creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

The Grand Design



ทำไมจึงมีบางสิ่งแทนที่จะไม่มีอะไรเลย? ทำไมเราจึงมีตัวตน? เอกภพเกิดขึ้นได้อย่างไร? ทำไมเอกภพถูกควบคุมโดยกฏชุดนี้ (เช่น กฎความโน้มถ่วง ควอนตัม สัมพัทธภาพ ฯลฯ) ไม่เป็นกฎชุดอื่น? การปรากฏของเราซึ่งต้องอาศัยปัจจัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโลกอยู่เขต goldilocks (ปัจจัยเกี่ยวกับมวลดวงอาทิตย์และระยะห่างระหว่างดวงอาทิตย์กับโลกเป็นต้น) วงโคจรของโลกที่มีค่า eccentricity ประมาณ 2% ซึ่งเกือบเป็นวงกลม กระบวนการ triple alpha ที่ดาวฤกษ์สร้างคาร์บอนก่อนระเบิดออกมาปล่อยให้ธาตุชนิดนี้กระจัดกระจายเพื่อรวมกันกับธาตุอื่นอย่างซับซ้อนเป็นสิ่งมีชีวิต ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ช่างประจวบเหมาะลงตัวเสียเหลือเกิน คำถามคือทำไม? ผลงานของพระเจ้าใช่มั้ย? หนังสือเล่มใหม่ของ Stephen Hawking กับ Leonard Mlodinow ในชื่อ The Grand Design เสนอคำตอบสำหรับคำถามทั้งหมดจากมุมมองของวิทยาศาสตร์ปัจจุบันครับ ซึ่งเป็นมุมมองที่มองโลกภายนอกหรือความจริงว่าเป็นความจริงแบบ model-dependent เป็นความจริงที่เรารับรู้ได้ผ่านประสาทสัมผัสของเราแล้วสร้างคำอธิบายหรือโมเดลของเรา นั่นหมายความว่าเป็นความจริงที่อาจจะไม่ได้สะท้อนความจริงแบบจริง ๆ (ถ้ามี) ประเด็นนี้ผู้เขียนอธิบายไว้กระจ่างในบทที่ 3 What is reality? เกริ่นนำด้วยสภาเมืองมอนซา อิตาลี ห้ามเลี้ยงปลาทองในขวดแก้วโค้งเพราะทำให้ปลาทองรับรู้ reality ที่บิดเบือน ผู้เขียนตั้งคำถามล้อกันว่าเรารู้ได้อย่างไรว่าเราเองมิได้รับรู้ reality ที่บิดเบือนทำนองเดียวกับปลาทอง อย่างเช่นตาของเราก็ตอบสนองต่อย่านความถี่ที่มีกำลังสูงจากดวงอาทิตย์ ในบทต่อ ๆ มาพูดถึงภาพรวมของสถานะความรู้ฟิสิกส์ในปัจจุบัน อาทิ alternative histories ประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้มีเส้นทางเดียว การเคลื่อนที่จาก A ไปยัง B ของอนุภาค อนุภาคจะใช้ทุกเส้นทางที่เป็นไปได้แล้วรวมผลลัพธ์ของเส้นทาง ไอเดียนี้ของฟายน์แมนสามารถอธิบายเรื่องแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกับการทดลองสลิทคู่ (ฟายน์แมนบอกว่า "การทดลองสลิทคู่บรรจุความลึกลับของกลศาสตร์ควอนตัมไว้ทั้งหมด") และไอเดียนี้กระทบกับความสัมพันธ์ของอดีต-ปัจจุบัน-อนาคต และความเป็นเหตุปัจจัย ทำให้เราต้องมองธรรมชาติที่อนุญาตให้เรามองด้วยมุมมองใหม่ นอกจากนี้ยังสรุปแรงต่าง ๆ เวอร์ชั่นควอนตัม เช่น QED QCD ทฤษฎี M และ quantum fluctuation ที่สร้างเอกภพเล็ก ๆ จากความว่างเปล่า ความคิดเกี่ยวกับ multiverse บทสุดท้ายเปรียบเทียบภาพเอกภพของเรากับเอกภพจำลองสองมิติของ Conway ใน Game of Life

หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนเขียนสำหรับผู้อ่านทั่วไปครับ อ่านง่ายมาก และนำเสนอความคิดซับซ้อนได้ค่อนข้างชัดเจน ลำดับเนื้อหาให้คนอ่านอ่านตามได้ต่อเนื่อง ภาพประกอบสวยงาม สไตล์การเขียนเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน (ก่อนพูดถึง inflation หลัง big bang ก็อดไม่ได้ที่จะแวะไปซิมบับเวซึ่ง inflation เหมือนกัน กว่า 200 ล้านเปอร์เซ็นต์แหนะ) ที่สำคัญ อ่านสนุกครับ

ผมให้




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2553    
Last Update : 21 ตุลาคม 2553 12:09:57 น.
Counter : 1280 Pageviews.  

