creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

รู้จักและเข้าใจเลือด สิ่งมหัศจรรย์ในร่างกายของเรา



ผมชอบที่ผู้เขียนจัดเนื้อหาแต่ละบทสั้น ๆ ไม่ยาวเกินจนทำให้คนอ่านทั่วไปมึนหัวหมุนกับศัพท์แสงชีวะและเคมี เมื่อจบแต่ละบทก็จะมีสรุปด้วยภาพการ์ตูน หรือตาราง หรือ flow chart ที่ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมกระจ่างขึ้น นอกจากนี้ฉบับแปลไทย ผู้แปลและผู้ตรวจเรียบเรียงก็ช่วยเสริมเนื้อหาเพิ่มความชัดเจน เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับเลือดตามชื่อหนังสือนั่นแหละครับ เริ่มตั้งแต่เลือดคืออะไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง ลักษณะของเลือดนั้นบอกอะไร เลือดทำหน้าที่อะไร อาทิ ขนออกซิเจน (เม็ดเลือดแดง) ต่อต้านสิ่งแปลกปลอม (เม็ดเลือดขาว) ช่วยในการแข็งตัวของเลือด (เกล็ดเลือด) ทำยังไง และโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเลือด ก็ตามปกติเวลาอ่านหนังสือพวกที่เกี่ยวกับโรคแหละครับ ควบคู่ไปกับความรู้คือความหวาดผวา อ่านอาการและผลกระทบของแต่ละโรคก็ชวนขนพอง พอลองมองดูเช็คตัวเองแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่ากรูนี่มีอาการครบกับเค้าไปซะทุกโรคทีเดียว ถ้าทนศัพท์แสง รับมือกับคำยาก ๆ ไหว ผมว่าอ่านสนุกครับ

ผมให้




 

Create Date : 29 ธันวาคม 2552    
Last Update : 29 ธันวาคม 2552 4:17:39 น.
Counter : 1009 Pageviews.  

Grand Canyon



เล่มนี้เป็น 1 ใน 2 เล่มที่ซื้อเป็นที่ระลึกตอนไปเที่ยว Grand Canyon ที่หยิบเล่มนี้มาพูดถึงเนื่องจากเมื่อ 2-3 วันก่อน ตอนเช็คหนังสือในห้อง ก็พบมันนอนซึมอยู่ก้นกล่อง ก็ได้ฤกษ์หยิบมาพลิกอ่านดูอีกสักที จะว่าไปมันก็เป็นเหมือนหนังสือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่แทรกเกร็ดความรู้ความเป็นมาทั่วไปนั่นแหละครับ Patrick Cone เขียนแนะนำน้อง ๆ หนู ๆ ผู้ใหญ่ก็อ่านได้ ชวนมาทำความรู้จักแกรนด์ แคนย่อน เรื่องของแกรนด์แคนย่อน ก็คือเรื่องของโลกนั่นแล แกว่างั้น เป็นแคนย่อนที่ยาวคดเคี้ยวมองเห็นได้จากนอกโลก ถูกตัดเซาะด้วยแม่น้ำโคโลราโด้ ซึ่งแคนย่อนส่วนใหญ่จะลึกกว่า 1 ไมล์ (สูงกว่าตึก 500 ชั้น) ส่วนแม่น้ำโคโลราโด้นั้นก็ลึกกว่า 100 ฟุต บางแห่งกว้างกว่า 300 ฟุต มันเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการศึกษา geology (ธรณีวิทยา) เพราะผนังหินที่สะสมกันมาตั้งแต่เกือบ 2 พันล้านปีโน่น เกือบ ๆ ครึ่งอายุของโลกแหนะครับ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่พบหินพื้นฐานทั้ง 3 แบบ แบบ sedimentary, metamorphic กับหินแบบ igneous ซึ่งซ้อนกันเป็นชั้น ๆ จากวัฏจักรการเปลี่ยนแปลงมหาสมุทรเป็นทะเลทราย และถูกท่วมกลับเป็นมหาสมุทร และยกตัวเป็นทะเลทรายซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายร้อยล้านปี ชั้นหินดังกล่าวนี่สามารถแยกได้ชัดเจนเกือบ 2 โหลชั้น ชั้นบนสุดที่เราย่ำเท้าเดินถ่ายรูปกันนั้นเป็น limestone (หินปูน) ที่เกิดจากการตกตะกอนทับถม (sediment) ของพวกเปลือกหอยทะเล และเราที่ไม่ได้ลงไปเล่นน้ำแม่น้ำโคโลราโด้ ก็จะได้เห็นภาพสวย ๆ ของชั้นหินที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าหายไป (เรียกว่า The Great Unconformity) ระหว่างหิน sedimentary สองชั้นล่างที่อยู่ระดับเดียวกับแม่น้ำ ต่ำกว่า sedimentary rock เป็นหินที่เก่าแก่ที่สุดของแคนย่อน เป็นหินที่เปลี่ยนแปลงจากหินชนิดหนึ่งไปเป็นหินอีกชนิดหนึ่งเพราะความร้อนและความดัน (metamorphic rock) มีชื่อ Vishnu schist (หินผลึก Vishnu) มีอายุมากกว่า 1.5 พันล้านปี หรือประมาณ 1/3 ของอายุโลกครับ ลึกลงไปใต้พื้นดินแคนย่อนประมาณ 30 ไมล์มีแมกม่า หินที่สร้างจากแมกม่าที่เย็น เช่น หินแกรนิต เรียกว่าหิน igneous (หินอัคนี) แม่น้ำโคโลราโด้ที่ตัดแคนย่อนนั้นเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาตะวันตกเฉียงใต้ เป็นภาษาสเปนครับ หมายถึงแม่น้ำสีแดง (เนื่องจากโคลน) แม่น้ำนี้ตัดแกรนแคนย่อนให้ลึกลงประมาณ 7 นิ้ว ทุก ๆ หนึ่งพันปี

