creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

ฆาตกรรมอันตรธาน (Vanish)



สนุกเป็นบ้า

หนังสือแปลชุดนี้ของ Tess Gerritsen จนถึงตอนนี้ เท่าที่อ่านมา 3 เล่มมีผู้แปล 3 ท่าน อ่านลื่นไหลทุกท่าน โดยเฉพาะคุณนันทวัน คุณแปลออกมาได้อารมณ์ดีเหลือเกินครับ เล่นเอาอยากลุยน้ำกลับไปหยิบ อำพราง อำมหิต (Body Double) มาอ่านต่อเสียทันที

เบียร์สิงห์ให้
ผมให้




 

Create Date : 28 ตุลาคม 2554    
Last Update : 4 ธันวาคม 2554 12:25:28 น.
Counter : 5594 Pageviews.  

ศิลปะสมัยใหม่: ความรู้ฉบับพกพา



อ่านจบแบบมึน ๆ ครับ หนังสือเล่มนี้แปลจาก Modern Art ในชุด A Very Short Introduction ของ oup ผมชอบหนังสือในชุดนี้หลายเล่ม เพราะอ่านแล้วเคลียร์ดี เล่มนี้ไม่ถึงกับเคลียร์ รู้สึกแน่นกับชื่อคนชื่อกลุ่มชื่อผลงานที่ไม่รู้จัก แต่ก็พอได้ไอเดียระดับหนึ่ง เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ศิลปะสมัยใหม่ที่ผู้เขียนสาวมาตั้งแต่สมัยนโปเลียนที่ 3 ทรงดำริให้เปิดนิทรรศการเพื่อแสดงผลงานที่ถูกปฏิเสธจากซาลงราว 150 ปีที่แล้ว ซึ่งก็อยู่ในช่วงที่เริ่มกำเนิดกลุ่มศิลปินอิมเพรสชันนิสต์ และอภิปรายแนวความคิด ที่พัฒนาและหักล้างเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเราพบเห็นการตั้งคำถามและการท้าทายของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะที่อยู่ชายขอบต่อคนรุ่นก่อนหน้าซึ่งเป็นผู้กุมอำนาจและนิยามความหมายของศิลปะมาโดยตลอดผ่านทางเครื่องมือที่เรียกว่าสถาบัน ผมไม่รู้สึกว่าศิลปะสมัยใหม่เป็นหนังสือที่อ่านง่าย และข้อถกเถียงที่นำมาเป็นประเด็นก็เข้าใจยาก เช่น ศิลปะคืออะไร จนดูเหมือนมันเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ หรือไม่ คำตอบก็พลิกผันไปมา ไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับบริบทรอบข้าง หรือขึ้นอยู่กับผู้ที่นิยามมัน ซึ่งจะสวมบทเป็นผู้มีอำนาจและจะต้องถูกท้าทาย จากนั้นอาจมีการพัฒนาไปสู่การหลอมรวม สร้างนิยามใหม่ แล้วก็ถูกท้าทายใหม่ ปวดหัวแฮะ

หนังสือแปลดีมากครับ โดยเฉพาะการทำ timeline ของผู้แปลตอนต้นเล่ม ช่วยประคับประคองมือใหม่ให้อ่านไปได้จนจบเพราะยังมีอะไรเป็นเครื่องหมายให้เห็นว่าตอนนั้น ๆ อยู่ตรงจุดไหนและกำลังจะไปสู่จุดไหน