Artificial Intelligence



หมาตัวนี้ผมก็เคยมีนะครับ ซื้อจาก Wal*Mart มากระดิกหูส่ายหน้าเล่นไฟแวบ ๆ น่ารัก ๆ อยู่พักหนึ่งก็ถูกตบไป Blay Whitby เขียนหนังสือแนะนำ AI สำหรับคนที่อยากรู้ว่า AI คืออะไร โดยเฉพาะคนนอก field เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและออกจะเป็นความเข้าใจที่ผสมผสานทั้งสถานะงานวิจัยปัจจุบันและปรัชญาว่า AI ทำอะไรได้ และทำอะไรไม่ได้ เป็นไปได้จริงหรือว่าเราสามารถสร้างให้ machine คิด และคำว่า "คิด" ของ machine นั้น เหมือนหรือแตกต่างจากคำว่า "คิด" ของคนเราอย่างไร นอกจากนี้คำว่า "คิด" ของ machine นั้น มัน "คิด" จริง ๆ หรือเพียงกระทำตามคำสั่ง "อย่างสิ้นคิด" เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ประหนึ่งเสมือนว่ามันคิด ข้อถกเถียง ข้อโต้แย้งเหล่านี้แหละครับที่ผู้เขียนนำมาพูดถึงในหนังสือ ผมเคยติววิชา AI ให้น้องที่เรียนอยู่ SIIT เขาใช้ตำราของ Russell กับ Norvig (AI A Modern Approach) ซึ่งเป็นตำราเรียนที่ดี และเหมือนตำราเรียนทั่วไปคือพูดถึงปรัชญาและความคิดที่อยู่ใน AI ไม่มากนัก มักจะพูดในบทแรกนิดหน่อย สำหรับนักเรียนมันคงจะดีไม่น้อยถ้าได้อ่าน Whitby ก่อนครับ และสำหรับคนทั่วไปที่ไม่คิดจะเรียน มันดีมากในการพูดถึงพื้นฐานเพื่อช่วยให้เราเห็นภาพว่าเราเข้าใจ (หรือไม่เข้าใจ) ว่า "ปัญญา" (Intelligence) คืออะไร

ผมให้




 

Create Date : 14 ตุลาคม 2553    
Last Update : 1 มกราคม 2554 20:54:51 น.
Counter : 1081 Pageviews.  

This Will Change Everything



สำหรับคำถาม What will change everything? หมายถึงความคิดทางวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีนะครับ คุณคิดว่าอะไรหรือคิดถึงอะไรที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างได้บ้าง Scott Sampson แห่งมหาวิทยาลัยยูทาห์บอกว่า "วิวัฒนาการคือความคิดทางวิทยาศาสตร์ที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งภายในไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า" J. Craig Venter บอกว่าการที่เราสามารถเขียน software ของชีวิตขึ้นมาใหม่เพื่อชี้นำให้สิ่งมีชีวิตหรืออวัยวะดำเนินการหรือประมวลผลดังที่เราต้องการนี่แหละที่จะเปลี่ยนทุกสิ่ง Paul Zachary Myers แห่งมหาวิทยาลัย Minnesota บอกว่าจะมีการปฏิวัติอย่างน้อยอีกสองเรื่อง คือ ใน developmental biology กับ neuroscience (คนนี้เขาเชื่อว่า mind หรือจิตใจเป็นผลผลิตของสมองครับ) Sherry Turkle นักจิตวิทยาจาก MIT บอกว่านึกถึง "robotic moment" หมายถึงห้วงขณะที่คนเรามีความผูกพันสัมพันธ์กับหุ่นยนต์ โดยเริ่มจากสถานะ "better than nothing" สู่ "better than something" Paul Saffo บอกว่า "การค้นพบสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญาที่ไม่ใช่มนุษย์" จะเปลี่ยนทุกสิ่ง Irene Pepperberg บอกว่า "ความรู้เกี่ยวกับการทำงานของสมองแบบจริง ๆ จะเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง" Dominique Gonzalez-Foerster บอกว่าการย่อขนาดตัวเราเหมือนหนังปี 57 เรื่อง The Incredible Shrinking Man จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง Lewis Wolpert ศาสตราจารย์ชีววิทยา University College ลอนดอนบอกว่าการคำนวณเอมบริโอสิจะเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง กล่าวคือสำหรับความรู้ปัจจุบันนี้ ถ้าให้จีโนมของไข่ เราไม่สามารถทำนายหนทางที่เอมบริโอจะเจริญเติบโตได้ เป็นตัวอย่างเล็กน้อยนะครับ หนังสือเล่มนี้รวบรวมคำตอบต่อคำถามเดียวกันของนักคิดแนวหน้า 125 คน

ผมให้




 

Create Date : 04 ตุลาคม 2553    
Last Update : 4 ตุลาคม 2553 13:09:07 น.
Counter : 1126 Pageviews.  

