creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

Many Worlds in One



เป็นหนังสือที่ให้อารมณ์เหมือน Alex Vilenkin เล่าให้คุณฟัง ชวนคุณคุย เกี่ยวกับความเป็นไปของจักรวาลวิทยาสมัยใหม่ เนื้อหาตอนที่หนึ่งกับบทแรกของตอนที่สอง อ่านค่อนข้างง่ายครับ เป็นความรู้ทั่วไป และตำนาน antigravity stone (ดูรูป 1) ส่วนบทที่เหลือ ถึงแม้ Vilenkin จะชวนคุยในแบบที่คุณฟังดูสนุก น่าตื่นเต้น แต่ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจตามได้ง่ายเลย (ตัวอย่างบ่นบน fb 2) ไอเดียหลักที่ Vilenkin ขายใน Many Worlds in One คือ เอกภพในแบบที่พองตัวตลอดกาล (eternally inflating universe) โดยพวกเราอยู่ในเกาะของเอกภพส่วนที่หยุดพองตัวแล้ว คำว่าตลอดกาลนี้ไม่ได้หมายถึงถ้าหากย้อยเวลากลับไปสู่อดีต จะสามารถย้อนกลับไปได้โดยไม่มีจุดเริ่มต้นนะครับ แต่หมายถึงพองตัวเดินหน้าไปในอนาคตได้ตลอดกาล เหตุที่ไม่สามารถไม่มีจุดเริ่มต้น ผู้เขียนร่วมกับ Guth และ Borde ได้พิสูจน์ในทางคณิตศาสตร์เอาไว้แล้วว่า ตราบเท่าที่อัตราการขยายตัวของเอกภพเป็นบวก ยังไงซะเอกภพก็ต้องมีจุดเริ่มต้น (บทที่ 16) ทีนี้ลักษณะของเอกภพเกาะในส่วนที่เราอยู่อาศัยซึ่งหยุดพองตัวแล้วนั้น รอบ ๆ เกาะก็ยังคงพองตัว ทำให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นสำหรับเอกภพเกาะใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น และตามความเป็นจริง มันจะต้องมีเอกภพเกาะอยู่มากมาย จึงมีลักษณะเป็น many worlds in one ในความหมายนี้แตกต่างจาก many worlds ซึ่งเป็นการตีความกลศาสตร์ควอนตัมของ Hugh Everett นะ ถ้า Everett ถูก มันก็เป็น many many worlds นอกจากนี้ คนภายในเอกภพเกาะยังสังเกตเห็นเอกภพของตนมีขอบเขตเป็นอนันต์อีกด้วย! Vilenkin อภิปรายทั้งผลสืบเนื่องและจุดกำเนิด รวมถึงปรัชญาของ eternally inflating universe หนังสืออ่านสนุกมาก แต่ก็ยากจริงอะไรจริง ไม่กล้าพูดว่าอ่านรู้เรื่องทั้งหมด ส่วนที่ผมรู้สึกว่าสนุกเป็นพิเศษคือ ตอนที่แกเล่าหรือเผาเพื่อนนักฟิสิกส์ด้วยกัน มีเกร็ดเฮฮาน่ารัก ๆ เพียบครับ (เช่น 3)

ผมให้




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2555    
Last Update : 31 ตุลาคม 2555 19:44:30 น.
Counter : 1219 Pageviews.  

