยทราบมาก่อน : “เค้าท์แดร็กคูล่า”




คำเตือน

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เด็กและเยาวชนเมื่ออ่านเรื่องนี้จบแล้ว กรุณารีบวิ่งไปปรึกษาผู้ปกครองโดยด่วน







ผมจะบอกเพื่อน ๆ ว่า ...

ในโลกนี้ยังมีความจริงอีกหลายอย่างหลายประการ ที่คุณอาจจะไม่เคยได้ทราบมาก่อนเลยก็ได้ ผมจะรับอาสานำความจริงเหล่านั้นมาเปิดเผยให้เพื่อน ๆ ได้รับทราบกันครับ




“เค้าท์แดร็กคูล่า” (Dracula)

เรื่องราวเกี่ยวกับแวมไฟร์ที่เป็นผีดูดเลือดชื่อก้องโลก ที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อว่า “เค้าท์แดร็กคูล่า” นั้น เป็นนวนิยายแนวสยองขวัญที่ถูกเขียนขึ้นโดยนักเขียนชาวไอริชที่มีชื่อว่า บราม สโตกเกอร์ ซึ่งในภายหลังนวนิยายเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์จนกระทั่งโด่งดังไปทั่วโลก

หลาย ๆ ท่านอาจจะเคยได้ดูภาพยนตร์เรื่อง “เค้าท์แดร็กคูล่า” ซึ่งเป็นหนังผีของฮอลลีวูดที่ถูกสร้างออกมาฉายแล้วหลายภาคหลายตอน โดยเนื้อเรื่องหลัก ๆ จะพูดถึงราชาผีดิบดูดเลือด ผู้มีนามว่า “เค้าท์แดร็กคูล่า” ที่อาศัยอยู่ภายในปราสาทลึกลับของประเทศโรมาเนีย ที่คอยออกมาดูดเลือดสาว ๆ ในเวลาค่ำคืนเพื่อเอาร่างไร้วิญญาณของเธอเหล่านั้น มาไว้เป็นทาสบริวารรับใช้แวมไฟร์ที่ดุร้ายอย่างนั้นไปตลอดกาล

แต่จะมีใครทราบไหมว่า ...

เรื่องราวเกี่ยวกับ “เค้าท์แดร็กคูล่า” นี้ จริง ๆ แล้วมีต้นกำเนิดขึ้นมาจากประเทศไทยครับ

(หา ... จริงอ่ะ? .... โม้อ่ะป่าวว่ะ?)

เพื่อน ๆ หลายท่านเมื่อได้อาจมาถึงบรรทัดนี้แล้วก็อาจจะอึ้งจนตาเหลือก แล้วท่านก็คงได้แต่คิดในใจแบบมึน ๆ ว่า ...

“มันเป็นไปได้ไงว่ะ?”

ซึ่งผมขอบอกว่า ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องจริงครับ เรื่องราวของตำนานแดร็กคูล่านั้นได้เริ่มเกิดขึ้นในประเทศไทยคั้งแต่ปี พ.ศ. 2440 หรือเมื่อประมาณกว่า 100 ปีมาแล้วครับ

(ผมเตรียมยาเบทาดีนเอาไว้ทาแผลถลอกก่อนเลยดีกว่า ... เดี๋ยวผมจะได้ไถมุกไปได้เรื่อย ๆ แบบไม่ต้องกังวลเรื่องแผลสดนะ)

เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2436 ในช่วงสมัยของรัชกาลที่ 5 ในช่วงนั้นประเทศไทยหรือที่ชาวโลกทั่วไปรู้จักกันในนามของสยามประเทศในขณะนั้น ได้เกิดปัญหาข้อพิพากษ์เกี่ยวกับเรื่องพรมแดนฝั่งซ้ายขวาของแม่น้ำโขง จนทำให้เกิดการขัดแย้งและต้องทำสงครามกับประเทศฝรั่งเศสที่เข้ามาล่าอาณานิคมในสมัยนั้น ตามที่ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยได้บันทึกไว้ว่า เหตุการณ์ในช่วงเวลานั้น เป็นวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 อันเป็นเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างราชอาณาจักรสยามกับประเทศฝรั่งเศสในสมัยสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 3 จากการที่ฝรั่งเศสอ้างอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่ฝั่งซ้ายขวาของแม่น้ำโขง ซึ่งในปัจจุบันเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศลาวและเขมรนั้นเอง

(โห ... มีการนำประวัติศาสตร์มาอ้างด้วย น่าเชื่อถือมาก ๆ เลยเนอะ)

เหตุการณ์การขัดแย้งเพื่อปกป้องดินแดนของอาณาจักรสยามในครั้งนั้นเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก จนกระทั่งสำนักข่าวต่างประเทศชั้นนำต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น จีเอ็นเอ็น , บีบีอี , รอยเซ่อร์ , อัลกอร์อีด่า ฯลฯ ต่างก็พาดหัวข่าวอย่างพร้อมเพียงกันว่า มันคือ "สงครามฝรั่งเศส-สยาม" (Franco-Siamese War) ซึ่งในช่วงเวลานั้นเองก็มีได้ชาวยุโรปต่างชาติจำนวนมากเข้ามาในสยามประเทศเพื่อทำข่าวสงครามในครั้งนี้ (แล้วในสมัยนั้นมันมีการรายงานข่าวสดแล้วเหรอว่ะ?)

ซึ่งหนึ่งในบรรดานักข่าวเหล่านั้นก็มี มิสเตอร์ อับราฮัม สโตกเกอร์ (Abraham Stoker) นักข่าวจากบีบีอี ลอนดอนรวมอยู่ด้วย (มันมาแล้วครับ ... รีบ ๆ ลาก “อีตัวเดินเรื่อง” เข้ามาก่อนดีกว่าครับ) โดยอีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ มาทำข่าวสงครามอยู่ในสยามประเทศได้ประมาณสองปีกว่า ๆ แล้วสงครามในครั้งนี้ก็มีวี่แววว่าจะสามารถจบลงด้วยดีได้ เพราะว่าพระมหากษัตริย์ของสยามประเทศในขณะนั้นทรงได้แสดงพระปรีชาสามารถในการเจรจาเพื่อยุติสงคราม โดยพระองค์ทรงยินยอมยกดินแดนบางส่วนให้แก่ฝรั่งเศสไป (ตอนนั้นไม่น่ายกให้มันไปเลย ตอนนี้พวกมันเลยทำฮึกเหิมยังวุ่นวายไม่เลิกเลยครับ) แล้วพระมหากษัตริย์ของสยามประเทศก็เตรียมที่จะออกเดินทางเสด็จไปประพาสยุโรปเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการเจรจาหามิตรประเทศใหม่ ๆ ในยุโรปที่จะเป็นประเทศพันธมิตรกับสยามประเทศได้ในอนาคต