ผมให้

เพิ่มความเห็นส่วนตัวแบบงง ๆ : มีลอจิกอย่างหนึ่งที่อ่านแล้วผมไม่เข้าใจ คือ ทำไมต้องใช้ปริมาณคนดูหรือคนเข้าร่วมชมนิทรรศการเป็นตัวชี้วัดพัฒนาการของศิลปะสมัยใหม่หรือศิลปะร่วมสมัย ผมมองว่ามันไม่แปลกอะไรที่คนจะเข้าไปดูนิทรรศการพวกนั้นแล้วจะเดินกลับออกมาด้วยความไม่เข้าใจ ซึ่งไม่ควรใช้ความไม่เข้าใจเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ และก็ไม่แปลกอะไรที่คนจะมีเยอะขึ้นเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งต้องระวังว่า ตรงนี้อาจเป็น fallacy แบบ post hoc กล่าวคือ มีเหตุการณ์สองเหตุการณ์ เหตุการณ์หนึ่งเกิดก่อน อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดทีหลัง แล้วด่วนสรุปว่าเหตุการณ์ที่เกิดก่อนเป็นเหตุของเหตุการณ์หลัง การเปลี่ยนความคิดทางศิลปะเกิดก่อน ทำให้มีการนำเสนอความคิดนั้นผ่านนิทรรศการ แล้วคนดูเข้ามาดูนิทรรศการ การจะสรุปว่าคนดูมากขึ้น หมายความว่าสิ่งนั้นมีพัฒนาการดีขึ้น มันไม่สมเหตุสมผล เพราะการที่คนดูเยอะขึ้น คนสนใจมากขึ้นมันมีได้หลายสาเหตุ พัฒนาการของศิลปะอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง แต่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้คนดูเยอะขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหรือเปล่านั้นยังตอบไม่ได้ สาเหตุอื่นเช่น จำนวนคนบนโลกมีเยอะขึ้น คนเข้าถึงได้ง่าย หาดูได้ง่ายขึ้นเนื่องจากการสื่อสารสะดวกขึ้น การเดินทางง่ายดาย คนมีเวลาว่างมากขึ้นจากรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ไม่ต้องทำสวน พรวนดิน ขายแรงกาย มีมหาวิทยาลัยเปิดสอนศิลปะมากขึ้น มีนักเรียนเยอะขึ้น ฯลฯ ถ้าให้ผมเดา ผมเดาว่าปัจจัยพวกนี้มีผลกระทบต่อปริมาณคนที่เข้าชมนิทรรศการมากกว่าปัจจัยพัฒนาการทางศิลปะโดยตัวของมันเองเสียอีก นั่นคือ ถึงแม้ว่าศิลปะสมัยใหม่จะไม่ได้มีหน้าตาอย่างศิลปะสมัยใหม่ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คนก็เยอะขึ้นอยู่ดี




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2554    
Last Update : 18 ตุลาคม 2554 0:25:51 น.
Counter : 1357 Pageviews.  

อุโมงค์



เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามที่ได้อ่าน ผลงานของโยชิมุระ ทัตสึยะ สองเรื่องก่อนหน้า โทรศัพท์มือถือ กับ เพื่อนทางจดหมาย ก็ไม่ได้ประทับใจอะไรมากมายนะครับ เล่มนี้ก็เหมือนกัน บทสรุปของเรื่องที่ออกแนวนิทานสอนใจ ว่าอย่าไปด่วนตัดสินคนบ้าคนไม่บ้านั้นค่อนข้างดี และเห็นด้วย แง่บรรยากาศของเรื่องที่ชวนติดตามผ่านเหตุการณ์สืบสวนการตายต่าง ๆ รวมถึงการหายตัวไปอย่างลึกลับก็สร้างได้ดี เสียก็ตรงที่เอาเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ปรัชญามายำกันมั่วและขาดการค้นคว้านี่แหละ ทำให้ผู้อ่านไม่คล้อยตามไปด้วย เลยมองว่าอีนี่หนักไปทางเพี้ยน เช่น ความพยายามเก๋ ๆ ที่จะโยงจำนวนจินตภาพ i (ผู้แปลแปลว่า 'ตัวเลขสมมติ' อันนี้พูดว่าทำการบ้านมายังไม่ถึงที่สุดได้มั้ง แต่โดยภาพรวมก็แปลดี อ่านลื่นนะครับ) ว่าเป็นจำนวนที่คนจินตนการไม่ได้ แถมให้นิยามผิด ๆ ว่าเป็นจำนวนที่คูณกันแล้วเป็นค่าลบ (แต่ถ้าพูดว่าจำนวนที่คูณกับตัวมันเองแล้วเป็นค่าลบ ก็โอเค) ซึ่งผมไม่เข้าใจลอจิกของผู้เขียนเท่าไร ด้วย i มันก็ exist เหมือนที่จำนวนจริง exist และถูกนำไปใช้อธิบาย reality ได้เหมือนกันนั่นแหละ เพียงแค่ชื่อ imaginary มันอาจชวนให้สับสนหน่อยเท่านั้นเอง จะว่าไป ถ้าทัตสึยะค้นคว้าและทำให้การผสานของศาสตร์เหล่านี้เป็น fiction ที่ชวนเชื่อกว่าเดิมอีกระดับ ไม่ว่ามันจะหลุดโลกแค่ไหนก็ตาม ผมคงประทับใจมากกว่านี้ ส่วนเรื่องความสนุกแบบไม่ต้องคิดมาก คงบอกว่าผ่าน

