creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

จักรวาลในหนึ่งอะตอม



ผมไม่ค่อยชอบหนังสือเล่มนี้เท่าไร จักรวาลในหนึ่งอะตอม (The Universe in a Single Atom) การหลอมรวมวิทยาศาสตร์กับจิตวิญญาณ ตอนที่หยิบซื้อมาผมคิดว่าจะเป็นหนังสือวิพากษ์วิจารณ์ศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งผ่านมุมมองของอีกศาสตร์หนึ่ง ดาไลลามะ สละสองบทแรกบรรยายประวัติความสนใจวิทยาศาสตร์ (จริง ๆ แล้วคือเทคโนโลยี) ของท่านตอนเยาว์ และบทที่ 3 - 5 ด้วยเรื่องราวทางวิทยศาสตร์ประกอบด้วย สัมพัทธภาพ ควอนตัมฟิสิกส์ บิกแบง และวิวัฒนาการ อีก 5 บทที่เหลือท่านใช้พื้นที่อย่างมากหมดไปกับปัญหาทางจิตวิทยา (ขออภัยจริง ๆ ผมไม่อยากนับความสัมพันธ์ที่ห่างไกลกันค่อนข้างมากระหว่างจิตวิทยากับอะตอมหรือเอกภพ - จึงถือว่าการตั้งชื่อหนังสือกับเนื้อหาภายในหนังสือมีความสอดคล้องกันไม่ถึงครึ่ง) ประเด็นวิทยาศาสตร์กับศาสนาพุทธ (มหายาน) ที่ดาไลลามะยกมานั้นผมรู้สึกผิดหวังอย่างแรงที่เพียงการวางเรื่องเทียบเคียงกันธรรมดา ๆ แต่ยิ่งผิดหวังขึ้นไปอีกเมื่อเห็นทัศนะที่รู้สึกว่าไม่ตรงประเด็น ผมขอยกตัวอย่างนะครับ เรารู้ว่าวิทยาศาสตร์มีขอบเขตจำกัด การตั้งคำถามทางวิทยาศาสตร์เพื่อค้นหาคำตอบนั้นก็อยู่ในขอบเขตจำกัด นี่เป็นเรื่องจริงที่ไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนมาคัดค้าน เพราะฉะนั้นการอ้างถึงทฤษฎีใดทฤษฎีหนึ่งผู้อ้าง (หรือผู้อ่าน ผู้ศึกษา) จึงควรจะต้องมองเห็นขอบเขตภายใต้ทฤษฎีนั้นด้วย ในบทบิกแบงซึ่งเป็นทฤษฎีหนึ่งที่ว่าด้วยกำเนิดเอกภพ ดาไลลามะรู้สึกผิดหวังที่บิกแบงไม่ได้ตั้งคำถามก่อนหน้าการเกิดบิกแบง จากนั้นท่านเติมส่วนที่วิทยาศาสตร์ขาดหายไป (ตามความเชื่อของท่านว่าขาดหายไปนะครับ - แต่จริง ๆ แล้วเราไม่ควรเรียกว่าส่วนที่ขาดหายไป เพราะทฤษฎีดังกล่าวมีขอบเขตจำกัดด้วยตัวของมันเองอยู่แค่นั้นอยู่แล้ว - คนไม่มีปีกเหมือนนก ไม่ได้แปลว่า ปีก คือส่วนที่ขาดหายไปจากความเป็นคน พูดอีกนัยหนึ่งว่าคนไม่จำเป็นต้อง "บิน" ด้วย "ปีก" เหมือนกับนก) ด้วยแนวปรัชญาพุทธมหายาน สไตล์การเขียนในลักษณะอำพรางตัวโดยดึงประเด็นให้หลุดขอบเขตวิทยาศาสตร์แล้วใส่มุมมองทางศาสนาเพื่อบอกว่า นี่แหละนะโยมคือการเติมเต็ม นี่แหละนะคือการหลอมรวม ... ผมคิดว่ามันตื้นเกินไปครับ (ผมไม่ได้บอกว่าผมคิดถูกนะครับ ผมเพียงบอกว่าผมคิดแบบนี้)