(โอเค ... โล่งอกแล้วครับ เพราะว่าส่วนที่อิงประวัติศาสตร์หมดไปแล้ว หลังจากนี้ผมจะได้มั่วมุกไถไปได้เรื่อย ๆ แล้วครับ)

เมื่อสงครามกำลังจะยุติลง อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ก็เริ่มอับจนเนื่องจากตังค์ใกล้จะหมด สาเหตุจากการที่สำนักข่าวบีบีอีในลอนดอนได้หยุดส่งเงินมาให้แก่เขา ดังนั้นเขาจึงต้องรีบหาทางกลับไปยังประเทศอังกฤษให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งในช่วงสมัยนั้นการเดินทางระหว่างภาคพื้นเอเชียไปยังทวีปยุโรปมีความยากลำบากเป็นอย่างมาก จำเป็นต้องเดินทางโดยเรือสำเภากางใบแล่นข้ามมหาสมุทรออกไปเป็นเวลาแรมเดือน ซึ่งค่าตั๋วโดยสารเรือสำเภานั้นก็แพงมาก ๆ ด้วย (แล้วตอนที่อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์มันมาเมืองไทย มันมายังไงว่ะ? ... เอ หรือว่านกกระยางบินคาบมันมาปล่อยไว้แบบในการ์ตูนหว่า?)

อีกทั้งเป็นเวลานานหลายเดือนกว่าจะมีเรือสำเภาออกเดินทางไปยังยุโรปสักลำหนึ่งเอง เนื่องจากว่าบริษัทเดินเรือระหว่างประเทศไม่กล้าออกเรือบ่อยมาก แบบว่าไม่ได้กลัวคลื่นลมมรสุมในทะเลหรอกครับ แต่ว่ากลัวโดนโจรสลัดโซมาเลียดักปล้นเอามากกว่าครับ (เฮ้ย ... ไอ้พวกโจรสลัดโซมาเลียมันดักปล้นเรือเดินสมุทรตั้งแต่ในสมัยนั้นแล้วเหรอเนี่ย?)

และแล้วความหวังในการที่จะหาทางกลับยุโรปของอีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ก็เป็นจริงขึ้น เมื่อเขาได้รับการช่วยเหลือจากนายบรรจง ที่มีอาชีพนายหน้าเถื่อนขายตั๋วผีในสมัยนั้น โดยนายบรรจงได้แจ้งให้อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ทราบว่า จะมีการลักลอบส่งทาสสาวจำนวนมากจากเมืองไทยไปขายที่ยุโรป เพราะว่าในช่วงเวลานั้นที่สยามประเทศได้ประกาศให้มีการเลิกทาสอย่างเด็ดขาดแล้ว จึงทำให้การค้าทาสเป็นสิ่งผิดกฎหมายขึ้นมาในทันที ดังนั้นจึงต้องรีบออกเรือเพื่อนำทาสสาวเหล่านั้นเดินทางไปขายยังยุโรปโดยเร็วที่สุด

เรือสำเภาค้าทาสเถื่อนลำนี้เองที่เป็นความหวังเดียวของอีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ โดยนายบรรจงได้ขายตั๋วโดยสารเรือสำเภาให้แก่เขาในราคา 39 บาท (ในสมัยนี้เงิน 39 บาทอาจจะซื้อข้าวกล่องที่เซเว่นฯ ได้เพียงแค่กล่องเดียว แต่ว่าในสมัยนั้นเงิน 39 บาทสามารถซื้อข้าวสารได้มากถึง 50 กระสอบเลยครับ) โดยเขาต้องนำตั๋วโดยสารผีใบนี้ไปให้แก่กัปตันเรือสำเภาที่ชื่อ ตาปรือ เสียก่อน เขาจึงจะสามารถขึ้นเรือสำเภาเพื่อเดินทางไปยุโรปได้

จนกระทั่งถึงคืนเดือนแรมที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์ในเดือนเมษายนของปี พ.ศ.2440 ที่ท่าน้ำราชวงค์ใกล้ ๆ กับถนนสำเพ็ง เรือสำเภาลำหนึ่งกำลังเตรียมที่จะออกเดินทางไปยังยุโรปในเวลาเที่ยงคืน เรือลำนี้เองคือเรือสำเภาที่อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์จะใช้เดินทางกลับไปยังประเทศอังกฤษ ซึ่งเขาจำเป็นจะต้องไปหากัปตันเรือที่ชื่อ ตาปรือ ให้เจอเสียก่อน แต่ในช่วงเวลาที่กำลังวุ่นวายและสับสนอยู่ในขณะนั้น ต่างก็มีคนวิ่งพลุกพล่านวุ่นวายอยู่เต็มไปหมดจนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร จึงทำให้อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ไม่รู้ว่าคนไหนคือ ตาปรือ ที่เป็นกัปตันเรือสำเภาลำนี้ เขาจึงตัดสินใจสอบถามกะลาสีเรือนายหนึ่งที่กำลังขนข้าวของอยู่ในบริเวณนั้น

“ฮู อีส ตา ปรือออออ ?”

อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ รีบเอ่ยปากถามขึ้นทันที แต่ดูเหมือนว่ากะลาสีเรือคนนั้นจะฟังเขาไม่ค่อยเข้าใจ

“หา ... มึงตาปรือ แล้วมึงมาบอกตรูทำไมว่ะ?”

“โน ๆ ... ฮู อีส ตา ปรือออ ?”

อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ พยายามถามขึ้นอีกครั้ง แต่กะลาสีเรือคนนี้ก็ยังไม่ค่อยจะเข้าใจเหมือนเดิม

“มึงตาปรือ ... แล้วมึงไปทำไรมาล่ะ? อดนอนมาเหรอ?”

