creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

How To Teach Physics To Your Dog



อย่าปล่อยให้ชื่อกับรูปหมาหน้าปกหนังสือลวงคุณนะครับ ไม่ใช่ฟิสิกส์ไก่กาหรือฟิสิกส์สำหรับเด็กน้อย แต่ฟิสิกส์ที่โปรเฟสเซอร์ Chad Orzel เอามาสอนคนอ่าน (ที่ไม่ใช่หมา) คือควอนตัมฟิสิกส์ซึ่งมีประเด็นอภิปรายที่ลึกและซีเรียสมากกว่าที่จะถูกตัดสินจากปกของมัน ขณะเดียวกันก็อธิบายด้วยทั้งการเปรียบเทียบและยกตัวอย่างอย่างชัดเจน สไตล์การเขียนแบบอารมณ์ขันเหลือเฟือในเล่มนี้แต่ละบทจะเริ่มจากบทสนทนาระหว่างแกกับน้องหมาพันธุ์ผสมเยอรมันเชพเพิร์ด กับอะไรสักอย่าง สีดำชื่อเอ็มมี่ ยกเว้นบทสุดท้ายที่เปิดฉากพูดคุยระหว่างแกกับกระรอก (ไม่ใช่กระรอกธรรมดา แต่เป็น evil squirrel) และตามด้วยเนื้อหาซึ่งสลับกับบทสนทนาเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ การแทรกด้วยบทสนทนานั้นไม่ใช่เพื่อความสนุกสนานและบันเทิงอย่างเดียวนะครับ แม้แกจะสร้างบทสนทนาได้ฮาและฉลาดมาก แต่เป็นรูปแบบการนำเสนอคำถามในอีกแง่มุมหนึ่งที่ผู้อ่านอาจรู้สึกค้างคาใจจากเนื้อหาที่เพิ่งกล่าวถึงมา ผ่านมุมมองใสซื่อไร้เดียงสาของเอ็มมี่ ขอบเขตของควอนตัมฟิสิกส์ที่ Orzel หยิบมาเล่าภายในเล่มเริ่มต้นตั้งแต่ particle-wave duality, หลักความไม่แน่นอนของไฮเซ่นแบร์ก ซึ่งอภิปรายลึกลงไปถึงในมิติที่บอกว่า หลักความไม่แน่นอนนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ขีดจำกัดของการวัด แต่เป็นขีดจำกัดของความจริงตามธรรมชาติ (นั่นคือ ตำแหน่งและโมเมนตัมไม่สามารถนิยามค่าที่แน่นอนได้ตามธรรมชาติดังที่คุ้นเคยกันในฟิสิกส์ยุคเก่า) อันเป็นผลมาจากสมบัติคลื่นหรือธรรมชาติของฟังก์ชั่นคลื่นของมัน, การตีความทฤษฎีควอนตัมสำนักโคเปนเฮเก้น ที่กล่าวว่า เมื่อมีการสังเกตการณ์ ฟังก์ชั่นคลื่นจะยุบตัวลงมาเหลือเพียงสถานะเดียว, การตีความแบบหลายโลก ที่บอกอีกอย่างว่า คณิตศาสตร์ของฟังก์ชั่นคลื่นไม่เปลี่ยนแปลงแบบทันทีทันใด (หรือยุบตัว) แต่จะแตกออกไปเป็นความเป็นจริงของโลกอื่น-เอกภพอื่น, ปรากฎการณ์ quantum Zeno ที่บอกว่าการวัดระบบควอนตัมถี่ ๆ จะยับยั้งการเปลี่ยนสถานะของระบบ (ซึ่งทำให้เป็นไปได้ที่จะใช้แสงตรวจจับการมีอยู่ของวัตถุดูดกลืนแสงโดยที่ไม่ต้องมีการดูดกลืนแสงแม้แต่โฟตอนเดียว! - อยู่ในหัวข้อ quantum interogation), quantum tunneling