creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

มีศพฝังอยู่ใต้เท้าคุณซากุระโกะ (櫻子さんの足下には死体が埋まっている)



เป็นชุดเรื่องสั้นฆาตกรรมเบา ๆ เราชอบตรงที่ผู้เล่าเรื่องซึ่งเป็นเด็กหนุ่มมัธยมปลายไม่ใช่เป็นนักสืบคนคลี่คลายปริศนา แต่เป็นเบ้ข้างกายคุณหนูผู้หลงใหลกระดูกซึ่งใช้สติปัญญาเฉียบคมอ่านเกมต่าง ๆ ได้ขาด จุดเด่นคงไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อนซ่อนเงื่อนนะฮะสำหรับเรื่องนี้ เราเทใจให้กับการสร้างตัวละครที่มีมิติดึงดูด และชัด หลงรักได้ อ่านแบบผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียดมากเกินไป สนุกกำลังดี ชอบ

ผมให้




 

Create Date : 16 สิงหาคม 2560    
Last Update : 16 สิงหาคม 2560 21:42:19 น.
Counter : 609 Pageviews.  

Peak: How all of us can achieve extraordinary things



ใจความสำคัญง่าย ๆ ของหนังสือเล่มนี้คือ ไม่มีคนที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ หรือถ้ามีสิ่งที่อาจเทียบเคียงได้กับการเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ สิ่งนั้นก็มีผลกระทบเพียงน้อยนิดต่อผลสำเร็จในอนาคต ความจำที่เป็นเลิศจนดูเหมือนเหนือมนุษย์ เกิดจากการฝึก ความสามารถที่เรียกว่า perfect pitch เกิดจากการฝึก Child prodigies ไม่ว่าจะสาขาไหน ก็เกิดจากการฝึก ซ้ำยังเป็นการฝึกฝนที่เจ็บปวด อันที่จริงงานชิ้นหนึ่งของ Ericsson ร่วมกับ Krampe และ Tesch-Roemer ซึ่งศึกษานักเรียนไวโอลินในแบร์ลินในปี 1993 ว่าด้วย expert performers ได้ถูกทำให้เป็นที่สนใจแก่บุคคลนอกโลกวิชาการผ่านหนังสือ Outliners ของ Gladwell และ Gladwell ได้เสนอ กฎ 10,000 ชั่วโมง พูดว่า ถ้าอยากเป็น expert ในด้านใด ให้ฝึกฝน 10,000 ชั่วโมง ในหนังสือเล่มนี้ Ericsson โจมตีว่ากฎดังกล่าวอาจชวนคนอ่านให้เข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อความที่เขาอยากนำเสนอ ประเด็นของ Ericsson คือ การฝึกฝนนั้นอาจไม่นำไปสู่ความเชี่ยวชาญก็ได้ถ้าการฝึกฝนดังกล่าวเป็นเพียงแค่การทำซ้ำ ๆ ที่ไม่ใช่ deliberate practice ซึ่งเป็นคำสัญของหนังสือ