“โน ๆ .... ไอ วอนท์ ทู มิต มิสเตอร์ ปรือออ ... ตา ปรืออออ”

อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ พยายามจะพูดเน้นเพื่ออธิบายให้กะลาสีเรือคนนั้นเข้าใจ

“ตา ปรือออ ... อ๋อ ... ตาปรือเหรอ?” ดูเหมือนว่ากะลาสีเรือจะเริ่มเข้าใจที่อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ถามบ้างแล้ว

“เยสสส สส ส ... ฮู อีส ตา ปรือออ ... แค๊บ ทัน ตา ปรือออ”

“ตาปรือ ที่เป็นกัปตันเรืออ่ะเหรอ?” กะลาสีเรือย้อนถามเขาเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

“เยส ... แวร์ อีส ตา ปรือออ?” อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์รีบพยักหน้าเพื่อถามต่อในทันที

“โน้นไง ... ตาปรือเขายืนแดกโคล่า อยู่ตรงโน้น นน น น น น”

กะลาสีพูดบอกขึ้น พร้อมทั้งชี้มือไปยังผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงขายของชำด้านหน้าท่าเรือราชวงศ์ ที่อยู่ห่างไปจากตรงนั้นมากพอสมควร จึงทำให้อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ต้องรีบเดินตรงไปยังชายคนนั้นในทันที

แล้วภาพที่อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์เห็นในขณะนั้นก็คือชายแก่สูงอายุคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในมุมมืด เขาคนนั้นดูโทรม ๆ ขอบตาคล้ำ ๆ เหมือนคนที่เพิ่งตื่นตอนค่ำ ๆ โดยเขากำลังยกขวดน้ำอัดลมขึ้นดื่มด้วยความกระหาย จนกระทั่งน้ำอัดลมที่เป็นฟองฟอดนั้นไหลล้นหกออกมาจากมุมปากทั้งสองข้าง แล้วเขาก็ยิ้มอ้าปากกว้างยิงฟันให้เห็นฟันหลอด้านหน้าของเขา ที่เหลือเพียงฟันกรามด้ามข้างข้างละหนึ่งซีกเท่านั้น ซึ่งภาพที่เห็นนี้เป็นที่น่าหวาดกลัวและขยะแขยงสำหรับอีตาอับราฮัม สโตกเกอร์เป็นอย่างมาก

แต่กระนั้นเอง ชายคนที่มีท่าทางน่ากลัวที่ชื่อตาปรือคนนี้ ก็เป็นคนที่นำอีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ขึ้นเรือสำเภาเพื่อเดินทางกลับไปยังยุโรปนั้นเองครับ

ตลอดเวลาร่วมแปดเดือนที่เรือสำเภาลำนี้ต้องแล่นฝ่าคลื่นสมในมหาสมุทรนั้น เป็นช่วงเวลาที่สร้างความทุกข์ทรมานให้แก่อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากบนเรือสำเภาลำนี้เต็มไปด้วยสินค้าจำนวนมากจากเมืองไทยไม่ว่าจะเป็น น้ำมันปาล์ม น้ำตาลทราย และปลากระป๋อง (ในสมัยนั้นมีปลากระป๋องแล้วเหรอว่ะ?) ที่ตาปรือผู้เป็นกัปตันเรือสำเภาลำนี้ขนไปเพื่อหวังจะขายเอากำไรในยุโรป (อ๋อ ... ไอ้ตาปรือนี่เอง ที่เป็นคนลักลอบเอาน้ำมันปาล์มออกไปขาย ทำให้ทุกวันนี้พวกเราต้องไปต่อคิวกันซื้อขวดลิตรละกว่า 60 บาท) และนอกเหนือไปจากสินค้าเหล่านี้แล้ว ก็ยังมีบรรดาทาสหญิงสาวจำนวนมากที่ถูกกักขังอยู่บนเรือสำเภาลำนี้ด้วย

ในช่วงเวลากลางวันอีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ไม่เคยได้เห็น ตาปรือ กัปตันเรือสำเภาลำนี้เลย แต่พอถึงเวลาพลบค่ำเริ่มมืดเมื่อไหร่ ตาปรือ กัปตันเรือคนนี้จะลากตัวหญิงสาว 1 คนลงไปยังใต้ท้องเรือเป็นประจำ ซึ่งอีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ก็ได้แอบย่องตามไปดูเป็นประจำด้วยเช่นกัน เขาได้แอบเห็นตาปรือขึ้นคร่อมบนร่างของหญิงสาวที่กำลังดิ้นร้นหนีอย่างทุรนทุราย ว่าแล้วตาปรือก็ก้มหน้าลงไปไซร้บริเวณซอกคอของหญิงสาว จนกระทั่งหญิงสาวเริ่มอ่อนระทวยและหมดแรงลง ซึ่งเมื่อถึงตอนนี้ทีไรอีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ก็ตัดสินใจเลิกที่จะแอบดู แล้วเขาก็รีบกลับขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือในทันที (เฮ้ย ... ทำไมมันไม่อยู่ดูต่อให้จบว่ะ? มันเลิกแอบดูกลางครันแบบนี้มันค้าง ๆ คา ๆ ยังไงก็ไม่รู้นะ)

การที่ตาปรือได้ลากตัวทาสหญิงสาวคนแล้วคนเหล่าลงไปยังใต้ท้องเรือนี้ เป็นเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่เรือสำเภาลำนี้แล่นอยู่กลางทะเล ซึ่งแน่นอนว่าอีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ก็ได้แอบย่องตามลงไปดูแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ด้วยทุกครั้งไป (ทำไมมันโรคจิตกันทั้งคู่เลยว่ะ?)

จนกระทั่งเรื่อสำเภาลำนี้เดินทางมาถึงยังท่าเรือปอร์ทสสมัธในประเทศอังกฤษ อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์จึงได้ลงจากเรื่อลำนี้เพื่อตรงกลับไปยังกรุงลอนดอน เพื่อตรงไปรายงานตัวยังสำนักข่าวบีบีอีที่ทำงานของเขา

แต่ว่า ... อนิจจา วัตตะสังขารา .... เนื่องจากว่าอีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ไม่ได้ทำการติดต่อกลับมายังสำนักข่าวของเขาเป็นเวลานานกว่า 8 เดือน ทางสำนักข่าวบีบีอี จึงได้คัดชื่อเขาออกจากการเป็นนักข่าวแล้ว จึงทำเขาต้องกลายเป็นคนที่ตกงานในทันที (ดี ... สมน้ำหน้ามัน วัน ๆ ไม่ยอมทำอะไร รอให้ถึงค่ำแล้วก็เอาแต่ไม่แอบดูเขาไซร้ซอกคอกันอย่างเดียว)

หลังจากนั้นเป็นต้นมา อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ เลยเปลี่ยนชื่อของเขาใหม่เป็น บราม สโตกเกอร์ แทน แล้วเขาก็หันมายึดอาชีพเป็นนักเขียน โดยเขาได้เขียนนวนิยายสยองขวัญขึ้นมาเรื่องหนึ่ง (โห .. ถ้าเป็นผมนะ ผมไม่เขียนนวนิยายสยองขวัญหรอก ผมจะเขียนนวนิยายอิโรติคแทนน่าจะเวิร์คกว่าครับ) ที่ภายหลังได้กลายมาเป็นเรื่องราวที่โด่งดังไปทั่วโลก ... แน่นอนล่ะ นิยายสยองขวัญเรื่องนั้นก็คือเรื่อง “เค้าท์ แดร็กคูล่า” นั้นเอง

(เป็นไงล่ะครับ? ... ผมไถมุกได้แบบหน้าด้านดีไหมครับ?)

