creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

10 ตำนาน...สะท้านโลก



วันนี้ไปทำงานตอนสาย ๆ ลิฟท์เปิดจ๊ะเอ๋กับ ดร. บัญชา แอบงงว่าพี่แกมาทำอะไรตึกนี้ คุยกันครู่เดียวก่อนลิฟท์ปิด ทราบว่า ดร. บัญชา หยิบหนังสือเล่มใหม่ 10 ตำนาน...สะท้านโลก มาฝาก และตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะผม (แหะ ๆ แกคงไม่รู้ว่าเวลาเข้างานผมเกือบเป็นสัญลักษณ์พักกลางวันของคนอื่น) ตอนค่ำเลิกงาน หยิบอ่าน รวดเดียวจบครับ เพลินจริง ๆ น่าทึ่งมาก เรื่องที่ยืดยาวน่าเบื่อหลายเรื่อง แกเอามาเล่าด้วยสำนวนกัดแกมหยอกได้กระชับและสนุกสนาน กัดใครบ้าง? ลองอ่านแล้วเดากันเองนะครับ คอนเนลลีแห่งสยาม อิกเนเชียส คอนเนลลี เป็นคนที่ใส่สีตีไข่ Atlantis เสียอลังการปานอาณาจักรของพระเจ้า หรือจะเป็นยักษ์ที่ดอดหลุดจากโยทูนเฮม 'โฟนอิน' ปล่อยเชื้อใส่ลูกหลานมนุษย์ นี่ดอกหนึ่ง ดอกที่สองมาพร้อมอามูลิอุสที่แย่งชิงบัลลังก์กษัตริย์นิวมิทอร์ด้วยราชสมบัติจากพระบิดา...นั่น!

ตำนาน 10 เรื่องที่ ดร. บัญชา นำมาเล่าเริ่มจาก (1) ตำนานการเกิดคราสในวัฒนธรรมต่าง ๆ ชี้ให้เห็นตัวร่วมและตัวต่าง ตัวร่วมของบางวัฒนธรรมที่ดูเหมือน ๆ กันคือการส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายและส่งอาวุธไล่ (2) ฉากอวตารของพระวิษณุเป็นเต่า (กูรมาวตาร) ในการกวนเกษียรสมุทร สไตล์การเล่าแทรกด้วยร้อยกรองจากลิลิตพระนารายน์สิบปาง บรรเจิดครับ ผมนะ สงสารบรรดาอสูรซะเหลือเกิน ดันไปอยู่ฝั่งหัวพญานาค (3) ตำนานการเกิดแผ่นดินไหวของแหล่งต่าง ๆ ตัวร่วมที่เราน่าจะเดาได้คือ ใคร หรือ อะไรสักตัว "ดิ้น" อย่างไทยก็ปลาอานนท์ ญี่ปุ่นก็ปลาดุกยักษ์ นอร์สก็เทพอสูรโลคีดิ้นเพราะพิษงู ไซบีเรีย หมาเกาเห็บ! ฯลฯ (4) เปรียบเทียบตำนานน้ำท่วมโลก ผู้เล่นหลักในบทนี้คือ อุตนาปิชทิมจากมหากาพย์กิลกาเมชของบาบิโลเนียน กับโนอาห์ในคัมภีร์พันธะสัญญาเก่า ร่วมด้วยนบีนูห์ของอิสลาม (อืมม...เรียกว่าตำนานระวังคนที่เขาศรัทธาเคืองนะพี่) (5) มหากาพย์กิลกาเมช เปิดฉากด้วยความหื่น จบลงด้วยความหดหู่ ถ้ามองว่ามันเป็นนิยาย กิลกาเมช (เทพ 2/3) เป็นตัวละครที่มีพัฒนาการหลากสีสันมากตัวหนึ่งครับ ซึ่งบทนี้เชื่อมโยงกับบทก่อนหน้า เพราะ ช่วงบั้นปลายที่กิลกาเมชรู้จักความตายนั้น เขาก็ดั้นด้นเดินทางไปหาอุตนาปิชทิมผู้สร้างเรือคราวน้ำท่วงโลกครั้งที่ผ่านมา (6) ปริศนาแห่งแอตแลนติส ดินแดนอารยธรรมรุ่งโรจน์ที่กษัตริย์สืบเชื้อโพไซดอนแห่งนี้มีจริงหรือไม่? ถ้ามี อยู่แห่งหนตำบลใด ท้ายบทความ ดร. บัญชา แนะนำ The Atlas of Atlantis and Other Lost Civilizations ของ Joel Levy ถ้าคุณสนใจ ผมนึกถึงอีกเล่มที่เขียนเกี่ยวกับแอตแลนติสสนุกไม่แพ้กัน ไขปริศนาอารยธรรมโลก (จาก Hidden History) ของไบรอัน ฮอห์ตัน

