creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

ผมไม่กลัว (Io Non Ho Paura)



หาเรื่องนี้มาอ่านเพราะหลงรักเด็ก ๆ กับเรื่องราวใน I'm Not Scared (Io Non Ho Paura) หนังอิตาเลียนปี 2003 ที่เพลงไพเราะ ถ่ายทอดอย่างสวยงาม หนังกับหนังสือให้อารมณ์ต่างกันนิดหน่อย ถึงแม้บทหนังจะยึดโครงตามหนังสือเกือบทั้งหมดและปรับปรุงตอนจบให้เคลียร์ขึ้น แต่หนังก็พูดกับคนดูในแบบที่คนดูรู้จักมิเกเล่ที่เป็นเด็ก ในขณะที่หนังสือจะพูดกับคนอ่านในแบบที่คนอ่านอ่านเรื่องราวของมิเกเล่วัยเด็กโดยมิเกเล่วัยผู้ใหญ่ หนังสือจึงให้อารมณ์ที่มิเกเล่ล้อเลียนตัวเองแบบขบขันและมีสีสันมากกว่า หมู่บ้านอักกวา ทราแวร์เซ่ เป็นหมู้บ้านเล็ก ๆ ไม่กี่ครอบครัว เด็ก ๆ ออกมาเล่นด้วยกัน ฤดูร้อนหนึ่งตอนแข่งวิ่งขึ้นเนินเขามิเกเล่แพ้ ถูกทำโทษ ทำให้เขาพบกับฟิลิปโป เด็กชายวัย 9 ขวบ (เท่ากับมิเกเล่) ผู้ถูกล่ามโซ่อยู่ในหลุมซึ่งถูกปิดซ่อนไว้อย่างดี เริ่มที่ตรงนี้แหละครับ

ผมให้




 

Create Date : 08 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2552 0:01:51 น.
Counter : 1022 Pageviews.  

เรื่องมีอยู่ว่า



ถ้าไม่มีการ์ตูนสั้น ๆ ในหน้าดำ ผมว่าผมผิดหวังกับ The Duang เล่มนี้มากนะครับ หลังจากที่เห็นการ์ตูนซึ่งเขาวาดภาพให้กับเรื่องของคนอื่นหลายเรื่อง ซึ่งบรรดาเรื่องเหล่านั้นผมรู้สึกว่ามันเทียบกับงานก่อนหน้าอย่าง Shockolate หรือ i-am ไม่ได้เลย ทำให้ผิดหวังระลอกแรกไปแล้ว พอเห็นเล่มใหม่และเป็นคนเล่าเรื่องเอง เราก็ตั้งความหวังและควักกระเป๋าอุดหนุนทันที เรื่องอื่นที่ไม่อยู่ในกรอบดำ มันก็โอเค พูดตรงไปตรงมา (ซึ่งไม่ "แนว" สมคำโฆษณา) เหมือนพูดว่า อย่าทะเลาะกัน, รักกัน, สามัคคีกัน, พอดีพอเพียง ... แผ่วครับ

ผมให้




 

Create Date : 08 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2552 23:47:59 น.
Counter : 1060 Pageviews.  

