Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2556
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
28 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 

เกมส์ฮิตพิชิตรัก ... ตอน 2




เกมส์ฮิตพิชิตรัก ... ตอน 1




หลังจากนั้นผมก็พิมพ์พูดคุยกับเธอไปเรื่อย ๆ จนผมทราบข้อมูลของเธอเพิ่มเติมว่า ตัวเธอนั้นเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาชั้นปริญญาตรีอยู่ที่สถาบันการศึกษาที่ระบุไว้ตามข้อมูลในเฟสบุ๊คส์นั้น เธอเป็นศิษย์เก่าของสถาบันการศึกษานั้นที่ได้ทุนไปเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ แล้วก็กลับมาเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาเพื่อใช้ทุนคืน โดยในวันที่เธอไปทานอาหารแล้วผมได้เจอกับเธอนั้น เธอไปพร้อมกับเพื่อนร่วมงานอีก 3 คนที่เป็นอาจารย์เหมือนกัน ส่วนสาเหตุที่เธอต้องปิดผ้าพันแผลไว้ที่แก้มนั้นก็เพราะว่าในวันนั้นเธอไปยิงเลเซอร์สิวที่อยู่กลางแก้มข้างขวามา เธอจึงไม่ได้แต่งหน้าก่อนที่จะไปกินมื้อค่ำเลยด้วย

“ไม่น่าเชื่อว่าวันที่ไม่ได้แต่งสวยและมีแผลบนหน้าจะมีคนมาขอรู้จัก” เธอพิมพ์ประโยคนี้มาทำให้ผมต้องอมยิ้มขึ้นมาทันที

“หมอดูไม่ได้บอกไว้ก่อนเหรอครับ?” ผมพิมพ์ตอบ

“บอกอะไรคะ?” เธอพิมพ์ถามมาต่อ

“บอกว่าจะเจอเนื้อคู่ไง” ผมพิมพ์ตอบไปอีกครั้ง

ตายล่ะหว่า ... ผมทำไมผมถึงได้ตอบออกไปแบบน้ำเน่าขนาดนี้ได้ล่ะเนี่ย? ทำไงดีล่ะ? จะลบข้อความก็ไม่ได้แล้วด้วย ผมไม่น่าด่วนรีบกดส่งข้อความไปเลย

“555 ... แล้วไม่กลัวว่าหนึ่งจะหน้าบากเหรอคะ?” เธอพิมพ์ถามผมกลับมาอีกครั้ง เลยทำให้ผมสบายใจขึ้นเล็กน้อย

“ไม่กลัวหรอกครับ ผมเชื่อว่าคุณหนึ่งปิดผ้าพันแผลไว้เฉย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเห็นความงามที่แท้จริง” ผมเริ่มพิมพ์ตอบเธอไปอย่างเพลิดเพลินมากขึ้น

“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” เธอยังคงพิมพ์ถามกลับมาเหมือนเดิม

“ก็เหมือนกับนางในวรรณคดีไง ที่ซ่อนความงามเอาไว้เอาไว้หลังหน้ากากอันน่าเกลียด คุณหนึ่งก็คือเจ้าเงาะในร่างของนางสีดาไงครับ” ผมก็ยังคงเพลินพิมพ์ตอบไปเรื่อย ๆ

“ ??? ” แต่คราวนี้เธอกลับพิมพ์เครื่องหมายคำถามส่งมาให้ผมแทน

เอาล่ะสิครับ ซวยแล้วสิครับ นอกจากว่าผมจะน้ำเน่าแล้วผมยังมั่วข้อมูลอีกด้วย เจ้าเงาะกับนางสีดามันคนละคนกันเลย แล้วผมเอามารวมกันได้ไงเนี่ย?

“ งง ... ไม่เก็ทค่ะ” เธอพิมพ์เบิ้ลคำถามกลับมาอีก

“เอาเบอร์มือถือของคุณหนึ่งมาสิครับ เดี๋ยวผมโทรไปอธิบายให้ฟัง” ผมพิมพ์ตอบออกไปตามสัญชาติของผมในทันที

โห ... เนี่ยผมไปขอเบอร์ของเธอแล้วเหรอเนี่ย? ผมจู่โจมเธอเร็วเกินไปไหมหว่า? แล้วถ้าเธอรู้ว่าผมกำลังจีบเธออยู่ล่ะ เธอจะไม่หลีกหนีหายไปเลยเหรอ? แล้วผมก็ต้องนิ่งแบบอึ้งไปสักพักเพราะว่าในครั้งนี้เธอเงียบหายไปนานกว่าเดิม ผมเริ่มเอามือมากุมขมับเหมือนกับจะเสียใจที่ผมเผลอพลาดพลั้งไป

แต่แล้วสักครู่ใหญ่ ๆ เธอก็พิมพ์ข้อความส่งกลับมาหาผมอีก

“ขอโทษค่ะที่หายไปนาน จำเบอร์ตัวเองไม่ได้เลยต้องไปเปิดเครื่องดู”
ประโยคที่เธอพิมพ์กลับมานั้นผมอ่านแล้วแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย แล้วก็มีข้อความที่เป็นตัวเลขล้วน ๆ พิมพ์ส่งกลับมาให้แก่ผมต่อ

“089 – 8989xxx”

เมื่อผมเห็นเบอร์โทรของเธอที่พิมพ์ตอบกลับมาให้ ผมก็ดีใจจนแทบจะกระโดดตัวลอยจากเก้าอี้เลย แล้วผมก็ได้แต่คิดในใจว่า “เบอร์มือถือของเธอ ใช่แล้ว มันคือเบอร์มือถือของเธอแน่ ๆ เย้ ... ดีใจจังวุ้ย” แล้วในทันทีนั้นเองผมก็ไม่รอช้าที่จะรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดตามหมายเลขที่เธอพิมพ์บอกมา

