creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

sex and the english language 1-2



Lexicographer:- A pestilent fellow who, under the pretense of recording some particular stage in the development of language, does what he can to arrest its growth, stiffen its flexibility and mechanize its methodes. ... (โดย Ambrose Bierce ผู้แต่ง The Devil's Dictionary) ... หรือใครเล่าจะปฏิเสธได้ว่านิยามของ Ambrose Bierce ใช้ไม่ได้กับราชบัณฑิตยสถานของไทย/ Sexuality is the lyricism of the massess. (ชาร์ล บอเดลแลส์)/ Prisons are built with stones of law, brothels with bricks of religion. (William Blake)/ When a guy 'eats' the girl while the girl 'blows' the guy it is called 69./ Sex is designed to have a guy's dick, upon entering the cunt, rub against the clitoris and bring you to uncontrollable frenzy./ เยอรมันเดิมใช้คำว่า melk เป็นที่มาของ meluks แล้วเป็น milch ภาษาวิลันดา (ดัตช์) และเดนนิชคือ melk ภาษาสวีดิชว่า mjolk อังกฤษเป็น milk ภาษาอังกฤษเดิมใช้คำว่า milch แปลว่า ให้นม ภาษาละตินใช้คำว่า mulgere เป็นที่มาของ promulgate ทุกวันนี้ แปลว่า ประกาศใช้ (รัฐธรรมนูญหรือพระราชบัญญัติ) ก็ตั้งต้นมาจากรากเดิมว่า milk นี่เอง อันเป็นสิ่งที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและสมาชิกรัฐสภาของไทยพึงรู้ประวัติที่มาไว้ด้วย/ Social movement is a masturbation; a revolution is an emancipation of sexual desire. (คาร์ล มาร์กซ์)

2 เล่มนี้เป็นหนังสือที่พูดถึง "คำ" ที่เกี่ยวกับ "Sex" แม้ชื่อหนังสือนั้นผู้เขียน (คุณนพพร สุวรรณพานิช) จะบอกว่าเป็นภาษาอังกฤษ แต่ผมว่าผมได้มากกว่านั้น ภาษาไทยหลายคำก็เพิ่งเคยจะได้ยินได้อ่านในเล่มนี้แหละ ภาษาประหลาด ๆ ที่ไม่รู้ว่าถึงจำได้ชาตินี้จะมีวาสนานำไปพูดกับใครก็มากมาย อ่านได้เพลินครับ

ผมให้




 

Create Date : 16 มิถุนายน 2552    
Last Update : 13 กันยายน 2552 2:45:49 น.
Counter : 1042 Pageviews.  

เปิดกรุเวลา ผ่าอารยธรรม



เล่มนี้ได้มาจากพี่ชิว (ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ) พร้อมกับอีกสองเล่ม ภาษากล ภาษาซน และถอดรหัสสัญลักษณ์ปริศนาเมื่อราวเดือนที่แล้ว เพิ่งได้มีโอกาสอ่านจบเป็นเล่มแรกครับ (เริ่มอ่านเมื่อคืนวาน) นอกจากบทบาทนักวิทยาศาสตร์ นักถ่ายทอดสื่อสารวิทยาศาสตร์ การค้นคว้าผ่าอารยธรรมย้อนยุคจนเป็นบทความที่รวบรวมมา 28 ตอนนี้สะท้อนให้เห็นความรอบรู้รอบด้านของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี วันแรกที่ได้หนังสือมาเบียร์สิงห์หยิบไปอ่านบอกว่าสั้นไปนิดยังไม่ทันจุใจเลย อันนั้นเข้าใจได้ไม่ยาก ผมคิดว่าบทความเหล่านี้ อาทิ รถศึกโบราณ, หอศึกโจมตีเมือง, บาบิลอน, ขงจื้อ, โซโรอัสเตอร์ เรียกว่าไงดี เอาเป็นแต่ละบทผมว่าเปรียบเทียบได้กับโปรแกรมโน๊ตที่เราซื้อก่อนชมคอนเสิร์ต ผมคิดว่าผู้เขียนไม่ได้เขียนโดยเจตนาให้คนอ่านอ่านแล้วรู้แจ้งในเรื่องนั้น ๆ อย่างพูดถึงไซซี ก็ไม่ได้เล่าประวัติหรือวีรกรรมทุกอย่าง กระทั่งคุณซาบซึ้งถึงกับหารูปปั้นมาวางไว้ข้างเตียงนอน เพราะนี่ไม่ใช่ตำราเรียน เหมือนกับโปรแกรมโน๊ตที่บอกเราว่าท่อนที่ 4 ทำนองช้าเศร้าสร้อย และจบลงไปในความเงียบงัน มันทำให้เราอยากรู้ ช่วยให้เราจับจุดที่ควรจับ มองหาจังหวะที่โดดเด่น สำหรับคนที่เคยได้ยินแต่ชื่อไซซี ก็จะได้รู้เพิ่มขึ้นมาอีกนิดว่าหากจะมองชีวิตของไซซีมีจุดไหนไม่ควรมองผ่าน ในแง่นี้หนังสือเล่มนี้ผ่าอารยธรรมออกมายั่วน้ำลายให้คุณอยากค้นคว้าต่อ (ที่แน่ ๆ มันทำให้ผมรู้สึกว่ามีเรื่องให้ต้องเสียตังค์เพิ่มอีกบานแล้วตู อันนั้นก็อยากรู้ อันนี้ก็อยากอ่าน) บางเรื่องมันไม่ได้ตอบคำถาม แต่ตั้งคำถาม เหมือนอ่านโปรแกรมโน๊ตแล้วอยากรีบเข้าไปนั่งฟังเพลงอย่างไรอย่างนั้น ยังไงนะที่เรียกว่าลาเมนโทโซ (หรือลาเมนโทโซคราวนี้จะถูกตีความออกมาอย่างไร)

