creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

Gaysia



ดูชื่อรอง adventures in the queer east กับสีปกเหลืองสดใสรับตัวอักษรสีแดง เราก็คิดว่าเป็นแนว sex trip หน้าสารบัญมีชื่อ 7 ประเทศ อินโดนีเซีย ไทย จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย พม่า อินเดีย ก็ดูน่าสนใจ บทแรกพูดถึงโรงแรมที่แขกสามารถแก้ผ้าเดินไปเดินมากับย่าน cruising ในบาหลี คงใช่ล่ะ แต่เซ็กส์แฟนซีที่แอบคาดหวังจบลงแค่นั้นแหละครับ ถึงแม้ Law จะเขียนด้วยสไตล์และสำนวนสนุกสนาน อ่านไปอมยิ้มไป แต่ประเด็นที่เขาสัมภาษณ์และเก็บข้อมูลมาเล่า ล้วนเป็นเรื่องเครียดจริงจัง พูดถึงการประกวดทิฟฟานี่และผ่าตัดแปลงเพศ สภาพกดดันทางวัฒนธรรมในไทย การแต่งงานหลอกพ่อแม่ สร้างครอบครัวปลอมของคู่เกย์เลสเบี้ยนในจีน แดรกควีนเซเลบที่มีตัวตนเฉพาะบนทีวี ซึ่งไม่มีใครเชื่อว่ามีตัวตนแบบนั้นอยู่จริงหรอกของญี่ปุ่น โบสถ์คริสต์ และศูนย์วิจัยอะไรสักอย่างของมุสลิมที่เชื่อว่าเกย์เป็นความผิดปกติ หรือถูกครอบงำโดยวิญญาณชั่วร้าย สามารถรักษาให้หายได้ในมาเลเซีย ความยากจน (อัตราบริการทางเพศของผู้ชายในย่างกุ้งเริ่มต้นที่ 60 เซนต์ยูเอสต่อชั่วโมง!) และการแพร่ระบาดระดับรุนแรงของ HIV การขาดความรู้ ขาดยาต้านไวรัสในพม่า การต่อสู้เพื่อล้มมาตรา 377 ของอินเดีย พอลบภาพ sex trip ออกไป คุณว่าหนังสือที่พูดเรื่องซีเรียสเหล่านี้แบบเบา ๆ ภาษาเฮฮา ไม่ใส่น้ำเสียงตัดสินถูกผิดจนออกนอกหน้า น่าสนใจไหม สำหรับผม มันเกือบเป็นงานวิชาการเชิงสำรวจภาคสนามที่ตัดอ้างอิงทิ้ง ไม่ซ่อนประธานผ่านประโยคกรรมวาจก ลบศัพท์แสงอย่าง identity alterity หรือคำที่มี pre- de- ex- ฯลฯ เป็นอุปสรรค ประมาณนั้น

ผมให้




 

Create Date : 16 กันยายน 2557    
Last Update : 16 กันยายน 2557 12:56:54 น.
Counter : 846 Pageviews.  