แล้วความรู้สึกเหมือนว่าผมต้องเดินเข้าไปยิงลูกที่จุดโทษอีกครั้ง ความรู้สึกประหม่า ตื่นเต้นและหวาดกลัวมันหวนกลับมาอีกครั้งแล้ว ในครั้งที่แล้วโชคดีที่ผมอาจจะยิงเข้าประตู แต่ในครั้งนี้ล่ะ? ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาล่ะ ผมจะทำยังไงดี? ไอ้ลูกจุดโทษลูกแรกมันว่ายากแล้ว ไอ้ลูกที่สองนี้มันยากกว่าหลายพันเท่านัก

ผมไม่อาจจะให้ความลังเลเข้ามาครอบงำความต้องการลึก ๆ ในใจของผมได้ ผมตัดสินใจกดปุ่มโทรออกที่โทรศัพท์มือถือของผม แล้วผมรอก็ฟังเสียงสัญญาณเรียกของมันว่าอีกทางจะรับสายเมื่อไหร่ ผมพยายามตั้งสติเพื่อที่จะคิดคำพูดสำหรับการสนทนาที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้ ผมควรจะหาคำพูดอะไรที่ดีที่สุดเพื่อมากล่าวทักทายเธอให้เธอประทับใจให้ได้

“ฮัลโหล ... สวัสดีครับ” ผมรีบพูดออกไปในทันทีเมื่อปลายทางอีกฝั่งรับสาย มันคงเป็นคำกล่าวทักทายที่ดูดีที่สุดแล้วที่ผมคิดได้ในขณะนั้น

“สวัสดีคะ คุณกล่องใช่ไหมคะ?”

เสียงที่เธอพูดตอบกลับมานั้นมันช่างไพเราะเป็นอย่างมาก ความรู้สึกในตอนนั้นมันเหมือนกับว่าผมได้ค้นพบที่ซ่อนขุมทรัพย์อันล่ำค่าแล้ว ซึ่งแน่นอนล่ะ ผมต้องพยายามกอบโกยเอาสมบัติค่าพวกนี้มาเป็นของผมให้ได้

“ใช่ครับ ผมกล่องครับ คุณหนึ่งสบายดีนะครับ” ผมพูดตอบเธอไป

มันคงเป็นประโยคคำถามที่ดีที่สุดเท่าที่ผมนึกออกในตอนนั้นแล้วก็เป็นได้ ก็อย่างว่าล่ะครับ คนที่ดูกระล่อนและหน้าด้านแบบผมมักจะเกิดอาการประหม่าในครั้งแรกที่ได้คุยกับสาว ๆ เป็นประจำครับ

“ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่คะ กำลังเครียด ๆ อยู่พอดีเลยค่ะ”
เธอพูดตอบผมกลับมา ทำเอาผมต้องสะดุ้งไปอย่างเล็กน้อย เพราะมันไม่ใช่คำตอบแบบทั่วไปที่คนทั่วไปเขาตอบกัน แต่มันฟังแล้วดูเป็นจริงเป็นจังมากกว่า ซึ่งก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเธอพูดจริงหรือพูดเล่นที่ตอบผมกลับมาแบบนี้

“เครียดเหรอครับ? คุณหนึ่งเครียดเรื่องอะไรครับ?”

“พอดีว่าหนึ่งกำลังตรวจข้อสอบเด็กอยู่ค่ะ ลูกศิษย์ของหนึ่งแต่ละคนเขียนตอบข้อสอบได้หวัดมาก ๆ ลายมือของเด็กพวกนี้แย่มาก ๆ หนึ่งต้องเพ่งสายตาอ่านแล้วปวดหัวมาก ๆ เลยค่ะ” เธอพยายามพูดอธิบายให้ฟัง

“คุณหนึ่งกำลังตรวจข้อสอบอยู่ แสดงว่าผมโทรมากวนใช่ไหมครับ?” ผมถามออกไปด้วยความรู้สึกที่ผิดที่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอเครียดมากขึ้น

“ใช่ค่ะ คุณกล่องโทรมากวนได้เวลาพอดีเลย”

แล้วเธอก็หยุดพูดไปสักพักเล่นทำเอาผมอึ้งตามไปเหมือนกัน

“งั้นผมต้องขอโทษคุณหนึ่งด้วยนะครับ ที่โทรมารบกวน” ผมต้องพูดตอบออกไปแบบสำนึกผิดเล็กน้อย

“อุ้ย ... ไม่ต้องขอโทษขอโพยหรอกค่ะ หนึ่งกลับต้องขอบคุณคุณกล่องด้วยซ้ำที่เข้ามาแช็ทชวนหนึ่งคุยในเฟสบุ๊คส์ หนึ่งกำลังหาจังหวะผ่อนคลายพักจากการตรวจข้อสอบเด็ก ๆ อยู่พอดีเลยค่ะ มีคนมาช่วยคุยเป็นเพื่อนด้วยหนึ่งก็รู้สึกดีแล้วค่ะ”

พอผมได้ยินที่เธอตอบกลับมาแบบนี้ ผมก็ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยที่สุดเธอก็คงไม่ได้รังเกียจที่จะพูดโทรศัพท์คุยกับผมแน่ ๆ ในจังหวะนี้เองถ้าเปรียบเทียบกับการแข่งขันฟุตบอลแล้วก็คงเหมือนกับช่วงเวลาสำคัญของเกมส์ที่เขาเรียกว่า “เกมส์เปิด” ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีโอกาสที่จะหาจังหวะเข้ายิงประตูกันได้แล้วแน่ ๆ

“แล้วคุณหนึ่งกำลังตรวจวิชาอะไรอยู่ครับ? ลองบอกผมได้ไหมครับเผื่อว่าผมจะช่วยได้บ้างนะครับ” ผมเริ่มคำถามที่เป็นการเปิดบทสนทนาขึ้นทันที โดยที่ผมหวังว่าคงจะได้คำตอบที่สามารถเปิดทางให้ผมได้คุยกับเธอแบบยาว ๆ มากขึ้นก็เป็นได้

“หนึ่งคิดว่าคุณกล่องคงจะช่วยไม่ได้แน่ ๆ ในวิชานี้”

“แล้วมันคือวิชาอะไรล่ะครับ?”