ผมให้




 

Create Date : 14 ตุลาคม 2554    
Last Update : 14 ตุลาคม 2554 23:07:58 น.
Counter : 1271 Pageviews.  

หนังโรคจิต



หนังสือเล่มใหม่ เพิ่งเห็นในงานหนังสือตุลาฯ ปีนี้ของ นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เล่มนี้จะพูดถึง "หนังโรคจิต" 50 เรื่อง ตอนผมหยิบหนังสือมาดู ใกล้ ๆ กันนั้นมีนักศึกษา 2 คนกำลังพูดถึงเล่มนี้เหมือนกัน จับความว่า 'ก็ไม่แปลกอะไรที่ผู้เขียนจะตีความหนังเกินกว่าสิ่งที่หนังอยากจะสื่อ' อันนี้ตัดสินหนังสือผิดนะครับ แต่ผมก็ยังไม่คันปากพอที่จะไปแก้ความเข้าใจว่ามันไม่ใช่หนังสือวิจารณ์หรือตีความหนังหรอก ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ยังไม่พลิกอ่านด้านใน แต่ก็มั่นใจอย่างนั้นด้วยสไตล์ของคุณหมอผู้เขียน เดาว่าแกคงพูดถึงสิ่งที่เรียกว่าโรคจิตหรือคนที่ถูกมองว่าโรคจิต พฤติกรรมที่ถูกตราหน้าว่าโรคจิตจากในหนังมากกว่า ผ่านสายตาของจิตแพทย์ ซึ่งผมก็เดาถูกจริง ๆ เสียด้วย แต่ก็ขอสารภาพว่า แวบแรกที่เห็นหนังสือหนังโรคจิต ผมคิดไปถึงหนังอย่าง visitor q, a serbian film, antichrist, singapore sling, salò o le 120 giornate di sodoma หรือ grotesque อะไรพวกนั้น ครั้นพออ่านกลับได้เจอหนังแวมไพร์กุ๊กกิ๊กอย่าง twilight ดราม่าเฟมินิสต์จ๋า the hours แอ็คชั่นมันระทึก the next three days โรแมนติกรักข้ามภพ what dreams may come หนังแนวอัจฉริยะนักคณิตศาสตร์ a beautiful mind, {proof}, good will hunting ฯลฯ คำว่าหนังโรคจิตของคุณหมอจึงหมายถึงหนังที่พูดถึงตัวละครบางตัวที่มีอาการหรือพฤติกรรมที่สังคมอาจมองว่าโรคจิต คุณหมอเริ่มจากตรงนั้นแล้วชี้ให้เราเห็นและเข้าใจที่มาที่ไปรวมทั้งวิธีรับมือกับคนดังกล่าว เรียกว่าใช้หนังเป็นสื่อหยิบมาเล่ากึ่งสาระกึ่งบันเทิงเกี่ยวกับจิตวิทยา อ่านเพลินดีครับ ตัวอย่างเช่น หนังของคุณป้าเกล็น โคลส fatal attraction แกก็พูดถึง erotomania (ในซีรีส์ Criminal Minds มีหลายตอนที่คุณฆาตกรเป็นโรคนี้) ผู้ป่วยที่มีความหลงผิดคิดว่าใครบางคนหลงรักเค้า, ใน a beautiful mind แกก็พูดถึงบทของรัสเซล โครว์ซึ่งแสดงเป็นแนช นักคณิตศาสตร์รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ผู้ป่วยด้วย schizophrenia (บทนี้แกบอกว่าแนชเป็นคนคิดทฤษฎีเกม อันนี้เป็นความเข้าใจผิดเหมือนกับหลายคนที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วพูดว่าเป็นเรื่องของคนคิดทฤษฎีเกม ทฤษฎีเกมได้รับการยอมรับว่าเป็นทฤษฎีด้วยผลงานของ von Neumann ครับ แต่ก่อนหน้านั้นก็มีการอภิปรายกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Waldegrave หรือ Borel คุณแนชแกเป็นผู้พัฒนางานในด้านทฤษฎีเกมนี้) เรื่อง {proof} ก็คล้ายกันเพราะเป็นโรคจิตเภทเหมือนกัน (เรื่องนี้ไม่ต้องแปลกใจ ถ้าบรรยากาศชุมชนคณิตศาสตร์ของหนังทำออกมาดี เพราะมีระดับเจ้าของเหรียญ Fields คือโปรเฟสเซอร์ Timothy Gowers เป็นที่ปรึกษา) หรือหนัง skinwalker แกก็พูดถึงอาการ Lycan-tropy เป็นต้น ใครเป็นแฟนหนังสือของคุณหมออยู่แล้วคงไม่พลาด ใครที่ยังไม่เป็นแฟน ลองหามาอ่านครับ แล้วอาจกลายเป็นแฟน