ใช่เพียงประวัติศาสตร์ของหิน สภาพอากาศ และภูมิประเทศเท่านั้นนะครับที่บันทึกอยู่ในผนังหินของแคนย่อน มันยังมี information ของชีวิต พืช และสัตว์ในรูปของฟอสซิลอีกด้วย เช่น ชั้นหินปูนช่วงกลางพบฟอสซิลของปลา เฟิร์น และแมลงที่มีอายุ 400 ล้านปี Patrick Cone เปรียบเทียบว่าถ้าย่น 1 ปีลงเหลือ 1 วินาที โลกก็มีอายุประมาณ 143 ปี และแกรนแคนย่อนใช้เวลาสร้างถึง 47 ปี โดยที่ประวัติศาสตร์ของมนุษย์นั้นเพิ่งนับได้ 2 สัปดาห์ แต่กระนั้นเมื่อราว 9 พันถึง 3 พันปีที่แล้ว ชาวอเมริกันพื้นเมืองได้เดินทางมาถึงแคนย่อนแห่งนี้และใช้เป็นที่พำนักอาศัย วัฒนธรรมยุคใช้หอกหินล่ากวาง กระต่าย แกะเขาใหญ่นั้นเรียกว่า Desert Culture จากนั้นนักวิทยาศาสตร์ก็พบหลักฐานการตั้งรกรากระหว่าง 1000 BC ถึง 500 AD ซึ่งก็ไม่มีใครแน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับ Desert Culture บางทีพวกเขาอาจจะอพยพไปหาแหล่งที่มีฝนตกชุกกว่า จากนั้นก็มีกลุ่ม Hisatsinom (หรือ Anasazi) ซึ่งเชื่อว่าเป็นบรรพบุรุษของเผ่า Hopi, Zuni และ Pueblo ในปัจจุบัน ระหว่าง 1000 - 4000 AD ชาวนาวาโฮอพยพลงใต้จากแคนนาดา เป็นกลุ่มอเมริกันพื้นเมืองที่ใหญ่ที่สุดนะครับ และเขตอนุรักษ์ที่ใหญ่มากแห่งหนึ่งก็อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแม่น้ำโคโลราโด้ในแกรนด์แคนย่อน