เศรษฐกิจโลกถดถอยครั้งใหญ่



ชื่อรองของหนังสือสะท้อนเนื้อหาชัดเจนดีครับ ความรุ่งเรืองและความล่มจมของเสรีนิยมใหม่/โลกาภิวัตน์ ผู้เขียนประเดิมเรื่องด้วยวิกฤตซับไพรม์เมื่อปี 2007 และภาวะถดถอยครั้งใหญ่ที่ตามมาในปี 2009 ภาคแรกกับภาคผนวกของหนังสืออภิปรายหัวข้อนี้ การ์ตูนท้ายเล่มในภาคผนวกช่วยให้เข้าใจวิกฤตซับไพรม์ง่ายดี แถมแปลด้วยภาษาน่ารัก ๆ อย่างเอ็ดแอ้อึง ภาค 2 และ 3 ย้อนอดีตไปเริ่มที่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อให้เห็นกระแสระเบียบการเงินโลกและความต่อเนื่องที่เปลี่ยนจากฉันทมติเคนเชียนมาสู่ฉันทมติวอชิงตันตามแนวเสรีนิยมใหม่ที่ถือว่าความเห็นแก่ตัวเป็นคุณธรรมประการหนึ่ง อันนำไปสู่ผลเชิงลบซึ่งแจกแจงไว้พอให้เห็นภาพ 6 ข้อ โดยเฉพาะการเข้าครอบงำเศรษฐกิจของภาคการเงินจนก่อให้เกิดวิกฤตปี 2007 ในที่สุด ตามเนื้อหาตอนท้ายภาคที่ 3 สำหรับบทสรุป ผู้เขียนบอกว่า ถึงแม้ความล่มจมของเสรีนิยมใหม่จะแผลงฤทธิ์ให้เห็นตำตา แต่ทั่วโลกก็ยังคงพร่ำเทศนาต่อไปด้วยเหตุผล 3 ประการคือ ความเฉื่อยทางสถาบันและปัญญา การไม่มีตัวเลือกอื่น และขาดขบวนการที่ต่อต้านเสรีนิยมใหม่ชัดเจน กระนั้นก็ชี้ชวนให้จับตามองฮูโก ชาเวซ

หนังสือนำเสนอด้วยกราฟ ตาราง และแผนภูมิ จำนวนมาก ช่วยในการตีความและเห็นภาพรวมได้ง่ายครับ แต่ข้อเสียคือ คุณภาพของภาพกราฟ ตาราง (ที่เป็นภาพ) และแผนภูมิค่อนข้างดูลำบากตา เหมือนตัดจากต้นฉบับอื่นมาโดยไม่ปรับแต่ง บางภาพเพ่งแล้วเพ่งอีกก็ยากที่จะอ่านออก ยากที่จะแยกสี แยกความเข้ม ทางด้านสไตล์ แทรกอารมณ์ขันและสำนวนเสียดสีบางจุด โดยรวมแล้วอ่านสนุก

ผมให้




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2555    
Last Update : 31 ตุลาคม 2555 14:53:22 น.
Counter : 1159 Pageviews.  

ฟรีด้า



หนังสือเล่มเล็ก ๆ เล่าประวัติของฟรีด้า (แมกดาเลนา การ์เม็น ฟรีดา กาห์โล อี กาลเดรอน) นักวาดภาพหญิงชาวเม็กซิโกแนวเหนือจริง ภาพส่วนใหญ่เป็นภาพตัวเธอเองในสภาพแวดล้อมและอารมณ์ต่าง ๆ เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ หนังสือพูดถึงชีวิตของเธอตั้งแต่เกิดจนตาย กระชับ กำลังดีครับ แถมมีครบทุกรส เริ่มด้วยความฉลาดวัยเด็ก อุบัติเหตุร้ายแรงที่นำไปสู่การผ่าตัดไม่ต่ำกว่า 32 ครั้งชั่วชีวิต ความรัก อารมณ์ และรสนิยมทางเพศ น่าทึ่งทั้งนั้น อาทิ สามีของเธอสนับสนุนพฤติกรรมเลสเบียนของเธอ! และยังชอบเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของตนกับหญิงอื่นให้ฟรีด้าฟัง บันทึกบางแห่งบอกว่าฟรีด้าชอบฟัง! นอกจากนี้ ยังมีอุดมการณ์ทางการเมือง และการแสดงออกผ่านภาพวาด หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ภาพประกอบอย่างดี สวยงาม (ข้อความบางตอนที่โพสต์บน fb ดู 1, 2, 3)

ผมให้




 

Create Date : 30 ตุลาคม 2555    
Last Update : 30 ตุลาคม 2555 2:59:26 น.
Counter : 1414 Pageviews.  

