creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

บาร์เทิลบี



ผมไม่ประสงค์จะบอกว่าหนังสือเล่มนี้ผมชอบเพียงไร คุ้มค่ากับการอ่าน (และกับเงินที่เสียไป) เพียงไร แม้ผมจะไม่ประสงค์อ่านบทกล่าวตาม ซึ่งมีความหนาเท่ากับกึ่งหนึ่งของบาร์เทิลบี แต่กระนั้นมันก็ยังคุ้มค่าอยู่ดี

ผมให้
เบียร์สิงห์ให้




 

Create Date : 12 มิถุนายน 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:20:41 น.
Counter : 994 Pageviews.  

เทวดามีปีก



ในผลงานแปลรวมเรื่องสั้น 9 เรื่องเล่มนี้ผมชอบหนี (Flight) ของ John Steinbeck กับสปิโนซาแห่งมาร์เก็ตสตรีท (The Spinoza of Market Street) ของ Isaac Bashevis Singer เป็นอันดับต้น เมื่อมาม่าส่งลูกชายเปเป้หนีขึ้นสู่ภูเขา Steinbeck อุทิศพื้นที่ส่วนใหญ่เพื่อบรรยายเส้นทางหลบหนีของผู้หลบหนีซึ่งมีผู้ไล่ล่าตามมาติด ๆ ขณะนั้นเองคำถามหนึ่งเกิดขึ้นในใจผู้อ่าน เปเป้มีปลายทางไหม ถ้ามี คือ ที่ไหน กระทั่งเข้าสู่บทสรุป ผมเชื่อว่าเรายังตั้งคำถามที่น่าสนใจได้อีก ถ้าเรารู้ว่าผลบั้นปลายเป็นเช่นเดียวกัน ผิดแค่เร็วช้า เราจะหนีมั้ย ? สำหรับสปิโนซา ผมประทับใจในความโง่เขลา พลัง และความงามในเรื่องเพศของ ดร.นาฮัม ฟิสเชลสัน นักปรัชญาผู้เป็นตัวละครหลัก การกลายเป็นคนโง่เขลาเอายามแก่ หากเป็นการช่วยต่อให้ชีวิตยืนยาวขึ้น มีความสุขขึ้น แน่ใจได้อย่างไรว่าคนเราจะไม่เลือกเอาฝ่ายโง่เขลา ... ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้นก็ดีกรีนักเขียนรางวัลโนเบลนะครับ สำหรับผมมันเป็นธรรมดาที่จะมีเรื่องที่อ่านไม่รู้เรื่อง อย่างความฟุ้งซ่านที่มากเกินไปของผู้แปรพักตร์ (The Renegade) ของกามูส์ นั้นอ่านด้วยความเครียดและเหนื่อยใจ ผมไม่ค่อยประทับใจเรื่องของรพิทรนาถเป็นพื้นเดิมอยู่แล้ว (คุณอาจมีความคิดไม่เหมือนผม ถ้าคุณชอบอ่านเรื่องที่เหมือนกับ ... พูดว่าไงดี ... นิทาน - เรื่องสั้น - เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...)

ขอพูดเรื่องคำนำสำนักพิมพ์ อ่านแล้วทำให้รู้สึกไม่ดีนะครับ โดยเฉพาะการสรุปว่า "การอ่านหนังสือ สติปัญญา ความรู้นึกคิด จึงสวนทางกัน" ด้วยเหตุเพราะหนังสือที่ทำการตลาดดีจากประเทศมหาอำนาจเข้ามาสร้างกระแสในแวดวงวรรณกรรม ผมรู้สึกไม่ดีอย่างแรกคือการลบหลู่คนอ่าน ยิ่งพูดว่า "สังคมที่มีการรับข่าวสารมากขึ้น แต่การแยกสาระทำได้น้อยลง" มันดูเป็นประโยคที่เหมือนจะสวยหรูดี แต่หาความอะไรไม่ได้เลย หนึ่ง สังคมที่พูดถึงนั้นคือใคร ถ้าหมายถึงคนอ่าน (ซึ่งหมายถึงผู้บริโภค แปลอีกก็ได้ว่าคนที่ควักกระเป๋าจ่ายตังค์เพื่อซื้อหนังสือ) พูดแบบนี้มันแฝงความหมายว่า เธอนี่โง่จังที่ไม่ซื้อหนังสือของฉัน ไม่รู้หรือไงว่าหนังสือของฉันเป็นงานวรรณกรรมระดับโลกเชียวนะ ผมนึกถึงตลาด แล้วมีแม่ค้าขายทุเรียนออกมาโวยวายแกมด่าลูกค้าที่ซื้อมังคุด แต่ลืมมองว่าจริง ๆ แล้วแม่ค้าทั้ง 2 เจ้ากุมตลาดคนละส่วนกัน ผมไม่เชื่อว่าคุณค่าของการอ่านหนังสืออยู่ที่งานโนเบล ซีไร้ท์ บลา บลา บลา แบบนี้เป็นการยกย่องคุณค่าของหนังสือหรือบุคคลเขียนหนังสือโดยสถาบัน ดังนั้นหางที่สำนักพิมพ์คุณชูอยู่ตอนนี้ก็คือสถาบันที่ประกาศรางวัล อย่างโนเบล ก็เท่ากับคุณชูหางของ Swedish Academy อีกที ในขณะที่สำนักพิมพ์อื่นอาจชูหางด้วยคำว่า "ยอดขายกว่า xxx เล่ม" "แปลมาแล้ว xxx ภาษา" "พิมพ์ครั้งที่ xxx" ฯลฯ ถ้าคุณจะพูดว่าหนังสือที่ดีคือหนังสือของนักเขียนรางวัลโนเบล อันดับแรกคุณต้องตอบคำถามในใจตัวเองให้ได้ว่าคุณเชื่อถือ committee (เพียงแค่ 4 ถึง 5 คน) จาก Swedish Academy แค่ไหน มันอาจจะได้รับการยกย่องจากคนส่วนใหญ่ (อย่าลืมจำนวนประชากรประเทศไทยเราทั้งหมดรวมกันนั้นเป็นคนส่วนน้อย) แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่านี่ไม่ได้เป็นกระแสกระแสหนึ่ง และคุณก็ได้ฉกฉวยกระแสนี้เอามาเป็นจุดขาย ถ้ากล้าพูดว่าต้องการเผยแพร่ผลงานที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ (ซึ่งเรายังไม่มีข้อสรุปว่าแบบไหนเรียกว่ามีคุณภาพ --- ในใจผมนั้นคือแบบที่คนจ่ายเงินได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากเงินที่เสียไป ไม่ว่าคนที่จ่ายเงินนั้นจะปรารถนาผลตอบแทนในมุมไหน) อย่างแท้จริง เอางี้สิครับ ลดราคาหนังสือลงหน่อย (กระแสอาจจะดีขึ้นด้วยกฎของอุปสงค์เอาก็ได้นา :P