พูดถึงการทะลุผ่านกำแพงหรือบริเวณต้องห้ามของอนุภาคควอนตัมที่มีพลังงานไม่เพียงพอที่จะผ่านบริเวณไปได้ ตามมุมมองของฟิสิกส์เก่า ราวกับไม่มีกำแพงนั้นอยู่, quantum entanglement เปิดเผยสมบัติ nonlocality ของโลกควอนตัม การวัดอนุภาคหนึ่ง ส่งผลกระทบต่ออีกอนุภาคหนึ่ง (อนุภาคทั้งสองทำตัวเป็นระบบอนุภาคเดียวกัน) บทนี้ย่อมต้องเริ่มจาก EPR ของไอน์สไตน์กับสิ่งที่ไอน์สไตน์เรียกว่า spukhafte Fernwirkung (spooky action at a distance) และอภิปรายเปรียบเทียบระหว่างทฤษฎี local hidden variable (LHV) กับกลศาสตร์ควอนตัม รวมถึงทฤษฎีบทของ Bell และการทดลอง 3 ชุดของ Alain Aspect ที่ดับอนาคตของ LHV, quantum teleportation การ teleport สถานะหรือ information จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง อย่านึกภาพสวยหรูอย่างสตาร์ เทร็กนะครับ คล้ายกับการส่ง fax ซึ่ง quantum teleportation นี้เป็นการประยุกต์ที่เป็นรูปธรรมของ quantum entanglement นั่นเอง, virtual particle การเกิดขึ้นของคู่อนุภาคและปฏิอนุภาคจากความว่างเปล่าที่มิได้ว่างเปล่าจริงในช่วงเวลาสั้น ๆ (ยกเว้นบริเวณเส้นขอบฟ้าหลุมดำที่อาจมีอนุภาคตัวหนึ่งที่ตกไปภายในหลุมดำแล้วคู่อนุภาคอีกตัวปรากฎออกมาเป็นการแผ่รังสีฮอว์คิง) อันเนื่องจากหลักความไม่แน่นอนของพลังงาน-เวลา, บทสุดท้ายผู้เขียนพูดถึง evil squirrel ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการใช้ควอนตัมแบบผิด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ "free enegry" ที่พยายามจะดึงพลังงานมาจาก zero-point energy เพราะควอนตัมบอกว่า ที่ระดับต่ำสุดของพลังงานที่เป็นไปได้ ก็มีพลังงานอยู่ อันนี้ โปรเฟสเซอร์ Orzel เปรียบเทียบไม่แตกต่างอะไรกับการอ้างถึง perpetual motion machine หรือเครื่องจักรนิรันดร์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ยังมีวิจารณ์ "quantum healing" (รายแรกที่โดนคือ Deepak Chopra) ที่โยงอย่างมั่ว ๆ ระหว่างการวัดซึ่งเป็น active process ใน quantum กับ สุขภาพ และเรื่อง "distant healing" ที่อธิบายด้วย entanglement รวมถึงคำอธิบายของ Lionel Milgrom ที่ใช้ entanglement กับโฮมีโอพาธีย์ ว่านี่แหละคือกลไกทำให้น้ำสามารถจดจำโมกุลของสารตั้งต้นได้ ในเรื่องที่ Orzel เปรียบเปรยว่าเป็นกระรอก evil เหล่านี้ แกบอกกับเอ็มมี่ว่า "If we see evil squirrels, you can bite them." เอ็มมี่กระดิกหาง "Ooooh!"

