creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

Sebastian Wernicke "Lies, Damned Lies and Statistics (about TED Talks)"

Sebastian Wernicke


สำหรับคนที่ฟัง TED Talks ตอนนี้จะฮามากครับ et cetera et cetera (it's ok to fake intellectual capacity! :P)




 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2553 14:10:06 น.
Counter : 349 Pageviews.  

Peter Donnelly "How Juries Are Fooled by Statistics"

Peter Donnelly


เป็นคลิปหนึ่งที่ผมชอบใน TED Talks ครับ เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวเกี่ยวกับสถิติที่คนทั่วไปตีความและเข้าใจผิด ๆ ซึ่งในประเด็นตอนท้ายโปรเฟสเซอร์ดอนเนลลีได้ยกเคสของเซลลี่ คล๊าก ที่ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมลูกตัวเอง 2 คน เพราะกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ท่านเซอร์ มีโดว ออกมาบอกด้วยข้อมูลสถิติว่า โอกาสที่เด็กจะตายเองทั้งสองคนโดยธรรมชาตินั้นมีเพียง 1 ใน 73 ล้าน ตัวเลขสถิติอันนี้เป็น bad science ที่อันตรายครับ ภายหลังก็ถูกโต้แย้งจาก Royal Statistical Society (RSS) และเป็นตัวอย่างที่ดีตัวอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า "How Juries Are Fooled by Statistics" หลังดูคลิปจบ เดี๋ยวเรามีประเด็นพูดคุยต่อท้ายกันนิดหน่อย


คุยกันหลังคลิป

มี 3 ประเด็นครับ

1. วิธีการคำนวณว่ารอ HTH คือ 10 และ รอ HTT คือ 8 หาได้ด้วย state machine ดังรูป เห็นว่า state ที่เรารอ HTH นั้นใน state ลุ้น "H" ถ้าออกก้อย มันจะเด้งกลับไป state รอ "H" ขณะที่ ณ state เดียวกันของ HTT ลุ้น "T" ถ้าออกหัว มันแค่กลับไป ลุ้น "T" ก่อนหน้า

          1.1 รอ HTH

          

          คำนวณ w0 = 10

          1.2 รอ HTT

          

          คำนวณ w0 = 8

2. ตัวอย่างที่โปรเฟสเซอร์ดอนเนลลีพูดเกี่ยวกับ false positive ผมเคยเจอหลายคนเข้ามาท้วง (ในบล็อกผมนี่ก็มีครับ ลองดู เมื่อผลตรวจเป็น positive) ว่าข้อมูลไม่เพียงพอ คือ ขาด sensitivity กับ specificity ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ได้ขาดครับ เขากำหนดทั้ง sensitivity และ specificity โดยใช้คำว่าความแม่นยำ 99% เพื่อให้เห็นภาพง่าย ๆ ไม่งั้นต้องมานั่งอธิบายคำ 2 คำนี้กันก่อน กล่าวคือ ทั้ง sensitivity และ specificity เท่ากัน เท่ากับ 99% ครับ สำหรับคนที่สนใจ นี่คือนิยามของคำบางคำเพิ่มเติม ในเรื่องนี้

          sensitivity = (จำนวน true positive)/[(จำนวน true positive) + (จำนวน false negative)]
          specificity = (จำนวน true negative)/[(จำนวน true negative) + (จำนวน false positive)]
          1 - specificity คือ อัตราให้ผลบวกเท็จ หรือ false positive rate
          1 - sensitivity คือ อัตราให้ผลลบเท็จ หรือ false negative rate
          false positivite rate = (จำนวน false positive)/(จำนวนคนที่ไม่เป็นโรค)
          false negative rate = (จำนวน false negative)/(จำนวนคนที่เป็นโรค)

3. กรณีตัวอย่างในศาลของเซลลี คล๊าก อาจารย์ดอนเนลลีพูดกระจ่างมากครับ ส่วนที่อยากดึงมาย้ำคือ prosecutor's fallacy หมายถึง fallacy เกี่ยวกับการให้เหตุผลผิด ๆ เชิงสถิติที่ใช้โต้แย้งในศาล เช่น แม้ว่าโอกาสที่ลูกของเซลลีจะตายโดยธรรมชาติเท่ากับ 1 ใน 73 ล้านจริง ก็ไม่ได้แปลว่า เธอมีโอกาสเป็นผู้บริสุทธิ์เท่ากับ 1 ใน 73 ล้าน เพราะถึงแม้ว่า cot death คู่นั้นจะเกิดขึ้นได้ยาก แต่การฆาตกรรมเด็กทารกคู่ก็เกิดขึ้นยากด้วยเช่นกัน!