“เฮ้าส์คีฟเปอร์ค่ะ” เธอตอบผมกลับมาเล่นเอาผมต้องอึ้งไปทันที

“หา ... วิชาอะไรนะครับ?”

“เฮ้าส์คีฟเปอร์ แมนเนจเม้นท์ หรือวิชานี้จะเรียกชื่อเป็นภาษาไทยว่า การจัดการส่วนงานแม่บ้านก็ได้ค่ะ”

เธอพยายามพูดตอบกลับมาให้ผมได้เข้าใจ แต่ว่าผมกลับต้องงงไปมากขึ้นกว่าเดิมอีก เพราะว่าผมไม่เคยได้ยินในสิ่งที่เธอพูดมาก่อนเลยครับ แต่ยังไงก็ตามผมก็ยังไม่ยอมเสียฟอร์มในตอนนี้แน่ ๆ ผมเลยต้องพยายามถูไถและแถต่อไปให้เรื่อย ๆ

“งานแม่บ้านเหรอครับ? ประมาณว่าเป็นงานกวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ทำกับข้าวและล้างจานใช่ไหมครับ?”

“ไม่ใช่แต่ว่าใกล้เคียงมากค่ะ หนึ่งคิดว่าที่คุณกล่องพูดมานั้นคุณกล่องกำลังคิดถึงคนรับใช้ที่บ้านใช่ไหมคะ? แต่จริง ๆ แล้ววิชาที่หนึ่งสอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการโรงแรม ซึ่งเป็นส่วนงานที่ต้องคอยบริการให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการห้องพักของทางโรงแรมมากกว่าค่ะ”

“งั้นคงเป็นงานเปลี่ยนผ้าถูที่นอนและกวาดทำความสะอาดห้องใช่ไหมครับ?”

“จริง ๆ แล้วมันมีมากกว่านั้นอีกค่ะ มันเริ่มต้นตั้งแต่การต้อนรับลูกค้า การดูแลเลือกห้องพักให้แก่ลูกค้า ตามที่คุณกล่องบอกมานั้นก็เป็นส่วนหนึ่งค่ะ แต่มันมากกว่านั้นซึ่งรวมไปถึงการดูแลเอาใจใส่บริการแก่ลูกค้าผู้เข้าพัก รวมไปถึงเรื่องอาหารการกินและการเดินทางของลูกค้าในระหว่างที่เช็คอินเข้าพักกับทางโรงแรมด้วย”

“ฟังดูแล้วน่าเครียดจริง ๆ ด้วยครับ” ผมพยายามพูดขัดขึ้น เพราะผมกลัวว่าถ้าปล่อยให้ยาวไปกว่านี้ ผมต้องได้ไปลงทะเบียนเข้าสอบวิชานี้แน่ ๆ

“จริง ๆ แล้วรายละเอียดปลีกย่อยมันเยอะมากกว่าค่ะ”

ก่อนที่เธอจะพูดเลคเช่อร์ให้ผมได้ฟังต่อ ผมก็เริ่มคิดได้ว่าผมควรจะลองหาจังหวะในทีเผลอลองยิงลูกทีเด็ดออกไปสักครั้งจะดีกว่า

“คุณหนึ่งสอนวิชาที่ต้องคอยดูแลคนอื่นแบบนี้ แล้วคุณหนึ่งคิดอยากจะให้ใครสักมาดูแลตัวคุณหนึ่งบ้างไหมครับ?” ผมพยายามพูดออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะได้ยินประโยคที่ผมถามอย่างชัดเจน

แน่ล่ะครับ ... เมื่อใครได้เจอประโยคแบบนี้เข้าไปก็คงจะอึ้งไปตาม ๆ กันแน่ ผมได้ปล่อยให้การสนทนาเงียบไปสักพักเหมือนกำลังคอยจังหวะเข้าซ้ำอยู่ แต่แล้วเพียงชั่วอึดใจต่อมาเธอก็พูดตอบผมต่อ

“ไม่สำเร็จหรอกค่ะ คุณกล่องเอาวิธีนี้ไปใช้กับคนอื่นเถอะค่ะ” เธอพูดตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่จืดชืดลงกว่าเดิมเยอะ

เล่นทำเอาผมงงไปเหมือนกันครับ ไงเป็นอย่างนี้ได้ล่ะครับ? ... มันผิดไปกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้เยอะเลยครับ ทำไมเธอรู้ทันล่ะเนี่ย? คราวนี้เลยกลายเป็นว่าผมโดนดักเข้าเองเสียแล้ว มันเหมือนกับปลาไหลที่โดนจับยัดเข้าไปไว้ในกระบอกไม้ไผ่แบบไม่ทันตั้งตัว เขาจะจับเอาไปต้มยำทำแกงก็คงไม่รอดแน่ ๆ ในตอนนี้ผมเริ่มมองหาทางออกไม่เห็นบ้างแล้วล่ะครับ

“เออ ...ว่า” ผมได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พยายามจะหาคำพูดอะไรพูดออกไปต่อแต่ว่าปากของผมมันยังไม่ขยับเพราะว่าสมองมันยังไม่สั่งการให้เลือกเฟ้นคำพูดใดออกมาได้ในตอนนี้

“จะมาหลอกขายประกันให้แก่หนึ่งไม่สำเร็จหรอก” เธอพูดต่อออกมาอีกประโยคด้วยน้ำเสียงแบบห้วน ๆ แบบจริงจังมากขึ้น

เหมือนนักมวยที่โดนซ้ำเข้าไปอีกหมัดแบบยังไม่หายมึนดี ทำเอาในครั้งนี้ผมต้องเซถลาเกือบจะร่วงหล่นพื้นแล้ว แต่ผมยังพอมีสติที่จะประครองขาให้ยืนอยู่ได้ ผมรีบพยายามคิดตามในทันทีว่าสิ่งที่เธอพูดมันคืออะไร

“หมายความว่ายังไงครับ?”

