creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

Reality Is Not What It Seems



หนังสือให้ภาพรวมของ quantum gravity แบบเบา ๆ สบาย ๆ แต่ก็ไม่ง่ายจนเกินไปจนสูญเสียความลุ่มลึก หลังจากอ่านงานของเขาสองเล่ม เราว่า Carlo Rovelli มีวิธีพูดประโยคธรรมดา ๆ แต่โดน และการตีความหลายแห่งทำให้คนอ่านที่แม้พอคุ้นเนื้อหาประมาณหนึ่งแล้ว ยังว้าวได้ ตัวอย่างตอนพูดถึงสัมพัทธภาพพิเศษว่าบอกถึงการมีอยู่ของ intermediate zone หรือส่วนของปัจจุบันที่ถูกขยาย (expanded present) อันเป็นส่วนที่ไม่ใช่ทั้งอดีตและไม่ใช่อนาคต สำหรับคนที่รู้จักโครงสร้างของ spacetime มันก็ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่การพูดถึงในลักษณะนี้ และจินตนาการร่วมว่าคุณกำลังเผชิญหน้ากับมันเป็นครั้งแรก เข้าท่านะ ดูมีเสน่ห์กว่าเริ่มจาก Lorentz transformation

quantum gravity ต้องการศึกษาสมบัติควอนตัมของ space กับ time (เพื่อป้องกันความสับสน ... ขณะที่ string theory พยายาม unify สนามทั้งหมดเข้าด้วยกัน) ผู้เขียนบอกว่าวิธีที่ดีที่สุดสำหรับพูดถึงจุดเริ่มของเรื่องนี้ให้นับตั้งแต่ Leucippus ไปเปิดโรงเรียนใน Abdera และมีศิษย์ชื่อ Democritus ผู้ให้เหตุผลอันงดงาม (logically) ว่าด้วยการมีอยู่ของอะตอม (ถ้านับสายสกูล Leucippus เป็นศิษย์ของ Zeno เป็นศิษย์ของ Parmenides ซึ่งสองคนหลังจะหนักไปทางปัญหาอภิปรัชญา การเคลื่อนที่เป็นมายา ว่าไป) แล้วกระโดดมายังมโนทัศน์ของนิวตันที่แบ่งแยกธรรมชาติออกเป็น อวกาศ เวลา อนุภาค ก่อนที่ฟาราเดย์จะแยกสนามออกมาจากอนุภาคอีกที ก่อนจะถูกไอน์สไตน์ผนวกอวกาศกับกาลเข้าด้วยกัน แล้วสิบปีให้หลัง เขาก็ผนวกสนามเข้าไปอีกจนเหลือเพียง covariant fields กับอนุภาค สำหรับ quantum gravity ก็คือความพยายามรวม spacetime กับ quantum fields หลังจากเราผ่านยุคสมัยของกลศาสตร์ควอนตัม ... การเล่า concept เหล่านี้เชิง chronology ถือว่าโอเคเลยฮะ ความพยายามอธิบายว่า space คือ spin network ที node เป็น elementary grain และ link บรรยาย proximity relation ถึงแม้จะจำเข้าใจยาก แต่ก็น่าตื่นเต้น สำหรับความพยายามอธิบายการมีตัวตนและการไม่มีตัวตนของตัวแปรเวลา เราประทับใจ ... Time is an effect of our overlooking of the physical microstates of things. Time is information we don't have. Time is our ignorance. ดูเหมือนเล่นลิ้น แต่ไม่ใช่

ผมให้




 

Create Date : 20 มีนาคม 2560    
Last Update : 20 มีนาคม 2560 23:24:08 น.
Counter : 647 Pageviews.  

