creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

วรรณกรรมฟองตาสติกฝรั่งเศส คริสต์ศตวรรษที่ 19 - ปัจจุบัน



อ่านจบแล้วก็ตอบยากนะครับว่าวรรณกรรมฟองตาสติกคืออะไร เพราะมันเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย บางสมัยก็มีส่วนผสมของสัจนิยมและจิตวิทยามากกว่าลักษณะเหนือธรรมชาติ แต่พอยกตัวอย่างให้เห็นภาพได้ว่า แม่มด หมอผี สัญญากับซาตาน ความรักของมนุษย์กับปิศาจ โปเยโปโลเยของจีนฮ่องกงนี่ใช่เลย มิติซ่อนเร้น มิติซ้อนทับ บ้านหรือปราสาทผีสิง มนตร์มายาวิเศษลี้ลับ จินตนาการกับความจริงที่ปนเปกัน ฉะนั้นในบางแง่ ความคลุ้มคลั่ง เพ้อ ของผู้ป่วยโรคจิตที่หลอนจัด ๆ ก็ใช่ ฟองตาสติกยังพัฒนาไปสู่นิยายวิทยาศาสตร์ นิยายสืบสวนสอบสวน หนังสือเล็ก ๆ เล่มนี้แนะนำพัฒนาการฟองตาสติกในฝรั่งเศส ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากเยอรมันในยุคแรก อังกฤษ อเมริกา ในยุคต่อมา นอกจากนี้ยังพูดเน้นนักเขียน ประวัติคร่าว ๆ และผลงานเด่น จึงทำหน้าที่เป็นไกด์แนะนำหนังสือชั้นดีครับ (จดชื่อไว้หลายเล่ม หวังว่าคงมีแปลเป็นภาษาอังกฤษนะ) อ่านสนุกระดับหนึ่ง แต่ด้วยปริมาณข้อมูลที่เยอะเมื่อเทียบกับขนาดหนังสือ และใช้ภาษาฝรั่งเศส จึงมึนเล็กน้อยเป็นธรรมดา หนังสือมีข้อด้อยชัด ๆ 2 ข้อ 1. พิสูจน์อักษรภาษาไทยผิดเยอะมาก 2. ไม่บรรยายภาพประกอบ ทำให้บางภาพ เราไม่รู้ว่าสัมพันธ์กับเรื่องไหน หรือตอนไหนในเนื้อความ

ผมให้




 

Create Date : 05 ตุลาคม 2555    
Last Update : 5 ตุลาคม 2555 22:07:00 น.
Counter : 1696 Pageviews.  

feed



ค่อนข้างเศร้ากับชะตากรรมของเด็กหนุ่มสาวทั้งสอง ผมมองว่า feed เป็นการนำเสนอสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนี่แหละโดยอาศัยฉากโลกอนาคต ทุกวันนี้เราก็มี feednet ไม่ต่างไปจากการเปรียบเทียบของตัวเอกที่บอกว่าเหมือนกับการพกพาปอดในกระเป๋าเอกสาร แล้วเปิดกระเป๋าออกมาเพื่อใช้มันหายใจ อนาคตที่เราไม่ต้องพกพาคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สื่อสารนอกตัวอีกต่อไป เทคโนโลยีช่วยฝังและผสานอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าและทำงานร่วมกับสมอง พ่อแชทกับลูกผ่าน feed คนรับข้อมูลข่าวสาร บันเทิง โฆษณาผ่าน feed โดยไม่ต้องใช้ตากับมือเหมือนอย่างที่เราเล่นคอมพิวเตอร์ขณะนี้ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีตังค์พอที่จะติดตั้ง feed นะครับ เหตุการณ์เริ่มเรื่อง Titus หนุ่มหล่อเจอสาวน้อย Violet บนดวงจันทร์ และโชคร้ายที่ feed ของทั้งคู่ถูก hack จนต้องมีการรีเซ็ตระบบใหม่ ซ้ำร้ายกว่านั้น Vi ติด feed ตอนโต ซึ่งจะนำไปสู่โศกนาฏกรรมในตอนท้าย ผู้เขียน M.T. Anderson วิจารณ์ยุคไอที ลัทธิบริโภคนิยม อำนาจ และความรู้ ได้แสบสันมีชั้นเชิงทีเดียว อีกทั้งการใช้ตัวเอกวัยรุ่นที่คนหนึ่งต่อต้าน ส่วนอีกคนยอมรับ feed ให้ตกหลุมรักกัน วิธีการเขียนแบบสร้างคำใหม่ ๆ และพยายามจำลองบรรยายกาศ feed โฆษณาให้กับคนอ่าน จนบางครั้งก็อดรำคาญไม่ได้ นับว่าเก๋ และช่วยเพิ่มอารมณ์ร่วมครับ