(7) เจสันกับขนแกะทองคำ เรื่องนี้ใครเคยดูอภินิหารขนแกะทองคำคงรู้ดีว่าสนุกขนาดไหน ผมสะดุดนิดนึง เพราะพี่แกเน้นถึง 2 ที แต่กลับไม่พูดถึงเลย (อันที่จริง ก็ไม่แปลกอะไร เพราะมันไม่ใช่เนื้อหาหลักไง - แต่ผมอยากพูด) "เด็กหนุ่มหน้าตาดีซึ่งเป็นทั้งผู้ติดตามและคู่ขาของเฮอร์คิวลิส" "เฮอร์คิวลิสก็ออกตามหาคู่ขาคนโปรดของตน" คู่ขาคนนี้คือใคร? Hylas (แหงล่ะ เพราะเรากำลังมองคู่ขาบนเรือ Argo) เฮอร์คิวลิส อย่างที่รู้กันว่ามีคู่ขามหาศาล ใช่แค่เพียงผู้หญิง (อย่างตอนคิง Thespius ชวนเฮอร์คิวลิสมาฆ่าสิงโต ก่อนฆ่า ก็ชวนมานอนคืนนึงเพื่อทำความรู้จักกับครอบครัว อันได้แก่ ลูกสาวซิง ๆ 50 คน คืนนั้นเฮอร์คิวลิสฟันไป 49!) แต่ของรักอีกสิ่งของเฮอร์คิวลิสคือเด็กผู้ชายครับ อย่าง Hylas นี่ก็เป็นหนึ่งในเด็กหนุ่มสองคนที่เฮอร์คิวลิสโปรดปรานที่สุด (อีกคนคือ Iolaus หลานชายของเขาเอง คนนี้แหละช่วยเฮอร์คิวลิสปราบไฮดร้า) ซึ่งบางแหล่งบอกว่า Hylas (ได้ความหล่อมาจากแม่) คนนี้หาใช่ใครที่ไหนไม่ แต่เป็นลูกของเฮอร์คิวลิสที่ไปเล่นชู้กับเมียของคิง Theiodamas นั่นเอง และที่อ่านเจอบ่อยที่สุด ชอบยกมาพูดกันมากที่สุด เมื่ออ้างถึงความรักของคู่นี้คือข้อเขียนโดยกวี Theocritus ขอลอกเอามาให้อ่านกันครับ

"We are not the first mortals to see beauty in what is beautiful. No, even Amphitryon's bronze-hearted son (พ่อของเฮอร์คิวลิสคือ Amphitryon มีเฮอร์คิวลิสเป็นลูกแฝดกับ Iphicles พ่อของ Iolaus นั่นแล), who defeated the savage Nemean lion, loved a boy—charming Hylas, whose hair hung down in curls. And like a father with a dear son he taught him all the things which had made him a mighty man, and famous.

And they were inseparable, being together both day and night. That way the boy might grow the way he wanted him to, and being by his side attain the true measure of a man. When Jason sailed after the golden fleece, and all the nobles went with him invited from every city, to rich Iolkos he came too, the man of many labors, son of noble Alcmena. And brave Hylas in the flower of youth went with him aboard the Argo, the strong-thwarted ship, to bear his arrows and to guard his bow.
"