ในแง่ของหนังสือแปล คุณภาพการตรวจต้นฉบับตก ๆ หล่น ๆ พอสมควร และที่อาจจะดูเหมือนไม่สำคัญ แต่ก็สำคัญคือการแปลศัพท์วิทยาศาสตร์โดยไม่ตรวจสอบ ตรงนี้ในกรณีที่บางคำมีคำแปลไว้แล้ว ผมว่าเราก็ควรใช้คำนั้นนะครับ ไม่ควรคิดขึ้นมาใหม่เพิ่มเติมเอาเอง (มันมีประโยชน์ในการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม) ส่วนในกรณีที่ไม่มีบัญญัติ เราก็น่าจะดูตามความนิยมที่พบเห็นบ่อย ๆ ในวงการ บางทีมันก็อาจจะมีหลายคำ ก็น่าจะเลือกเอาสักคำในกลุ่มพวกนั้นจะดูดีกว่า ตัวอย่างเช่น background microwave radiation (การแผ่รังสีไมโครเวฟพื้นหลัง) ไม่ควรแปลว่า การแผ่รังสีไมโครเวฟแบบลาง ๆ (และที่ถูกต้อง ผมเชื่อว่าในต้นฉบับน่าจะมีคำว่า cosmic ร่วมอยู่ด้วยเป็น cosmic microwave background radiation เพราะในฉบับแปลมีคำว่า ทั่วทั้งจักรวาล ซึ่งคำนามหลาย ๆ ตัวก้อนนั้นทำหน้าที่แทนคำนามหนึ่งคำครับ) หรือ Singularity ก็มีคำแปลที่นิยมใช้กันแล้วมากกว่า "สภาวะพิเศษ" แต่ถ้าเราตัดประเด็นคำศัพท์วิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ที่เบี่ยงเบนนิด ๆ หน่อย ๆ ทิ้งไป ผมก็คงต้องบอกว่าแปลได้อ่านเข้าใจง่ายและอ่านรู้เรื่องดีครับ เป็นหนังสือที่น่าอ่านเล่มหนึ่ง การที่ผมไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในหนังสือ และรู้สึกผิดหวังกับท่านผู้เขียน ก็ไม่ได้แปลว่าหนังสือเล่มนั้นผมไม่ควรอ่าน จริงมั้ยครับ?

ผมให้




 

Create Date : 27 กันยายน 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:11:41 น.
Counter : 1472 Pageviews.  

แผ่นดินบนหลังเต่า



เป็นเรื่องเล่าของชนเผ่าอินเดียนต่าง ๆ ตั้งแต่ยุคที่เป็นถิ่นของชนพื้นเมือง มาถึงยุคที่ชนพื้นเมืองถูกรุกรานโดนคนขาว ในตำนานยุคหลังนั้นมักจะพูดถึงการปะทะกันระหว่างอินเดียนกับพวกคนขาวทั้งจากความเข้าใจผิด (การสังหารหมู่ที่วูดิดนี) จากความหิวโหยและแย่งชิง (ความตายของเฮดชีพ และยัง มุล) การปะทะนี้ไม่ใช่เฉพาะคน บางตำนานพูดถึงฝูงควายที่เข้าปกป้องคน (อินเดียน) ทำศึกกับพวกขาว ทุกเรื่องราวจบลงด้วยความตายของผู้ไม่มีปืน ในตำนานที่เก่าหน่อย เราจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์ต่าง ๆ ควาย งู ปลา โคโยตี้ นก พืชพรรณต่าง ๆ ที่อยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมนุษย์ ผู้สร้าง หรือ พระเจ้า มักเป็นผู้เฒ่า (ชาย) ในหมู่บ้าน อยู่ร่วมกับคนในหมู่บ้าน เราอาจพบว่ามีผู้สร้างมีอำนาจที่ไม่สมเหตุสมผล เช่นในปฐมกาลของเผ่าบลัด-พีแกน ผู้สร้างต้องการมีเมีย ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกสร้าง จึงยกขบวนผู้ชายจากหมู่บ้านหนึ่ง ไปหาผู้หญิงอีกหมู่บ้านหนึ่ง แต่ถูกฝ่ายหญิงปาก้อนหินกลับมา อำนาจที่ไม่สมเหตุสมผล (ในแทบทุกเรื่อง) นี้ ผมคิดว่า เพื่อช่วยผลักดันให้เรื่องกระชับเข้าสู่จุดประสงค์ของตำนาน เช่น หน้าบาก (เผ่าแบล็คฟุต) ชายหมุ่มหน้าบากต้องเดินทางไปขอหญิงสาวจากพระอาทิตย์ ถ้าพระอาทิตย์ยินยอมต้องลบรอยบากบนหน้าให้ พระอาทิตย์ซึ่งกำลังทุกข์ใจจากการที่ฝูงนกฆ่าบรรดาลูกชาย ชายหนุ่มจึงไปช่วยฆ่าฝูงนก เห็นมั้ยครับ ตัวเองมีฤทธิ์ขนาดนั้นยังไม่มีปัญญาฆ่านก อีกจุดหนึ่งที่น่าทึ่งคือ แม้จะเน้นความกล้าหาญ ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ความเข้าใจกันและกัน แต่ก็มีหลายเรื่องที่บอกเราว่าความคิดไม่สำคัญเท่าการกระทำ ตำนานของชาติอื่น ๆ หากพระเอกโง่ถูกหลอกให้ทำผิด มักได้รับการให้อภัยในตอนท้าย พร้อมคติสอนใจ แต่สำหรับอินเดียน เสียใจด้วยครับ คุณทำผิดก็ได้รับโทษนั้นไป ไม่ว่าจะด้วยไร้เจตนาก็ตาม ตรงนี้น่าสนใจนะ