Colorless Tsukuru Tazaki and His Years of Pilgrimage



บอกตามตรง เดิมทีไม่คิดจะอ่านเรื่องนี้เลยนะฮะ อย่างน้อยก็ไม่คิดจะอ่านระหว่างช่วงกระแสหนังสือแปลวางขาย จนกระทั่ง เห็นคนเอาบางตอนระหว่างสึคุรุกับไฮดะมาโปรย ท่อนที่ตัดมานั้นดูโรแมนติกนิด ๆ วายหน่อย ๆ ทำกับข้าวให้กิน อร่อยเสียด้วย ฟังเพลง คุยปรัชญา นอนบนโซฟาหน้าห้อง เล่าเรื่องแปลก ๆ กลางป่าของพ่อกับนักเปียโนผู้เชื่อว่าตัวเองใกล้ตาย เราหลงกล ก็กดซื้อผ่านคินเดิ้ลทันที (เรื่องตลกคือ ถ้าจะสั่งหนังสือเป็นเล่มผ่านแอมะซอน.เจแปน ตอนช่วงเดือนสิงหาคมที่เพื่อน ๆ ในไทยโพสต์รูปกันสนุกสนานนั้น ที่นี่ต้องรอชิปปิ้งถึง 2 สัปดาห์!) เสน่ห์งานของมุระกะมิอย่างหนึ่งคือ อ่านแล้ววางยาก ยกเว้นมันจะหนามากอย่าง 1Q84 (ซึ่งก็ไม่ใช่วางเพราะไม่สนุก เพราะหนานั่นแหละ) ระหว่างไฮดะกับสึคุรุอาจไม่มีอะไรในกอไผ่ หรืออาจแค่เรื่องน้ำแตกแล้วแยกทาง แต่ก็ทิ้งรอยสำคัญทั้งบนปก ผ่านชื่อชุดเพลงเดี่ยวเปียโนของลิซท์ และในใจของสึคุรุ ซึ่งรอยนี่ไม่ได้จางไปกว่ารอยจากเพื่อน ๆ สมัยมัธยมที่มีสีทั้ง 4 คน เราไม่แน่ใจว่า คนอื่นอ่านจะอ่านแล้วเห็นสึคุรุคนไหน เหงา โดดเดี่ยว ว่างเปล่า ว่างเปล่าอย่างที่เขาชอบพูดว่าตัวเองว่างเปล่าแบบที่พอมีใครเข้ามาเห็นว่าเขาว่างเปล่าก็จะตีตัวออกห่างไป สึคุรุผู้มีปมถูกเพื่อนตัดจากกลุ่ม สำหรับเรา สึคุรุเป็นตัวละครที่น่าอิจฉา เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง หากไม่ผูกตัวเองไว้กับปมที่ว่านั่นนานถึงสิบหกปี มันเป็นตัวละครที่มีสิทธิเลือกมาโดยตลอด ความเหงาหรือว่างเปล่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากสิ่งที่มันเลือกนั่นแหละ เสือกเลือกเองแล้วอ้างบาดแผลว่าไม่หายสักที นี่ก็เพราะไม่ยอมทำให้มันหายเองอีก ประเด็นคือ คนที่ปิดตัวเองขนาดนั้นแล้วอยู่รอดแบบสบาย ๆ ก้าวหน้าในฐานะวิศวกรก่อสร้างสถานีรถไฟตามความฝันตอนเด็ก ๆ อยากไปไหนก็ไปได้ นี่ถ้าปัจจัยด้านอื่น ๆ ไม่พร้อม ไม่รอดนะฮะ ฉะนั้นโดยพื้นฐานแล้ว สึคุรุเป็นตัวละครที่น่าอิจฉา หลังจากทยอยเคลียร์ปัญหาในอดีตตามคำเชียร์ของแฟนสาว เรารู้สึกว่า องค์ประกอบหนึ่งที่กลับคืนมาสู่จิตวิญญาณของเขา (ซึ่งเชื่อว่าหายไปสิบหกปี) คือ passion (อ่านถึงบรรทัดนี้ โปรดนึกภาพเอลซ่าปล่อยพลังน้ำแข็งผ่านฝ่ามือ ร้อง let it go)

ผมให้




 

Create Date : 11 กันยายน 2557    
Last Update : 17 กันยายน 2557 8:14:14 น.
Counter : 1267 Pageviews.  

The Anatomy of Violence



ชื่อรอง The Biological Roots of Crime บอกทิศทางของหนังสือได้ชัดครับ ผู้เขียนนำเสนอภาพรวมของงานวิจัย (ส่วนใหญ่เป็นของแกเอง) เกี่ยวกับพฤติกรรมต่อต้านสังคม การใช้ความรุนแรง อาชญากรรม ความคิดจิตใจของอาชญากร ทั้งในเชิงจิตวิทยาและประสาทวิทยาศาสตร์ เพื่อบอกข้อความสำคัญแก่เราว่า ฐานของมันอยู่ที่สมอง เมล็ดพันธุ์แห่งความชั่วร้ายถูกฝังไว้ที่สมองผ่านพันธุกรรม และสภาพแวดล้อม อาทิ อาหารการกิน วิธีเลี้ยงดู อุบัติเหตุ พฤติกรรมของแม่และคนรอบข้าง ต่าง ๆ นานา นั่นหมายความว่า ปัจจัยสู่การเป็นฆาตกรถูกสร้างตั้งแต่ก่อนเขาเกิด แต่ก็แน่นอนนะ นี่เป็นคนละอย่างกับการพูดว่า คนที่มีปัจจัยพร้อมเหล่านั้น เมื่อโตขึ้นมา จะต้องประกอบอาชญากรรม เพราะหลังจากที่ผู้เขียนพูดแยกรากแห่งความรุนแรงจากยีน จากการทำงานผิดปกติของสมอง (ซึ่งอาจผิดปกติมาตั้งแต่ก่อนเกิดจากแม่ที่ติดเหล้าหรือสุบบุหรี่จัด เป็นต้น) จากสารอาหาร เช่น ขาดกรดไขมันโอเมก้า-3 (กินปลาน้อย ฯลฯ) แกก็พูดถึงความสัมพันธ์ที่ส่งผลกระทบถึงกันอย่างซับซ้อนระหว่างรากดังว่ากับสังคมอันจะนำไปสู่ความรุนแรง เนื้อหาเหล่านี้ถูกบรรยายอย่างละเอียดและเขียนอย่างดีเยี่ยมใน 8 บทแรก กรณีศึกษาเพียบ ตอนที่แกเล่าถึงฆาตกรบางตอน ให้อารมณ์ประมาณเจสัน กีเดี้ยน กำลังวิเคราะห์แรงจูงใจของคนร้ายใน Criminal Minds อ่านสนุกครับ