ผมให้




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2554    
Last Update : 28 สิงหาคม 2554 13:32:49 น.
Counter : 1144 Pageviews.  

ค่ำคืนนี้ กับ พร้อมแล้วที่จะร้องไห้



เป็นหนังสือ 2 เล่มร่วมเรื่องสั้นผลงานของเอคุนิ คาโอริ ที่ได้อ่านล่าสุด ผมแอบเป็นแฟนห่าง ๆ ของเธอตั้งแต่เมื่อคราวที่เป็นประกายถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาไทย (เรื่องราวของการอยู่ร่วมกัน 3 คนฉันท์คู่เกย์กับอีกหนึ่งภรรยา) แล้วตามมาด้วย ร้อนแรง (คู่กับเยือกเย็นของท์ซึจิ ฮิโตนาริ), หล่น และ นกน้อยของผม ในเล่มค่ำคืนนี้ประกอบด้วยเรื่องสั้น ๆ 2 กระบวน รวม 21 เรื่อง กระบวนแรก แด่คืนเย็นเยียบ บางเหตุการณ์ช่างแปลกประหลาดอัศจรรย์ เธอใช้คำบรรยายได้ราวกับเป็นเรื่องปกติสามัญ และสมจริงยิ่งกว่าเรื่องที่ลงตัวทางตรรกะเสียอีก กระบวนที่สอง อาหารมื้ออุ่น ในชุดนี้ ทุกเรื่องมีอาหารการกินเป็นองค์ประกอบสำคัญ และเป็นเรื่องที่ดูธรรมดาซึ่งเธอสามารถหยิบยกมากล่าวถึงได้น่าทึ่งยิ่งกว่าเรื่องมหัศจรรย์ เรียบง่าย แต่ก็ประทับใจ สำหรับเล่มพร้อมแล้วที่จะร้องไห้ รวมเรื่องสั้นขนาดยาวกว่านิดหน่อย แม้เอคุนิจะใช้ฉากง่าย ๆ บรรยายเช่นเดียวกับในค่ำคืนนี้ แต่อารมณ์ในพร้อมแล้วที่จะร้องไห้กลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เรียบ ลึก เวิ้งว้างอย่างน่าหวาดหวั่น ตัวละครหลักเป็นหญิงหลายวัยและมุมมองความรักซึ่งสะท้อนออกมาเป็นพฤติกรรมแตกต่างกันมากมาย เป็นอารมณ์เปราะบางที่ผมไม่ค่อยจะเข้าใจ ถ้าคุณคิดว่าผู้หญิงเข้าใจยาก ผู้หญิงในเรื่องสั้นชุดนี้คงเป็นเครื่องยืนยันชั้นดี และบางทีเธอ ๆ เหล่านี้อาจเป็นตัวแทนของความเข้าใจยากขั้นกว่า (อย่าเข้าใจผมผิดว่าเป็นพวก sexist นะครับ)

ค่ำคืนนี้พร้อมแล้วที่จะร้องไห้
ผมให้
น้องหน่อยให้
คุณน้องหนูให้




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2554    
Last Update : 29 สิงหาคม 2554 12:30:23 น.
Counter : 1402 Pageviews.  

เทพมารสะท้านภพ



ประมาณ 5 ปีก่อนผมอ่านไปถึงเล่มที่ 14 ก็หยุด ไม่มีโอกาสอ่านต่อ รอบนี้เริ่มนับใหม่ตั้งแต่ 1 จนครบ 18 เรื่องราวของการนัดหมายต่อสู้พิสูจน์ฝีมือระหว่างหนึ่งปรมาจารย์มารแห่งยุคกับหนึ่งยอดกระบี่ฝ่ายอธรรม ความริษยาที่เกาะกุมจิตกษัตริย์จูหยวนจาง การแย่งชิงราชบัลลังก์ แผนการร้ายที่ดำเนินการโยงใยหลายสิบปี บุญคุณความแค้นในยุทธจักร โชคชะตาพลิกผันของเด็กรับใช้ตระกูลหาน วีรกรรมนักสู้ผู้กล้า และบทอัศจรรย์อันดุเดือดวาบหวาม เหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลล้วนประดุจฝันตื่นหนึ่ง

ผมให้

ผังปานหัวร่อจนคุกเข่าลง ชี้มือไปยังล่างฟานหวิน กล่าวว่า
     "ท่านเข้าใจแล้วหรือไม่?"
ล่างฟานหวินก็หัวร่องอหาย ต้องใช้กระบี่ยันพื้น จึงไม่ล้มกลิ้งกับพื้น ผงกศีรษะกล่าวว่า
     "เป็นเช่นนี้เอง"




 

Create Date : 20 สิงหาคม 2554    
Last Update : 20 สิงหาคม 2554 12:46:53 น.
Counter : 1290 Pageviews.  