Ericsson แบ่ง practice เป็น 3 แบบ คือ naive pratice, purposeful practice และ deliberate practice โดยทั่วไปในการสร้าง skill ใหม่ ๆ นั้นเราก็เริ่มจากเรียนรู้และฝึกฝนจนกระทั่งสามารถแสดงทักษะนั้นได้อย่างเป็นอัตโนมัติในระดับที่ยอมรับได้ วิธีทีเรียกว่า naive pratice เพียงพอที่จะทำให้เกิดทักษะในระดับแสดงออกได้อย่างอัตโนมัติ และเมื่อถึงระดับนี้แล้ว ถึงแม้เราจะฝึกฝนผ่านการทำซ้ำแบบเดิมต่อไปอีก Ericsson บอกว่าก็แทบไม่ช่วยให้เกิด improvement อันที่จริง performance ลดลงด้วยซ้ำ ตัวอย่างหนึ่งที่หนังสือยกมาประกอบคือการศึกษา performance ของแพทย์ที่มีประสบการณ์มาก ๆ ที่มักจะตกลงต่ำกว่า performance ของแพทย์ที่มีประสบการณ์เพิ่งผ่านจุดอิ่มตัวของทักษะอันนั้นมาไม่นาน และถ้าเราอยากพัฒนาทักษะให้ก้าวหน้าไปกว่าระดับที่ยอมรับได้ เราจำเป็นต้องใช้ purposeful practice ซึ่งประกอบด้วยลักษณะคือ 1. มี well-defined, specific goal ตัวอย่าง เป้าหมายไม่ใช่กว้าง ๆ ว่าตีปิงปองได้ดี แต่เจาะจงว่าการฝึกนี้เพื่อฝึกให้ตี topspin ได้ดี, 2. ต้องโฟกัส มันไม่ใช่การฝึกเพื่อความสนุกสนานอีกต่อไป, 3. ต้องออกจาก comfort zone ของตัวเอง บางทีการจะทำให้ทะลุผ่านจุดตันไม่ใช่ try harder แต่ try differently และ 4. การฝึกฝนจำเป็นต้องได้รับ feedback เพื่อให้รู้ว่าไปถูกหรือผิดทาง ... แต่กระนั้น Ericsson ยังว่า purposeful practice นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ถ้าเราอยาก 'achieve extraordinary things' เราต้องใช้ deliberate practice อันมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนา mental structure หรือเพื่อสร้าง mental representation ที่เกี่ยวเนื่องกับทักษะนั้น ๆ ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากลักษณะ adaptability ของสมองมนุษย์ (ตัวอย่างสนับสนุนที่ Ericsson ยกมาเล่าคือขนาดของ hippocampus ของคนขับ taxi ที่ได้รับใบอนุญาตในลอนดอน) อันที่จริงแล้ว deliberate practice ก็คือ purposeful practice ที่มีจุดแตกต่างเพิ่มขึ้นมาสองเรื่อง คือ 1. มันใช้ได้กับทักษะที่ถูกพัฒนามายาวนานแล้ว พูดง่าย ๆ คือ มีคนรู้วิธีที่จะแสดงทักษะอันนั้นอย่างดีแล้ว และ 2. ต้องมีครูที่สามารถออกแบบการสอนเพื่อพัฒนาทักษะที่เข้ากันกับผู้เรียน พี่น้อง Polgar และคุณพ่อคุณแม่ของพวกเธอถูกใช้เป็นตัวอย่างที่ดีตัวอย่างหนึ่งในเรื่องนี้

หนังสืออ่านเพลินฮะ

ผมให้




 

Create Date : 16 สิงหาคม 2560    
Last Update : 16 สิงหาคม 2560 9:28:46 น.
Counter : 1038 Pageviews.  

ยิ่งหิวยิ่งอายุยืน



หนังสือพูดถึงการปล่อยให้ท้องหิว กินเมื่อท้องร้อง ช่วยให้สุขภาพดี อายุยืนยาว อันที่จริงอายุยืนยาวไม่เชิงเป็นจุดมุ่งหมายโดยตรงของเราสักเท่าไร แต่ก็อยากอายุยืนนั่นแหละ หนังสือพูดถึงกิจกรรมที่ใช้พลังงานจากไขมันกับจากน้ำตาล คุณงามความดีของการปล่อยให้หิว เขียนอ่านสนุก แล้วเราก็เชื่อที่เขาเขียนนะ คือมีช่วงหนึ่งที่น้ำหนักลดจากเกือบ 90 มาอยู่ 63 ในระยะเวลาน้อยกว่า 1 ปีนิดหน่อย โดยไม่ได้ออกกำลังอะไรมากมาย ไม่มีหายใจหอบ ยกเว้นตอนปั่นจักรยานขึ้นดอยดึก ๆ คนเดียว เพราะกลัวผี เป็นปีที่นอนเยอะ เป็นปีที่บังเอิญว่ากินแป้งกับน้ำตาลน้อย และชอบใส่เสื้อบาง ๆ ในฤดูหนาว เปิดฮีตเตอร์ไม่ถึง 2 ครั้ง แถมแง้มประตูรับอากาศเย็นเข้าห้องตลอดเวลา อาบน้ำร้อน แต่จบด้วยน้ำเย็น มันพ้องกับสิ่งที่เขาเขียน อ่านแล้วก็เลยเชื่อ

ผมให้




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2560    
Last Update : 9 สิงหาคม 2560 22:49:42 น.
Counter : 664 Pageviews.  