นี่ผมเล่าแบบข้าม ๆ มาเกินครึ่งเล่มแล้วนะครับ ครึ่งหลังจะเป็นแกรนด์แคนย่อนในปัจจุบัน พืช สัตว์ โรงแรม และการล่องแม่น้ำ หนังสือเล่มนี้คงไม่ได้แนะนำในแง่ที่ว่าหาซื้อมาอ่านเถอะ ดี เพราะข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้คุณสามารถ search หาได้ในเน็ต แต่เอามายั่วคนที่ยังไม่เคยไปชมความอัศจรรย์และยิ่งใหญ่ของมัน เผื่อคุณจะอยากเอาตีนไปแกว่งเล่นในแม่น้ำโคโลราโด้ (อันนี้ผมก็อยากและยังไม่เคย) ท่ามกลาง Vishnu schist ที่มีอายุย้อนไป 1,200 ล้านปีสักครั้ง

ผมให้

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายไว้ตอนไปเดินเล่น




 

Create Date : 28 ธันวาคม 2552    
Last Update : 29 ธันวาคม 2552 4:27:21 น.
Counter : 1027 Pageviews.  

ไขปริศนาอารยธรรมโลก (Hidden History)



ไบรอัน ฮอห์ตันจะพาคุณท่องประวัติศาสตร์ที่ยังซ่อนเร้นอยู่ในหลืบของความไม่รู้และปริศนาที่ดึงดูดนักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี หรือแม้แต่นักวิทยาศาสตร์หลายยุคหลายสมัยให้ค้นหาความเป็นมา ชื่อหนังสือภาคภาษาไทยว่าไขปริศนานี้เห็นทีจะไม่ถูกต้อง 100% นัก เพราะบางบทบางตอนเป็นการแนะนำปริศนาเสียมากกว่า ภายในเล่มประกอบด้วยสิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณทั้งสิ้น 18 แห่ง บางแห่งมีอยู่จริง แต่บางแห่งก็มีสถานะเป็นตำนานที่อาจจะมีเค้าโครงบางส่วนจริงบ้าง ตัวอย่างเช่น แอตแลนติส จะมีอยู่แค่ใน Timaeus กับ Critias ของเพลโตหรือไม่? เป็นดินแดนที่สาบสูญหรือเพียงอยู่ในจินตนาการ?


ภาพแผนที่ Atlantis ของ Athanasius Kircher ใน Mundus Subterraneus (1669)

เปตราแห่งจอห์แดน เหตุใดนครผาหินสลักอันวิจิตรจึงซ่อนตัวอยู่ในทำเลซ่อนเร้น? ขุมทรัพย์ (El-Khazneh) เก็บสมบัติของฟาโรห์หรือไม่ วิหาร หรือหลุมศพกษัตริย์?


ภาพ "ขุมทรัพย์" และ "อาราม" (El-Deir)

โฮเมอร์เล่าอีเลียด สงครามกรุงทรอย ศึกชิงเฮเลน และกลยุทธ์ม้าไม้ยักษ์ของโอดิสซีอุส กรุงทรอยนี่คือโทรแอด (Troad - ปัจจุบันคือบริเวณภาคตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกี) หรือไม่? แล้ว Troy VIIa ล่ะ?


นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของ สฟิงซ์ มหาพีระมิด ในอียิปต์ สโตนเฮนจ์ของอังกฤษ แกรนด์แคนย่อนเก็บซ่้อนสมบัติไอยคุปต์รึเปล่า? มาชูปิคชูของอินคา หอสมุดแห่งอเล็กซานเดรียที่ว่าถูกเผาทิ้ง มีอยู่จริงหรือนิทาน ใครเผา? มีสเทอรี่ ฮิล (สโตนเฮนจ์แห่งอเมริกา) ซิลเบอร์รี่ ฮิล ชีเชนอิตซา วิหารกูกัลคันของมายา เขาวงกตคนอสซัสกับตำนานมิโนทอร์ (ตัวเป็นคนหัวเป็นกระทิง ชาวเอเธนส์ต้องสังเวยเด็กชายหญิง 14 คน ให้เจ้าตัวนี้ที่เกาะครีตทุกปี ภายหลังถูกสังหารโดยเจ้าชาย Thesues) รูปปั้น moai บนเกาะอีสเตอร์ แผ่นดินมูที่สูญหาย เอลโดลาโด นครเฮลิเก และนิวเกรนจ์ (Newgrange)



ผมให้




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2552    
Last Update : 23 ธันวาคม 2552 20:19:30 น.
Counter : 3315 Pageviews.  

