creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

Jerusalem



ผมให้ของขวัญปีใหม่ตัวเองด้วย (การอ่าน) นิยายโปรตุเกสเรื่อง Jerusalem ของ Gonçalo M. Tavares ฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย Anna Kushner (2009) ทั้ง ๆ ที่ตอนซื้อมาผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะชื่นชอบกับเรื่องแนวนี้มั้ย แต่ก็ทนต่อคำยั่วเย้าของ Saramago บนปกหน้าไม่ไหว "Tavares has no right to be writing so well at the age of 35. One feels like punching him!" เทคนิคการเล่าเรื่องโดยหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำมาเรียงไม่ลำดับเวลาดูเข้ากันดีและได้ผลกับหนังสือเล่มนี้ครับ ผมมั่นใจว่าคงหยุดอ่านตั้งแต่ก่อนครึ่งเรื่องถ้าแกไม่เล่นมุกนี้ เพราะถึงแม้ภาพที่วาดด้วยภาษาจะรุนแรง ชัดเจน ตรงไปตรงมา ฟัดคนอ่านอยู่หมัด แต่ก็น่าเบื่อ การหั่นสลับลำดับชดเชยความน่าเบื่อดังกล่าวได้พอดิบพอดี พอแกหั่นเป็นชิ้น แต่ละชิ้นเป็นเหมือน movement หลาย movement ของ symphony ขนาดใหญ่ Jerusalem มีทำนองหลักคือเหตุการณ์ของเช้าตรู่ระหว่างตี 3 ถึงก่อนโบสถ์เปิดให้บริการในวันที่ 29 พ.ค. ไม่ระบุปี ตัวละครไม่ว่าจะเป็น Mylia, Ernst, Hinnerk, Hanna, Theodor และ Gomperz เหมือนคนที่เราจะจับต้องได้จากโลกใบนี้ แต่ก็ถูกลงแปรงใส่สีเหมือนภาพวาดของเบคอน ทำนองรองจะค่อย ๆ แต่งแต้มรายละเอียดภูมิหลังและความเป็นมาของตัวละครเหล่านั้นก่อนที่จะมาถึงเช้าวันเกิดเหตุ Mylia เธอตระหนักถึงแก่นของชีวิตคือความเจ็บปวดและต้องการที่พึ่งทางจิตวิญญาณ ออกจากห้องพักไปยังโบสถ์ตอนตี 3 (แน่นอน โบสถ์ปิด) ณ เวลาไล่เลี่ยกันนั้นสามีเก่าของเธอชื่อ Theodor ผู้เป็นหมอมีการศึกษาออกไปหาโสเภณีบำบัดความใคร่ซึ่งได้แก่ Hanna นางพบว่าเงินทองหาสำคัญไม่ จึงใช้จ่ายด้วยการเลี้ยงดู Hinnerk ชายทหารผ่านศึกผู้เป็นที่หวาดกลัวของเด็ก ๆ ด้วยดูเหมือนฆาตกรฆ่าคน ซึ่งเช้าวันนั้นเขากลับช่วยเหลือ Mylia กับ Ernst (ชู้รักที่พบกันในโรงพยาบาลบ้า) ก่อนหน้านั้น Ernst กำลังใคร่ครวญว่าจะทิ้งร่างของตัวเองออกมานอกหน้าต่างอาคารพักอาศัยดีหรือไม่ ตัวละครโยงใยกันอย่างเจ็บแสบ และจบอย่างเจ็บแสบด้วยการค้นพบสัจธรรมของ Mylia ว่าไม่มีความเจ็บปวดใดยิ่งใหญ่เท่าความหิว

ผมให้




 

Create Date : 04 มกราคม 2554    
Last Update : 4 มกราคม 2554 8:23:33 น.
Counter : 1121 Pageviews.  