หนังอาร์ตไม่ได้มาเพราะโชคช่วย



รวมบทความต่อเนื่องขนาดไม่ยาวไม่สั้นว่าด้วยการขึ้นมาเป็นศิลปะของภาพยนตร์ในสังคมบริโภคจากเจ้าของนามธนา วงศ์ญาณณาเวช หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ตอบคำถาม (หรือตั้งคำถาม) ว่าหนังศิลปะคืออะไรโดยการวิเคราะห์จำแนกองค์ประกอบของมันหรือแม้แต่หนังศิลปะเป็นศิลปะหรือไม่ ดีหรือไม่ อย่างไร แต่เล่าด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยมีเสียดสีเป็นบางทีถึงการปรากฏขึ้นมาของสิ่งที่เรียกว่าหนังศิลปะ ชี้ให้เห็นว่าการปรากฏขึ้นของหนังศิลปะนั้นถูกปั้นด้วยมือของใครและฝ่ายใดบ้างทั้งมือของธุรกิจ มือของชนชั้นบริโภคในสังคม มือของนักวิชาการ มือของการเมือง และมือของนักสร้างภาพยนตร์ ถึงแม้เราจะไม่ค่อยอยากยอมรับนักว่าหนังศิลปะในฝรั่งเศสผุดขึ้นมาจากความต้องการลดหย่อนภาษี จึงต้องเปลี่ยนผลผลิตคือภาพยนตร์จากของฟุ่มเฟือย (ซึ่งเก็บภาษีสูงถึง 30%) ไปสู่ศิลปะ (ทั้งยังอาจเปลี่ยนสถานะความอนาจารให้กลับกลายไปพร้อมกัน) เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านั่นน่าจะเป็นปัจจัยหนึ่ง ... หนังสืออ่านไม่สนุก แต่ให้ภาพมองจากมุมที่กว้างดีครับ

ผมให้




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2553    
Last Update : 3 ตุลาคม 2553 10:40:27 น.
Counter : 1566 Pageviews.  

ฆาตพิธีอินทรีเลือด (Blood Eagle)



ตั้งแต่นิทรานาฎฆาตกรรม (Brother Grimm) แล้ว ผมรู้สึกว่าหนังสือมีปัญหาเรื่องการเว้นวรรค แม้ในเล่มนี้ดีขึ้นครับ แต่ยังถือว่าเยอะจนทำให้รำคาญอยู่ดี สำหรับภารกิจเปิดตัวนักสืบฟาเบิลนั้น เทียบกับเล่มที่ตามมาอย่าง Brother Grimm เล่มหลังโครงเรื่องกระชับและดึงดูดกว่า (ซึ่งแปลว่าพัฒนาขึ้น) อาจจะเพราะอยากขับเน้นอารมณ์ที่หลากหลาย ทำให้สูญเสียความเข้มข้นโดยรวมไปนิดนึง (เหมือนชาเขียวที่ผสมผักผลไม้ลงไปอีก 10 ชนิดตามตู้แช่ในเซเว่นที่คนซื้อมาดื่มแล้วไม่แน่ใจว่ากำลังดื่มอะไร) ปมที่ซับซ้อนตอนกลางเรื่องเปลี่ยนทิศทางความรู้สึกของคนอ่านจนคาดเดาได้ยาก นั่นอาจทำให้ดูสมจริง แต่นิยายฆาตกรรมที่ดูสมจริงเกินไปก็ทำให้น่าเบื่อได้เหมือนกันนะครับ ฆาตกรรมแหวกอกระชากปอดออกจากร่างหญิงสาวที่เป็นเหยื่อแล้วจัดให้ดูเหมือนปีกอินทรีย์ เป็นส่วนผสมที่ผสานกันเรียบร้อยแล้วของของความโรคจิต อำนาจแก๊งมาเฟีย ผลประโยชน์ทางธุรกิจ เล่ห์เหลี่ยมการเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูกชาย เยอรมันหลังสงคราม ตำนานนอร์ส และความบ้าคลั่งส่วนบุคคล

ผมให้




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2553    
Last Update : 8 สิงหาคม 2553 12:42:04 น.
Counter : 1419 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.