มหากาพย์ภูผามหานที ตอน ปฐมบทผู้กล้า



ที่คุณก่อศักดิ์เขียนไว้ในคำนำเสนอว่าเฟิ่งเกอประหนึ่งครูพักลักจำมาจากกิมย้งเห็นทีจะไม่ผิด ในตอนปฐมบทผู้กล้านี้ เรื่องราวความรักระหว่างบัณฑิตหมุ่มผู้โง่งมกับสาวน้อยตัวร้ายที่ดูไปก็ไร้เดียงสาศิษย์คนที่สามของหนึ่งประหลาดวารีดำ พลิกผันชะตาบ้านเมืองที่การศึกเมืองเหอโจวจากการรุกรานของมองโกล เมื่อหนึ่งนั้นต้องปลอมตัวเป็นผู้นำทัพ ไหวอันอ๋อง ขณะที่อีกหนึ่งกลับเป็นพี่น้องของนักฆ่าและแม่ทัพฝ่ายตรงข้าม ผมว่าเรื่องที่เฟิ่งเกอผูก มีทั้งความประณีตในแง่อารมณ์ตัวละคร ความโลดแล่นของฉากและสถานการณ์ รวมถึงกำลังภายในที่เร้าใจครับ ปฐมบทผู้กล้าเป็นภาคต้นให้กับมหากาพย์เรื่องนี้ในตอนต่อ วีรกรรมผู้กล้า หรือ คุนหลุน ถึงตอนนี้ SIB เพิ่งปล่อยออกมาได้ครึ่งหนึ่ง เอาไว้จบแล้วจะหยิบมาแนะนำกันอีกที

ผมให้




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2552    
Last Update : 20 ธันวาคม 2552 4:41:07 น.
Counter : 1113 Pageviews.  

Physics of the Impossible



ตอนอ่านเล่มนี้นี่ผมอยากอายุน้อยกว่าปัจจุบันสักครึ่ง Michio Kaku เขียนหนังสือที่กระตุ้นจินตนาการและสร้างแรงบันดาลใจให้คนอ่านไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ ครับ ในเล่ม เขาจะพาคุณท่องเทคโนโลยีหรือสิ่งประดิษฐ์หรือวิทยาการที่เป็นไปไม่ได้ ในมุมมองของฟิสิกส์ที่ "อาจจะเป็นไปไม่ได้" (การพูดว่าอาจจะเป็นไปไม่ได้ เท่ากับเปิดช่องให้อาจจะเป็นไปได้) ซึ่งส่วนใหญ่เราเห็นในนิยายหรือภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะ Star Trek ซึ่งดูเหมือนจะเป็นซีรีย์โปรดของอาจารย์แกเลยทีเดียว ดร.คาคุ แบ่ง impossible ออกเป็น 3 ระดับ ระดับที่ 1 (Class I Impossibilities) สิ่งเหล่านี้ เทคโนโลยีในปัจจุบันไม่อาจทำให้เป็นไปได้ แต่มันก็ไม่ขัดกับกฎฟิสิกส์ที่เรารู้เลยแม้แต่น้อย ในหลายเล่มของแกมักเขียนถึงการแบ่งอารยธรรมออกเป็น 3 ยุคของนิโคไล คาร์ดาเชฟ (โลกเราปัจจุบันอยู่ก่อนยุคที่ 1) ซึ่ง Class I นี่แกเชื่อว่าเป็นไปได้สำหรับอารยธรรมยุคที่ 3 ครับ (ใครอยากรู้ว่า 3 ยุคมีอะไรบ้าง ในเล่มนี้แกเขียนสรุปไว้ในบท Extraterrestrials and UFOs) ตัวอย่างอารยธรรมยุคที่ 3 เช่น Borg ใน Star Trek, Empire ใน Star Wars หรืออารยธรรมกาแล็กติกในสถาบันสถาปนาของอาซิมอฟ