ผมให้




 

Create Date : 18 กันยายน 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:12:10 น.
Counter : 1204 Pageviews.  

mimic เลียนแบบทำไม?



เล่มนี้แทนไทนำผู้อ่านท่องโลกธรรมชาติแห่งการเลียนแบบ (และเหมือนโดยไม่เลียนแบบ) เขียนได้ "ฮา" มากครับ อ่านไปขำไป เข้าใจไปถึงจุดมุ่งหมายที่หลากหลายว่าเลียนแบบทำไม ตอนนี้ที่นึกอยู่แล้วยังตลกคือแมงมุมเลียนแบบมด เฮ้ย ขามันก็ไม่เท่ากันแล้วจะมาหลอกใครได้ คุณลองหารูปมาดูสิครับ มันเลียนได้โดยยก 2 ขาหน้าแสร้งทำเป็นหนวด (ลงทุนมาก) ไอ้ตัวที่ขนลุกที่สุดคือด้วง blister ครับ โดยเฉพาะการเลียนแบบที่หนอนด้วงหลาย ๆ ตัวมารวมกลุ่มกันทำให้เหมือนผึ้งตัวเมีย (ปล่อยกลิ่นผึ้งตัวเมียล่อด้วยเอ้า) พอผึ้งตัวผู้มา มันก็สลายฝูงกระโดดไปเกาะหลังผึ้งตัวผู้ ไอ้นี่ก็โง่ ไม่สลัดสะบัดอะไร บินพเนจรต่อไปจนไปผสมพันธุ์กับผึ้งตัวเมีย บรรดาหนอนบลิสเตอร์ก็ย้ายจากหลังตัวผู้ไปตัวเมีย จนตัวเมียกลับรัง พวกมันจึงเข้าไปกินไข่ในรังจนหมด (ใครช่างคิดระบบนี้เนี่ย) เท่านั้นไม่พอ ทำหน้าใสซื่อหลอกตัวแม่ว่าเป็นลูก ได้กินอาหารจากผึ้งตัวเมียอีก จนกระทั่งโตเป็นดักแด้ เป็นด้วง แล้วก็จากไป ... นี่แหละธรรมชาติ

ผมให้
เบียร์สิงห์ให้




 

Create Date : 17 กันยายน 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:32:14 น.
Counter : 1065 Pageviews.  