“อย่ามาหลอกขายประกันให้หนึ่งเลยค่ะ”

“ขายประกัน ... ใครขายประกันครับ?” ผมยังคงถามต่อด้วยความไม่เข้าใจเหมือนเดิม

“ก็คุณกล่องพยายามจะขายประกันให้แก่หนึ่งใช่ไหมล่ะคะ? หนึ่งคงไม่ซื้อประกันจากคุณกล่องแน่ ๆ ค่ะ คุณกล่องเอาเวลาไปพูดชักชวนคนอื่นดีกว่า อย่ามาเสียเวลาขายประกันให้แก่หนึ่งเลยค่ะ”

แย่แล้วสิครับ เธอคงคิดว่าผมคงเป็นเซลล์ขายประกันแน่ ๆ เลย แล้วอย่างนี้ผมจะทำอย่างไรต่อดีล่ะครับ? ว่าแล้วผมต้องรีบเคลียร์ให้ความกระจ่างแก่เธอก่อนที่เธอจะคิดเป็นอื่นไปไกลกว่านี้ ไม่อย่างงั้นเกมส์นี้ของผมต้องจบลงแบบหมดลุ้นแน่ ๆ

“ผมไม่ได้มาขายประกันให้แก่คุณหนึ่งนะครับ” ผมกลับมาเริ่มต้นพูดที่น้ำเสียงที่ราบเรียบและจริงจังมากขึ้น

“จริงเหรอคะ?”

“จริง ๆ ครับ ผมไม่ได้เป็นเซลล์ขายประกันอย่างที่คุณหนึ่งคิดนะครับ”

“อ้าว ... แต่ในนามบัตรของคุณกล่องระบุไว้ว่าคุณกล่องเป็นไฟแนลเซียลคอนเซาท์ คุณกล่องไม่ได้ขายประกันเหรอคะ?”

ผมถึงบางอ้อเสียที ที่แท้เธอก็ตีความหมายอาชีพของผมที่ระบุไว้ในนามบัตรผิดนี่เอง โอ้ย ... ค่อยรู้สึกโล่งอกไปได้เยอะเลย อย่างน้อยผมก็จะได้เคลียร์ให้เธอได้หายเข้าใจผิดได้ เกมส์นี้ก็อาจจะได้ดำเนินต่อเนื่องไปได้อีกครั้ง

“ผมเป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงินการลงทุน ผมทำงานอยู่ในสถาบันการเงินครับ แต่ผมไม่ได้อยู่ในไลน์ของธุรกิจประกันชีวิตครับ” ผมพยายามให้เธอได้เข้าใจมากขึ้น

“เหรอคะ?”

“ใช่ครับ ... ผมมีหน้าที่ดูแลลูกค้ารายใหญ่ที่นำเงินมาร่วมลงทุนกับบริษัทของผมครับ”

“งั้นหนึ่งก็ต้องขอโทษคุณกล่องด้วยนะคะ ที่หนึ่งเข้าใจผิดคิดว่าคุณกล่องเป็นเซลล์ขายประกันนะ”

“แล้วทำไมคุณหนึ่งถึงคิดว่าผมเป็นเซลล์ขายประกันล่ะครับ”

“ก็วันที่คุณกล่องเอานามบัตรฝากเด็กเสิร์ฟมาให้หนึ่งนั้น เพื่อน ๆ ของหนึ่งทุกคนที่อยู่บนโต๊ะเค้าก็ลงความเห็นว่าคุณกล่องต้องเป็นเซลล์ขายประกันแน่ ๆ เลย”

“หน้าตาผมเหมือนเซลล์ขายประกันมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” ผมลองถามเธอกลับไปต่อ เพื่อว่าผมจะได้คำอธิบายที่มากขึ้นกว่านี้

“ในวันนั้นคุณกล่องนั่งร่วมโต๊ะกับชายสูงอายุอีก 3 คน แล้วบุคลิกของคุณกล่องก็เหมือนต้องคอยดูแลเทคแคร์ทุกคนที่ร่วมโต๊ะโดยตลอด หนึ่งก็เลยคิดตามที่เพื่อน ๆ ของหนึ่งลงความเห็นว่าต้องเป็นเซลล์ขายประกันแน่ ๆ ค่ะ”

เมื่อเธอพูดประโยคนี้จบลงผมก็เริ่มยิ้มขึ้นมาได้บ้าง แสดงว่าในวันนั้นอย่างน้อยเธอก็ได้มองมาที่ผมบ้างล่ะครับ เธอถึงได้สังเกตท่าทางของผมได้ถูกบ้าง แบบนี้มีลุ้นต่อแน่ ๆ ครับ สงสัยเกมส์นี้ต้องเล่นกันต่อยาว ๆ แน่เลยครับ

“โห .. คุณหนึ่งช่างสังเกตจังเลยนะครับ จริงครับที่วันนั้นผมต้องคอยดูแลลูกค้าของผม เพราะว่าในวันนั้นผมต้องเลี้ยงรับรองลูกค้ารายใหญ่ของผมครับ”

“นั้นสิคะ เพื่อน ๆ ของหนึ่งเลยตีความว่าคุณกล่องต้องเป็นพวกขายประกันที่พาลูกค้ามากินเลี้ยงเพื่อหลอกให้ซื้อประกันแน่ ๆ เลย แต่ละคนดูสูงอายุกว่าคุณกล่องเยอะเลยค่ะ”

“ถ้าผมขายประกันจริง ๆ ผมคงไม่มาขายพวกคนแก่หรอกครับ แต่ใช่ครับสำหรับธุรกิจของผม คนที่วัยเลยเลขห้าเลขหกขึ้นไปแล้วมักจะเป็นผู้ที่มีเงินเก็บเหลือเยอะ ซึ่งเหมาะสมสำหรับการมาร่วมลงทุนที่บริษัทของผมครับ ยังไงผมก็ขอยืนยันกับคุณหนึ่งว่า ผมไม่ได้เป็นเซลล์ขายประกันนะครับ”