ปรัชญาต่างมิติ



มี 7 บทความกับหนึ่งติ่ง logic ในบทความแรกที่พูดอะไรเชย ๆ อย่าง เรียนปรัชญาทำให้มีความสุข โลกทางวัตถุก้าวหน้าทำให้มีความทุกข์ ตลก สามบทแรกพูดวกไปวนมา และดูเหมือนจะวนอยู่แค่มิติเดียว บทที่ดีที่สุดคือบทปรัชญาของนิทเช่ เขียนโดย อู่ทอง โฆวินทะ แต่มาออกอาการแปลก ๆ เอาตอนท้าย เช่น ตอนหนึ่งพูดว่า "การอ่านมีหลายแบบ และบางแบบก็ดีกว่าบางแบบ แต่แบบที่จริงที่สุดไม่มี" ทำไมเอาดีกับจริงมาปนกัน ต่อมาพูด "ฉะนั้นผู้ใดก็ตามที่ต้องการอ่านงานของเขาเป็น มิใช่เพียงอ่านออก ผู้นั้นต้องฝึกอ่านอย่างเป็นศิลปะ" ก็ไหนเมื่อกี้บอกว่าการอ่านมีหลายแบบ ทำไมคราวนี้ใช้ประโยคที่มีการจำแนกว่ามีการอ่านนิทเช่ที่อ่านเป็น และมีการอ่านที่อ่านไม่เป็นล่ะ อีกสักตอน "ทุกงานเขียนเมื่อถูกตีพิมพ์สู่ท้องตลาด ต่างมีความเป็นอิสระตัดขาดจากผู้เขียน" คำว่าเป็นอิสระตัดขาดจากผู้เขียนไม่ well-defined อะไรคือตัดขาด อะไรคือเป็นอิสระ ทีนี้เขาก็จะดิ้นว่า การอ่านมีหลายแบบสินะ บทความมรณะกรรมของปรัชญาเขียนแบบขาดจุดประสงค์ที่ชัดเจน เพ้อมาก พอมาถึงบทท้าย ๆ สองบทช่วยกันบ่นแต่เทคโนโลยีทำให้เกิดปัญหา พัฒนาวัตถุแต่ไม่พัฒนาจิตใจ เราว่าหนังสือเล่มนี้ค่อนข้างน่าเบื่อ

ผมให้




 

Create Date : 20 มีนาคม 2560    
Last Update : 20 มีนาคม 2560 22:25:09 น.
Counter : 766 Pageviews.  

Travelers Rest



ครอบครัว Addisons หยุดพักโรงแรม Travelers Rest เพราะหิมะตกหนัก พ่อ แม่ ลูก กับคุณอา Robbie ซึ่งครอบครัวนี้เพิ่งไปรับออกมาจากสถานบำบัด ต่างก็พลัดหลงกันในโรงแรมร้างผู้คนแห่งนี้ ต่างคนต่างถูกดูดกลืนเข้าไปในความทรงจำและความนึกฝันของตัวเอง เดิมทีเราคาดหวังอะไรหลอน ๆ มีผี มีสัตว์ประหลาด เรื่องนี้ไม่มีเลยนะฮะ ความหลอนยะเยือกของมันอยู่ที่ตัวละครต่างหากันไม่เจอเพราะติดอยู่ใน reality คนละแบบ หนังสือมีจุดแข็ง 2 จุด หนึ่ง เอาคนอ่านอยู่ตั้งแต่เริ่ม ทำให้เกิดอารมณ์สนุก และอยากรู้อยากเห็น แต่อารมณ์นี้อยู่ไม่นานหรอกครับ เพราะช่วงกลาง การนำเสนอ reality ที่แต่ละคนติดอยู่นั้น ไม่สนุก สอง ลากคนอ่านยาวไปจนจบ แม้จะด้วยอารมณ์ที่แตกต่างจากตอนเริ่ม พูดว่าขึ้นแบบ thriller อย่าง suspenseful เชียวล่ะ แต่ส่วนที่เหลือหนัก drama ไม่เหลืออะไรให้ตื่นเต้น แต่อาศัยทักษะการเขียนประโยคที่ยาวเป็นย่อหน้าลากเราไปมาล้อกับพล็อต มีเสน่ห์เชียวล่ะ ขณะที่ตัวละครหลงอยู่ในความคิดของพวกเขา เรา คนอ่าน ก็หลงอยู่ในประโยตของ Keith Lee Morris

ผมให้




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2560    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2560 12:23:42 น.
Counter : 685 Pageviews.  