ผมให้




 

Create Date : 11 มิถุนายน 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:21:21 น.
Counter : 1081 Pageviews.  

Nine Lives



เล่มนี้มี 4 เรื่องสั้น ๆ ภาพสวยงามครับ ส่วนเนื้อหาก็โอเค

ผมให้




 

Create Date : 11 มิถุนายน 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:21:52 น.
Counter : 995 Pageviews.  

7 (Seven Deadly Sins)



การ์ตูนสั้น 7 เรื่องตามบาปต้น 7 ประการ (The Seven Deadly Sins) ของนักบุญเกรกอรี่ เดอะ เกรท โดย 7 นักวาดการ์ตูนดาวรุ่งพุ่งแรง ... สำหรับผม ไม่มีเรื่องไหนโดนใจสักเรื่อง

ผมให้




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:22:14 น.
Counter : 980 Pageviews.  

ปริศนาคำสารภาพ



เรื่องราวของคะจิตำรวจวัย 49 ฆาตกรรมเมียตัวเองและเข้ามอบตัวกับตำรวจ 2 วันหลังจากนั้นถูกถ่ายทอดผ่านตัวละครหลัก 6 ตัว วิธีเล่าเรื่องของคะจิ ฮิเดะโอะสร้างสรรค์ได้ยอดเยี่ยมครับ ตัวละครทั้ง 6 นั้นเริ่มจากตำรวจผู้เชี่ยวชาญ ผู้ช่วยอัยการ นักข่าว ทนายความ ผู้พิพากษา และผู้คุมนักโทษ ทั้ง 6 ต่อสู้เพื่อให้รู้ว่า 2 วันก่อนคะจิมอบตัวนั้นเขาหายไปไหน การต่อสู้ของทั้ง 6 ถูกจำกัดโดยโครงสร้างของสังคม โครงสร้างขององค์กร ผมเชื่อว่าฮิเดะโอะต้องการแสดงให้เห็นความพ่ายแพ้ของปัจเจกบุคคลต่ออำนาจยิ่งใหญ่แต่ไร้ตัวตนของคำว่าองค์กร ชิคิ ผู้เชี่ยวชาญถูกกดดันจากองค์กรตำรวจซึ่งถูกกดดันจากนักข่าว ซาเซะ อัยการถูกกดดันจากองค์กรสำนักอัยการซึ่งถูกกดดันจากตำรวจ นาคาโอะ นักข่าวถูกกดดันจากสำนักงานข่าว ตำรวจ และสำนักอัยการ อุเอะมุระ ทนายความถูกกดดันทั้งจากสำนักทนายความและปัญหาครอบครัว ฟุจิบายาชิ ผู้พิพากษาถูกกดดันจากหัวหน้าผู้พิพากษา โคงะ ผู้คุมเรือนจำเองก็ถูกกดดันจากเรือนจำ แต่เหนืออื่นใดทั้ง 6 ตัวละครหลักก็กดดันตัวเองด้วยวิถีที่แตกต่างกันออกไป ชิคิ ซาเซะ ฟุจิบายาชิอาจต้องการความจริง นาคาโอะ ต้องการสกุ๊ปข่าวใหญ่ อุเอะมุระ ต้องการโอกาส โคงะ ต้องการเรียกศรัทธาในตัวเองให้กลับคืนมา 2 วันนั้นคะจิหายไปไหน... ผมรู้แล้วครับ (และคุณจะได้รู้เมื่ออ่านจบจนถึงบทสุดท้าย) เมื่อปิดหนังสือเล่มนี้ ผมไม่อาจกลั้นน้ำตาที่คลอเบ้าไม่ให้มันไหลออกมาได้ จึงจัดมันเป็นหนึ่งในหนังสือที่โดนใจ

ผมให้
เบียร์สิงห์ให้
ไอ้บ้าโอ๊ดให้




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2551    
Last Update : 17 กันยายน 2552 12:09:24 น.
Counter : 957 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.