creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

The Moral Molecule



โมเลกุลศีลธรรมในที่นี้หมายถึง oxytocin ผู้เขียนเสนอว่าโมเลกุลดังกล่าวนี่แหละที่รับผิดชอบต่อความมีศีลธรรมของคนเรา การนำเสนอรองรับด้วยการทดลองสนุก ๆ มากมาย ส่วนใหญ่เป็นการทดลองโดยใช้เกมยอดฮิตทางเศรษฐศาสตร์อย่าง trust game หรือ ultimatum แต่เพิ่มการเจาะเลือดเพื่อวิเคราะห์ก่อนและหลังการเล่นเกม หลังอ่านจบ ผมเชื่อว่ามุมมองคุณที่มีต่อจริยศาสตร์หรือศีลธรรมจะต่างออกไปจากเดิมอย่างแน่นอน สำหรับใครที่ต้องการข้อมูลรายละเอียดเนื้อหาในหนังสือมากขึ้น ผมเขียนบันทึกการอ่านครึ่งเล่มแรกไว้ ที่นี่ ลองอ่านดูครับ ส่วนครึ่งหลังไม่ได้เขียนไว้ เพราะอ่านค่อนข้างต่อเนื่องจนจบ สไตล์ก็แนวเดิม แม้ไม่ได้อ่านด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนครึ่งเล่มแรกที่เต็มไปด้วยความแปลกใหม่ แต่ก็ยังสนุก บทที่ 5 จะเกี่ยวกับการศึกษาในผู้ป่วยที่สมองได้รับความกระทบกระเทือน หรือมีปัญหาทางจิต ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลเชิงลบต่อการหลั่ง oxytocin บทที่ 6 พูดถึงเซ็กส์และพิธีกรรมเต้นรำบางอย่างที่ช่วยเพิ่มการหลั่ง oxytocin ได้ และนำไปสู่ประสบการณ์เชิงศาสนา เช่น ภายหลังการเต้น contra dancing พบ oxytocin เพิ่มขึ้น 11% และคนที่ร่วมทดลองเล่าว่ารู้สึกมีประสบการณ์กับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า (ekstasis) บทที่ 7 เกี่ยวกับการเกิดขึ้นของระบบตลาดและการค้าที่ช่วยเพิ่มศีลธรรม บทสุดท้าย เปิดฉากน่าสนใจด้วยผลงานของการเปลี่ยน Bogota จากเมืองที่น่ากลัวไปสู่เมืองน่าเที่ยวของนายกเทศมนตรีอดีตโปรเฟสเซอร์ปรัชญาชื่อ Antanas Mockus ด้วยกลยุทธ์ที่เพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจกันของผู้คนในสังคมด้วยละครใบ้ ฯลฯ หนังสือมีส่วนผสมของปรัชญา เศรษฐศาสตร์ ชีววิทยา อ่านสนุกเพลินดีครับ

ผมให้




 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2555 12:27:48 น.
Counter : 1376 Pageviews.  

Logicomix



เป็นการ์ตูนที่เล่าเรื่องการทำการ์ตูนเรื่อง Logicomix ซึ่งเกี่ยวกับประวัติของเบอร์ทรันด์ รัสเซลล์ ในการออกตามหาความจริง (truth) ตั้งแต่เด็กจนโต และเรื่องราวจบลงในวันที่เขาบรรยายในอเมริกา โดยพูดถึงเรื่องราวทั้งหมดของตัวเองที่ปรากฏอยู่ใน logicomix คุณเห็นด้วยกับผมมั้ยครับว่าไม่มีลีลาหรือรูปแบบไหนที่จะนำเสนอการ์ตูนเรื่องนี้และการค้นพบ paradox อันโด่งดังของรัสเซลล์ได้ดีไปกว่าการทำให้ logicomix โดยตัวของมันเองก็เป็น self-referential ตีมของหนังสือคือตรรกะและความบ้า เฟรเก้ บ้า คันทอร์ บ้า รัสเซลล์ เกือบบ้าแต่ลูกของแกบ้า อีกมุมหนึ่ง คนที่พิสูจน์ 1+1 = 2 โดยใช้กระดาษถึง 362 หน้านี่ผมว่าบ้านะ ฮิลแบร์ต ทำราวกับไม่มีลูกชายที่เป็นบ้า! เกอเดล บ้าจนอดอาหารตาย วิทเกนชไตน์ อาสาไปหาประสบการณ์เฉียดตายแนวหน้า จนได้มาซึ่ง Tractatus Logico-Philosophicus เรียกว่าบ้าได้มั้ย ใครชอบประวัติศาสตร์โดยเฉพาะช่วงพัฒนารากฐานของคณิตศาสตร์ (แน่นอนว่าเพื่ออรรถรสของความเป็นการ์ตูน มันไม่ใช่ประวัติศาสตร์ฉบับสมบูรณ์และถูกต้องนัก) ชอบตรรกะศาสตร์ เป็นแฟนของรัสเซลล์ ไม่ควรพลาดครับ เป็นการ์ตูนที่อ่านสนุกมาก