The Prince of Mist



ชื่อสเปนก่อนจะมาแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย Lucia Graves ในปีนี้ (2010) คือ El Principe de la Niebla (1993) คำว่า la Niebla แปลว่า หมอก, The Prince of Mist เป็นนิยายสำหรับวัยรุ่นผลงานเรื่องแรกของ Carlos Ruiz Zafon แม้จะได้ชื่อว่านิยายสำหรับ young adult แต่วัยไหนก็อ่านได้และอ่านดีครับ เรื่องของปิศาจ Dr Cain (หรือ prince of mist) ที่ล่อลวงคนด้วยการให้สิ่งที่ผู้นั้นปรารถนาแลกด้วยอะไรบางอย่างชวนขนหัวลุกที่จะตามมา ในปี 1943 หนุ่มน้อย MAX วัย 13 ขวบต้องย้ายบ้านออกจากเมืองติดตามครอบครัวหนีสงครามสู่หมู่บ้านชนบทติดชายหาดสวยงาม ที่นั่นเขาได้เพื่อนใหม่ Roland แทบจะทันที พร้อมกับปริศนาและความน่ากลัวที่หนุนเนืองมาไม่ขาดสาย MAX พบฟิล์มภาพยนตร์เก่า (เอ่อ จริง ๆ แล้วพ่อของ MAX พบนะครับ) ของ Jacob ลูกชายเจ้าของบ้านหลังนี้คนก่อนซึ่งมีข่าวลือว่าจมน้ำเสียชีวิต พบรูปปั้นแปลกประหลาดในสวนรกร้างหลังบ้าน Alicia พี่สาวของ MAX ฝันเห็นตัวตลก Irina น้องสาวของ MAX ถูกหลอกจนช็อค ความลับอะไรกันที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลัง ... Zafon เขียนสนุกครับ วางไม่ลง เรื่องราวของเวทมนต์ที่ผู้อ่านเหมือนต้องมนต์ มีความโรแมนติกและมิตรภาพของวัยเยาว์ มีโศกนาฏกรรม

ผมให้




 

Create Date : 28 ธันวาคม 2553    
Last Update : 30 ธันวาคม 2553 5:49:00 น.
Counter : 1053 Pageviews.  

Kasparov Teaches Chess



สำหรับคนที่เล่น chess ยุคนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก Garry Kasparov นักหมากรุกชาวรัสเซียที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล หนังสือเล่มเล็ก ๆ ร้อยยี่สิบกว่าหน้าเล่มนี้ รวบรวมบทเรียน 24 บทจากบทความปี 1984-85 (ฉบับ Batsford ตีพิมพ์ 1986) สำหรับแฟนหมากรุกระดับต้น ระดับกลาง ด้วยภาษาและคำอธิบายเรียบง่ายที่จะพาผู้อ่านเข้าเกาะกุมแก่นหรือจิตวิญญาณของหมากรุก ผมอ่านเล่มนี้ครั้งแรกประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นประทับใจมากครับ ถึงขั้นพยายามหาเวลาแปลทีละเล็กละน้อยลงบล็อกให้ผู้สนใจ (ที่อาจจะไม่ถนัดภาษาต่างประเทศ) ได้ศึกษา แปลไป 6 บท ก็เริ่มพบข้ออ้างอันแสนดีว่าไม่มีเวลา (แน่นอน มันมาพร้อมข้อเท็จจริงว่าขี้เกียจ) โครงการนี้จึงพักไว้แค่นั้น ใครที่ชอบเล่นหมากรุกสากลและไม่กลัวภาษาอังกฤษ เล่มนี้แนะนำครับ

          บทที่ 2 ความคิดและเทคนิค (Ideas and Techniques)
          บทที่ 3 ความเท่าเทียมกันของตัวหมากรุก (Material Balance)
          บทที่ 4 ความสำคัญของศูนย์กลาง (The Importance of the Centre)
          บทที่ 5 ขยายดินแดนได้อย่างไร (How to Gain Space)
          บทที่ 6 โครงสร้างเบี้ย (Pawn Structure)
          บทที่ 7 พลวัตและความคิดสร้างสรรค์ (Dynamism and Initiative)

ผมให้




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2553    
Last Update : 27 ธันวาคม 2553 17:50:59 น.
Counter : 986 Pageviews.  

