creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

เทพนิยายสงเคราะห์เรื่องเมขลา-รามสูร และพระคเณศ



หนังสือรวม 2 บทความหลักของเสฐียรโกเศศซึ่งแต่งร่วมกับนาคะประทีป และอีก 2 บทความรองโดยนายกี อยู่โพธิ์ กับอายัณโฆษณ์ บทแรก เมขลา-รามสูร เสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป พาเราสำรวจว่านางเมขลาผู้ถือแก้วมณีล่อรามสูรซึ่งจ้องแต่จะขว้างขวานใส่ อันทำให้เกิดฟ้าแลบฟ้าร้องนั้น มีต้นกำเนิดมาจากไหน โดยไล่ค้นทั้งในวรรณคดีสันสกฤต และไม่พบว่ามีนางฟ้าชื่อเมขลาอยู่เลย มีพบในวรรณคดีบาลี แต่ก็ไม่ได้ถือแก้วล่อรามสูร เมขลาของบาลีเป็นนางฟ้าที่คอยช่วยเหลือคนมีบุญยามเรือแตก (อย่างในชาดกเรื่องพระมหาชนก) สำรวจในตำราของพราหมณ์ยุคหลัง ร่วมกับคัมภีร์อีกหลายเล่ม และพบว่ามีเฉพาะเวอร์ชั่นของไทยเราเท่านั้นแหละครับ ดังปรากฏในรามเกียรติ์ฉบับพระราชนิพนธ์รัชการที่ 1 ที่นางมีแก้วมณีไว้โยนเล่นและล่อรามสูร บทความยังได้วิจารณ์การผสมผสาน และการรับมา รวมถึงการดัดแปลงตำนาน สำหรับบทที่สองของนายกีจะวิเคราะห์ศัพท์ หาความหมายของคำว่าเมขลา อันนี้ฟังแล้วช่างเป็นชื่อที่เท่พิลึก เพราะแปลว่า เครื่องประดับอินทรีย์หรืออวัยวะที่ลับ

บทที่สาม พระคเณศ บทนี้ซับซ้อนและยุ่งเหยิงมาก ด้วยว่าแต่ละแหล่งก็ให้ความเป็นมาไม่เหมือนกัน เช่น บ้างว่าเป็นลูกของพระบารพตีองค์เดียว บ้างว่าเป็นลูกของพระศิวะองค์เดียว บ้างว่าเป็นลูกของทั้งสององค์ บ้างว่าเป็นของเทพองค์อื่น ฯลฯ ขอเรียกว่าเป็นความซับซ้อนแนวด้านข้าง เพราะเรื่องจากแต่ละสำนักตีกันเอง ยังมีความซับซ้อนภายในเรื่องนั้น ๆ อีก ซึ่งล้วนก็สะท้อนให้เห็นความช่างสาปช่างอวยของทวยเทพที่นำไปสู่ความวุ่นวาย ขนาดเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีปถึงขั้นเขียนไว้ในบทความว่า "เรื่องกำเนิดพระคเณศยิ่งเล่าไปก็ยิ่งยุ่งจับรวมเรียงเข้ากันไม่ได้หมด เขียน ๆ ไป [หมายถึงผู้เขียนบทความ] ก็ชักจะเลอะได้หลังลืมต้น ตามจำไม่ไหว" สำหรับบทสุดท้าย พูดถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับช้าง หนังสืออ่านสนุก และได้เปิดหูเปิดตายิ่งนัก

ผมให้




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2555 22:08:30 น.
Counter : 1824 Pageviews.  