โดยในนวนิยายเรื่อง “เค้าท์แดร็กคูล่า” นี้ อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์อ้างว่าได้เค้าโครงเรื่องมาจากดินแดนที่เป็นแคว้นหนึ่งของประเทศโรมาเนีย แต่จริง ๆ แล้วตัวเขาโกหกได้อย่างหน้าด้าน ๆ เลยครับ สาเหตุก็เพราะว่า

ชื่อของตัวละครเอกในเรื่อง ที่มีชื่อว่า “เค้าท์แดร็กคูล่า” จริง ๆ แล้วเขาได้แนวคิดมาจากการที่ตัวเขาได้เห็น ตาปรือกัปตันเรือสำเภาจากสยามประเทศเป็นครั้งแรก ซึ่งในตอนนั้น ตาปรือได้ยืนแดกโคล่าอยู่ที่ร้านขายของชำด้านหน้าท่าเรือราชวงค์ การที่เขาเห็นตาปรือเขายืน “แดกโคล่า” อยู่นั้นเอง ทำให้เขาคิดถึงชื่อของ “เค้าท์แดร็กคูล่า” ขึ้นมาได้

(โห ... สุดยอดเลยวุ้ย ... ตกลงว่าระหว่างอีตาอับราฮัม สโตกเกอร์กับผมเนี่ย ใครหน้าด้านกว่ากันครับ?)

ส่วนภาพอันน่าหวาดกลัวของตัวละคร “เค้าท์แดร็กคูล่า” นี้ ก็มีที่มาจากการที่อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ได้เห็นใบหน้าอันโทรม ๆ ขอบตาคล้ำ ๆ ของ ตาปรือกัปตันเรือสำเภานั้นเอง เขาเลยเอามาบรรยายเป็นภาพของตัวละครที่เป็นผีดิบอันน่าสะพรึงกลัวในนวนิยายสยองขวัญของเขา

ยิ่งภาพที่เขาเห็นจนติดตาก็คือ น้ำอัดลมโคล่าที่เป็นฟองฟอดนั้นไหลล้นหกออกมาจากมุมปากทั้งสองข้าง รวมทั้งฟันหลอเกือบทั้งปากที่เหลือเพียงแค่ฟันกรามผุ ๆ สองซีกตรงมุมปากของตาปรือ เลยทำให้กลายเป็นภาพของผีดิบดูดเลือดที่มีเขี้ยวแหลมคมที่มุมปากทั้งสองข้าง ที่คอยดูดเลือดของหญิงสาวจนกระทั่งเลือดนั้นไหลทะลักล้นออกมาจากมุมปากเสมอ

แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือ ภาพที่อีตาอับราฮัม สโตกเกอร์ได้ไปแอบดู ตาปรือ กัปตันเรือสำเภาลากทาสหญิงสาวลงไปไซร้ซอกคออยู่ใต้ท้องเรือเป็นประจำนั้น ก็ได้กลายมาเป็นฉากระทึกขวัญที่เป็นไคล์แม็กซ์ของเรื่อง ที่เค้าท์แดร็กคูล่าจะต้องออกดูดเลือดจากซอกคอของหญิงสาวคนแล้วคนเหล่าเป็นประจำ

ทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ ท่านอาจจะไม่เชื่อ แต่ผมขอยืนยัน( นั่งยัน,นอนยัน,ตะแครงยัน)ว่า มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้วครับ

เมื่อมาถึงตอนนี้แล้วยังจะมีใครเชื่อบ้างไหมว่า ...

ท่านเค้าท์แดร็กคูล่า ที่เป็นราชาของผีดิบดูดเลือดอันน่าหวาดกลัวอย่างสุด ๆ แท้จริงแล้วก็คือ ตาปรือ กัปตันเรือสำเภาจากท่าน้ำราชวงศ์ ของสยามประเทศนี้เองครับ

จริง ๆ นะครับ

ก๊าก ๆ ๆ

อิอิ










@@@@@@@@@@@@@@@

คุยกันท้ายเรื่อง

ก่อนอื่นต้องขอบอกเพื่อน ๆ ว่า เรื่องราวและรายละเอียดทั้งหมดในเรื่องนี้ไม่มีความจริงแต่ประการใดเลยครับ อ่านแล้วอย่าเชื่ออย่างเด็ดขาดนะครับ (น้อง ๆ เยาวชนที่บังเอิญเผลอเข้ามาอ่านแล้วก็อย่าเอาเนื้อเรื่องนี้ไปทำรายงานส่งคุณครูนะครับ ... เดี๋ยวเกิดสอบตกขึ้นมาพี่ไม่เกี่ยวด้วยนะครับ) เพื่อน ๆ อ่านกันแล้วก็อย่าซีเรียส อย่าคิดมากนะครับ เอาแค่อ่านกันเล่น ๆ พอขำขำ เพื่อคลายเครียดก็พอครับ แล้วผมก็ต้องขออภัยด้วยครับที่เรื่องนี้อาจจะมีคำไม่สุภาพรวมอยู่ด้วยครับ

แล้วผมก็อยากจะบอกว่า ผมไม่ได้เขียนเรื่องในสไตล์แบบนี้มานานแล้วเหมือนกันครับ เรื่องในสไตล์นี้เป็นประมาณว่า เขียนไปเรื่อย ๆ นึกมุกอะไรออกก็เขียนไถมุกไปเรื่อย ๆ แบบหน้าด้าน ๆ ครับ ซึ่งเวลาที่ผมเขียนเรื่องในสไตล์นี้ก็มีความสุขดีครับ เพื่อน ๆ ที่อ่านจบแล้วมีความคิดเห็นว่าอย่างไรก็ช่วยคอมเม้นท์บอกไว้ด้วยนะครับ แล้วช่วงนี้ผมจะพยายามเขียนเรื่องใหม่ ๆ เพื่ออัพบล็อกให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันเรื่อย ๆ นะครับ เพราะว่าเพื่อน ๆ ที่อ่านแล้วจะชอบใจเรื่องที่ผมเขียนจะได้เข้าไปโหวตให้แก่ผมได้ไงครับ (โห ... ยังอุตส่าห์หน้าด้านขอคะแนนโหวตเขาอีกเหรอเนี่ย?)