Sex, Murder and the Meaning of Life



เป็นหนังสือจิตวิทยาเชิงวิวัฒนาการ (evolutionary psychology) ที่เขียนได้อ่านสนุกมากครับ evolutionary psychology เป็นแนวความคิดที่อธิบายพฤติกรรมของคนและสภาพจิตใจโดยอาศัยหลักการที่ผสมผสานระหว่าง evolution biology กับ social psychology จิตใจของคนไม่ได้กำเนิดมาอย่างผ้าขาวที่จะแต่งแต้มอะไรก็ได้ลงไปภายหลังและก็มิใช่ชุดคำสั่งสำเร็จรูปที่ถูกโปรแกรมมาพร้อมสรรพอย่างหุ่นยนต์ วิวัฒนาการทำให้เรามีกลไกหรือชุดคำสั่งพื้นฐานที่มีส่วนกระทบต่อการตัดสินใจติดกับสมองอยู่แล้ว โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ทำให้โอกาสในการสืบพันธุ์มีค่าสูงสุด ซึ่งตรงนี้สะท้อนให้เห็นความใกล้ชิดกันหรือมีมอดูลร่วมกันระหว่างสัตว์ต่างสายพันธุ์ ผู้เขียน โปรเฟสเซอร์ Douglas T. Kenrick แห่งมหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา พาผู้อ่านสำรวจผ่านข้อสรุปจากงานวิจัยของแกเองเป็นหลัก ตั้งแต่เรื่องเพศ ด้วยคำถามความสัมพันธ์ระหว่างความแตกต่างระหว่างเพศกับพฤติกรรมในการเลือกคู่ ทำไมผู้ชายชอบผู้หญิงหน้าตาดี ส่วนผู้หญิงชอบผู้ชายมีฐานะทางสังคม ผู้ชายยิ่งแก่ยิ่งชอบเด็กลงเรื่อย ๆ การโชว์ออฟของเพศผู้ที่ดูไร้ค่าในแง่ประโยชน์ใช้สอย อาทิ ขับ Porsche หรือการบังเกิดของความคิดสร้างสรรค์ (ปีกัสโซมาพร้อมไอเดียแหวกแนวทุกครั้งที่มีหญิงใหม่) ที่อาจรับใช้ในหน้าที่เดียวกับหางสีสันสวยงามของนกยูงตัวผู้ ทั้งนี้เพื่อทำให้ตัวเองถูกเลือก (วิวัฒนาการบอกว่า เพศที่ลงทุนในตัวทายาทสูงกว่าจะเป็นฝ่ายเลือก) เรื่องฆาตกรรม ทุกคนเคยวาดฝันฉากตัวเองฆาตกรรมใครสักคน ทำไมฆาตกรส่วนใหญ่เป็นเพศชาย เพศชายพร้อมที่จะระเบิดความรุนแรงมากกว่าเพศหญิง (และจิตวิทยาเชิงวิวัฒนาการก็บอกว่า สมองของคนเราทำงานในแบบที่พร้อมจะรับรู้ต่ออารมณ์โกรธของผู้ชายได้ดีกว่าอารมณ์โกรธของผู้หญิง - กลับกัน ถ้าโจทย์ให้คุณนึกภาพหน้าคนที่กำลังโกรธหรือคุกคามคุณและคนที่กำลังมีความสุข สำหรับคนส่วนใหญ่ ภาพแรกจะเป็นผู้ชาย ภาพหลังเป็นผู้หญิง) เหตุผลเบื้องลึกทั้งหมด Kenrick พยายามโน้มน้าวให้ผู้อ่านเชื่อว่ามาจากวิวัฒนาการ ด้วยความเชื่อถือในแนวคิดนี้ และอิทธิพลของ evolution biology ที่เข้มข้น Kenrick จึงได้นำเสนอการดัดแปลงลำดับชั้นความต้องการของมนุษย์ของ Maslow โดยปรับรวม Self-Actualization กับ Esteem เข้าด้วยกัน แล้วเพิ่มอีก 3 ระดับตัวขับเคลื่อนซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ในวิวัฒนาการ คือ Mating Acquisition, Mate Retention กับ Parenting แต่กระนั้น แกก็ได้ย้ำไว้หลายครั้งหลายคราว่าแรงขับเคลื่อนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องรับรู้ในระดับจิตสำนึก ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยประเด็นความหมายของชีวิต Kenrick ได้พิจารณาแนวคิดที่รวม evolutionary psychology เข้ากับ dynamical system theory เพื่อชี้ให้เห็นอำนาจของกลุ่ม โดยเฉพาะปรากฏการณ์ emergence และลักษณะ self-organization ของกลุ่ม หัวข้อสุดท้าย แฉลบเข้าไปในกระแส positive psychology ถึงแม้วิวัฒนาการอาจอยู่บนกฎง่าย ๆ อย่างยีนเห็นแก่ตัว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะทำให้คนเรากลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัว ยีนเห็นแก่ตัวทำให้เราต้องหาเพื่อนและอยู่รวมกลุ่มเป็นสังคม รู้จักการให้ การศึกษา positive psychology อันหนึ่ง (ตีพิมพ์ใน science) พบว่าคนที่ใช้เงินโบนัสเพื่อผู้อื่นมีความสุขมากกว่าคนที่ใช้เงินโบนัสเพื่อตนเอง วิวัฒนาการทำให้มนุษย์ถูกออกแบบมาพร้อมกับกลไกที่ทำให้เรารู้สึกดีเมื่อเราให้ เมื่อเรามีพันธะที่เหนียวแน่นกับคนรอบข้าง ทุกบทในหนังสือเล่มนี้ จะประเดิมด้วยประวัติในช่วงชีวิตและเหตุการณ์ต่าง ๆ ของโปรเฟสเซอร์ Kenrick เอง (แสบไม่ใช่เล่น) เพื่อโหมโรงตั้งเป็นกระทู้ถามที่น่าสนใจว่าเหตุใดแก (และคนเรา) จึงประพฤติตัวเช่นนั้นในสถานการณ์เช่นนั้น ถึงแม้จะขึ้นต้นด้วยเรื่องของ Kenrick แต่ก็ลงท้ายด้วยเรื่องของเราทุกคน เพราะเราอยู่บนเส้นทางวิวัฒนาการเดียวกัน

