creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

กริ่งมรณะ



เรื่องสั้น 3 เรื่องที่ผูกกับบ้านผีสิงหนึ่งหลัง เนื้อเรื่องไม่น่ากลัวเท่าไร ไม่ตื่นเต้น บางช่วงน่าเบื่อ

ผมให้




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2556    
Last Update : 12 ธันวาคม 2556 17:50:49 น.
Counter : 1207 Pageviews.  

Proofs without Words: Exercises in Visual Thinking



หนังสือรวมการพิสูจน์ข้อความทางคณิตศาสตร์โดยใช้รูปภาพ ส่วนใหญ่รวบรวมมาจาก Mathematics Magazine กับ College Mathematics Journal เป็นหลัก ลับสมองเพลิน ๆ สนุกดีครับ แถมยังได้ชื่นชมความฉลาดและจินตนาการของนักคณิตศาสตร์ในการแสดงนามธรรมออกมาเป็นรูปภาพ ภาพบางภาพก็แสดงข้อความที่มันพิสูจน์โดยตัวมันเอง ขณะที่ภาพบางภาพแสดงกระบวนการสร้าง กรณีหลัง ส่วนตัวแล้วรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ ตัวอย่าง

1. พิสูจน์ทฤษฎีบทพีทาโกรัสอีกวิธีหนึ่ง



2. Regle des Nombres Moyens



3. อนุกรมเรขาคณิต



4. 1 + 9 + 92 + ... + 9N = 1 + 2 + 3 + ... + ( 1 + 3 + ... + 3 N)
5. วิธีสร้างสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีพื้นที่เท่ากับพื้นที่วงกลมที่กำหนด

ผมให้




 

Create Date : 01 ธันวาคม 2556    
Last Update : 1 ธันวาคม 2556 14:45:11 น.
Counter : 2913 Pageviews.  

Whistle for the Wind



ภาพของ McGinley มีเสน่ห์มาก สด (Gus Van Sant ใช้คำว่า innocence) และแฟนตาซี หนังสือมีบทความเล็ก ๆ ประกอบ 3 ชิ้น (1) Mobile Devices ของ John Kelsey อ่านถอดใจความออกมายากเกิน บ่นไรไม่รู้ nude naked sex joy AIDS ..., (2) Barn Crash เป็นบทสนทนาระหว่าง Gus Van Sant กับ Ryan McGinley ช่วงนี้น่าสนใจครับ ตัวอย่าง 1, 2 และบทความชิ้นสุดท้ายเป็นบทที่แนะนำให้เรารู้จักงานของช่างภาพคนนี้แบบกระชับดี (3) Pseudo-Fiction, Myth, and Contingency ผ่านการวิจารณ์ของ Cris Kraus

ผมให้




 

Create Date : 01 ธันวาคม 2556    
Last Update : 1 ธันวาคม 2556 9:46:47 น.
Counter : 880 Pageviews.  

หัวที่หายไปของดามัชเซนู มงเตย์รู (La testa perduta di Damasceno Monteiro)



ขอบคุณพี่นันธ์สำหรับตาบุคคีเล่มที่ 3 (สองเล่มแรกคือ คำยืนยันของเปเรย์รา กับ เพลงรัตติกาลในอินเดีย) และสำหรับหนังสือที่ส่งมาให้พร้อมลายเซ็น ไม่แน่ใจว่าผมควรจะพูดถึงโดยเปรียบเทียบกับสองเล่มก่อนหน้าหรือไม่ อันนี้คือสิ่งที่คิดหลังจากอ่านจบ และรู้สึกชนิดที่ไร้ข้อกังขาต่อใจของตัวเองว่าชอบสองเล่มโน้นมากกว่า ใช่ว่าหนังสือเขียนไม่ดีหรืออ่านไม่สนุกนะ ตัดสองอย่างนี้ทิ้งได้ เขียนดีในสไตล์หนึ่งและอ่านเพลิน แต่อคติส่วนตัวบอก เสน่ห์ที่ด้อยกว่าสองเรื่องแรกมาจาก ตัวละครทุกตัวในเรื่องนี้ สำหรับผมแล้วมันใช่เลย พวกเธอคือ stereotype อย่างที่เราคาดหวังว่าจะเจอมากเกินไป จนทำให้เราเห็นนักข่าว ทนาย บ.ก. ตำรวจ เป็นต้น เป็นตัวแสดงที่ปะทะกัน แทนที่จะเห็นฟีรมีนู เฟอร์นันดู หรือจ่าซิลวา พูดว่า ไม่มีอะไรในฟีรมีนูที่ทำให้เราเชื่อว่า นักข่าวคนอื่นทำไม่ได้นะ ต้องฟีรมีนูเท่านั้น เป็นต้น แน่นอน เราใช้สิ่งนี้เป็นเกณฑ์ที่เป็นธรรมไม่ได้ มันถึงเป็นอคติไงครับ นอกจากนี้ ยังรู้สึกว่าน้ำหนักของทนายและบทสนทนาเข้าใจยากของเขา ก็มากไป

ผมให้
เบียร์สิงห์ให้




 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 12 ธันวาคม 2556 23:29:16 น.
Counter : 1267 Pageviews.  