คลื่นถี่ความเหงา



รวมเรื่องสั้น 4 เรื่อง 4 อารมณ์ที่โลดแล่นในความเปลี่ยวเหงาของผู้คนบนเหตุการณ์แปลกประหลาด (สไตล์ถนัดของเขาล่ะ) สัญญาณจากอนาคต เพราะคำทำนายจากเพื่อนคนหนึ่งสมัยประถมว่าเด็กทั้งสองจะได้แต่งงานกันถ้าไม่ตายไปเสียก่อนทำให้เด็กทั้งสองพยายามหลบหน้ากัน ต่างกลัวจะเปิดเผยให้อีกฝ่ายเห็นว่าคำทำนายนั้นมีอิทธิพลกับฉันเพียงใด แต่ชะตากลับเล่นตลก (พูดให้ถูกโอตสึ อิจิ จงใจเล่นตลกกับชะตา) พาให้ผู้อ่านพบกับความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ที่ดูเหมือนไม่ได้สูญเสียอะไรไปเลย หัวขโมยกับอุบัติเหตุประสานมือ ผมชอบเรื่องนี้ที่สุด เป็นเรื่องราวที่เกิดภายใต้เหตุการณ์ที่แปลกประหลาดแบบที่เราไม่คาดฝันที่สุด เมื่อชายหนุ่มเจาะผนังโรงแรมเพื่อล้วงมือเข้าไปขโมยกระเป๋าสตางค์แต่กลับคว้าเอาข้อมือของหญิงสาวคนหนึ่งออกมา บทสนทนาของทั้งคู่ในฉากแบบนี้มีเสน่ห์ครับ เด็กสาวบนแผ่นฟิล์ม ค่อนไปทางหลอน แต่โอตสึ อิจิ ไม่เลือกเดินแนวทางหลอน หรือกระพือความสยองขวัญด้วยความคั่งแค้น หากเป็นความคิดถึง อบอุ่น ที่ชวนห่อเหี่ยวใจ ทิวทัศน์ที่สาปสูญ อุบัติเหตุที่ทำให้ชายคนหนึ่งเหลือความรับรู้แค่เพียงบนท่อนแขนข้างขวา กับภรรยาที่มาพรมนิ้วบนแขนข้างนั้นราวกับดีดเปียโนทุกวัน อารมณ์ที่สะท้อนผ่านจังหวะเลื่อนไปเมื่อคืนวันเคลื่อนไป จนสุดท้ายเขาตัดสินใจที่จะทิ้งตัวเองจมจ่อมในความมืดมิดเพื่อปลดปล่อยคนรอบตัว เรื่องนี้เศร้าที่สุดครับ

ผมให้
ไอ้บ้าโอ๊ดให้




 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 2 มีนาคม 2553 17:27:42 น.
Counter : 1045 Pageviews.  

ผู้ล่วงลับ (The Dead)



เป็นเรื่องสั้นหนึ่งเรื่องของ James Joyces ผมเคยอ่านร่วมเรื่องสั้นของคนนี้อีกเล่มตอนเป็นเด็ก dubliners (เลือกแปลบางเรื่อง) สิบกว่าเรื่อง น่าจะสัก ม. ปลาย ผมไม่ชอบเลยครับ ตอนนั้นผมไม่รู้ว่ามันสนุกตรงไหน ก็เป็นแค่เรื่องชีวิตประจำวันของพวกไอริช พออ่านจบแล้วก็ "แล้วไง?" นี่ล่ะครับ มันเกิดคำถามแบบนี้ทุกที "แล้วไง?" ในงานหนังสือที่เพิ่งผ่านมา ก็เห็น The Dead (ผู้ล่วงลับ) เล่มบาง ๆ เล่มนี้ ก็ซื้อมา เผื่อมีเวลาจะลองอ่าน ด้วยความที่มันเล็กนิดเดียว วันนี้ก่อนออกไปดูหนังก็อ่าน มันยังตอกย้ำว่าเป็นเรื่องของชาวไอริชธรรมดา ๆ ที่ไม่มีอะไรตื่นเต้นแบบเดิม แต่ คราวนี้ผมกลับชอบแฮะ รู้สึกว่าแปลดีจังจนต้องพลิกดูชื่อผู้แปล (ตอนซื้อไม่ได้ดูครับ เพราะอย่างบางซะขนาดนี้ ไม่แพง ถ้าไม่หนุกก็พอตัดใจทิ้งได้) คุ้น ๆ (ผมจำชื่อคนไม่เก่ง) ลองดูในกองหนังสือ จริงด้วย ชื่อนี้แปล The Name of the Rose เป็นคนที่ทำให้ผมตกหลุมรัก Eco จริง ๆ แล้ว The Dead ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในชุด Dubliners นั่นแหละครับ ยาวที่สุดในชุด บางคนว่ามันยาวกว่าที่จะเป็นเรื่องสั้น เป็น novella บ้างก็ว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ตอนนี้เห็นด้วยครับ แต่อาจเปลี่ยนใจเมื่อกลับไปอ่านเรื่องอื่น ๆ ที่เคยรู้สึกเฉย ๆ ตอนเด็กใหม่อีกรอบตอนแก่ เรื่องที่จำฝังหัวจนถึงเดี๋ยวนี้มีเรื่องเดียวคือเรื่องที่เด็กสองคนไปผจญภัยชายหาดแล้วเจอชายชรา (An Encounter)