วิชาการในฐานะอาชีพ (Scholarship as a Vocation)



บทในส่วนของ Weber ที่ว่าด้วยคุณค่า ความหมาย และลักษณะเฉพาะของงานวิชาการ รวมถึงคุณลักษณะของการเป็นนักวิชาการ นั้นโอเคนะ อ่านได้เพลิน ๆ ฮะ แต่บทนำกับบทตามนี่ ไม่ไหวแฮะ ถ้าเป็นละคร เราก็รำคาญ ไม่รู้จะ flashback อะไรมากมายขนาดนั้น ข้อความห่างกันในเชิงความหนาของหน้ากระดาษแค่ไม่กี่มิลลิเมตร ทำให้รู้สึกเหมือนใส่มาให้เต็ม ๆ ทำให้หนังสือหนา ๆ อันที่จริง กินพื้นที่มากกว่าพื้นที่วิชาการในฐานะอาชีพเองเสียอีก ทีนี้ ก็พยายามเหลือเกินที่จะเขียนให้เป็นวิชาการในสไตล์ ธอร์ บุตรแห่งโอดิน หรืออารากอร์น ทายาทของอิสซิลดูร์ เวเบอร์ไม่เชื่อ xxx เหมือนเฮเกล xxx เหมือนคองส์ xxx เรามองไม่เห็นประโยชน์อื่นนอกจากความรวยโวหารในการเขียนแบบนี้ เพราะจนแล้วจนรอด คนอ่านโง่ ๆ อย่างเราก็ไม่เข้าใจว่า xxx คืออะไร นอกจากถูกพ่นใส่ด้วยคำเฉพาะที่ไม่รู้หรือไม่มั่นใจในความหมายของมัน แถมบางประโยคก็เวิ่นเหลือเกิน ตัวอย่าง แต่มันก็สามารถทำให้เกิดการค้นพบความรู้เชิงพรรณาที่ไม่ใช่ความรู้เชิงปทัสถานที่มีโอกาสบรรลุถึงความเป็นภววิสัยได้ อันนี้ก็เหมือนพูดว่า เฮรูกริมคือดาบที่ไม่ใช่ดอกกุหลาบ ส่วนตัวนะ อ่านแล้วไม่ประทับใจ เราคงไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของหนังสือเล่มนี้

ผมให้




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2560    
Last Update : 9 สิงหาคม 2560 22:47:57 น.
Counter : 745 Pageviews.  

Sleeping Giants



เด็กหญิงคนหนึ่งตกลงไปในหลุม ทำให้เจอมือของหุ่นยักษ์ซึ่งซุกซ่อนอยู่ใต้ผิวดินมานานหลายพันปี โตขึ้นมา เธอก็ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์หัวหน้าโครงการรวบรวมชิ้นส่วนหุ่นยักษ์ดังกล่าว ซึ่งถูกแยกชิ้นกระจัดกระจายตามจุดต่าง ๆ ทั่วโลก และหาทางทำให้หุ่นกลับมาทำงานได้อีกครั้ง ใครเป็นคนสร้างหุ่นนี่ขึ้นมา เอามาทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อไร และเพื่อจุดประสงค์อะไร อีกทั้งเทคโนโลยีก็ก้าวล้ำนำหน้าเทคโนโลยีปัจจุบันลิบลับ แถมเรื่องนี้ยังเกี่ยวพันกับเทพปกรณัมกรีกในยุคทอง ไททัน (และหุ่นยนต์ตัวนั้นอาจจะเป็นทีมิสลูกของอูรานอสกับไกอา) พล็อตไซไฟน่าสนใจ วิธีการเล่าแบบให้อ่านผ่านบทสัมภาษณ์ก็น่าสนใจ เกือบจะพูดว่าชอบได้นะ แต่มีจุดที่ไม่ชอบจุดใหญ่อยู่จุดหนึ่ง ไม่ชอบตรงที่มันเป็นบทสัมภาษณ์ทั้งเล่มนี่แหละ ทำให้เรื่องดูแห้งเกินไป คนอ่านถูกกีดกันออกจากโลกของเรื่องเล่าอย่างสิ้นเชิง สไตล์แบบนี้ทำลายการเกิดประสบการณ์ร่วมกับตัวละคร และคนสัมภาษณ์ซึ่งเราไม่รู้ว่าเป็นใครแต่หมายรู้มันได้ด้วยอักษรตัวหนา มันคงเป็นคนนั่นแหละ แต่เราว่า ถ้าจับไปทำทัวริงเทส นางตกนะ และนี่เป็น charactor ที่เด่น เด่นกว่าหุ่นยนต์ไททันเสียอีก รูปแบบของเรื่องเล่าที่ดึงให้คนอ่านให้ออกห่างจากเรื่องเล่าอยู่แล้วก็ยิ่งถูกดึงให้ออกนอกเส้นทางด้วยลักษณะของคุณอักษรตัวหนาที่ไม่ผ่านแบบทดสอบทัวริงไปกันใหญ่ ... ยังให้เวลาตัวเองตัดสินใจว่าจะต่อด้วย waking gods ดีมั้ย

ผมให้




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2560    
Last Update : 20 มิถุนายน 2560 20:37:39 น.
Counter : 757 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.