ผมต้องรีบสรุปยืนยันอย่างชัดแจ้งให้เธอทราบโดยเร็วที่สุด เพื่อที่ผมจะได้ดำเนินการตามที่หัวใจของผมเรียกร้องต่อได้

“แต่ขอโทษนะคะ เพื่อนของหนึ่งเค้าบอกว่า มีแต่เซลล์ขายประกันเท่านั้นล่ะที่หน้าด้านเอานามบัตรมาให้คนอื่นในระหว่างที่เค้ากำลังกินข้าวกันอยู่”

พอเธอพูดประโยคนี้จบลงผมถึงกับต้องหน้าหงายอีกครั้ง เหมือนนักมวยที่กำลังต้อนคู่ต่อสู้เข้ามุมได้แล้ว แต่จู่ ๆ ก็โดนหมัดเด็ดของคู่ต่อสู้สวนออกมาอย่างจังโดยไม่ทันระวังตัว เกือบจะเข้าปลายคางถึงขั้นน็อคเฮ้าท์แบบพลิกล็อคได้เลย ว่าแล้วผมก็ต้องพยายามหาทางพูดแก้ตัวต่อให้ได้ครับ

“งั้นผมคงต้องฝากขอโทษเพื่อนคุณหนึ่งด้วยก็แล้วกันครับ เพราะว่าในวันนั้นเวลาของผมมันเร่งรัดมาก ผมจึงไม่มีเวลาที่จะเดินเข้าไปแนะนำตัวเองที่โต๊ะของคุณหนึ่งเลยครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่การแนะนำตัวเองโดยใช้วิธีฝากนามบัตรของคุณกล่องก็ดูน่ารักแบบแปลก ๆ ดีค่ะ”

พอผมฟังประโยคนี้จบแล้วผมก็ต้องเริ่มคิดพิจารณาให้ถี่ถ้วนอีกครั้งว่าเธอตั้งใจจะชมหรือว่าด่าผมกันแน่ครับ

“น่ารักแบบแปลก ๆ ... ฟังแล้วมันก็แปลกดีนะครับ” ผมเลยต้องพูดทวนประโยคเพื่อถามเธอกลับไป

“หนึ่งก็หมายความว่าก็โอเคนะคะ เพียงแต่หนึ่งไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนค่ะ แล้วหนึ่งก็ไม่คิดว่าไม่มีใครที่จะทำอะไรแปลก ๆ แบบที่คุณกล่องทำในวันนั้นค่ะ”

“ใช่ครับ ผมมันเป็นพวกแปลกและพิสดารด้วยครับ” ผมพูดพร้อมกับหัวเราะขึ้นเบา ๆ

แต่ว่าเธอกลับอึ้งไปอีกแล้วครับ อ้าว ... แต่ล่ะหว่า เนี่ยผมพลาดพูดอะไรออกไปอีกล่ะเนี่ย? กำลังดำเนินเกมส์ต่อเนื่องอยู่ดี ๆ ดันมาพลาดด้วยประโยคบ้า ๆ แบบนี้อีกแล้วเหรอเนี่ย?

“พิสดาร?” เธอถามขึ้นสั้น ๆ

เอาว่ะ พลาดได้ก็แก้ไขได้ ว่าแล้วผมก็ต้องพยายามหาทางพูดแก้ตัวแบบถูไถต่อไปเรื่อย

“พิสดารก็หมายความว่า เยอะมาก กว้างขวางละเอียดลออมากขึ้น เหมือนเวลาที่เค้าแก้ไขประวัติศาสตร์ไงครับ เค้ามักจะใช้คำว่าประวัติศาสตร์ฉบับพิสดาร ซึ่งหมายความว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่ได้ถูกแก้ไขใหม่ให้มีความละเอียดลออและครอบคลุมรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นครับ” ผมหน้าด้านพูดแก้ตัวแบบน้ำขุ่น ๆ ไปเรื่อย ๆ

พอผมพูดอธิบายประโยคยาว ๆ นี้จบลงผมก็ต้องรีบถอนหายใจในทันที ไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะคำแก้ตัวของผมจะมีน้ำหนักให้เธอเชื่อมากขึ้นหรือไม่? แต่อย่างน้อยผมก็เชื่อว่าน่าจะทำให้เธออึ้งต่อไปอีกสักพักแน่ ๆ ครับ

“ฮือ” เธอส่งเสียงออกมาเพียงเบา ๆ

ผมฟังแล้วเหมือนเป็นเสียงครางของเธอที่ส่งออกมาจากสมองอันว่างเปล่า ทำเอาผมต้องหาคำพูดมารีบรวบรัดตัดความเพื่อตัดการสนทนาเอาเพียงไว้เพียงแค่นี้ก่อน คงจะเหมือนกับนักมวยที่ต่างฝ่ายก็ต่างมึนและเมาหมัด ควรจะให้ระฆังดังลั่นขึ้นเพื่อพักยกรอจังหวะที่หายมึนงงแล้วค่อยมาสู้กันในยกใหม่น่าจะดีกว่า

“เออ ว่าแต่ผมโทรมาคุยนานแบบนี้ ผมรบกวนคุณหนึ่งที่กำลังทำงานตรวจข้อสอบอยู่เหรอเปล่าครับ?”

“ใช่ค่ะ รบกวนมากเลยค่ะ หนึ่งกำลังจะบอกคุณกล่องอยู่พอดีเลยค่ะ”
เธอตอบกลับมาแบบนี้ทำเอาผมต้องหน้าเสียไปเลยเหมือนกันครับ ทำไมเธอช่างเป็นคนที่พูดอะไรได้ตรงไปตรงมาแบบนี้ล่ะครับ?