ผมให้
เบียร์สิงห์ให้




 

Create Date : 10 มิถุนายน 2552    
Last Update : 13 กันยายน 2552 2:47:16 น.
Counter : 983 Pageviews.  

paradoxes from a to z



เล่มนี้น้องปิ๊กยืมมาให้อ่านจากห้องสมุด ม.ธ. เป็นหนังสือรวบรวมพาราด็อกซ์โดยย่อเขียนในรูปที่ไล่เรียงกันไปตามตัวอักษรโดย michael clark (บ.ก. นิตยสาร Analysis) พาราด็อกซ์ที่รวบรวมเป็นพาราด็อกซ์เชิงปรัชญาและคณิตศาสตร์ (ผมอ่านไม่เจอ Twin paradox หรือ Diamond-water paradox) บางเรื่องอย่างเช่นปัญหา Monty Hall หรือ Bertrand's Box ผมไม่คิดว่ามันเป็นพาราด็อกซ์อะไร แต่ข้อขัดแย้งกับสามัญสำนึก (สำหรับบางคน) มาจากการคิดการให้เหตุผลที่ผิด micheal clark ยกคำนิยามพาราด็อกซ์ของ Mark Sainsbury มาอ้างว่า "พาราด็อกซ์คือข้อสรุปที่เห็นได้ชัดว่ามันยอมรับไม่ได้ที่พิสูจน์โดยใช้การให้เหตุผลที่เห็นชัดแจ้งว่ายอมรับได้จากหลักฐานที่เห็นเด่นชัดว่ายอมรับได้" พาราด็อกซ์ส่วนใหญ่เข้ากับรูปแบบนี้ แล้วเราจะอ่านพาราด็อกซ์ให้ปวดหัวเล่นทำไม ผมว่ามันสนุกดี เหมือนเคี้ยวหมากฝรั่งเพลิน ๆ จนหนำใจก็คายทิ้ง (ห่อให้ดีก่อนทิ้งนะครับ) พาราด็อกซ์อันเยี่ยมยอดก็นำไปบดในสมองให้พอมึน ๆ จนหนำใจแล้วก็ต้องปล่อยมันผ่านไป ตัวอย่างพาราด็อกซ์ที่รวบรวมในหนังสือเล่มนี้ เช่น "ประโยคนี้เป็นเท็จ", โรงแรมของฮิลแบร์ต (โรงแรมที่มีห้องอนันต์ห้องและมีแขกเข้าพักเต็มทุกห้อง เมื่อมีแขกคนใหม่มาเพิ่มอีกหนึ่งคน กลับพบวิธีจัดการเพื่อแสดงให้เห็นว่าแขกคนใหม่ก็ยังเข้าพักโรงแรมนี้ได้), กล่องของเบอร์ทรันด์, กล่องของนิวคอมบ์, อะคิลิสกับเต่า (พาราด็อกซ์ยอดฮิตของเซโนแห่งเอลีอา), พาราด็อกซ์ของคันทอร์ (มีเซ็ตของทุก ๆ เซ็ตมั้ย ถ้ามี มันก็ใหญ่สุดนะสิ ถ้ามันใหญ่สุด แล้วเพาเวอร์เซ็ตของมันล่ะ!), พาราด็อกซ์กลุ่มที่อ้างตัวเอง (อาทิ Curry, ช่างตัดผม, Liar ฯลฯ), พาราด็อกนิยาย (อันนี้ค่อนข้างเป็นปรัชญา ผมเคยอ่านเจอในอีกเล่ม Can a Robot be Human? ที่เล่าเอาไว้สนุกชวนอ่านเหมือนกัน - คำถามง่าย ๆ ครับ เรารู้ว่าหนังว่าหนังสือว่าละครเป็นของแต่ง แต่ทำไมเรามีอารมณ์ร่วมไปกับมัน), พาราด็อกซ์เทพพยากรณ์ (ถ้าเทพทายว่าเดี๋ยวพออ่านประโยคนี้จบคุณจะร้องเพลงของบี้ - คุณจะทำลายคำทำนายนี้ไม่ได้เชียวหรือ) มีให้ฆ่าเวลาและลับความคิดอีกเยอะภายในเล่มครับ (สำหรับน้อง ๆ ม.ธ. BC199P2C53 นะ)

ผมให้




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2552    
Last Update : 13 กันยายน 2552 2:48:28 น.
Counter : 1412 Pageviews.  