ในเรื่องนี้ ผมประทับใจตอนหนึ่งเป็นพิเศษ คือตอนที่ Vi ส่งความทรงจำของตัวเองให้กับ Titus เพราะกลัวว่าต่อไปตัวเองจะไม่อาจเข้าถึงความทรงจำนั้นได้ มองในแง่เทคโนโลยี นี่เป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก แต่พอเอามาขบคิดกับตัวเอง (ไม่เกี่ยวอะไรกับนิยายแล้วนะ) ลองตั้งคำถามว่า เป็นเรา เราจะ copy ความทรงจำของเราให้ใคร ให้คนที่เรารักเหรอ ถ้ามันรู้ความทรงจำทั้งหมดของเรา มันจะยังรักเราอยู่รึเปล่า หรือให้กับคนที่เราเกลียด เข้าท่าดีนะครับ เพราะมันอาจจะเลิกเกลียดเรา หรือว่าให้คนแปลกหน้า มีใครอยากได้ความทรงจำของผมบ้างมั้ย

ผมให้




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2555    
Last Update : 3 ตุลาคม 2555 2:18:44 น.
Counter : 1443 Pageviews.  

What Money Can't Buy



เล่มนี้ซื้อมาดองไว้สักพักหนึ่งแล้ว แม้ไม่ถึงกับนานนัก (ดู 1) กว่าจะได้เริ่มอ่านจริงจังก็เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นที่อาจารย์ Sandel หยิบมาคุยคือ มีอะไรบ้างที่เงินซื้อไม่ได้ เพื่ออภิปรายถึงขีดจำกัดเชิงศีลธรรมของตลาด สิ่งที่เงินซื้อไม่ได้นี้ยังถูกแบ่งเป็น 2 พวกใหญ่ ๆ คือ 1 สิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ เพราะเมื่อไรก็ตามที่ใช้เงินซื้อ สิ่งนั้นจะถูกทำลายจนมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ ก่อนซื้ออีกต่อไป เช่น เพื่อน เมื่อไรที่คุณซื้อเพื่อน สิ่งที่คุณได้มาก็ไม่ใช่เพื่อน หรือรางวัลเกียรติยศอย่างโนเบล กับ 2 สิ่งที่เงินไม่ทำลายสิ่งที่เราซื้อ แต่เราไม่ควรซื้อ เช่น ไตจากคนจน (ทำไม?) หนังสือวิจารณ์การรุกล้ำของตลาดที่ขยายพื้นที่อย่างกว้างขวางในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาสู่พื้นที่ที่เดิมไม่ใช่ขอบเขตของตลาด ตัวอย่างประกอบก็อาทิ การขายสิทธิในการลัดคิว ไม่ว่าจะเป็นที่สวนสนุก (ตอนเล่น Universal ผมเองก็เลือกซื้อตั๋วลัดคิว - -") ที่สนามบิน ที่โรงพยาบาล ฯลฯ การจ้างคนต่อคิวสมควรยอมรับได้หรือไม่ การกระจายสินค้าหรือบริการด้วยเกณฑ์คือเวลากับเงินส่งผลกระทบต่อบรรทัดฐานของสังคมอย่างไร ในหลายตัวอย่าง ผู้เขียนวิจารณ์ตรรกะที่สับสนของนักเศรษฐศาสตร์บางสำนักซึ่งศรัทธาว่าตลาดคือตัวกระจายสินค้าที่ดีและก่อให้เกิดอรรถประโยชน์สูงสุด สไตล์การเขียนแบบชวนคิดไปเรื่อย ๆ ทำให้หนังสืออ่านสนุกครับ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องแรงจูงใจ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเพิ่งเกิดขึ้นในกระแสของวิชาเศรษฐศาสตร์เมื่อปลายศตวรรษที่แล้วนี่เอง