Impossibilities ระดับที่ 1 มีอะไรบ้าง? คงมีเยอะครับ แต่ในหนังสือ ดร.คาคุ พูดถึงตัวอย่าง 10 ตัวอย่าง ได้แก่ (1) สนามพลัง นึกถึงสนามที่หุ้มยานอวกาศของยาน Enterprise ใน Star Trek นะ แกเสนอว่ามีแคนดิเดท 2 ตัว คือแรงที่ 5 (เรารู้ว่าเอกภพมีแรงแค่เพียง 4 ชนิด) กับ พลาสม่า (หน้าต่างพลาสม่า + ม่านเลเซอร์ + ฉากคาร์บอนนาโนทิ้วบ์) (2) ล่องหน นึกถึงผ้าคลุมล่องหนของแฮร์รี่ แกก็พูดถึง metamaterials (โดยการควบคุม index of refraction), plasmonics (เป็น metamaterials อีกแบบ) และพูดถึงงานวิจัยของ Naoki Kawakami แห่ง University of Tokyo ที่ทำ optical camouflage (3) Phasers กับ Death Stars (อันนี้เป็นอาวุธทำลายล้างโลกใน Star Wars) แก่นหลัก ๆ ของบทก็พูดถึงดาบเลเซอร์นั่นแหละครับ แล้วขยายไปเป็น Death Stars ในส่วนของดาบเลเซอร์ แกว่าไม่ยากที่จะสร้างอุปกรณ์พลังงานสูงที่ดูเป็นดาบเลเซอร์ แต่ปัญหาอยู่ที่การเก็บพลังงานสูง ๆ ที่สามารถพกพาได้มากกว่า ในส่วนของ Death Stars แกจัดเป็น Class II (4) เครื่องย้ายมวลสาร นึกถึงหนังปี 58 เรื่อง The Fly หรืออุปกรณ์ที่ใช้ขนส่งลูกเรือในยาน Enterprise (ต้นเหตุมาจากพาราเม้าท์ไม่มีงบสร้างฉากเทกออฟ/แลนดิ้งของยาน จึงได้เจ้าเครื่องนี่มาแทน) ซึ่งโปรดิวเซอร์บอกว่าเครื่องของเค้ามี "Heisenberg Compensators" (5) การอ่านใจ (Telepathy) อันนี้หนีไม่พ้นมโนมัยในสถาบันสถาปนา และโยงเข้าการสแกนคลื่นสมองโดย MRI และความพยายามที่จะทำ mapping ระหว่างรูปแบบของคลื่นสมองกับความคิดหรือคำ (6) พลังจิต (Psychokinesis) นึกถึง Carries ของสตีเฟ่น คิงนะครับ หรืออัศวินเจไดใน Star Wars พลังจิตที่เป็นวิทยาศาสตร์ก็ต้องอาศัยเครื่องมือ ตัวอย่างที่เด่นคือ BrainGate ของ John Donoghue แห่งมหาวิทยาลัย Brown ที่ใช้ biofeedback ในการเทรนผู้เป็นอัมพาต ในการสร้างรูปแบบเฉพาะของคลื่นสมองเมื่อไปสั่งงานคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็เทียบได้กับการใช้พลังจิต (7) Robots นึงถึงหุ่นยนต์เด็กน้อยใน AI ก็นำไปสู่คำถามว่าเครื่องจักรกลคิดได้หรือไม่? (2 คนที่เชื่อว่าไม่คือ Searle กับ Penrose ซึ่งเชื่อว่าเครื่องจักรกลนั้นไม่อาจมีความสามารถทางกายภาพของความคิดมนุษย์) เครื่องจักรกลมีอารมณ์ได้หรือไม่? นำไปสู่คำถามที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า อารมณ์มีประโยชน์อะไร? (Dr. Damasio แห่ง University of Iowa College of Medicie ศึกษาพบว่ากรณีที่ขาดอารมณ์ จะทำให้การตัดสินใจบางอย่างทำให้คน paralyzed -พูดว่าแฮ้งค์ได้มั้ง- กล่าวคือทำให้ไม่อาจตัดสินใจได้ เกิดการ debate ไม่รู้จบระหว่างตัวเลือก - เห็นว่าอารมณ์นี่ก็สำคัญนะครับ ถือว่าเป็น by-product ของวิวัฒนาการนั่นทีเดียว) (8) Extraterrestrials and UFOs อันนี้มีให้นึกถึงหลายเรื่อง ในหนังสือแกยก Independence Day มาเป็นตัวอย่างแรก จากนั้นพูดถึงโครงการ (ที่หลายคนรู้จักกันดี) คือ SETI (9) ยานอวกาศ ประเด็นหลัก ๆ ที่พูดในบทนี้จะเกี่ยวกับพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนยานอวกาศ เช่น Ramjet fusion engine (10) ปฏิสสารและปฏิเอกภพ หนีไม่พ้นหนังสือ Angels and Demons แต่น่าแปลกใจมั้ยครับ ใคร ๆ ก็รู้ว่า antimatter มีจริง แล้วมัน impossible ตรงไหน? จุดสนใจแกต่อเนื่องจากบทที่แล้วครับ แกพูดถึง antimatter engines (เนื่องจากไอเดียต้นกำเนิดความคิด antimatter มาจากผลงานของ Dirac ในบทนี้คุณจะได้รู้จักนักวิทยาศาสตร์คนนี้ และมีย่อหน้าสั้น ๆ วิเคราะห์ว่า Dirac กับ Newton เหมือนกันตรงไหน คำตอบที่ได้มาจากนักจิตวิทยาเคมบริดจ์ Simon Baron-Cohen ที่อ้างว่าผู้ยิ่งใหญ่คู่นี้ทุขทรมานจาก Asperger's syndrome!)