หลุดไปไกลแฮะ กลับมาที่ (8) เทพปกรณัมของนอร์ส อันนี้ดูรูปปกครับ ภาพที่เห็นเด่นกินพื้นที่ส่วนมากคือภาพในมหาสงครามแร็กนาร็อก เทพแห่งสายฟ้าทอร์กำลังสู้กับพญางูโยร์มุนกันด์ด้วยค้อนเมียลเนียร์ ซึ่งในแง่การเปรียบเทียบสงครามระหว่างคู่นี้ถูกนำไปขยายในบทที่ (9) เทพสายฟ้า vs พญางูยักษ์ ที่มีนักวิจัยมองว่าเป็นแก่นแกนของเทพปกรณัมวัฒนธรรมอินโด-ยูโรเปียนแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเทพเปรุนของสลาฟสู้กับพญางู ซูสต่อสู้กับไทฟอนของกรีก หรือพระอินทร์ต่อสู้กับอสูรวฤตระ (10) ตำนานอมตะแห่งโรม เล่าเรื่องราวสร้างกรุงโรมของสองพี่น้องโรมิวลุสและรีมุส (คนที่สร้างโรมจริง ๆ คือ โรมิวลุส)

นอกจากตำนาน ดร. บัญชา ยังแทรกเกร็ดคำศัพท์ที่มาพร้อมกับตำนานเรื่องนั้น ๆ ได้อย่างน่าสนใจยิ่ง เชียร์ส

ผมให้




 

Create Date : 20 เมษายน 2553    
Last Update : 20 เมษายน 2553 1:49:56 น.
Counter : 1786 Pageviews.  

สนธิสัญญาอสูร



เรื่องสั้น 3 เรื่อง 3 สัญชาติ บุญผ่อนบาป (Co-Existence) ของ Słowomir Mrożek นักเขียนจากโปแลนด์ เมื่อพระกลับบ้านมาวันหนึ่งแล้วพบว่ามีปิศาจใส่หมวกแก๊บสีแดงนั่งเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ในบ้าน ดูเรียบร้อย สงบเสงี่ยม เจียมตัว พระเองก็มั่นใจในตะบะตน หากปิศาจแผลงฤทธิ์เมื่อไรจะจับมันโยนทันที จุดจบจี๊ดครับ แก่นเรื่องที่ทรงพลัง เรื่องที่สอง หน้าต่างกลางไพร (The Window in the Woods) ของ Jonathan Baumbach นักเขียนชาวนิวยอร์ก เรื่องเล่าของนักเรียนในวิชาภาพยนตร์ที่อาจารย์ยกตัวอย่างภาพยนตร์ของพ่อของเขาเอง window in the woods การดำเนินเรื่องที่เป็นเหมือนลูกคลื่นไฟ 3 เฟสยอดต่อยอดไล่กัน เขาในปัจจุบันกับเพื่อนนักศึกษาสาวในปัจจุบัน เขาตอนเด็กกับเมียใหม่ของพ่อตอนทำหนัง window in the woods และเด็กในหนังกับเด็กหญิงในหนัง แสดงให้เห็นพลังการเล่าที่มีชั้นเชิง สุดท้าย นักเขียนจากประเทศอุรุกวัย Felisberto Hernández ในเรื่อง นายจรลี (The Crocodile) นักเปียโนชายขายถุงน่องด้วยเทคนิคบีบน้ำตา ผู้ไต่ผาดโผนอยู่บนกำแพงที่กั้นระหว่างจิตใจและโลกแห่งความเป็นจริง เราจะเห็นว่า ตัวจริงของผู้เขียนเองก็ดูคลับคล้ายคลับคลาพระเอกในเรื่องเหมือนกัน Hernández นั้นหัดเล่นเปียโนเองจนเชี่ยวชาญ และหารายได้เลี้ยงชีพจากการเล่นในคาเฟ่ ในโรงละครใบ้ นักเขียนอย่าง Gabriel García Márquez บอกว่าคนนี้แหละ ผู้มีอิทธิพลในงานของเขา

ผมให้




 

Create Date : 17 เมษายน 2553    
Last Update : 17 เมษายน 2553 14:58:15 น.
Counter : 1108 Pageviews.  