ปัญหาอำนาจของตลาดที่ข้ามเส้นศีลธรรม เช่น การพนันกับความเป็นความตายของชีวิตมนุษย์ในรูปของประกัน viaticals, death pools ฯลฯ ปัญหาการโฆษณาที่แทรกซึมอยู่ทั่วทุกหนแห่ง นักเขียนนิยายที่พูดถึงร้านเครื่องประดับโดยมีสัญญาว่าจะพูดถึงในนิยายของตนอย่างน้อยเท่านั้นเท่านี้ครั้ง การซื้อชื่อของสนามกีฬา การเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนของร่างกายเป็น billboard แนววิจารณ์หลักของผู้เขียนอิงอยู่กับแนวคิดที่สำคัญ 2 แนวคิดคือ ความยุติธรรม และ corruption (ทั้งในแง่ของการทำลายและการกัดกร่อนหรือลดทอนคุณค่า) เหล่านี้นำสังคมที่ถูกขับดันด้วยการตลาดไปสู่การเปลี่ยนบรรทัดฐานของผู้คนและสังคม ตลาดจึงก่อให้เกิดการเปลี่ยนคุณค่า ผู้เขียนจึงแย้งว่า สมมติฐานของนักเศรษฐศาสตร์ที่ว่า ตลาดไม่เปลี่ยนแปลงความหมายของตัวสินค้านั้น เป็นสมมติฐานที่ผิด

ป.ล. โควตจากหนังสือและสเตตัสที่ลง fb ระหว่างอ่าน ดู 2, 3, 4, 5

ผมให้




 

Create Date : 23 กันยายน 2555    
Last Update : 23 กันยายน 2555 15:30:32 น.
Counter : 2173 Pageviews.  

เพลงรัตติกาลในอินเดีย (Notturno Indiano)



ก่อนอื่น ขอบคุณคุณนันธวรรณ์ที่นำ Tabucchi มาสู่ภาษาไทย ยอดเยี่ยมมาก เอาอีก เอาอีก .. ระหว่างอ่าน ต้องหักใจวาง 2 ครั้ง เพราะดันเผลอเริ่มต้นตอนเวลาไม่อำนวย หนังสือเล็ก ๆ เล่มนี้สามารถพลิกจบได้ภายในสามชั่วโมง ตามมาตรฐานของคนอ่านช้า (ผมนี่แหละ) แต่เชื่อว่ามันอาจจะค้างคาอยู่ในใจไปจนอัลไซเมอร์รับประทาน เทียบกับเล่มก่อนหน้า เปเรย์รามีลักษณะเป็นแบบฉบับ ขณะที่เพลงรัตติกาลผาดโผน ผลักดันคนอ่านด้วยคำถามและความสงสัย มันตามหาใคร ตามหาทำไม เพื่อนกันมั้ย แรงจูงใจอะไร สุดท้ายจะจบลงแบบไหน Tabucchi จงใจให้รายละเอียดของเรื่องเล่าน้อยนิดและดูเหมือนไม่ปะติดปะต่อประหนึ่งกลั่นแกล้งคนอ่าน ตรงนี้หากไร้ฝีมือ คนเขาจะเลิกอ่านเอานะครับ แต่เมื่ออ่านจนถึงตอนสุดท้าย และมองย้อนกลับไป เราจะเห็นว่าแต่ละตอนร่ายรำอยู่รอบ ๆ แก่นซึ่งฝังแน่นอย่างมั่นคงเพียงแก่นเดียว เมื่อประกอบกับลีลาหลอกล่อชั้นเลิศ ตั้งแต่บทที่ 1 จนถึง 11 จึงสามารถพาคุณก้าวข้ามความไม่รู้ มาสู่ 12 อันเป็นตอนตัวละครอาจตามกันจนเจอแต่ไม่อยากเจอ พร้อม ๆ กับที่คุณเจอ (โดยอาจไม่รู้ว่า 11 บทที่ผ่านมา คุณได้มองหา) แก่นเพียงหนึ่งเดียวซึ่งไม่เคยหลบซ่อนตัว ณ ที่ใดเลย ผมคิดว่าความไม่รู้นั้นเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ Tabucchi หยิบเอามาเล่นกับเราครับ