Problems in Probability



สำหรับคนที่ชอบเลข เรื่องความน่าจะเป็นเป็นเรื่องที่น่าหลงใหลเรื่องหนึ่งครับ ผมเชื่อว่าเหตุผลข้อหนึ่งซึ่งอาจจะอยู่ในระดับตื้นลึกแค่ไหนก็แล้วแต่คน ๆ ไปคือมันพูดถึงความไม่แน่นอนของสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น (หรือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่รู้) และความไม่แน่นอนมีเสน่ห์ในแง่ของการให้ความหวัง มันไม่ปฏิเสธ มันไม่ตอบรับ มันให้คุณคาดหวัง และมันให้คุณรอลุ้น (ฟังเหมือนผมจะพูดถึงความน่าจะเป็นในเกมพนัน แต่ก็มีลักษณะร่วมกับเกมอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน) หนังสือสองเล่มนี้เป็นหนังสือโจทย์ปัญหาพร้อมเฉลยละเอียด เล่มแรก Fifty Challenging Problems in Probability โดย Frederick Mosteller มีโจทย์ท้าทายทั้งหมด 56 ข้อ ครอบคลุมทุกระดับทั้งง่ายและยาก มีปัญหาคลาสสิกหลายปัญหา Bridge, Craps (เกมพนันยอดฮิตเกมหนึ่งของเมกา), prisoner's dilemma (ที่พบเป็นตัวอย่างฮิตในทฤษฎีเกม), ปัญหาสะสมคูปอง, ปัญหาลูกเต๋าของ Pepys ที่เขียนจดหมายปรึกษานิวตัน, ปัญหาการเดินสุ่ม 2 มิติ 3 มิติ, เข็มของ Buffon, trick ที่ทำให้เหรียญมีโอกาสออกหัวไม่เท่ากับก้อย ฯลฯ ปัญหาเล่มนี้สนุกทุกข้อและหลายข้อมีคำตอบชวนประหลาดใจ อ่านได้ตั้งแต่ระดับมัธยมถึงอุดมศึกษา คนทั่วไปที่มีความรู้ความน่าจะเป็น ม.ปลายสามารถสนุกกันมันได้ครับ สำหรับเล่มที่ 2 ชื่อ 40 Puzzles and Problems in Probability and Mathematical Statistics เล่มนี้มี 40 ข้อพอดีเป๊ะโดย Wolfgang Schwarz เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีพื้นความรู้ความน่าจะเป็นและสถิติระดับมหาวิทยาลัย โจทย์มีทั้งข้อที่ผูกเป็นเรื่องราวเป็นเหตุการณ์ และข้อที่ดูเหมือนหลุดมาจากแบบฝึกหัดใน text book ที่คนนอกวงการไม่รู้ว่าพูดถึงเรื่องอะไร หลายข้อต้องใช้คอมพิวเตอร์ช่วยหาคำตอบ (และหลายข้อผมตัดสินใจพลิกผ่านอย่างไม่เสียดาย) ใครที่เคยเล่นปัญหาเลขในห้องหว้ากอ ผมเอาโจทย์จากทั้ง 2 เล่มนี้ไปตั้งกระทู้บ่อยเหมือนกัน คนที่มองหาอะไรลับสมองมันส์ ๆ แนะนำให้ลองสองเล่มนี้ครับ

ผมให้




 

Create Date : 26 ธันวาคม 2553    
Last Update : 26 ธันวาคม 2553 16:07:45 น.
Counter : 1079 Pageviews.  

Twelve Angry Men



บทละคร 2 องก์โดย Reginald Rose คณะลูกขุนทั้ง 12 คนต้องให้คำตัดสินต่อคดีฆาตกรรมบิดาตนเองด้วยมีด switch ของวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี ผู้มีประวัติแม่ตาย (ตอน 9 ขวบ) และถูกบิดาทำร้ายมาตั้งแต่เด็ก (ยกเว้นช่วงที่บิดาติดคุก) หลักฐานมีมีด แต่ไม่มีรอยนิ้วมือ พยานมีหญิงฝั่งตรงข้ามถนนที่อ้างว่าเห็นเขาฆ่าพ่อ กับชายชราชั้นล่างอ้างว่าได้ยินเสียงทะเลาะ แต่เด็กชายตะโกนว่าจะฆ่าพอ ได้ยินเสียงคนล้ม และเห็นเด็กวิ่งหนีออกนอกบ้าน เหตุการณ์แวดล้อม เด็กชายซื้อมีดและอ้างว่ามีดหล่นจากรูในกระเป๋าหาย เด็กชายอ้างว่าช่วงเวลาฆาตกรรมดังกล่าวตัวเองดูหนัง แต่กลับให้รายละเอียดเกี่ยวกับหนังแก่ตำรวจไม่ได้เลย ... ผลโหวตรอบแรกให้ผิด 11:1 โดยมีลูกขุนคนที่ 8 ตั้งข้อสงสัยและให้เหตุผลเพื่อชักจูงลูกขุนคนอื่น ๆ กระทั่งเสียงโหวตให้ผิดเป็น 3:9 ผมชอบประโยคที่ลูกขุนคนนี้พูดตอนหนึ่งในองก์สอง

"... Because I don't really know what the truth is. No one ever will, I suppose. Nine of us now seem to feel that the defendant is innocent, but we're just gambling on probabilities. We may be wrong. We may be trying to return a guilty man to the community. No one can really know. But we have a reasonable doubt, and this is a safeguard that has enormous value in our system. No jury can declare a man guilty unless it's true. We nine can't understand how you three are still so sure. Maybe you can tell us."

อยากทราบตอนจบเป็นอย่างไร หามาอ่านกันครับ (หรือถ้าอ่านแล้วอยากชมแบบภาพบ้าง ก็มีหนังปี 1957 ได้ออสการ์ไป 3 ตัว) เป็นบทละครที่อ่านมัน บทพูดทรงพลัง และวางจังหวะของเรื่องได้อย่างชาญฉลาดทีเดียว

ผมให้




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2553    
Last Update : 23 ธันวาคม 2553 13:43:50 น.
Counter : 1024 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.