ขอให้ทุก ๆ ท่านที่เข้ามาชมบล็อกนี้มีความสุขมาก ๆ นะครับ ขอให้ท่านยิ้มแย้มแจ่มใสและมีความสุขตลอดไปนะครับ

อิอิ







 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2554
79 comments
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2554 0:02:32 น.
Counter : 6044 Pageviews.

 

มาเจิมก่อนน่ะ คุณอาคุง เดียวกลับมาอ่าน

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เด็กและเยาวชนเมื่ออ่านเรื่องนี้จบแล้ว กรุณารีบวิ่งไปปรึกษาผู้ปกครองโดยด่วน

เพราะผู้ปกครอง ออกไปทำงานแล้วอ่ะ 55555

 

โดย: เค็ง (ลงสะพาน...เลี้ยวขวา ) 16 กุมภาพันธ์ 2554 0:32:27 น.  

 

ฮ่าๆๆๆ แวะมาทักทายก่อน เดี๋ยวกลับมาอ่านวันนี้สายๆนะค่ะ
ฮ่าๆๆๆ ยาวมากเลยเน้ออออ เหอๆ

 

โดย: Nepster 16 กุมภาพันธ์ 2554 0:59:46 น.  

 

อ่านแล้ววิสกี้ควรจะวิ่งไปปรึกษาใครดีเนี่ย คิคิ

 

โดย: วิสกี้โซดา 16 กุมภาพันธ์ 2554 3:32:24 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่อาคุง

อ่าานแล้ว หุหุหุ
ไว้จะรออ่านนิยายอีโรติกของพี่นะครับ 555






 

โดย: กะว่าก๋า 16 กุมภาพันธ์ 2554 5:49:29 น.  

 


อ่านแล้วพี่อุ้มรีบวิ่งไปปลุกเจ้าน้องอุ้มตื่น
เกี่ยวกันไหมเนี่ย....รีบวิ่งเหมือนกันไง
555
เพราะต้องอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน
อิอิอิ มอร์นิ่งจ๊ะน้องกล่อง

 

โดย: อุ้มสี 16 กุมภาพันธ์ 2554 5:54:05 น.  

 

ผมก็นึกว่าจะมีแต่ "เปาบุ้นจิ้น" เท่านั้นที่เกิดในเมืองไทย


เพิ่งรู้นะเนี่ยว่ามี "เค้าท์แดร็กคูล่า" อีกคนนึง กร๊ากกกกก

 

โดย: หนอนตะไคร้ 16 กุมภาพันธ์ 2554 9:08:37 น.  

 

อ่านแล้วสนุกดีค่ะ ขอบคุณที่นำเรื่องขำๆมาเขียนให้อ่าน

 

โดย: บาร์บี้แสนสวย 16 กุมภาพันธ์ 2554 9:29:26 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


แวะมาทักทายกันวันพุธจ้าทิดกล่อง

 

โดย: หอมกร 16 กุมภาพันธ์ 2554 10:49:37 น.  

 

หนูเตรียมยาทาสีข้างไว้ให้พี่กล่องแล้วนะคะ

มารับให้ไวด้วยนะ เห็นเลือดออกซิบ ๆ แล้วอ่ะ

ไถ....ได้อีก อิอิ

คิดถึงพี่กล่องค่ะ


 

โดย: ริน นางบาลน้อย 16 กุมภาพันธ์ 2554 11:14:32 น.  

 

ไม่มีผู้ปกครองให้บอกเลย เลยต้องมาหัวเราะ และฮาเองกะบล้อกนี้

555555555


ขอเป็นสาวที่ถูกดูดเลือดจากผีดิบหนุ่ม ๆ นะคะ

 

โดย: Rinsa Yoyolive 16 กุมภาพันธ์ 2554 11:59:28 น.  

 



 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 16 กุมภาพันธ์ 2554 16:20:32 น.  

 

หุ หุ หุ


สว.เดินป่าเป็นกิโลเลยนะจ๊ะคุณกล่อง

 

โดย: tuk-tuk@korat 16 กุมภาพันธ์ 2554 17:07:03 น.  

 

 

โดย: LoveParadise 16 กุมภาพันธ์ 2554 21:58:39 น.  

 

 

โดย: กะว่าก๋า 16 กุมภาพันธ์ 2554 22:47:05 น.  

 

สวัสดีตอนดึกครับ ขอบคุณที่แวะไปทักทายและไปโหวตให้นะครับ .....

อ่านประวัติเคาน์แดรกคูล่าในบล็อกอาคุงกล่องแล้ว ช่างแหวกแนว พิศดารบานตะเกียงมากๆ .....

 

โดย: NET-MANIA 16 กุมภาพันธ์ 2554 23:17:19 น.  

 

เสียวคอเลย ฮาได้อีก
Goodnight ค่ะ


 

โดย: เริงฤดีนะ 16 กุมภาพันธ์ 2554 23:20:07 น.  

 

ตามคุณอ้อ มาเสียวคอ ด้วยคนค่า
คอ น่ะ คุณกล่อง 555555555

 

โดย: ลงสะพาน...เลี้ยวขวา 17 กุมภาพันธ์ 2554 0:59:10 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่อาคุง







 

โดย: กะว่าก๋า 17 กุมภาพันธ์ 2554 5:47:57 น.  

 


คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


สุข สดชื่น แจ่มใส ในวันพฤหัสบดีจ้าทิดกล่อง
วันนี้มีเรื่องใหม่มาแนะนำดูยังเอ่ย

 

โดย: หอมกร 17 กุมภาพันธ์ 2554 6:49:50 น.  

 

เอิ่ม..จะเชื่อดีมั้ยคะนี่

โยงได้เก่งจริงๆ ค่ะคุณ 55+

เห็นด้วยว่าทำไมไม่ดูให้จบฟระ มันค้างคานิ อิอิ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2554 8:30:58 น.  

 

ว้าว เรื่องนี้โยงเรื่องได้เก่งมาก ๆ เลยคุณกล่อง .... แบบว่าสลับซับซ้อน เชื่อมเอาเหตุการณ์ทางประวัติสามสี่ชาติ เข้ามาเกี่ยวโยงได้อีก :)) คงใช้เวลาคิด และ เขียน นานเหมือนกันเนาะ ... กด ๆ จิ้ม ๆ ให้เลยค่ะ

 

โดย: Tristy 17 กุมภาพันธ์ 2554 8:46:25 น.  