How to Win at Chess



สอนกฎพื้นฐานของการเล่นหมากรุกสากล 10 ข้อ สำหรับผู้เริ่มต้นนะครับ (ใครเซียนแล้วมองผ่านได้เลย) แบ่งออกเป็น 3 ตอน ต้นกระดาน กลางกระดาน และปลายกระดาน ผมสรุปกฎ 5 ข้อแรกไว้ในห้องหมากกระดาน ว่าง ๆ จะสรุปอีก 5 ข้อที่เหลือ ตอนนี้ขี้เกียจทำอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ลองแวะไปชมก่อนตัดสินใจหามาครอบครองได้ครับ 1. ยึดครองชัยภูมิ (Open with a centre pawn) 2. นำขุนศึกสู่สนามรบ (Bring out your pieces) 3. พิทักษ์ราชบัลลังก์ (Castle as quickly as possible) 4. จ้องจับกินเหยื่อ (Look for captures) 5. รู้เขารู้เรา (Study your opponent's last move carefully)

ผมให้




 

Create Date : 07 มิถุนายน 2552    
Last Update : 13 กันยายน 2552 2:49:01 น.
Counter : 1009 Pageviews.  

Feynman

ผมไม่ได้เรียนฟิสิกส์อย่างนักฟิสิกส์ ผมไม่ได้เรียนเลขอย่างนักคณิตศาสตร์ แต่ผมชอบสองวิชานี้พอ ๆ กับที่ชอบปรัชญา (ฟายน์แมนเกลียดปรัชญาตามแบบแผนตามธรรมเนียม) วิชาต่าง ๆ มันทำให้เรามีความคิดเกี่ยวกับโลกขึ้นมาหน่อยหนึ่ง (แหงล่ะ แม้ยังมีความคิดเหมือนผู้เยาว์) ในกลุ่มนักฟิสิกส์ที่ผมแทบไม่รู้จักใครเลย ผมหลงรักฟายน์แมน การอ่านหนังสือของฟายน์แมนช่วยเปิดความคิดเปิดมุมมองที่สร้างสรรค์ในการอธิบาย "ความรู้" ที่เราเคยเข้าใจอย่างที่เราเคยเข้าใจด้วยมิติใหม่ และการอ่านหนังสือที่พูดถึงฟายน์แมนก็ช่วยให้เราหลงเสน่ห์ของเขามากยิ่งขึ้นไปอีก ลองค้น ๆ ดูในห้อง (และในคอมพิวเตอร์ - บางเล่มเป็น eBook) ว่าผมมีหนังสืออะไรที่เป็นของฟายน์แมนและเกี่ยวกับฟายน์แมนบ้าง นี่คือรายการที่ผมมีที่ผมเจอ (ไม่ได้แปลว่าผมอ่านทะลุปรุโปร่งครบทุกเล่มนะครับ)

ที่เป็นเลกเชอร์ของฟายน์แมนมี Lectures on Phycics 1-3, Six Easy Pieces (เลือกมาจาก Lectures on Physics, อีกเล่มที่เลือกมาเหมือนกัน แต่ผมไม่มีคือ Six Not So Easy Pieces), Lectures on Computation (เมื่อ 2-3 วันก่อน มีเด็กกรี๊ดกร๊าดโหลด Lectures on Physics มาอ่าน น้องเขาเรียน IT ผมก็แนะนำว่าให้ลองหาโหลด on Computation มาอ่านด้วยสิ ตอบกลับมาว่า "เฮ้ย มีด้วยเหรอ" ผมก็นึกในใจว่า กูจะหลอกมึงทำไมว่ะ), The Character of Physical Law ส่วนที่เกี่ยวกับชีวิตของฟายน์แมนมี "Surely You're Joking, Mr. Feynman!", "What Do You Care What Other People Think?", The Pleasure of Finding Things Out, Don't you have time to think?, TUVA or BUST! Richard Feynman's Last Journey (เล่มนี้กำลังอ่านอยู่ตอนนี้ครับ ถึงตอนที่ Glen กับ Ralph ไปเที่ยวรัสเซียและฟายน์แมนกำลังเพลินอยู่กับเลคเชอร์คอม เล่มนี้เล่าเหตุการณ์ - ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับบทละครเล่มถัดไป - ตอนที่ฟายน์แมนกับราล์ฟพยายามอย่างสุดยอดที่จะไปเยือนเมือง Kyzyl ของ Tuva ให้ได้), Q.E.D. (เป็นบทละครแต่งโดย Peter Parnell)



ผมให้




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2552    
Last Update : 13 กันยายน 2552 2:50:50 น.
Counter : 947 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.