เพื่อขยายความให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้น ผมชอบตัวอย่างนี้ครับ สมมติว่าในกล่องมีเหรียญ 1 ล้านเหรียญ และมีเหรียญอยู่เหรียญหนึ่งที่มีหัวทั้งสองด้าน เราเรียกเหรียญที่มีหัวสองด้านนี้ว่าเหรียญที่มีความผิดจริง คราวนี้สมมติคุณสุ่มหยิบขึ้นมา 1 เหรียญ และคุณไม่ได้พลิกดูมันทั้ง 2 ด้านนะครับ แต่คุณทำการทดลองโดยการทอยเหรียญ 15 ครั้ง ปรากฎว่ามันออกหัวทั้ง 15 ครั้งเลย อัยการก็เอาล่ะ สรุปว่าเหรียญนั่นคือเหรียญที่มีความผิดจริง เพราะ ถ้าเหรียญนั้นเป็นเหรียญที่บริสุทธิ์ การออกหัว 15 ครั้งติดต่อกันมีโอกาสเพียง (1/2)15 = 0.00003 เท่านั้นเอง เป็นไปได้น้อยมาก ๆ ... เสียใจด้วยครับคุณอัยการ ผิดครับ! ไม่ใช่คำนวณโอกาส 0.00003 ผิดนะครับ แต่การสรุปว่าเป็นเหรียญมีความผิดด้วยตัวเลข 0.00003 นั้นผิด เพราะจริง ๆ แล้วโอกาสที่เหรียญที่มีความผิดจริงจะถูกหยิบออกมาเป็นเท่าไร? 1/(1 + 999999/215) = 0.03 หรือ 3% (เพราะใน 999999 เหรียญบริสุทธิ์ มีประมาณ 30 เหรียญที่ทอย 15 ครั้งแล้วออกหัวติดกันทั้ง 15 ครั้ง) แปลว่าอะไรครับ? แปลว่าด้วยวิธีการทอย 15 ครั้งแล้วด่วนสรุปนี้ โอกาสที่อัยการกล่าวหาเหรียญบริสุทธิ์ว่าเป็นเหรียญที่มีความผิดมีสูงถึง 97%




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 10 พฤษภาคม 2553 15:40:49 น.
Counter : 932 Pageviews.  

Richard Feynman "The Rules of the Game"

Richard Feynman


ฟายน์แมนเปรียบเทียบการค้นพบกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์กับการติดตามเฝ้าดูพระเจ้าเล่นหมากรุก ข้อเปรียบเทียบนี้ถ้าใครที่เคยอ่าน Six Easy Pieces (หรือ Lectures on Physics) จะพบในบท Basic Physics นะครับ หรือในหนังสือ The Pleasure of Finding Things Out ก็อยู่ในบทแรก หัวข้อ The Rules of the Game อันที่จริงข้อความจากหนังสือบทนั้น ก็ edit จากสคริปที่คุณเห็นในคลิปนี่แหละครับ สัมภาษณ์โดย BBC รายการ Horizon ปี 1981

ตัวอย่างหนังสือบางเล่มของฟายน์แมนคลิกที่นี่




 

Create Date : 09 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 9 พฤษภาคม 2553 17:49:38 น.
Counter : 401 Pageviews.  

Richard Feynman "Gotta Have My Orange Juice!"

Richard Feynman


อีกคนซ้ายมือนั่นถ้าผมเข้าใจไม่ผิดคือ Ralph Leighton เพื่อนรักและผู้เขียน TUVA or BUST! Richard Feynman's Last Journey และอีกหลาย ๆ เรื่องที่ทำให้เรารู้จักฟายน์แมนในมุมส่วนตัว เช่น Surely You're Joking หรือ What do you care What other people think? (ถ้าเข้าใจผิดก็ขออภัยด้วยครับ) ดูคลิปนี้จบตะกี้ เดี๋ยวผมขอลงไปหาน้ำส้มมาดื่มสักแก้ว! นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายคนหลงรักฟายน์แมนครับ




 

Create Date : 08 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2553 22:54:32 น.
Counter : 292 Pageviews.  

Philip Zimbardo "What Makes People Go Wrong?"

Philip Zimbardo


อะไรทำให้คนปกติธรรมดาที่ดูว่าดี ๆ กลายเป็นคนชั่วช้าไปได้? โปรเฟสเซอร์ซิมบาร์โด้พยายามที่จะสรุปให้เราฟังภายใน 20 นาที (จาก TED Talks นะครับ) เล่าภาพที่ชวนหดหู่ใจจากคุกในอิรัก Abu Ghraib ปี 2003 เปรียบเทียบกับการทดลองคุกสแตนฟอร์ดที่โด่งดังของแกนะครับ ซึ่งการทดลองครั้งนั้นต้องยุติภายใน 5-6 วัน (และทำให้แกได้พบฮีโร่ - มุกนี้เรียกเสียงฮาสนั่น คุณลองฟังไปจนจบนะ) เพราะเด็ก ๆ หลายคน emotional breakdown รายละเอียดอ่านได้เต็มอิ่ม จุใจ ในหนังสือ The Lucifer Effect (ขอสารภาพว่าผมอ่านตั้งแต่ปีที่แล้ว จนบัดเดี๋ยวนี้ยังไม่ผ่านพ้นวันพุธเลยครับ เหตุการณ์เริ่มวันอาทิตย์ ไม่ใช่ไม่สนุกนะครับ รายละเอียดเยอะมาก น่าติดตามมาก แต่หนังสือฉบับที่ผมมีตัวอักษรเล็กมาก อ่านแล้วเหนื่อย - ก็อ้างกันไป) โปรเฟสเซอร์พูดถึงด้านลบของคนก็จริง แต่เป็น "the negative that people can become, not the negative that people are" ถ้าสถานการณ์ทำให้คนดีกลายเป็นคนเลวได้ ก็เป็นไปได้ที่จะทำเด็กเลวให้กลายเป็นเด็กดี แกว่างั้น คำถามจึงไม่ใช่ "who" แต่เป็น "what" ไม่ใช่ "ใคร" ที่ควรรับผิดชอบต่อความเลวร้ายเสมอไป บางทีอาจจะเป็น "อะไร" (หมายถึง สถานการณ์อะไร) ใน presentation ของแกมีคำคมนักเขียนรัสเซีย ดอสโตเยฟสกี Nothing is easier than to denounce the evildoer; Nothing more difficult than understanding him. (ไม่มีอะไรง่ายกว่าการประณามไอ้ชาติชั่ว แต่ก็ไม่มีอะไรยากกว่าการทำความเข้าใจมัน)




 

Create Date : 07 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 25 ธันวาคม 2553 1:25:54 น.
Counter : 1299 Pageviews.  

1  2  3  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.