ถ้าโลกนี้ไม่มีแมว (世界から猫が消えたなら)



premise ถ้ามีปิศาจเสนอให้ลบบางอย่างออกจากโลกแลกกับเวลาอีกหนึ่งวัน คุณจะลบอะไร กับ theme ครอบครัวที่พ่อ แม่ ลูก มีวิธีแสดงความรักในแบบของตัวเองจนบางครั้งอาจทำให้คนอื่นไม่เข้าใจ ดี มีความสร้างสรรค์ เสียดายตรงส่วนดีมีแค่นั้น (ฉบับหนัง มีแมวกับ Satō Takeru ที่ดีเพิ่มขึ้นอีกสองอย่าง) ความพยายามที่จะสั่งสอนมากเกินไป เราไม่ชอบ การเปรียบเทียบบางอย่าง ไม่สมเหตุสมผล เช่น ลบนาฬิกา เป็นคนละเรื่องกับลบเวลา การไม่มีเครื่องมือที่ใช่บ่งชี้ช่วงเวลา โยงกับการถูกควบคุมโดยเวลา รู้สึกติดขัด วันนี้เราไม่มีเครื่องมือที่ใช้วัดความรักในเชิงปริมาณ ก็ไม่เห็นว่าข้อความ เราหลุดพ้นจากอิทธิพลของความรัก จะเป็นจริงสักหน่อย บางทีอาจมีปิศาจตัวหนึ่งยื่นข้อเสนอให้คนคนหนึ่งลบอุปกรณ์ที่ชื่อ αγάπη meter ออกไปจากโลก อุปกรณ์ที่บอกว่าแมวรักเราแค่ไหน คนรอบตัวรักเราแค่ไหน ส่งผลให้เราตอนนี้อยู่ในโลกที่ αγάπη meter ถูกลบออกไปแล้วก็เป็นได้

ผมให้




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2560    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2560 11:54:51 น.
Counter : 503 Pageviews.  

ฝากรักไว้ใต้ผืนฟ้าคราม (初恋は群青に溶ける)



ถ้าพูดโดยใช้ศัพท์แสงของวลาดิมีร์ พร็อพพ์ ตอนวิเคราะห์นิทานพื้นบ้านรัสเซีย น่าจะประมาณนี้ คุณครูคุมาตะเป็น dispatcher ที่ส่งนักเบสบอลหนุ่มหล่อ เคนโงะ แน่นอน hero (absentation function ตอนนี้อาจมองในมุมว่าเคนโงะบาดเจ็บจากกีฬาเลยหยุดพัก ออกจากทีมซ้อมชั่วคราว) เพื่อไปคืนสมดุลบางอย่างทีเสียไปของรุ่นพี่โยชิโอกะ heroine ที่ถูกเพื่อนร่วมชั้นขืนใจ มีฟังก์ชั่น beginning counteraction ไปเผชิญหน้ากับ villain คนนั้น พร้อม struggle หนึ่งช่อง (victory ด้วยมั้ย นี่ไม่รู้แฮะ เพราะมันมีช่องเดียวจริง ๆ) แล้วก็จบด้วย solution งานยากเกิดขึ้นบนเตียง :P เป็นเล่มที่หยิบอ่านฆ่าเวลาช่วงสั้น ๆ โดยแท้ พูดถึงจุดหนึ่งละกัน ตอนที่รุ่นพี่พูดถึง platonic love หลังจากเคนโงะเข้าไปจีบ (เราว่านางแค่เล่นตัว) ใน Symposium นั้น Plato สร้าง Socrates ในแบ่ง eros ออกเป็น 2 ประเภท คือ vulgar กับ divine ซึ่ง concept ของ divine eros จะกลายมาเป็นสิ่งที่เรียกกันว่า platonic love แต่วิธีการเล่าเรื่องตั้งแต่ยังไม่พ้น 20 หน้าแรก มองยังไง ก็ vulgar eros ชัด ๆ

ผมให้




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2560    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2560 11:53:13 น.
Counter : 494 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.