The Tyranny of Choice



วิจารณ์ ideology of choice ได้น่าสนใจ ถึงแม้เนื้อหาส่วนใหญ่จะพยายามอธิบายในกรอบจิตวิเคราะห์ของลากอง เนื่องจากจริตส่วนตัว ผมมีปัญหากับวิธีคิดของลากอง จึงไม่ค่อยเข้าใจนักเมื่อเรื่องเล่าแต่ละเรื่อง แต่ละประเด็นของผู้เขียนถูกโยงเข้ามาในมิตินี้ ไม่ใช่คำอธิบายของลากองฟังดูไม่ดีหรอกนะครับ แต่คำอธิบายเหล่านั้นจะเบสบน axioms บางอย่างที่ชวนสงสัย และมีเหตุผลพอให้สงสัย ตัวอย่างหนึ่ง ตอนผู้เขียนอธิบาย "การเลือก" ผ่านสายตาคนอื่น (ซึ่งนี่เป็นปรากฏการณ์หรือพฤติกรรมที่ยอมรับได้ง่าย ว่าจริง และการยอมรับได้ง่ายนี้ ผมว่า เป็นเพราะทุกคนมีประสบการณ์ร่วมของการเลือกผ่านสายตาคนอื่นด้วยกันทั้งสิ้น ... ทีนี้ ผู้เขียนอธิบาย) ผ่านภาวะขาด jouissance ซึ่งได้เกิดขึ้นทันทีที่เด็กรู้จักใช้ภาษา และการขาดนี้ ทำให้เราต้องหาทางเอามันกลับมา jouissance จึงสัมพันธ์กับแรงผลักดันของพฤติกรรม เป็นสิ่งที่ทำให้ความปรารถนาของเราดำรงอยู่ เราจึงค้นหาสิ่งต่าง ๆ ด้วยความหวังว่ามันจะชดเชย jouissance ที่หายไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เรามักจะไม่พอใจกับทางเลือกของเราอยู่เสมอ แต่กลับรู้สึกว่าบรรดาชาวบ้านนะ เค้าได้รับ jouissance ที่เราตามหาอยู่นี่นา อันนำไปสู่ความอิจฉา ริษยา จากนั้นก็โยงความคิดเรื่อง the Big Other ก่อนวกกลับมาจิกวาทกรรมทุนนิยมซึ่งสนับสนุน ideology of choice ที่อาจจะหลอกให้เราเชื่อว่า นี่เป็นหนทางสู่การดึง jouissance กลับมา สำหรับผม จริงอยู่ มันเป็นคำอธิบายที่ดูเป็นระบบ สวยงาม แต่ขณะเดียวกัน ทันทีที่เรายอมรับ axioms บางอย่างแล้ว ระบบการให้เหตุผลนั้นไม่เปิดโอกาสให้มีวิธีที่จะพิสูจน์ว่าผิดได้เลย

ประเด็นในหนังสือ: ideology of choice เมื่อกระจายสู่มิติต่าง ๆ แล้ว ดีจริงหรือ, ทำไมการมีตัวเลือกมากกลับทำให้เกิดความวิตกกังวลเพิ่มมากตาม, โฆษณาต่าง ๆ ที่แข่งกันบอกเราว่า จงเป็นตัวของเรา พร้อมเสนอทางเลือกอันมากมายสู่การเป็นตัวของเรา นั่นจะทำให้เราเป็นตัวของเราผ่านการเลือกจริงหรือ, hooking up ล่ะ การเอากันแบบไม่ผูกพันธ์ ใช่ผลพวงจาก ideology of choice รึเปล่า (แน่นอน คำตอบในหนังสือ คือ ใช่) แล้วมันดีหรือไม่ คำถามนี้ต่อเนื่องไปถึง การเลือกที่จะมีลูก เลือกที่จะมีลูกผ่านคนอื่น เป็นต้น คำถามหลังเชื่อมโยงกับปัญหาศีลธรรม นอกจากนี้ ยังครอบคลุมไปถึงทางเลือกที่ไม่ใช่ทางเลือก แต่ก็แสดงตัวออกมาในรูปของทางเลือก อย่างคนร้ายบอก "เอาเงินมา ไม่งั้นตาย" ใช่เขาเสนอตัวเลือกไหม หนังสือเล่มนี้สำรวจ ideology of choice และชวนคิดในประเด็นที่กล่าวมาได้ดี

1, 2

ผมให้




 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2556 23:22:03 น.
Counter : 3990 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.