พอถึงบทที่ 9 ปมของเรื่องก็เข้าสู่ส่วนสำคัญของงานศึกษา เราจะอยากรู้ต้นกำเนิดของความรุนแรงไปทำไม ถ้าไม่ใช่เพื่อป้องกันการเกิดขึ้นของมัน บทนี้ ผู้เขียนเปิดด้วยผลงานระดับรางวัลสตอกโฮล์มของเดวิด โอลด์ส (เทียบเท่ากับรางวัลโนเบลสาขาอาชญวิทยา แกว่างั้น) ที่สามารถแทรกแซงคุณแม่กลุ่มทดลองจนกระทั่งลดค่าสถิติของพฤติกรรมต่อต้านสังคมในเด็กตอนที่มันโตขึ้นมาได้อย่างมีนัยสำคัญ

บทที่ 10 เป็นคำถามคลาสสิกว่าด้วยเจตจำนงเสรีทางปรัชญา มีตัวอย่างน่าสนใจหนึ่งคือ คุณ Oft ที่เราพบความสัมพันธ์เชิงเหตุกับผลลัพธ์อย่างชัดเจนระหว่างเนื้องอกในสมองกับพฤติกรรมหื่นใส่เด็ก กรณีนี้ แกเดาว่า ผู้อ่านหลายคนคงไม่เห็นด้วยกับที่แกสรุปว่า คุณ Oft จะต้องรับผิดชอบต่อพฤติกรรมดังกล่าว ผมคงอยู่ในกลุ่มผู้อ่านกลุ่มน้อยจากความคาดหมายของแกกระมัง เพราะผมเห็นด้วย ถึงแม้คุณ Oft จะไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากหื่นใส่เด็ก ผม (a compatibilist ?) ก็เห็นว่าเขาต้องรับผิดชอบอยู่ดี มันอาจฟังดูไม่ยุติธรรม และเป็นเรื่องที่เปราะบาง ประเด็นอ่อนไหวนี้ถูกขยายกึ่งนิยายวิทยาศาสตร์ในบทสุดท้าย ลองนึกถึงหนังนัวร์อเมริกันสมัยใหม่อย่าง Minority Report คุณคิดยังไง หากเรามีวิทยาการที่สามารถทำนายได้อย่างแม่นยำว่าคนไหนกำลังจะเป็นฆาตกร เราควรจับเขาขังเสียก่อนดีไหมครับ

ตัวอย่าง

ผมให้




 

Create Date : 05 กันยายน 2557    
Last Update : 5 กันยายน 2557 15:04:33 น.
Counter : 990 Pageviews.  

ชายหนุ่มผู้ถอนตัวจากโลก (Herr Jensen steigt aus)



นิยายขนาดสั้นที่สามารถอ่านจบได้บนรถไฟ ถ้าเริ่มจากจดหมายในมือของคุณเยนเซนที่คิตะคิวชู ก็จะจบถอดป้ายชื่อหน้าประตูห้องแถว ๆ เกียวโต เรื่องนี้พูดถึงชีวิตและความคิดของตัวละครเอก คุณเยนเซน ผู้ค่อย ๆ ถอนตัวจากโลกหลังถูกไล่ออกจากงาน โครงเรื่องดูหม่น มืดมน ถึงขั้นเห็นจุดจบดำสนิท กระนั้น น้ำเสียงที่ผู้เขียนเขียนบรรยายความคิดของเขาต่อโลกกลับทำให้เรารู้สึกว่าเป็นแบบเสียดสีอย่างมีอารมณ์ขัน เราไม่คิดว่าหนังสือมีจุดแข็งที่การวิจารณ์กรอบบางอย่างซึ่งควบคุมปัจเจก คุณเยนเซนไม่ได้โยนทีวีทิ้งเพราะเกิดพุทธิปัญญาตาสว่างขึ้นมา แล้วมองเห็นโซ่ตรวนที่ล่ามเขาไว้กับสังคม เราไม่เชื่อว่าเยนเซนมีความสุข และไม่คิดว่าสิ่งที่เขาทำคือการแสวงหาชีวิตที่สงบเรียบง่าย มันก็แค่เหนื่อย และไม่รู้ว่าจะรับมือต่อไปกับชีวิตยังไง พอไม่รู้วิธีเดินในโลกที่ไม่รู้จัก มันก็เลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่คิดว่ารู้จัก แล้วไงล่ะ โลกก็ค่อย ๆ มีขนาดเล็กลง ๆ จากการที่รู้ว่าไม่รู้เพิ่มมากขึ้นเท่านั้นแหละ ส่วนความประณีตที่ผู้เขียนใส่ลงในความคิดของเยนเซนต่อสิ่งรอบตัวก็ไม่ได้ทำให้ตัวละครขี้แพ้กลายเป็นฮีโร่ขึ้นมา แค่ช่วยให้เราพลิกหน้ากระดาษติดตามอ่านเรื่องน่าเบื่อ ๆ ของมันได้จนจบ ถ้ามีคนอ่านแล้วพูดว่า เฮ้ยเจ๋งหวะถ้าโลกมีคนแบบคุณเยนเซนอยู่จริง เราพนันว่า ความชื่นชมของคนคนนั้นไม่มีน้ำหนักพอที่จะทำให้เขาอยากเจ๋งอย่างเยนเซนที่ชื่นชมนั่นหรอก