 

แวะมาอ่านอีกรอบแบบค้างๆคาๆค่ะ อิอิ

มีความสุขนะคะคุณอาคุงกล่อง

 

โดย: LoveParadise 17 กุมภาพันธ์ 2554 13:09:11 น.  

 

ขอบคุณมากๆเลยนะคะสำหรับกำลังใจในการถักตุ๊กตาค่ะ

 

โดย: LoveParadise 17 กุมภาพันธ์ 2554 13:31:16 น.  

 

โม้ได้ยาวมากลุง แต่ไม่เชื่อตั้งแต่แรกแระ5555

 

โดย: พจมารร้าย 17 กุมภาพันธ์ 2554 14:30:33 น.  

 

 

โดย: coji 17 กุมภาพันธ์ 2554 15:05:21 น.  

 

คนละที่กันจ้ะ


กุฎีเจริญพาศน์ หรือกุฎีล่าง หรือกุฎีกลาง อยู่ริมถนนอิสรภาพ เชิงสะพานเจริญพาศน์ เขตบางกอกใหญ่ ใกล้สถาบันราชภัฎธนบุรี...

ส่วนที่บล็อกพี่...กุฎีขาวอยู่ถนนอรุณอัมรินทร์ตัดใหม่จ้ะ



 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 17 กุมภาพันธ์ 2554 17:18:11 น.  

 

แสดงว่าเมืองไทยเราไม่แพ้ฝรั่งแหละมีแดร๊กคูล่าตัวจริงกว่าซะอีก 555

 

โดย: ซองขาวเบอร์ 9 17 กุมภาพันธ์ 2554 17:45:31 น.  

 

แวะมาฮาก่อนนอนค่ะ อ่านไปก็นึกไปว่าคุณอาคุงกล่องจะสรุปท้ายว่ายังไง สุดท้ายฮาเหมียนเดิม ขอบคุณที่ทำให้อารมณ์ดีก่อนนอนนะคะ

 

โดย: haiku 17 กุมภาพันธ์ 2554 23:53:48 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
ขอโทษที่หายไปสองวัน งานเข้าค่ะ วันที่๒๖ก.พ.นี้เทศบาลและอบต.จัดงานกีฬากลุ่ม ทางคณะผู้บริหารของเทศบาลและอบต.๓แห่งได้ไว้ใจและมอบงานแต่งขบวนให้ เลยช่วงนี้สาละวนกับการsetชุด เสื้อผ้าหน้าผม ช่างแต่งหน้า เลยมีเวลาเข้ามาทักทายน้อยมาก พรุ่งนี้วันหยุดก็คงไม่ได้พักผ่อนอีกตามเคย ไม่เป็นไร มีงานดีกว่าไม่มี....พรุ่งนี้มีโปรแกรมไปไหนหรือเปล่าคะคุณกล่อง มีความสุขมากมายนะคะ....

 

โดย: เกศสุริยง 18 กุมภาพันธ์ 2554 0:36:21 น.  

 

ฮ่าๆๆๆๆ คงแถมาก เหนื่อยละซิท่า

เอาลูกชิ้นหมูมาฝาก ไม่ต้องเอาไปให้อีตาปรือกินหรอกนะ ให้แดรกโคล่าไปนั่นแหละ


 

โดย: ไก่ (Schnuggy ชนุ๊กกี้ ) 18 กุมภาพันธ์ 2554 3:30:21 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่อาคุง








 

โดย: กะว่าก๋า 18 กุมภาพันธ์ 2554 5:15:41 น.  

 

มาทักทายยามเช้าครับ

เรื่องเล่าจากเรือสำเภาไทยโดยมีกัปตันคนไทยเป็นตัวละครสำคัญ

คุีณกล่องสามารถจริงๆ

 

โดย: Insignia_Museum 18 กุมภาพันธ์ 2554 8:31:05 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


แวะมาทักทายกันวันพระจ้า

 

โดย: หอมกร 18 กุมภาพันธ์ 2554 9:39:38 น.  

 

แวะมาทักทายค่ะ
ชอบค่ะเล่าเรื่องได้สนุกมาก
ชีวิตจริงมันเครียดพอแล้วเนอะ อ่านเรื่องสนุก ๆ แบบนี้ดีแล้ว เขียนอีกนะคะ

 

โดย: เนินน้ำ 18 กุมภาพันธ์ 2554 9:54:30 น.  

 



พระพุทธองค์ทรงประทาน โอวาทปาติโมกข์แก่พระอรหันต์สงฆ์
ในวันเพ็ญมาฆบูชา



ขอจงมีแต่ความสุข
เจริญในธรรม
ปฏิบัติตนให้ถึงพร้อมในหน้าที่
ประสบแต่สุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคล
สมบูรณ์พูนผลในโภคแห่งตนนะคะ


 

โดย: nart (sirivinit ) 18 กุมภาพันธ์ 2554 12:52:05 น.  

 

ไถไปได้เรื่อยๆเนาะ ว่าแต่งานนี้หมดเบตาดีนไปกี่ขวดคะเนี่ย

หัวเราะน้ำลายหกเลย .............

 

โดย: ร่มไม้เย็น 18 กุมภาพันธ์ 2554 13:40:02 น.  

 

ขอบคุณนะจ๊ะ

 

โดย: Junenaka1 18 กุมภาพันธ์ 2554 17:54:52 น.  

 



มาทักทายค่ะ





 

โดย: พธู 18 กุมภาพันธ์ 2554 21:31:10 น.  

 

หง่ะ สรุปว่าเป็นเรื่องจริงเหรอ

เชื่อไปแล้วนะเนี่ย

สบายดีไม๊น๊อออ เข้ามาช้าไปหน่อย มัวแต่ยุ่งๆค่ะ

มีความสุขมากๆจ้าา

 

โดย: มะฮอกกานีใบใหญ่ 19 กุมภาพันธ์ 2554 1:24:01 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่อาคุง








 

โดย: กะว่าก๋า 19 กุมภาพันธ์ 2554 5:47:09 น.  

 

สวัสดีพี่กล่องครับ

เพิ่งกลับจากชุมนุมกับเค้านะผมเนี่ย ร้อนอย่างมากๆเลย

งวดนี้ ไม่เขียนตะพาบน้อยคอยรักกับผมน่อ

 

โดย: มนุษย์ต่างดาว..ผมยาว..ปากหวาน.. (เป็ดสวรรค์ ) 19 กุมภาพันธ์ 2554 13:50:31 น.  