"เราอาจมาเดินทางอยู่ในนี้ก็ได้นะครับ" ผมพูด (p.๕๗)

ผมให้
เบียร์สิงห์ให้




 

Create Date : 19 กันยายน 2555    
Last Update : 4 ตุลาคม 2555 15:15:51 น.
Counter : 2101 Pageviews.  

มนุษย์หมาป่า (The Refugee) กับ นิมิตต์วิกาล



ที่เอามาพูดถึงคู่กันไม่ใช่เพราะมีความคล้ายคลึงอะไรมากมายหรอกครับ นอกจากเป็นเรื่องสั้นเหมือนกัน พิมพ์โดยสำนักพิมพ์เดียวกัน มีราคาเท่ากัน ผมซื้อมาตอนลด 50% พร้อมกัน ตัวร่วมที่เหลือก็ไม่มีอะไรโดดเด่น มนุษย์หมาป่า เขียนโดย Jane Rice แปลโดย แดนอรัญ แสงทอง เจ้านี้เห็นชื่อก็เดาสำนวนได้ (และยังคงเป็นจริงเมื่อย้อนกลับ เห็นสำนวนก็เดาชื่อได้) มีนักแปลแบบนี้สักคน เก๋ดีครับ ไม่เหมือนใคร ชื่อนี้จึงรับประกันคุณภาพระดับหนึ่ง เนื้อเรื่องสนุก แสบ และแอบเซ็กซี่ พลาดแล้วจะเสียใจ (ตัวอย่างโควตใน fb และไฟล์ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก The Library of America ดู ที่นี่) สำหรับคนที่นึกสนุก ลองพลิกฉบับแปลหน้าที่เป็นค่ารากของสมการ x2 - 44x + 384 = 0 สองหน้านี้มีคำคำเดียวกันแต่สะกดผิดกัน คุณคิดว่าคำไหนสะกดถูก :P สำหรับเล่มที่สอง นิมิตต์วิกาล โดยอนุสรณ์ ติปยานนท์ อ่านแล้วเห็นได้ถึงความตั้งใจและการค้นคว้าข้อมูลอย่างดีของผู้เขียนนะ สไตล์เหมือนเรื่องอื่น ๆ ของเขาที่ผมเคยอ่าน มีส่วนผสมของความเหนือจริง แต่วิธีการเล่ายังขาดอำนาจในการโน้มน้าวเรา เราไม่รู้สึกมหัศจรรย์ในตอนที่ควรจะรู้สึกมหัศจรรย์ ไม่รู้สึกลุ่มลึกในปรัชญาตอนที่ควรจะมีบางส่วนในจิตใจร้องขึ้นมาว่าว้าว เท่มาก หรือไม่รู้สึกอ่อนไหวไปกับความผูกพันที่น่าจะก่อความละมุนละไมให้บังเกิดขึ้นมา อ่านแล้วไม่อินเท่าไรครับ

มนุษย์หมาป่านิมิตต์วิกาล
ผมให้
เบียร์สิงห์ให้




 

Create Date : 12 กันยายน 2555    
Last Update : 23 กันยายน 2555 2:22:11 น.
Counter : 1779 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.