Higgs Discovery



เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่ออกมาจากกระแสข่าวประกาศค้นพบอนุภาคชนิดใหม่ (ว่าที่ฮิกส์โบซอน) เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2555 เหมือนกับเล่มก่อนหน้านี้ที่แนะนำไปนะครับ ในช่วงเวลาประกาศนั้น อาจารย์ Lisa พักผ่อนอยู่ที่กรีก แถมโรงแรมก็ไม่มีอินเทอร์เน็ต แต่เธอก็ยังออกไปนั่งลุ้นด้วยความตื่นเต้นหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ร้านกาแฟ อาจารย์ยกความดีความชอบของการประกาศคราวนี้ให้กับทีมวิศวกรรมของ CERN เพราะสัญญาณก่อนหน้าซึ่งเป็นข่าวเมื่อเดือนธันวาคมปี 2011 ระดับค่าความมั่นใจที่ได้ยังไม่สูงพอ ผ่านไปเพียงแค่ 7-8 เดือน ด้วยฝีมือของวิศวกรที่เก่งกาจก็สามารถเพิ่มโอกาสการชนทำให้เกิดเหตุการณ์ที่สนใจมากขึ้น มีข้อมูลมากพอ และเพิ่มระดับความมั่นใจจนถึงมาตรฐานของนักฟิสิกส์ที่จะใช้ประกาศการค้นพบอนุภาคใหม่ แม้ยังไม่อาจมั่นใจได้ว่าเป็นอนุภาคฮิกส์ แต่อนุภาคที่พบก็เกี่ยวข้องอย่างแน่นอนกับกลไกฮิกส์ หนังสือเล่มบางขนาดไม่ถึง 50 หน้า ให้ข้อมูลสำคัญไม่มากไปกว่าเล่มฮิกส์โบซอนของมติชน ต่างกันเพียงเกร็ดเรื่องเล่าและการเปรียบเทียบเล็กน้อยเท่านั้น รายละเอียดเชิงเทคนิคหลายเรื่อง อาจารย์ Lisa โยนต่อให้กับหนังสือ 2 เล่มแรกของเธอ Warped Passages กับ Knocking on Heaven's Door โดยเฉพาะเล่มหลัง

ผมให้




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2555    
Last Update : 29 ตุลาคม 2555 19:44:10 น.
Counter : 1194 Pageviews.  

ฮิกส์โบซอน



สำหรับคนทั่วไปที่อาจผ่านหูผ่านตากับข่าวการค้นพบอนุภาคฮิกส์ (หรือว่าที่อนุภาคฮิกส์) เมื่อไม่กี่เดือนก่อน และสงสัยใคร่รู้เพิ่มเติมว่ามันคืออะไร ค้นพบได้อย่างไร มีความเป็นมาแบบไหน ทำไมนักวิทยาศาสตร์หรือนักฟิสิกส์ถึงได้ตื่นเต้นกันนัก หนังสือเล่มเล็ก ๆ เล่มนี้จะช่วยคลายข้อสงสัยได้ดีในระดับหนึ่ง ผู้เขียนทั้ง 2 ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง แยกส่วนกันเขียนด้วยลีลา ภาษา แตกต่างชัดเจน ความขี้เล่นในตอนที่ 2 บางมุกก็ล้น ๆ ไปสักนิด สะท้อนให้เห็นอารมณ์ขันดีครับ อ่านสนุก กระนั้นหากเป็นผู้อ่านมือใหม่ถอดด้าม อาจมีมึนศัพท์แสงกันบ้างเล็กน้อย ป.ล. จับผิดแบบขำ ๆ หน้า 151 แอนติท็อปควาร์ก พิสูจน์อักษรตกบาร์, t :P

ผมให้




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2555    
Last Update : 24 ตุลาคม 2555 22:47:04 น.
Counter : 1449 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.