 

ขอบคุณพี่อาคุงกล่องที่แวะมาทักทายนะคะ

 

โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ 19 กุมภาพันธ์ 2554 21:08:50 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่อาคุง








 

โดย: กะว่าก๋า 24 กุมภาพันธ์ 2554 6:06:24 น.  

 


อิอิอิ

 

โดย: อุ้มสี 3 มีนาคม 2554 20:57:04 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่







 

โดย: กะว่าก๋า 4 มีนาคม 2554 7:13:32 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
ยามเช้าๆนี้อากาศไม่ร้อนมาก แต่พอสายลงนิดแทบจะนั่งไม่ได้เลย ร้อนมากมาย ต้องพึ่งแอร์คอนดิชั่นตลอดเลย พักผ่อนมาได้สามวันโดยไม่หยิบจับอะไรทั้งสิ้น วันนี้เตรียมsetชุดแสดงในงานแถลงข่าว"งานวีรชนปู่ดอก-ปู่ทองแก้ว"ของอำเภอวิเศษฯที่จะมีขึ้นในวันที่๑๖ที่จะถึงนี้ ระลึกถีงอยู่เสมอนะคะคุณกล่อง

 

โดย: เกศสุริยง 4 มีนาคม 2554 9:48:25 น.  

 

สวัสดียามเช้าค่ะอาคุงกล่อง สบายดีมั๊ยคะ รออ่านเรื่องต่อไปอยู่นะคะ

ขอบคุณมากๆค่ะที่แวะไปชิมกุ้งด้วยกันค่ะอร่อยๆราดข้าวด้วยกันนะคะ

 

โดย: LoveParadise 4 มีนาคม 2554 14:13:14 น.  

 

ฮาๆ .... ต๊าย กินโคล่าไปด้วยแทบสำลัก
กับมุกตาปรือแดกโคล่านี่ล่ะค่ะ ขำขันจนคนข้างๆ
งงว่ามันขำอะไรกันหนอ 555+

ไม่ได้คุยกันนานเลยค่ะอาคุงกล่อง
สบายดีหรือเปล่าค๊า .. ดูสิ พอมีหวานใจ
แล้วทำให้ไม่ได้คุยกันบ่อยๆ เลย ..
(เอ เกี่ยวกันไม๊ล่ะค่ะนี่) 55+

 

โดย: JewNid 4 มีนาคม 2554 19:13:07 น.  

 

อ่านแล้วลังเลอยู่ว่า จะกลัวหรือว่าฮาดี

 

โดย: haiku 4 มีนาคม 2554 20:59:57 น.  

 


ไว้พรุ่งนี้ถ้าหนูไม่ลืมหนูจะมาโหวตให้พี่กล่องค่ะ
หนูถามพี่อุ้มแล้วว่าจะให้โหวตอะไร
พี่อุ้มบอกว่าโหวตขำขันค่ะ

 

โดย: เจ้าการะเกด 4 มีนาคม 2554 22:29:10 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่








 

โดย: กะว่าก๋า 5 มีนาคม 2554 6:03:34 น.  

 

หนูมาสวัสดีพี่กล่อง
หนูมาโหวตขำขันให้พี่กล่องแล้วค่ะ

 

โดย: เจ้าการะเกด 5 มีนาคม 2554 15:31:53 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่








 

โดย: กะว่าก๋า 6 มีนาคม 2554 5:04:35 น.  

 

ทักทายยามดึกค่ะ ฝันดีนะคะ

 

โดย: อุ๊ (oumon ) 7 มีนาคม 2554 21:17:08 น.  

 

แวะมาเก็บรอยยิ้มจากบล็อกนี้ค่ะ

 

โดย: BeCoffee 7 มีนาคม 2554 22:21:55 น.  

 

Photobucket

อัพบล๊อคเพิ่มใหม่แล้ว แวะไปนะค่ะ :)

 

โดย: สาวสะตอใต้ 7 มีนาคม 2554 22:39:26 น.  

 



เกือบเชื่อแล้วสิคะ
ดีนะ...มาอ่านข้างล่างอ่ะค่ะ

 

โดย: พธู 8 มีนาคม 2554 9:43:48 น.  

 


สวัสดีค่ะอาคุงกล่อง...

แวะมาชวนชมภาพถ่ายคะ

 

โดย: คนผ่านทางมาเจอ 8 มีนาคม 2554 23:46:45 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
สวัสดียามเช้าค่ะคุณกล่อง อากาศร้อนใจคนอย่าร้อนนะคะ คิดถึงคร่าาาาาา

 

โดย: เกศสุริยง 9 มีนาคม 2554 9:43:53 น.  

 

โยงเรื่องได้เก่งดีจังเลยพี่

 

โดย: น้องผิง 22 กันยายน 2554 9:25:07 น.  

 

ช่างกล้าดีเนาะ......นับถือความกล้า(โยงเรื่อง)มากๆเลยค่ะ

 

โดย: ดอกแก้ว (tanH2O ) 22 กันยายน 2554 9:59:12 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณอาคุงกล่อง
สบายดีนะคะ จินได้รับโปสการ์ดคุณอาคุงกล่องแล้ว
แต่ไม่ได้ส่งข่าว ช่วงก่อนวุ่นวายกับชีวิตมากค่ะ
ดีใจที่คุณอาคุงกล่องชอบเสื้อนะคะ

จินไม่ใส่เพราะต้องใส่ซับในอีกชั้น มันร้อนค่ะ
ไม่งั้นโป๊ อิอิอิ
จินไม่ค่อยได้ไปไหนช่วงนี้ เลี้ยงลูก (ลูกเดียว)
รอให้โตกว่านี้อีกนิด คงจะพาเที่ยวได้ค่ะ

ได้แต่เที่ยวไปกันเพื่อนบล็อกนี่แหละ อิอิ

 

โดย: JinnyTent 22 กันยายน 2554 10:34:02 น.  

 

เค้าแด๊กโคล่านี่เอง

 

โดย: แม่อ้วนคนสวย 22 กันยายน 2554 10:38:08 น.  

 

ได้ความรู้อีกแล้ว ขอบคุณครับ

 

โดย: grilled chicken 22 กันยายน 2554 11:16:40 น.  

 

พี่กล่องงงงงงงง

พี่เคยดูดแล้วเลือดออกมาพอดีมะ?

ผมเคย

เอิ้กกกกกกก

แหยะ

 

โดย: ชายผู้หล่อเหลา...กว่าแย้นิดนึง. (เป็ดสวรรค์ ) 22 กันยายน 2554 12:24:17 น.  