ย้ำอีกที หนังสืออ่านสนุกมากครับ และถึงแม้บางคำอธิบายผมจะไม่เชื่อถือนัก อย่างเรื่อง ศาสนากับเซ็กส์ โดยเฉพาะในส่วนที่บอกว่าศาสนาเป็นกลยุทธ์ในการเลือกคู่ (ไม่ใช่แค่แนวคิดเก่า ๆ ว่าศาสนาควบคุมเซ็กส์ แต่เซ็กส์เองก็ส่งผลต่อรูปร่างของศาสนา) ส่วนตัว รู้สึกว่าคำอธิบายนี้ใช้กับศาสนาอย่างศาสนาพุทธไม่ได้ (แน่นอนว่า คำอธิบายบางอย่าง อธิบายพฤติกรรมบางอย่างของคนในศาสนาพุทธได้) อีกทั้งรู้สึกว่าคำอธิบายเกี่ยวกับความแตกต่างทางเพศ อธิบายพฤติกรรมของกลุ่ม homosexual ได้ไม่กระจ่าง ซึ่งก็เข้าใจว่าหนังสือไม่ได้เน้น - มีพูดถึงแค่หัวข้อเล็ก ๆ หัวข้อเดียว

ผมให้




 

Create Date : 12 สิงหาคม 2554    
Last Update : 12 สิงหาคม 2554 13:54:36 น.
Counter : 1250 Pageviews.  

กลลวงเทพจิ้งจอก



ผมชอบสไตล์การสร้างตัวละครและสถานการณ์ของโอตสึ อิจิ ยังไม่เคยมีเรื่องไหนทำให้ผิดหวังหรือรู้สึกว่าช่างธรรมดาเลยสักเรื่องเดียว สองเรื่องที่ได้อ่านล่าสุดซึ่งรวมอยู่ในกลลวงเทพจิ้งจอกนี่ก็เช่นกัน การปรากฏและหายตัวของสิงห์อมควัน โอตสึ อิจิ ถ่ายถอดเรื่องราวของเด็กหนุ่มมัธยมแอบสูบบุหรี่ในห้องน้ำชายกับการใช้ปากกาเขียนระบายและสื่อสารระหว่างผู้ใช้ห้องน้ำนั้น สร้างความสัมพันธ์อันแปลกประหลาด นำไปสู่การเก็บกวาดที่ชวนระทึกขวัญ สำหรับเรื่องสั้นกลลวงเทพจิ้งจอก ความเศร้า ความโดดเดี่ยว ผสมผสานเหตุการณ์เหนือจริงเกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มนามยางิ ภายในจิตใจของเขาเป็นทั้งสนามต่อสู้และสถานที่หลอมรวมกันอย่างกลมกลืนระหว่างสองด้านของความแค้นอาฆาตกับความอ่อนโยน เมื่ออ่านจบ อดไม่ได้ที่คุณจะรู้สึกสงสารในโชคชะตาของยางิจากก้นบึ้งของจิตใจ และถ้าตั้งคำถามว่าหากต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกันจะทำอย่างไร สิ่งมีชีวิตสุดท้ายในเอกภพหรือ ความอ้างว้างอย่างที่สุดก็ไม่แน่ว่าจะใช้เป็นคำตอบได้

ผมให้




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2554    
Last Update : 4 สิงหาคม 2554 9:14:19 น.
Counter : 1126 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.