ผมให้




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2557    
Last Update : 29 สิงหาคม 2557 22:39:46 น.
Counter : 1221 Pageviews.  

ในสวนแปลกหน้า (In fremden Gärten)



เรื่องสั้นในเล่มน่าสนใจครับ แต่ไม่ประทับใจ คำ โครงสร้าง และสำนวนแปลไทยเลย ยิ่งอ่านคำตามของผู้แปล ที่ว่า "สตัมได้ผสานกรอบของเรื่องสั้นให้เข้ากับเนื้อหาที่เขาต้องการบอกเล่าอย่างเรียบเนียนด้วยภาษาที่เรียบง่ายสอดคล้องกัน ประโยคส่วนใหญ่เป็นประโยคหลักที่ไม่ซับซ้อน ปราศจากคำฟุ่มเฟือย เลี่ยงการใช้คำคุณศัพท์สวิงสวาย" (สวิงสวายเอามาใช้เป็นคำคุณศัพท์ขยายคำว่า "คำคุณศัพท์" ผมรู้สึกว่ามันค่อนข้างสวิงสวาย) ก็ยิ่งไม่ชอบในสำนวนนะ เพราะประโยคภาษาไทยที่ใช้หลายแห่งสวนทางกับข้อความคำตามนั้น และเป็นภาษาที่ไม่เรียบง่าย ไม่สอดคล้อง อาทิ "แสดงว่าเขาจ้องดูเธอไม่" "เขามีปลาเฮริงในซอสผงกะหรี่ติดมาด้วย" "ใยจึงไม่หยุดวิ่งเล่า" (ไย?) "ตบแต่งเชยๆ" (ตบแต่ง = ทำให้งาม, ทำให้งามแบบเชย ๆ ?!?, ตกแต่ง = ประดับ, ประดับแบบเชย ๆ) "และเพิ่งสังเกตว่าเขาไม่รู้ว่าเธอชอบกินอะไร" (การที่เพิ่งตระหนักว่าไม่รู้นี่เป็นกิจกรรมที่ต้องสังเกตหรือ?) "และเกือบโดนผู้หญิงคนหนึ่งที่บังเอิญขี่จักรยานผ่านมา" (ประโยคนี้ซับซ้อน และในสายตาผม ไม่สวย เพราะ "ที่บังเอิญ" ขยายผู้หญิงที่ขี่จักรยาน เพื่อสื่อว่า เธอขี่จักรยานผ่านมาโดยไม่ได้คาดหมาย คนที่ไม่ได้คาดหมายคือผู้บรรยายข้อความดังกล่าว แต่ตำแหน่งของคำว่า "ที่บังเอิญ" ถูกวางต่อท้าย "ผู้หญิงคนหนึ่ง" ทำให้อาจแปลว่า คนที่ไม่ได้คาดหมายคือเธอ เธอบังเอิญขี่จักรยานเหรอ) เมื่อมองข้ามความไม่ชอบในภาษาไทย ซึ่งเป็นอคติส่วนตัว แล้วเอาโลกที่ถูกสร้างจากเรื่องเล่ามาสร้างและเล่นซ้ำใหม่ในหัว ทุกเรื่องน่าสนใจและน่าประทับใจครับ

ผมอ่านเรื่องสั้นส่วนใหญ่ในเล่มบนทันเดอร์เบิร์ดกับซะกุระตอนเดินทางไปคิตะคิวชู ภาพในหัวผสานกับวิวท้องทุ่ง ภูเขา อุโมงค์ ท้องฟ้า นอกหน้าต่าง ให้อารมณ์ที่น่าจดจำ

ผมให้




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2557    
Last Update : 29 สิงหาคม 2557 9:59:19 น.
Counter : 1203 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.