ตัวอย่างรูปบางหน้าที่ถ่ายลง fb: รัสเซลล์กับภาษาปรัชญาที่น่าเวียนหัว, รัสเซลล์โต้แย้งกับโปรเฟสเซอร์คณิตศาสตร์ที่เคมบริดจ์, รัสเซลล์ไปหาเฟรเก้, เกอเดลเข้ามาคุยกับรัสเซลล์

ผมให้




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2555 9:21:41 น.
Counter : 1195 Pageviews.  

The Bed of Procrustes



เทียบกับที่เคยอ่าน The Black Swan กับ Fooled by Randomness บางบท เล่มนี้ค่อนข้างรู้สึกผิดหวัง (ดีที่ซื้อมาตอนลดราคา 60%) Taleb บอกว่าแก่นของหนังสือพูดถึงขีดจำกัดของความรู้มนุษย์ อคติในเรื่องที่ไม่อาจสังเกตได้ เพราะจิตใจของเราต้องการที่จะลดปริมาณข้อมูล พวกเราจึงพยายามรับรู้ปรากฏการณ์หนึ่ง ๆ ไม่ต่างไปจากจับมันขึ้นเตียงของ Procrustes ตามเรื่องเล่ากรีก Procrustes จะต้อนรับแขกด้วยอาหารค่ำอย่างดีแล้วชวนให้นอนค้างคืนบนเตียง และจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้แขกกับเตียงเท่ากันพอดี ถ้าแขกเตี้ยไป ก็จับมันยืด ถ้าแขกสูงไป ก็ตัดขา (ตอนหลังกรรมตามทัน ถูก Theseus จับทำอย่างเดียวกันบ้าง) หนังสือเขียนในลักษณะเป็น aphorism หนึ่งประโยคบ้าง สองประโยคบ้าง ยาวกว่านี้มีไม่มาก บางอันก็ดูดีนะครับ ลึกซึ้ง แต่บางอันนี่ ไม่สมเหตุสมผลยังไงไม่รู้ เช่น "When conflicted between two choice, take neither." แปลว่าไร? อาจจะแปลว่ามี 3 ตัวเลือกก็ได้ (ตัวเลือกที่สามคือ take neither) แต่การเลือกตัวเลือกที่สามดีจริงเหรอ? แน่นอน ในบางกรณีอาจจะดี แต่งบางกรณีคงไม่ใช่ กรณีไหนบ้างล่ะ? คำถามตามมาอีกเพียบ ถ้ามองในแง่ที่ว่าหนังสือชวนคิดชวนโต้แย้ง ก็โอเค

ผมให้




 

Create Date : 10 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 10 กรกฎาคม 2555 13:02:19 น.
Counter : 1596 Pageviews.  

การหมุนตัวอย่างแข็งของฟ้าร้อง พูลวรลักษณ์



สำหรับผม หนังสือเล่มนี้ใช้ตัวอักษรสร้างมลพิษซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อสุขภาพทางความคิด "หมายเหตุที่ 2 ... หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ให้อ่านเอาเรื่อง แต่เป็นการอ่านเอาความรู้สึก" (หน้า 93) พูดตรง ๆ นะครับ รู้สึกเสียดายตังค์ 100 บาท กับเวลาอีกเกือบครึ่งชั่วโมง

ผมให้

หมายเหตุ: หนังสือเล่มนี้ผมเห็นหลายครั้งหลายหนแต่ก็ไม่ได้สนใจ จนกระทั่งมีเพื่อนใน fb แนะนำ พร้อมบอกว่าผมน่าจะชอบ จึงได้ลองเสี่ยงดวงอ่านมันทุกบท ... เสียเวลา เสียใจ เสียวิญญาณ (ยืมคำมาจากหน้า 41)




 

Create Date : 28 มิถุนายน 2555    
Last Update : 28 มิถุนายน 2555 14:10:02 น.
Counter : 1557 Pageviews.  