ผู้ล่้วงลับเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนหลายคนที่มาร่วมงานเลี้ยงเต้นรำซึ่งจัดโดยป้า ๆ ตัวละครหลักของเรื่องคือคุณหลานชายของป้า ๆ ซึ่งจังหวะหนึ่งในงานก่อนกลับคุณเมียของคุณหลานชายได้ยินเพลงหญิงคนรักแห่งโอฟริม ระหว่างทางไปโรงแรม ทั้งคู่ หนึ่งนั้นคิดถึงชีวิตคู่ของตน อีกหนึ่งนั้นเพลงกลับพาหวนไปสู่อดีต สู่ผู้ล่วงลับ ดูเป็นเรื่องที่อบอุ่นแฝงด้วยความเปราะบาง อ่อนไหวดีครับ

ผมให้




 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2552 11:44:14 น.
Counter : 1047 Pageviews.  

ภาพวาดโดเรียน เกรย์ (The Picture of Dorian Gray)



สมมติคุณไม่รู้ว่า Oscar Wilde เป็นเกย์ ทันทีที่คุณอ่านโดเรียน เกรย์ บทแรกจบ คุณจะเริ่มสงสัย นี่มันอะไร หนึ่งลอร์ดกำลังสนใจคนที่หนึ่งศิลปินบรรยายว่าช่างรูปงาม หลอเหลา และทำให้เขาตกเป็นทาส บทที่สองชักเข้าเค้า อีสองคนนั่นมันแย่งกันจีบหนุ่มเกรย์ ไม่เกินบทที่สามด้วยความที่เหล่าบุรุษชื่นชมความงามของบุรุษจนออกนอกหน้า คุณก็ตั้งสมมติฐานเสร็จสรรพละครับว่าไวลด์มิใช่ชายธรรมดา คุณเธอสาวแตกแทรกให้เห็นเป็นระยะ ๆ โดเรียน เกรย์เป็นชายหนุ่มรูปงามครับ และไวลด์ท้าทายผู้อ่านของเขาอย่างไม่อิดเอื้อนว่าความงามนี่แหละคือคุณธรรม คือความดี คือความจีรัง คือความสมบูรณ์ คือสิ่งซึ่งสติปัญญาควรยอมสูญเสียไปเพื่อให้ได้มันมา "โดเรียน มีทุกอย่างรออยู่ในชีวิตข้างหน้าของเจ้าแล้ว หน้าตาอันหล่อเหลาของเจ้า จะให้เจ้าทำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง" สิ่งที่ออสก้า ไวลด์ยกมา challenge ผมว่าไม่ได้เป็น argument ดาด ๆ อย่างที่ถ้าคุณรู้แค่ plot คุณจะด่วนตัดสินได้นะครับ ปฏิกิริยาแรกที่เราอ้าปากโต้ตอบคือ "(อีนี่) เสื่อม", "ไม่จริง", "นอกลู่นอกทาง" ฯลฯ แต่อะไรไม่จริงครับ 'ความงามเป็นคุณธรรม ไม่จริง' หรือ 'คนยอมรับและใช้ชีวิตโดยยึดถือว่าความงามเฉกเช่นคุณธรรม ไม่จริง' อันนี้ไม่ผิดหากจะบอกว่าสิ่งที่เราพูดว่าเราเป็นกับสิ่งที่เราเป็นนั้นมิเช่นเดียวกัน ไวลด์ก็หนีไม่พ้นลักษณะร่วมอันนี้ เกรย์ก็หนีไม่พ้น เขาหนีพ้นจากความชราและริ้วรอยตราบาปซึ่งจะประทับลงไปบนภาพแทนที่จะเป็นเขาซึ่งคงความหนุ่มและอ่อนเยาว์ได้ถึง 18 ปี จนบทสุดท้ายดูซิว่าไวลด์ทำอะไรกับเกรย์ ไม่ใช่คุณธรรมหรืออยากจะบอกกับเราว่าเกรย์มีจิตสำนึก เบื่อหน่าย เกิดพุทธิปัญญาหรอกครับ ผมว่าเป็นความอิจฉา!

ผมให้




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2552    
Last Update : 25 เมษายน 2553 23:32:21 น.
Counter : 1324 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.