To Think Well is Good, To Think Right is Better



หนังสือเล่มนี้สฤณีพูดถึง 12 คน 12 ความคิดหลากหลายที่คัดมาแต่ชั้นยอดทางด้านสังคม Jared Diamond ชาติพันธุ์ต่างกันเพราะภูมิศาสตร์ เจ้าของผลงาน Guns, Germs, and Steel (เล่มนี้แปลเป็นไทยในชื่อ ปืน เชื้อโรค และเหล็ก) Fareed Zakaria จะเป็นอย่างไรหากประชาธิปไตยนั้นไร้ "เสรี" กับบทความแปล The Rise of Illiberal Democracy (อ่านแล้วอย่าเผลอคิดว่าเขาพูดถึงบ้านเมืองเราอยู่นะครับ) Amartya Sen แนวทางพัฒนาด้วยเสรีภาพ มองเสรีภาพว่าเป็นทั้งเครื่องมือ และเป้าหมาย Bjorn Lomborg กับหนังสือสวนกระแสโลกร้อน The Skeptical Environmentalist, Lawrence Lessig กับวัฒนธรรมเสรี (ผมไปดาวโหลดมาแล้วครับ //www.free-culture.cc) Mohammad Yunus ธนาคารเพื่อคนยากจน Edward Said กับ The Myth of "The Clash of Civilizations" - ยุคปัจจุบันของเรานั้นไม่ใช่ยุคแห่งการปะทะระหว่างอารยธรรม แต่เป็นการปะทะระหว่างนิยาม (clash of definitions) มากกว่า (แสบ) Jimmy Wales ฤายังมีใครไม่รู้จักวิกิพิเดีย? Adam Smith กับ The Theory of Moral Sentiments (ทฤษฎีว่าด้วยหิริ โอตตัปปะ) Rodolf Amenga-Etego กับการต่อสู้แย่งชิงแหล่งน้ำจากเงื้อมมือการแปรรูปในกานา Amy Domini ใช้ "ทุน" เป็นเครื่องมือในระบบทุนเพื่อสร้างเงื่อนไขทางสังคม William Easterly สอนเขาจับปลาดีกว่าจับปลาให้เขากิน!

ผมให้




 

Create Date : 15 กันยายน 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:13:19 น.
Counter : 955 Pageviews.  

พุทธธรรม



สำหรับชาวพุทธเถรวาทสมควรมีไว้ติดบ้าน เล่มนี้ผมซื้อติดบ้านไว้ที่พังงาเล่มหนึ่ง แล้วก็ไว้ที่หอที่กรุงเทพฯ เล่มหนึ่ง พระธรรมปิฎก (หรือสมณศักดิ์ปัจจุบันคือพระพรหมคุณาภรณ์) เขียนอธิบายพุทธปรัชญา พร้อมการอ้างอิงอย่างงานวิชาการไว้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบมากครับ หนังสือพุทธธรรมนั้นมี 2 ฉบับ คือ ฉบับดั้งเดิม กับ ฉบับปรับปรุงและขยายความ ซึ่งขยายจากฉบับดั้งเดิมน่าจะสักประมาณ 5 เท่า การแบ่งเนื้อหาแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ภาคมัชเฌนธรรมเทศนา ประกอบด้วย 4 คำถามหลักคือ 1. ชีวิตคืออะไร 2. ชีวิตเป็นอย่างไร 3. ชีวิตเป็นไปอย่างไร และ 4. ชีวิตควรให้เป็นอย่างไร กับภาคมัชฌิมาปฏิปทา ตอบกระทู้คำถาม ชีวิตควรเป็นอยู่อย่างไร

สิ่งที่น่าทึ่งและผิดจากหนังสือธรรมะทั่ว ๆ ไปคือ ท่านเจ้าคุณแยกแยะไว้ชัดเจนในงานเขียนว่า ส่วนนี้เป็นความตามคัมภีร์ (ชั้นไหน ๆ ก็ว่าไป) ส่วนนี้เป็นการตีความของอาจารย์ชั้นไหน หรือของผู้เขียน และส่วนนี้เป็นข้อคาดการณ์ของผู้เขียน ในแง่ของคนอ่านการรับข้อมูลจะกระจ่างชัดครับ และนำไปอ้างอิงต่อได้อย่างแม่นยำ ใครที่ไม่มีเวลาศึกษาพระไตรปิฎก อย่างน้อยลองอ่านเล่มนี้ก็ยังดี

ผมให้




 

Create Date : 14 กันยายน 2551    
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:13:44 น.
Counter : 1238 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.