ผมให้

ป.ล. พอย้อนกลับไปดูความคิดแวบแรกตอนเห็นชื่อหนังสือ หนังโรคจิตในความหมายของคุณหมอคือตัวละครมีอาการของโรคจิต ส่วนหนังโรคจิตของเรา ท่าทางจะออกแนวคนดูมีอาการโรคจิตแฮะ :P




 

Create Date : 13 ตุลาคม 2554    
Last Update : 13 ตุลาคม 2554 21:38:42 น.
Counter : 1641 Pageviews.  

แกะรอยหมออำมหิต ตอน สายเลือดปีศาจ (The Apprentice)



ภาคต่อ แกะรอยหมออำมหิต (The Surgeon) ของ Tess Gerritsen คุณหมอผู้ผันตัวเองไปเป็นนักเขียนนิยายอาชญากรรมเต็มตัวและมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ภาคนี้เป็นเหตุการณ์ต่อจากภาคที่แล้ว หลังหมอมีดโหดถูกจับขัง ก็เกิดคดีฆาตกรรมเลียนแบบซึ่งมีกลุ่มเหยื่อแตกต่างออกไปนิดหน่อย แถม Gerritsen ยังปล่อยให้หมอมีดโหดหนีออกจากคุกมาร่วมมือกับฆาตกรรายใหม่ หวังสร้างบรรยากาศตึงเครียดเป็นสองเท่า โดยส่วนตัว ก็ถือว่าเป็นภาคต่อที่อ่านสนุกครับ แต่ไม่ถึงกับอ่านแล้วพลิกรวดเดียวจบแบบเล่มแรก อาจจะเพราะเล่มแรกทำให้ตั้งความคาดหวังไว้สูง เล่มนี้ผมจึงไม่ค่อยตื่นเต้นนัก พออ่านไปจนใกล้จบเล่ม แต่ยังดูเหมือนไม่ใกล้จบเรื่อง เหลือหน้ากระดาษไม่กี่สิบแผ่น ทำให้เดาจังหวะการเดินเหตุการณ์ตอนท้ายได้ ยิ่งทำให้รู้สึกว่ามันง่ายไปนิด แต่เมื่อไม่คิดถึงอารมณ์ความรู้สึกสนุกมากในเล่มแรก ยังไงฝีไม้ลายมือและความฉลาดของ Tess Gerritsen ก็ต้องถือว่าไม่ด้อยไปกว่ามาตรฐานในงานประเภทนี้ครับ

ผมให้




 

Create Date : 11 ตุลาคม 2554    
Last Update : 12 ตุลาคม 2554 0:10:29 น.
Counter : 1489 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.