“งั้นผมขอโทษคุณหนึ่งด้วยนะครับ”

“อุ้ย ... หนึ่งพูดเล่นค่ะ เห็นคุณกล่องเป็นคนมีอารมณ์ขัน หนึ่งเลยแกล้งพูดแหย่คุณกล่องดูบ้างค่ะ จริง ๆ แล้วหนึ่งต้องขอบคุณที่คุณกล่องทำให้หนึ่งหายมึนจากการตรวจข้อสอบเด็ก แต่ตอนนี้หนึ่งกลับจะเริ่มมึนกับเรื่องอื่นแทนแล้ว หนึ่งขอตัวกลับไปมึนกับงานของหนึ่งต่อดีกว่าค่ะ หนึ่งกลัวว่าจะตรวจข้อสอบเสร็จไม่ทันค่ะ”

“งั้นก็คงโอเคครับ ผมคงไม่รบกวนชวนคุณหนึ่งคุยอะไรไปมากกว่านี้แล้ว”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนึ่งคุยกับคุณกล่องแล้วก็รู้สึกดีนะคะ หายเครียดเรื่องงานไปได้เยอะเลยค่ะ”

เธอพูดจริง ๆ หรือว่าเธอพูดประชดผมก็ไม่ทราบครับ แต่ยังไงก็ตามผมถือว่าเกมส์นี้ยังไม่จบครับ สำหรับผมต้องมีแข่งต่อมีแข่งใหม่ไปอีกสักครั้งสองครั้งแน่ ๆ ว่าแล้วผมก็ต้องทิ้งท้ายไว้ให้เธอรู้ตัวก่อนก็คงจะดีครับ

“ถ้าอย่างงั้นในวันหน้าผมขออนุญาตโทรมาคุยกับคุณหนึ่งอีกได้ไหมครับ?” ผมพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มและฟังดูสุขุมมากขึ้น

“ได้ค่ะ แต่ต้องเป็นเวลาที่หนึ่งไม่ติดงานหรือไม่ติดสอนนะคะ ถ้าเป็นช่วงค่ำ ๆ ที่หนึ่งเลิกงานกลับมาถึงบ้านแล้วน่าจะสะดวกคุยได้ค่ะ”

เหมือนเธอรับคำทายทายจากผมในการที่จะต้องแข่งขันในเกมส์ต่อ ๆ ไปแน่ อย่างน้อยผมก็แอบยิ้มได้ในใจว่ายังไงเกมส์นี้ผมก็ยังมีลุ้นอยู่ต่อครับ เพียงแต่ว่าเมื่อจบเกมส์แรกในวันนี้แล้ว ผมค่อยไปนั่งวิเคราะห์เกมส์ในวันต่อ ๆ ไปดีกว่าครับ

“ขอบคุณคุณหนึ่งมาก ๆ ครับ วันนี้ขอให้คุณหนึ่งตรวจสอบเด็กเสร็จนะครับ”

“ค่ะ ขอบคุณคุณกล่องเช่นกันค่ะ สวัสดีค่ะ”

แล้วเธอก็วางสายไป ในขณะที่ผมได้แต่ยิ้มด้วยความปลาบปลื้มอยู่คนเดียว ผมยกเอามือทั้งสองข้างมากุมโทรศัพท์มือถือไว้ พร้อมทั้งดึงมันเอามาแนบไว้ที่หน้าอก โดยตั้งใจที่จะให้โทรศัพท์มันแนบเข้าไปเป็นเนื้อเดียวกันกับร่างกายของผม ผมพยายามให้มันอยู่ใกล้ ๆ กับหัวใจมากที่สุด เพราะว่าในขณะนี้มันคือสิ่งเดียวที่สามารถทำให้ผมสื่อสารติดต่อกับเธอได้ แล้วผมได้แต่หลับตายิ้มอย่างมีความสุข จนกระทั่งผมหลับสนิทไปตลอดทั้งคืน


(ยังไม่จบ ... รออ่านตอนต่อไปนะ)









@@@@@@@@@@@@@@@@

คุยกันท้ายเรื่อง

ก่อนอื่นต้องขออภัยด้วยครับที่ผมห่างหายจากการอัพบล็อกไปนานพอสมควร สำหรับเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องยาวที่ผมลองเขียนดูครับ ยอมรับว่าเรื่องยาว ๆ ก็เขียรยากเหมือนกันครับ ผมเลยอยากจะได้ตำแนะนำและคำติชมจากเพื่อน ๆ ที่ได้อ่านเรื่องนี้แล้วครับ ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรก็ช่วยคอมเม้นท์บอกไว้ให้แก่ผมด้วยนะครับ ผมจะได้นำเอาคำชี้แนะไปปรับปรุงงานเขียนของผมครับ

ขอบคุณมากครับสำหรับทุกคอมเม้นท์

อิอิ





 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2556
34 comments
Last Update : 28 พฤษภาคม 2556 20:05:09 น.
Counter : 4179 Pageviews.

 


๙๙๙ เจิม ๙๙๙




มาอ่านกันเยอะ ๆ นะ




 

โดย: อาคุงกล่อง 28 พฤษภาคม 2556 20:54:57 น.  

 

สวัสดีค่ะ..

แหม..เขียนแบบน่าอ่านติดตามนะค่ะ..ว่า

คุณกล่องจะจีบคุณครูคนนี้สำเร็จไหมหนอ..?

ขอลุ้นให้กำลังใจคุณกล่องด้วยนะค่ะ..

แหม..กำลังตกหลุมรักอยู่..อิอิ

 

โดย: คนผ่านทางมาเจอ 28 พฤษภาคม 2556 21:14:19 น.  

 

ชอบให้คุณกล่องเขียนเรื่องรักหวานๆค่ะ
ที่จริงอสคุงกล่องนี่..ละเอียดและโรแมนติกนะ
ไม่ใช่จะมัแต่บุคลิกทะลึ่ง ทะเล้น ด่านเดียว..
อื อิ

 

โดย: เริงฤดีนะ 28 พฤษภาคม 2556 21:48:03 น.  