 

ไม่ได้อ่านคุยกันท้ายเรื่องนะ เดี๋ยวจะเอาไปอ้างอิงให้ลูกชายทำรายงานส่งครู แล้วให้อ้างแหล่งที่มาเป็นบล็อคนี้ งานนี้แหล่ะลูกชายคงได้คะแนนเต็ม เพราะเป็นการเปิดเผยความลับเรื่องที่ไม่มีใครรู้มาก่อน

 

โดย: คนเคยผ่านมหาสมุทร 22 กันยายน 2554 13:58:54 น.  

 



ธัญว่างเลยแวะมาทักทายค่ะคุณอากล่อง
ว่างจากวิดน้ำ 555

 

โดย: tanjira 22 กันยายน 2554 16:47:34 น.  

 


ดูวันที่ที่อัพ...เดือนกุมภา คุ้นๆ เหมือนเคยอ่านแล้ว เห็นคอมเมนท์ตัวเอง ใช่จริงๆ ด้วย


สวัสดีวันสีส้มค่ะ




 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 22 กันยายน 2554 18:00:12 น.  

 

ขอบคุณสำหรับความปรารถนาดีเนื่องใน
วันคล้ายวันเกิดครับ


 

โดย: คนบ้า(น)ป่า (nulaw.m ) 22 กันยายน 2554 19:42:21 น.  

 

หุ หุ

 

โดย: tuk-tuk@korat 22 กันยายน 2554 21:25:30 น.  

 

อ่าว ๆ ทำไมเอาบล็อกเก่ามาลงใหอ่านน้อ สงสัยขักเบลอๆ ใช่ไหมคะคุณอากล่อง

ไปจัดอะไรไว้บ้านรินไว้เต็มเลย

เพื่อนๆ พากันมา ฮา แตก ฮา แต๋น กันหมด

ง่วงเสียก่อน ว่าจะมา จัดหนักกลับคืนคุงกล่องเสียหน่อย ท่าจะไม่ไหว ตาจะปิด
มัวแต่ทำ ps รูปต่างๆ อยู่ หุหุ

พรุ่งนี้เตรียมรับมือเลยนะคะ

ขอไปนอนฝันคิดแผนการก่อน เหอะๆ

 

โดย: Rinsa Yoyolive 23 กันยายน 2554 0:09:33 น.  

 

หุๆๆๆ อ่านแล้ว ตอนแรกคิดว่าเรื่องจริงซะอีก เผลอคิดตามไปใหญ่ หุๆๆๆ


ขอบคุณสำหรับคำอวยพรวันเกิดครับ
สวัสดีครับพี่

 

โดย: bayesian 23 กันยายน 2554 5:15:43 น.  

 

 

เอาการ์ตูน มิสเตอร์ บีน มาฝากครับ
//youtu.be/rcBk-zAZI7E

 

โดย: grilled chicken 23 กันยายน 2554 9:54:15 น.  

 

มาแระมา หนักๆ บ้านนี้

เหตุไฉน คววามรัก เปรียบ กับ ตุ๊กๆ

เหตุไฉนจึงได้ชื่อว่าเป็น ชายไร้รัก

และเหตุไฉนอาคุงกล่องจึง สั้นนัก (หมายถึงเม้นนะ) หุหุ




ต้องการคำตอบด่วนจี๋ บอกเม้นยาวสั้นรี่ ปาเม้นไปยาวกว่ากิโล

สวดยอดอย่างนี้เป็นกูรู หรือ ศิราณีได้หรือไม่



แว๊ปออกไปก่อน เพราะ ง่วงนอน

 

โดย: Rinsa Yoyolive 23 กันยายน 2554 11:33:35 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณกล่อง...ไปเอามุขมาจากไหนเนี่ย..เชื่อเลย..

 

โดย: Why England 23 กันยายน 2554 18:05:14 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
หมดกัน เสียหมด อุตสาห์หลงรักแวมไพร์ 5555

 

โดย: มิลเม 23 กันยายน 2554 19:07:25 น.  

 

ผมว่า บางช่วงบางตอน มีเรื่องจริง
ปะปนอยู่นะครับอาคุงกล่อง
.
แวะมาสวัสดียามค่ำครับ

 

โดย: panwat 23 กันยายน 2554 20:44:04 น.  

 

ขอบคุณครับ

 

โดย: Mon IP: 113.53.77.207 10 กันยายน 2559 12:10:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
อาคุงกล่อง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [?]




อาคุงกล่องเป็นชายไทยนิสัยดีมีความฝัน ผู้ผันตัวมาเป็นทาสวรรณกรรมอย่างแท้จริง ใช้ชื่อกำหนดตัวตนว่า “อาคุงกล่อง” เป็นนามปากกาสร้างสรรค์ผลงานในเชิงหัสนิยาย และงานเขียนในรูปแบบต่าง ๆ อาทิเช่น เรื่องสั้น นวนิยาย สารคดี ความเรียง บทกลอน ไดอารี่เพ้อเจ้อละเมอเพ้อฝันต่างๆ ฯลฯ

ปัจจุบัน “อาคุงกล่อง” เป็นนักนักอ่าน นักคิดและนักเขียน รวมทั้งเป็นนักจินตนาการออกมาเป็นตัวอักษรด้วย ผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่คือการเป็นนักเขียนมีคุณภาพที่สรรค์สร้างผลงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ คาดว่าในเวลาอันใกล้นี้นาม “อาคุงกล่อง” จะเกิดปรากฎชัดในโลกวรรณกรรม จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในหมู่หนอนนักอ่านทั่วไทย



"ในชีวิตจริงของคนเรา มีอะไรอีกมากมายที่จะต้องรับรู้และรับผิดชอบ ในแต่ละวันเรามีโอกาสที่จะหัวเราะได้สักกี่ครั้ง? แต่ถ้าเราได้มีโอกาสหัวเราะเสียบ้างเพื่อเป็นการผ่อนคลายหรือคลายเครียด ก็คงจะเป็นสิ่งที่ดีนะครับ"

ถ้าคุณเข้ามาในบล็อคของผมแล้ว คุณสามารถอมยิ้มหรือหัวเราะได้ ผมก็คงจะดีใจแล้วครับ (กรุณาช่วยทิ้งคอมเม้นท์วิจารณ์ไว้ให้ผมด้วยนะครับ จักขอบพระคุณมากเลยครับ)

akungklong@gmail.com
Friends' blogs
[Add อาคุงกล่อง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.