In Praise of Love



หนังสือเล่มนี้มีที่มาจากรายการสัมภาษณ์ชุด Theatre of Ideas ของ Nicolas Truong ในหัวข้อเกี่ยวกับความรักและปรัชญา จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2008 ซึ่ง Alain Badiou ตั้งข้อสังเกตน่าสนใจเกี่ยวกับการเลือกคุยเรื่องความรัก เซ็กส์ ศิลปะ อะไรทำนองนี้ในวันชาติหรือวันบาสตีย์ของฝรั่งเศส อันมีนัยเกี่ยวเนื่องกับทหารและรัฐ (ในปี 1789 เป็นวันที่ฝูงชนกรุงปารีสบุกโจมตีคุกบาสตีย์ในการปฏิวัติฝรั่งเศส) บาดยูยกคำพูดของเพลโตขึ้นมาเป็นบทนำว่า "ใครที่ไม่ใช้ความรักเป็นจุดเริ่มต้นจะไม่มีวันเข้าใจธรรมชาติของปรัชญา" แต่ความรักที่บาดยูเอามาพูดในรายการนี้เข้าใจโคตรยากเลยครับ อ่านจบไปแบบงง ๆ ดีว่าสั้น และเนื้อความมีการอ้างถึงงานอื่น ๆ เยอะมาก จนทำให้ผู้อ่านที่ความรู้น้อย--อย่างผมนี่แหละ--ตามไม่ทัน ภาพกว้าง ๆ เริ่มจากแนวคิดที่ว่าความรักกำลังถูกคุกคาม เช่น จากเว็บไซต์หาคู่ Meetic ที่ดูเหมือนเกิดขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงในความรัก บาดยูบอก ไม่มีหรอกความรักที่ไม่มีความเสี่ยงนั่นนะ ก็เหมือนคำโฆษณาชวนเชื่อสงครามที่ไม่มีการสูญเสียนั่นแหละ และพูดถึงปรัชญาความรักสองขั้วระหว่างโชเพนเฮาเออร์กับเซอเรน เคียร์เคอกอร์ มีอยู่คำถามหนึ่ง Truong ขอให้บาดยูอธิบายความหมายของลากองที่พูดว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศ "there is no such thing as a sexual relationship" ตรงนี้แปลยากนิดหน่อย เพราะ sexual relationship ไม่ได้หมายถึงความสัมพันธ์ทางเพศในแง่ที่ความสัมพันธ์ทางเพศหมายถึงการมีเซ็กส์หรือเอากัน แต่หมายถึง relationship หรือความสัมพันธ์ระหว่างกันอันเนื่องมาจากการร่วมเพศ เปรียบเทียบสิ่งที่ลากองพูดก็เหมือนกับบอกว่า การที่ผมไปนั่งดูหนังกับใครไม่ได้ทำให้มีสถานะที่เรียกว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันอันเนื่องมาจากการดูหนังระหว่างผมกับคนนั้น บาดยูตอบคำถามโดยบอกว่า ในเซ็กส์ แต่ละคนมีความสัมพันธ์กับตัวเอง กล่าวคือตัวเองเป็นคนที่มีความสุขโดยใช้ร่างกายของคนอื่นเป็นเครื่องมือหรือสื่อนำพา และความสุขดังกล่าวยิ่งทำให้ทั้งคู่อยู่ห่างจากกัน หมายถึงอยู่กับตัวเองมากขึ้น ก่อให้เกิดความว่างเปล่า แล้วอะไรที่เข้ามาเติมแทนที่การขาดหายไปของ sexual relationship ล่ะ สิ่งนั้นคือความรัก ลากองไม่ได้บอกว่าความรักคือการปลอมตัว แฝงตัว หรือซ่อนตัวของ sexual relationship เพราะ sexual relationship ไม่มีอยู่จริง

ความรักของบาดยูคือการสร้างความจริง (บางแห่งแกใช้คำว่า truth procedure อันนี้ก็แอบงงเล็ก ๆ) หรือสร้างโลกจากมุมมองที่แตกต่างกัน 2 คน บาดยูปฏิเสธความรักที่พยายามอธิบายโดยหมายถึงการรวมเป็นหนึ่งเดียว ความรักในแง่นี้จึงเป็นการรับรู้ว่ามีคนอื่น และความจริงที่รับรู้ก็เป็นความจริงที่มีคนอื่น (เอาจากคำของแกเองละกันนะครับ--หนังสือแปลโดย Peter Bush--Love isn't simply about two people meeting and their inward-looking relationship: it is a construction, a life that is being made, no longer from the perspective of One but from the perspective of Two.) นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เปรียบเทียบความรักกับเรื่องต่าง ๆ เช่น ความรักกับการเมือง การเมืองมีศัตรูเป็นองค์ประกอบ แต่ความรักไม่มี บาดยูบอกว่าศัตรูของความรักคือตัวเองหรือความเห็นแก่ตัว ความรักกับศิลปะ ฯลฯ ใครอยากปวดหัวกับความรักก็ลองหาอ่านดู

ผมให้




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2555    
Last Update : 20 มิถุนายน 2555 23:24:55 น.
Counter : 1602 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.