แวมไพร์ ภูติผี ปิศาจ ซาตาน แม่มด และศาสนา



กว่าครึ่งของเนื้อหาเป็นประวัติศาสตร์คริสตศาสนายุโรปฉบับย่อ ตั้งแต่ยุคต้น ผ่านยุคมืด ทั้งเหตุการณ์ปะทะกับอาณาจักร สงครามกับอิสลาม ถึงศึกถล่มพวกคาธ่าร์ เล่าด้วยสำนวนอ่านเพลิน และชวนขำเป็นระยะ ๆ กับ พระเปรี้ยว พระนอตหลุด อะไรทำนองนี้ จัดเป็นสารคดีกึ่งวิชาการ ที่ไม่ชวนเวียนเกล้าประเภทอ่านไปสองประโยคก็เจอตัวเลขให้พลิกหน้าพลิกหลังกันที แล้วแวมไพร์ ภูติผี ปิศาจ ซาตาน กับแม่มด มากันตอนไหน? นั่นแหละครับคือคำถามหลักที่หนังสือเล็ก ๆ เล่มนี้พยายามเสนอมุมมองที่นำไปสู่คำตอบ การที่คุณชัชรินทร์ต้องร่ายคริสต์ยาวนั้นเข้าใจได้ไม่ยากว่าอยากให้ผู้อ่านเห็นภาพ และเกิดอารมณ์ร่วมว่า ศาสนาแม่มดใหม่ที่ชาวอเมริกันนับถือสูงเป็นอันดับ 5 นั้น (ข้อมูลตามที่แกอ้างในเล่ม) ใช่มีรากเหง้าแม่มดเดียวกับแม่มดดั้งเดิมในยุโรปก่อนคริสตสมภพหรือไม่? ศาสนาซาตานของแอนตัน แซนเดอร์ ลาเวย์ หรือ ซาตานที่อลิสเตอร์ โครว์ลีย์บูชา (ผู้พอที่จะถือได้ว่ามีส่วนในการให้กำเนิดลัทธิแม่มด wicca ในอเมริกา) กับ ซาตานที่พระสันตะปาปาแห่งอาวิญอง นอมินีของกษัตริย์ฟิลิปที่ 4 ยัดเยียดให้เป็นโมเดลในดวงใจเหล่าอัศวินเทมปล้า ใช่ซาตานเดียวกันหรือมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร? สองสามบทสุดท้ายนำประวัติศาสตร์ในบทหน้า ๆ มามองในมุมจิตวิทยา ดูว่าศาสนากำลังตอบโจทย์อะไรให้แก่ผู้คน ลัทธิแม่มด ฯลฯ จัดเป็นศาสนาได้ไหม ทั้ง ๆ ที่มันก็ทำหน้าที่และมีแบบแผนความเป็นมาไม่ต่างกันมากนัก หรือแม่มด ฯลฯ เป็นเพียงแฟชั่น หรือแท้ที่จริงแล้วศาสนาในมิติหนึ่งก็เป็นแฟชั่น ลองหามาอ่านกันนะครับ

ผมให้




 

Create Date : 15 เมษายน 2553    
Last Update : 15 เมษายน 2553 0:31:00 น.
Counter : 1645 Pageviews.  

สาส์นลับที่สาบสูญ (The Lost Symbol)