 


กด Like ให้เป็นคนที่ 1
เขียนให้มีตอนต่อไปนี้น่าตีมากๆ อิอิอิ
น้องกล่องชอบยั่วให้อยาก (อ่าน) เสมอเลยเน๊าะ
อิอิอิ


 

โดย: อุ้มสี 28 พฤษภาคม 2556 23:45:38 น.  

 

สวัสดีค่ะอาคุงกล่อง...

ชอบตระเวนไปหลายรพ.นะค่ะ..

ถึงรู้เรื่องดอกกุหลาบแดงติดอกเสื้อ...อิอิ

ได้มากี่ดอกล่ะค่ะ..อิอิ

 

โดย: คนผ่านทางมาเจอ 30 พฤษภาคม 2556 15:31:28 น.  

 

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาคุงกล่อง Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
..............................
อ่านมาจนถึง..ขอเบอร์โทร... กำลังยิงจุดโทษ...งั้นขอโหวตก่อนละกัน..เดี๋ยวกลับอ่านต่อ...

อ้อขณะที่อ่านงัยกลับจิตนการว่าพระเอกคือชาคริต แย้มนามไปได้ก็ไม่ทราบฮ่า

 

โดย: Opey 1 มิถุนายน 2556 11:10:52 น.  

 

หวัดดีค่าอาคุงกล่อง

คุณหนึ่งจากในเรื่องเค้าฝากบอกมาว่า

ตอนสองจะคิดออกไหมเนี่ย 555







: Interview .. the Blogger :: ~ multiple ~

รับประกันเสียงหัวเราะตลอดทั้งบล็อกที่นี่ !!

 

โดย: Rinsa Yoyolive 2 มิถุนายน 2556 17:36:33 น.  

 

มาตามอ่านและให้กำลังใจนะคะ

สู้ ๆ ค่ะ

 

โดย: โสดในซอย 3 มิถุนายน 2556 7:46:52 น.  

 

แอบมาอ่านคะ ^^

 

โดย: น้องผิง 3 มิถุนายน 2556 22:13:11 น.  

 

แหะๆ
แอบมาอ่านด้วยคน
ว่าแต่คุณพี่มาแอบอ่านของคุณน้องตอนคุณน้องกำลังแอบเปลี่ยนรูปอยู่พอดีเลย อิอิ

 

โดย: gluhp 8 มิถุนายน 2556 0:02:39 น.  

 



ชักอยากจะติดตามผลงานเขียนของคุณกล่องซะแล้ว

ว่าจะลงเอยกับอาจารย์คนนี้หรือเปล่า...?

โปรดติดตามตอนต่อไปใช่ไหมล่ะ..? อิอิ

แวะมาชวนคุณกล่อง..เขียนงานตะพาบค่ะ

อะไรก็ได้ตามสไตล์ถนัด..

หัวข้อนี้ อ้อมแอ้มคิดเองค่ะ..เรียนเชิญนะค่ะ

 

โดย: คนผ่านทางมาเจอ 8 มิถุนายน 2556 12:31:51 น.  

 

แวะมาอ่านด้วยคนค่า

วันหยุดสบาย ๆ เลยแวะมาชวนคุณกล่องไปชมภาพวาดงาม ๆ และงานเขียนเพราะ ๆ ของคุณปอนค่ะ

 

โดย: haiku 9 มิถุนายน 2556 15:56:05 น.  

 

โห คนเข้ามาดู 800 กว่าคนแล้ว เยี่ยม
แล้ว ๆ จะจีบติดปะนี่คุณกล่อง

จะรออ่านตอนต่อ.....

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 11 มิถุนายน 2556 13:39:23 น.  

 

นี่เรื่องจริงหรือแต่งขึ้น

เค้าอยากไปงานแต่งงงงงง อิอิ

สวัสดีค่ะคุณกล่อง สบายดีหรือเปล่าคะ แต่หนูว่าบายอยู่แล้วแหล่ะ

เห็นเรื่อยๆ ในเฟส 555+

ไปดีฟ่า

 

โดย: maitip@kettip 12 มิถุนายน 2556 16:07:34 น.  

 

กลับเข้าบล็อกได้แล้วค่าอาคุงกล่อง

ทางนี้ให้อภัยแล้ว อิอิ






 

โดย: Rinsa Yoyolive 14 มิถุนายน 2556 21:33:50 น.  

 


กด Like ให้เป็นคนที่ 1
พี่อุ้มแวะมาโหวต Literature Blog

 

โดย: อุ้มสี 16 มิถุนายน 2556 22:56:47 น.  

 

เข้าคลิกติดตามบล็อกค่ะ...ไม่เขียนต่ออีกหรือค่ะ

 

โดย: Opey 17 มิถุนายน 2556 10:26:24 น.  

 




ปอป้าขอกราบขอบพระคุณในน้ำใจไมตรีที่มอบให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่เจ็บป่วย และที่สำคัญในเวลาที่สูญเสียลูกชายอันเป็นที่รัก

ความปรารถนาดีและกำลังใจจากทุกท่านจะดำรงอยู่ในหัวใจของปอป้าตลอดไป...ค่ะ


 

โดย: พรหมญาณี 18 มิถุนายน 2556 12:55:58 น.  

 

Happy Birthday ค่าคุุณกล่อง
มีความสึุขมากๆนะคะ

 

โดย: schnuggy 23 มิถุนายน 2556 0:09:25 น.  

 

HBD 2 U

 

โดย: เศษเสี้ยว 23 มิถุนายน 2556 1:36:10 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดค่ะ

มีความสุข สุขภาพแข็งแรงนะคะ


***ไม่ว่าเรื่องสั้น เรื่องยาว เหมาเป็นพระเอกคนเดียวเลยเหรอคะ

ป่านนี้ คุณหนึ่งตรวจงานเด็กเสร็จไปนานแล้วมัง เดินหน้าต่อไปยังไงคะพระเอก


 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 23 มิถุนายน 2556 6:29:12 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณกล่อง

หลังจากที่รอมานาน ได้อ่านซะที อิ อิ
เงาะกับนางสีดาเนี่ยนะ เป็นมุกจีบหญิงที่ฮาจริงๆ

อ้อ..ลืมไปเลยว่าแวะมาทำอะไร

สุขสันต์วันเกิดนะคะ ขอให้มีความสุขกายสุขใจค่ะ


แอมอร

 

โดย: peeamp 23 มิถุนายน 2556 6:44:09 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดครับคุณกล่อง
ขอให้สุขภาพดี มีความสุขนะครับ

อ่านจบแล้วครับ สัมพันธภาพที่กำลังเริ่มต้น
จะลงเอยแบบใด น่าติดตามต่อครับ

 

โดย: Insignia_Museum 23 มิถุนายน 2556 8:53:54 น.  