Class II Impossibilities หมายถึงเทคโนโลยีที่อยู่ขอบปลายของความเข้าใจของฟิสิกส์ พูดง่าย ๆ ว่าเรายังไม่เข้าใจว่ามันแหกกฎหรือไม่แหกกฎ แกยกตัวอย่าง (1) การเคลื่อนที่เร็วกว่าแสง ไอน์สไตน์รับบทหนักหน่อยในตอนนี้ เรารู้ว่าสัจพจน์ข้อหนึ่งคืออัตราเร็วแสงเป็นอัตราเร็วจำกัดของวัตถุที่เคลื่อนที่ในเอกภพ เป็นไปได้หรือที่จะมีอะไรเคลื่อนที่เร็วกว่าแสง? ดร. Kaku บอกว่าบางทีรูหนอนกับการ stretched อวกาศ อาจเป็นวิธีที่เป็นไปได้ที่จะทำลายกำแพงอัตราเร็วแสงนี้ (2) การเดินทางท่องเวลา อันนี้ทำให้เกิดพาราด็อกซ์เยอะ แกก็เลยเปิดเรื่องด้วย Janus Equation นิยายของ G. Spruill นักคณิตศาสตร์ผู้ตั้งความหวังค้นพบความลับของการเดินทางท่องเวลาพบสาวสวยและแต่งงานด้วย ซึ่งพบว่าที่แท้เธอนั้นเคยผ่าตัดแปลงเพศมา ยิ่งกว่านั้นเธอยังเดินทางมาจากอนาคต และเธอก็คือเขาในอนาคตนั่นเอง ดร. Kaku ว่าแบบงี้ถ้าเกิดทั้งคู่มีลูกด้วยกันได้ (แปลงเพศแบบสมบูรณ์แบบเลยนะเนี่ย) และลูกเดินทางย้อนอดีตกลับไปเป็นนักคณิตศาสตร์คนนั้น จะเกิดอะไรขึ้น? งงดีมั้ยครับ พ่อ แม่ ลูก เป็นคนเดียวกัน เรื่องการเดินทางแก้ไขอดีตนี่ Hawking เสนอ "Chronology Protection Conjecture" ที่ปกป้องการแก้ไขอดีต ตอนท้ายของบทพูดถึงประเด็นนี้ไว้ว่ามี 3 วิธีที่จะป้องกันพาราด็อกซ์ดังกล่าว 1. การเดินทางกลับไปอดีตเป็นการเติมเต็มอดีต (คุณถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ในอดีตแล้วว่าคุณจะเดินทางกลับไปในอดีต) 2. มี mysterious force ยับยั้งไม่ให้คุณฆ่าพ่อแม่ของคุณในอดีตก่อนคุณเกิด 3. เอกภพเกิดการแยกตัว (ข้อ 3. นี้ถูกนำไปขยายในบทต่อไป) คราวนี้มีวิธีไหนสร้าง time machine ได้บ้าง ดร.คาคุ พูดถึง 3 วิธี 1. ใช้รูหนอน 2. ใช้ spinning universe 3. ถ้าคุณเดินเป็นวงยาวอนันต์รอบวงกลมที่กำลังหมุน (3) เอกภพขนาน พูดถึงเอกภพขนาน 3 แบบ 1. ไฮเปอร์สเปซ (จริง ๆ ทั้งชื่อ Hyperspace และ Parallel Worlds ต่างก็เป็นหนังสืออีกชื่อละเล่มของ ดร. Kaku นะครับ สนุกทั้งคู่ -ในซีรีย์ทางโทรทัศน์เรื่อง Sliders เด็กหนุ่มได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ ทำให้เขาสร้าง machine ที่ทำให้เขาเข้าไประหว่างเอกภพขนานกันได้ หนังสือเล่มที่ว่านั่นก็คือ Hyperspace ของ Kaku นั่นเอง) 2. multiverse และ 3. quantum parallel universe