350 หน้าแรก กับ 30 หน้าสุดท้าย น่าเบื่อมาก แถมคำโปรยเยินยอเกินจริงจนน่าเกลียดจาก Daily News (New York) ที่ว่า "สยองขวัญอย่างถึงที่สุด จนคุณพลิกหน้าต่อไปแทบไม่ทัน" เชื่อถือไม่ได้เอาเสียเลย "สยองขวัญจริงป่าว" เบียร์สิงห์ถามผมตอนเย็นก่อนออกไปกินข้าว ผมถือติดมือไปอ่านเหลืออีกประมาณ 30 หน้า "ไม่เห็นมันจะสยองตรงไหน" ผมว่า อ่านไปก็นึกถึงหนังของนิโคลัส เคจ National Treasure ภาคแรก แก่นหลักอยู่บนความลับความรู้ขุมพลังอันยิ่งใหญ่ที่กลุ่มฟรีเมสันพิทักษ์ โดยถูกท้าทายจากคนที่ปรารถนาครอบครองพลังดังกล่าว แถมฉลาดเป็นกรดพอที่จะล่อลวงและหลอกใช้โรเบิร์ต แลงดอนออกจากแคมบริดจ์มาถึงวอชิงตัน ดีซี เพื่อชี้ทางที่เขาปรารถนา อ้อ หนังอีกเรื่องที่ผมนึกถึงคือ Star Wars ครับ No, I am your father! จำกันได้มั้ย จาก The Empire Strikes Back ภาค 5 ในหนังสือพูดถึงเสี้ยวหนึ่งของ Darth Vader แต่ที่ผมนึกถึงนี่ไม่ใช่จุดนั้น จุดอื่นเป็นจุดไหน คุณรู้ได้เองตอนอ่านพบครับ นอกจากหน้าที่ผมว่าน่าเบื่อแล้ว ส่วนที่เหลือของสาส์นลับสาบสูญอ่านมันส์ สนุก พลิกแทบไม่ทันจริง ๆ (ยังยืนยันว่าไม่สยองขวัญแต่ประการใด) เหมือนหนังสือเล่มอื่น ๆ ของแดน บราวน์ นอกจากความบันเทิงและการขบคิดเพลิน ๆ เชิงแฟนตาซี ข้อมูลวิชาการทั้งหลายคลาดเคลื่อนเยอะ ฟุตโน๊ตที่น่าจะเชื่อถือได้สักหน่อย ก็มีส่วนผิดครับ แต่ไม่ใช่เรื่องที่เราจะเอามาคุยหรือจับผิดกัน (หรืออย่างน้อยก็ไม่ถึงขั้นซีเรียส เป็นจริงเป็นจัง) เพราะในฐานะนิยาย มันทำหน้าที่ของมันได้ดีทีเดียว

ผมให้




 

Create Date : 12 เมษายน 2553    
Last Update : 12 เมษายน 2553 0:52:11 น.
Counter : 2767 Pageviews.  

กรรม-บัง-กฎ



หนังสือรวม 10 บทความอ่านเพลินของนักวิทยาศาสตร์ที่นำเสนอมุมมองบางแง่เกี่ยวกับพุทธศาสนา แฮร์รี่ พอตเตอร์ ซานตาครอส เซ็ก และมนุษย์ต่างดาว โดยภาพรวมแล้วอ่านสนุกครับ แต่โดยรายละเอียดมีบางเรื่องที่ผมไม่ค่อยเห็นด้วย และรู้สึกว่าไม่เคลียร์ ข้อมูลที่ ดร. นำชัย นำมาเสนอมีทั้งชวนทึ่ง และชวนก้ำกึ่งจะเชื่อดีมั้ยน้า อย่างวิธีคำนวณปริมาณต่าง ๆ ของซานตาครอส ไม่ว่าจะเป็นจำนวนบ้านที่คุณลุงต้องไปส่งของขวัญ น้ำหนักของขวัญ ฯลฯ กรณีบ้านผมว่าลืมอะไรไปอย่างนึง คือบ้าน 85.7 ล้านหลังนั้นจะมีปล่องไฟกี่หลัง? :P กับบางทีถุงของขวัญของคุณลุงแกอาจจะใช้เทคโนโลยีเดียวกับกระเป๋าหน้าท้องของโดราเอม่อนก็เป็นได้ จึงตัดปัญหาน้ำหนักทิ้งไป อันนี้แหย่เล่นนะครับ

แต่ประเด็นบทความที่อ่านแล้วชวนเข้าใจผิดจริง ๆ มี 2 เรื่อง เรื่องแรกอยู่ในบท 'วิทยาศาสตร์ของการเวียนว่ายตายเกิด' ใช่ครับ คนไทยพุทธเราเชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด แต่การเวียนว่ายตายเกิดนั้น อย่างพุทธก็มี อย่างที่ไม่ใช่พุทธก็มี ฉะนั้นในบางย่อหน้าที่ ดร.นำชัย บอกว่า "ความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณในลักษณะดังกล่าว (คือ เวียนว่ายตายเกิด?) อาจเกิดขึ้นภายหลัง และไม่ใช่ความเชื่อในศาสนาพุทธแท้ ๆ แต่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาฮินดูต่างหาก" คำในวงเล็บผมเพิ่มเข้าไปเอง ตรงนี้ไม่เคลียร์ เพราะอ่านแล้วรู้สึกว่าพุทธแท้ ๆ นั้นไม่เวียนว่ายตายเกิด ซึ่งไม่จริงครับ ปรัชญาพุทธเถรวาทเรา ถ้ายังมีเชื้อ ก็ยังต้องเกิด เชื้อที่ว่านี้คือตัณหา พุทธเถรวาทไม่ใช่ทั้งสัสสตทิฎฐิ (หรือวิญญาณเป็นเช่นอาตมันในศาสนาพราหมณ์) และอุจเฉททิฏฐิ (ความเห็นว่าขาดสูญ สัตว์ตายแล้ว ก็จบ) วิญญาณในศาสนาพุทธเป็นสิ่งที่เกิดดับอยู่ตลอดเวลาและเกิดใหม่เมื่อมีปัจจัยพร้อม ถ้าปัจจัยให้เกิดไม่พร้อม ก็ไม่เกิด จุดนี้เป็นจุดเล็ก ๆ ที่ขอทำความชัดเจนจุดแรกครับ