 

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดคร้าคุณอาคุงกล่อง
มีสุขภาพใจและกายแข็งแรงตลอดไปนะคร้า

 

โดย: tui/Laksi 23 มิถุนายน 2556 9:57:09 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

 

โดย: ประกายพรึก 23 มิถุนายน 2556 10:30:49 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดครับ




 

โดย: ต้นกล้า อาราดิน 23 มิถุนายน 2556 10:47:37 น.  

 



Happy Birthday
มีความสุขมักมากนะคะ

 

โดย: ลงสะพาน...เลี้ยวขวา 23 มิถุนายน 2556 14:08:35 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดด้วยคนนะค่ะอาคุงกล่อง..

ขอให้มีความสุขมากๆในทุกๆวัน

ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงและสมบูรณ์

มีรักที่สมหวังตลอดไปนะค่ะ..

เมื่อไหร่ละครเรื่องนี้จะจบนะค่ะ..

รออ่านอยู่ค่ะ..

 

โดย: คนผ่านทางมาเจอ 23 มิถุนายน 2556 14:32:33 น.  

 



ขอให้คุณอาคุงกล่องมีความสุขมาก ๆ สุขภาพแข็งแรง และโชคดีตลอดไป สุขสันต์วันเกิดค่ะ

 

โดย: haiku 23 มิถุนายน 2556 18:35:07 น.  

 


HBD สมหวังในสิ่งที่หวังจ๊ะน้องกล่อง

 

โดย: อุ้มสี 23 มิถุนายน 2556 20:26:23 น.  

 

HBD............

ร่ำรวยๆ แฟนสวยๆ สมหวังนะคะ อาคุงกล่อง อิอิ


 

โดย: Rinsa Yoyolive 23 มิถุนายน 2556 22:13:58 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดค่ะ

มีความสุขมากๆ และสุขภาพแข็งแรงนะคะ

 

โดย: ข้ามขอบฟ้า 23 มิถุนายน 2556 23:01:26 น.  

 

สองพันเศษเพจวิวแล้วบล็อกนี้ ทำสถิติเทพ นะครับกล่อง .. ขอเพิ่มข้อมูล .. งานแม่บ้าน งานให้บริการในห้องพัก งานให้บริการส่วนหน้า งานครัว งานช่าง แต่ละงานเป็นงานคนละส่วนกัน .. งานแม่บ้าน (Housekeeping Management) นับเป็นงานสำคัญงานหนึ่งของโรงแรม นอกจากจะดูแลความสะอาดในห้องพัก เปลี่ยนของใช้ในห้องพัก ซักรีด จัดดอกไม้แล้ว ยังจะดูแลความสะอาดห้องจัดเลี้ยง ล็อบบี้ ห้องอาหาร สระว่ายน้ำ สวน นับเป็นงานที่ต้องบริหาร ไม่งั้นจะทำไม่ทัน

HBD ครับกล่อง ขอให้สนุกกับแต่ละวัน สุขภาพดีเลิศ และมีความสุขมากๆนะครับ




 

โดย: yyswim 24 มิถุนายน 2556 14:15:27 น.  

 

เมื่อไหร่จะมีตอนสามล่ะคะ

 

โดย: ซองขาวเบอร์ 9 27 มิถุนายน 2556 20:54:25 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
อาคุงกล่อง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [?]




อาคุงกล่องเป็นชายไทยนิสัยดีมีความฝัน ผู้ผันตัวมาเป็นทาสวรรณกรรมอย่างแท้จริง ใช้ชื่อกำหนดตัวตนว่า “อาคุงกล่อง” เป็นนามปากกาสร้างสรรค์ผลงานในเชิงหัสนิยาย และงานเขียนในรูปแบบต่าง ๆ อาทิเช่น เรื่องสั้น นวนิยาย สารคดี ความเรียง บทกลอน ไดอารี่เพ้อเจ้อละเมอเพ้อฝันต่างๆ ฯลฯ

ปัจจุบัน “อาคุงกล่อง” เป็นนักนักอ่าน นักคิดและนักเขียน รวมทั้งเป็นนักจินตนาการออกมาเป็นตัวอักษรด้วย ผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่คือการเป็นนักเขียนมีคุณภาพที่สรรค์สร้างผลงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ คาดว่าในเวลาอันใกล้นี้นาม “อาคุงกล่อง” จะเกิดปรากฎชัดในโลกวรรณกรรม จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในหมู่หนอนนักอ่านทั่วไทย



"ในชีวิตจริงของคนเรา มีอะไรอีกมากมายที่จะต้องรับรู้และรับผิดชอบ ในแต่ละวันเรามีโอกาสที่จะหัวเราะได้สักกี่ครั้ง? แต่ถ้าเราได้มีโอกาสหัวเราะเสียบ้างเพื่อเป็นการผ่อนคลายหรือคลายเครียด ก็คงจะเป็นสิ่งที่ดีนะครับ"

ถ้าคุณเข้ามาในบล็อคของผมแล้ว คุณสามารถอมยิ้มหรือหัวเราะได้ ผมก็คงจะดีใจแล้วครับ (กรุณาช่วยทิ้งคอมเม้นท์วิจารณ์ไว้ให้ผมด้วยนะครับ จักขอบพระคุณมากเลยครับ)

akungklong@gmail.com
Friends' blogs
[Add อาคุงกล่อง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.