ความ (ไม่) เท่าเทียม



รู้สึกยากในบางแง่ที่จะเขียนเชียร์หนังสือเล่มนี้ ทั้ง ๆ ที่ผมว่ามันเป็นหนึ่งในหนังสือดีที่ได้อ่านปีนี้เลยทีเดียว อาจเป็นเพราะชื่อเรื่องฉบับแปลไทย ความ (ไม่) เท่าเทียม ได้สร้างกับดักทางปัญญาอย่างน้อย 2 ด่าน จากการสังเกตปฏิกิริยาของคนรอบข้างนะ ด่านแรกคือ ฉันรู้อยู่แล้ว มีใครไม่รู้บ้างว่าความไม่เท่าเทียมกันเป็นปัญหา นอกจากจะเป็นปัญหาโดยตัวของมันเองแล้วยังเป็นต้นตอสร้างปัญหาอื่นอีก สิ่งที่ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้อยู่แล้วนั้นเป็นเพียงภาพครึ่งเดียว ภาพใหญ่ที่หนังสือนำเสนอคือ สังคมซึ่งมีความเท่าเทียมกันมากกว่า จะดีกว่าในทุก ๆ ด้าน (สุขภาพกาย, สุขภาพจิต, ความอ้วน, ผลสัมฤทธิ์การศึกษา, ความรุนแรงในสังคม, อัตราการก่ออาชญากรรม ฯลฯ) เมื่อเทียบกับสังคมที่เหลื่อมล้ำกันมากกว่า ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้เกิดเฉพาะกับคนที่อยู่ในสถานะต่ำ แต่เกิดขึ้นกับคนสถานะสูงด้วย นั่นคือสังคมที่เท่าเทียมกันมากขึ้น คนในระดับสูงก็ยังได้รับผลประโยชน์จากความเท่าเทียมมากขึ้นอยู่ดี เนื้อหาในหนังสือนำเสนอข้อมูลวิจัยจำนวนมาก และผ่านการวิเคราะห์ตีความอย่างดี หนักแน่น น่าเชื่อถือครับ สำหรับด่านที่สองคือ ความเท่าเทียมมีจริงเหรอ เพ้อฝันหรือเปล่า คำว่าความเท่าเทียมที่เป็นตัวแปรต้นในหนังสือเล่มนี้ เขาดูความเหลื่อมล้ำทางรายได้นะครับ และหนังสือไม่ได้เสนอว่าสังคมที่ประชาชนมีรายได้เท่ากันหมดนั้นเป็นสังคมที่ดี แต่บอกว่า ถ้าเราลดช่องว่างลงได้ อะไร ๆ หลายอย่างจะดีขึ้น เช่นเคย การบอกนี้ไม่ไช่การนั่งนึกเอาเอง แต่เป็นการเปรียบเทียบจากข้อมูลเชิงสถิติที่เห็นได้อย่างชัดเจน ตรงนี้ต้องตีความอย่างระวัง อย่าเข้าใจผิดนะ เพราะหนังสือไม่ได้บอกว่า ถ้าลดจนกระทั่งช่องว่างเป็นศูนย์แล้ว เราจะได้สังคมที่ดีที่สุด ยังไม่มีข้อมูลอะไรแบบนั้น และมีความเป็นไปได้ว่า การลดช่องว่างเมื่อถึงจุดหนึ่งแล้ว หากยังลดต่อลงไปอีกก็อาจไม่ส่งผลอะไร (หรืออาจส่งผลลบในบางด้าน) ทำนองเดียวกับอายุหรือความสุขของประชากรซึ่งสัมพันธ์กับรายได้ประชาชาติ แต่พอถึงจุดหนึ่ง รายได้ที่เพิ่มขึ้นก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับอายุหรือความสุขอีกต่อไป

โควตและรูปที่โพสต์บน fb ระหว่างอ่าน ดู 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11

ผมให้




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2555 20:28:41 น.
Counter : 1322 Pageviews.  