Class III Impossibilities เป็นเทคโนโลยีที่แหกกฎฟิสิกส์ที่เรารู้ในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ควรรีบตัดช่องใช่มั้ยครับ? ความหมายของมันคือ ถ้าเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นจริง นั่นคือเราต้อง modify กฎฟิสิกส์กันล่ะ มีตัวอย่าง 2 ตัวอย่างที่ใครพอรู้ฟิสิกส์บ้างจะฟันธงได้ทันทีว่าเป็นไปไม่ได้ (1) เครื่องจักรนิรันดร์ (perpetual motion machines) เครื่องจักรที่ทำงานได้โดยไม่สูญเสียพลังงาน หรืออีกแบบหนึ่ง เครื่องจักรที่ให้พลังงานออกมามากกว่าพลังงานที่ใส่เข้าไป มันฝ่าฝืนกฎข้อที่ 1-2 ของอุณหพลศาสตร์ครับ (2) รู้อนาคต (precognition) ที่น่าสนใจพูดถึง advanced wave ที่ได้จากผลเฉลยสมการของ Maxwell แกว่าผลเฉลยของสมการนี้นั้นไม่ได้มีอันเดียวอย่างที่เราเอามาใช้งานกันคือ retarded wave แต่ยังมี advanced wave ที่ลำแสงเคลื่อนที่ย้อนกลับไปในอดีตด้วย แกเลยคิดต่อไปถึงคนในอนาคตส่ง information บางอย่างมากับ advanced wave ไงครับ (ทำนองใกล้เคียงกัน ก็พูดถึงการค้นพบความลับของปฏิสสารโดยฟายน์แมนว่าที่แท้มันก็แค่สสารที่เคลื่อนที่ย้อนเวลา!) จากนั้นพูดถึง "tachyons" ที่ยิ่งสูญเสียพลังงาน ยิ่งเคลื่อนที่เร็วขึ้น! (แกบอกว่าถ้าเราแทน m ด้วย im ในสมการของไอน์สไตน์ เราจะได้ว่าอนุภาคเคลื่อนที่เร็วกว่าแสง, im คือ imaginary mass-มวลจินตภาพ) ลองหามาอ่านนะครับ

ผมให้




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2552    
Last Update : 9 เมษายน 2553 15:00:30 น.
Counter : 1303 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.