ประเด็นที่สองอยู่ในเรื่อง 'ถนัดขวา vs ถนัดซ้าย' จุดนี้อาจจะนิดเดียวกว่าจุดแรกด้วยซ้ำ ดร.นำชัยบอกว่า "แต่ที่น่าสนใจก็คือ มีอคติเรื่องการเหยียดคนถนัดซ้ายปรากฏร่องรอยให้เห็นได้ทั่วไป...สำหรับพุทธศาสนาเองก็ไม่แตกต่างกันมากนัก เช่น มีการยกให้ฝ่ายขวาเป็นเด่นกว่าฝ่ายซ้าย" เรื่องขวามาก่อนซ้ายหรือดีกว่าซ้ายนี่เราพบเห็นแทบทุกวัฒนธรรมตามตัวอย่างหลาย ๆ เรื่องที่ผู้เขียนได้ยกมา แต่ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับศาสนานะ อันที่จริงพระสารีบุตรเป็นอรรคสาวก และพระโมคัลลานะเป็นทุติยสาวก (ทั้งคู่เป็นอัครสาวก) การที่พระพุทธเจ้ายกย่องเช่นนั้นไม่เกี่ยวกับซ้าย-ขวา แต่เกี่ยวกับฤทธิ์-ปัญญา คราวนี้ซ้ายขวามันมากันตอนนั่งครับ ทำเนียมของสังคมเป็นเช่นนี้ พระพุทธเจ้านั่งกลาง อรรคสาวกนั่งขวา ทุติยสาวกนั่งซ้าย การให้ความสำคัญของขวามากกว่าซ้ายสำหรับตัวอย่างเป็นคติของชุมชน และศาสนาที่เกิดขึ้นในชุมชนนั้นก็สืบทอดคตินั้น ซ้าย-ขวาจึงถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ และผมก็ไม่เชื่อว่าสัญลักษณ์ดังกล่าวมาจากการ 'เหยียด' แต่เป็นปัญหาของภาษา ที่ถึงจุดหนึ่งคุณต้องตัดสินใจว่า ซ้ายกับขวา จัดลำดับไหนก่อนดีกว่ากัน แล้วก็เลือกขวา ด้วยเหตุผลว่าคนส่วนใหญ่ถนัดขวา ไม่ใช่เลือกขวาเพราะคนถนัดขวาดีกว่าคนถนัดซ้ายครับ ถ้าพูดว่าขวาสำคัญกว่าซ้าย นั่นคือซ้ายของ 'คนถนัดขวา' ครับ ไม่ใช่ซ้ายของ 'คนถนัดซ้าย' หากจะเลือกใช้โวหารว่า 'เหยียด' วัตถุที่ถูกเหยียดหาใส่คนถนัดซ้ายไม่ แต่เป็นแขนซ้ายของคนถนัดขวา แค่นั้น (สมมติฐานหลังนี่ผมคิดเอง เออเอง) ตายล่ะ ออกมาแก้ตัวแทนศาสนาพุทธมากเกินไปไหมนี่

คงต้องย้ำอีกทีว่าหนังสือเล่มนี้มีอะไรดี ๆ ให้คิด ให้ประหลาดใจเยอะ

ผมให้




 

Create Date : 08 เมษายน 2553    
Last Update : 11 เมษายน 2553 12:58:54 น.
Counter : 954 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.