This is Improbable



หนังสือเล่มนี้ให้อารมณ์เดียวกับ Mad Science ของ Reto Schneider แต่ออกแนวฮามากกว่า ผู้เขียน Marc Abrahams เป็นผู้ก่อตั้งรางวัล Ig Nobel ฉะนั้นฝีมือการคัดเลือกงานวิจัยแปลก ๆ จนบางทีก็ดูเพี้ยน ๆ มาเล่านี่จึงน่าจะรับประกันได้ระดับหนึ่ง บางเรื่อง ความน่าทึ่งของงานที่แกเล่าก็ไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์นะครับ แต่อยู่ที่ความช่างสงสัยปนขี้เล่นของนักวิจัยที่ตั้งคำถาม (ตัวอย่าง 1, 2) Dan Ariely บอกว่านี่เป็นหนังสือประเภทที่ถ้าคุณเอาไปเล่าให้เพื่อนฟังแล้วจะทำให้คุณดูฉลาดขึ้น ข้อเสียหน่อยนึงคือหนังสือไม่มี index และไม่มีสารบัญแบบละเอียด ก่อความลำบากเล็กน้อยเวลาจะย้อนกลับไปหาเรื่องที่อ่านผ่านมา แต่ในแง่ของหนังสือที่เน้นอ่านผ่าน อ่านสนุก ก็เป็นข้อเสียที่รับได้ครับ

ผมให้




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2555 12:20:51 น.
Counter : 998 Pageviews.  

ความเหลื่อมล้ำแนวราบ: ต้นกำเนิดความรุนแรง



เป็นรายงานสรุปงานวิจัยของ CRISE ที่ฟังดูก็เหมือน ๆ ว่าใครก็รู้กันอยู่ เพราะสอดคล้องกับสามัญสำนึกดี ว่า ความเสี่ยงที่จะก่อความรุนแรงนั้นขึ้นอยู่กับการมีความเหลื่อมล้ำแนวราบในวงกว้าง คำว่าความเหลื่อมล้ำแนวราบ (horizontal inequalities) หมายถึง ความไม่เทียมกันระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ของประเทศที่มีหลากหลายกลุ่ม คำถามหลักที่ CRISE สนใจและพยายามให้คำตอบในเล่มนี้คือ เหตุใดบางประเทศซึ่งมีหลายกลุ่มชาติพันธุ์ก็ไม่นำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรง แต่บางประเทศนำกลับนำ กลุ่มประเทศที่แต่ละชาติพันธุ์มีความเหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียมกันในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการยอมรับทางวัฒนธรรม (ศาสนา, ภาษา ฯลฯ) เป็นคำตอบ และยิ่งมิติต่าง ๆ เหล่านี้ผสมผสานกันก็ยิ่งเป็นเรื่อง 'เมื่อความแตกต่างทางวัฒนธรรมดำรงอยู่ควบคู่ไปกับความแตกต่างทางเศรษฐกิจและการเมืองของคนกลุ่มต่าง ๆ ก็จะก่อให้เกิดความขุ่นแค้นบาดลึกที่อาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรง' (หน้าที่ 18) รายงานนำเสนอข้อค้นพบ 10 ประการ ข้อที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับผมคือข้อ 10 แม้เราทุกคนรู้ว่านี่เป็นปัญหา แต่มักจะไม่มีนโยบาย หรือข้อมูลของปัญหาในเชิงสถิติ นั่นคือขาดการศึกษา รายงานยังนำเสนอข้อค้นพบด้านนโยบาย และทิศทางการศึกษาเพิ่มเติมในบทสรุป หนังสือสั้น กระชับ และน่าสนใจครับ

ผมให้




 

Create Date : 04 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2555 10:46:32 น.
Counter : 1687 Pageviews.  

พิธีกรรมอำมหิต (The Mephisto Club)



สำหรับตอนนี้ Tess Gerritsen ใส่ดราม่าให้นักสืบเจนกับคุณหมอมอราในเรื่องส่วนตัวมากไปนิด จนทำให้พิธีกรรมอำมหิตมีกลิ่นและรสของตำนานรักต้องห้ามสลับกับปัญหาครอบครัวแตกแยก แต่ก็ยังสนุกตามสไตล์ครับ ลองเช็คดูชาวบ้าน เล่มนี้ถูกวิจารณ์เรื่องบทสรุปเยอะอยู่

ผมให้




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2555 13:31:38 น.
Counter : 1843 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.