creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

The Helmet of Horror



ดูเหมือนมีตัวละคร 8 ตัวที่เราสามารถเรียกขานได้เพียงชื่อปลอมที่ใช้ในห้องแชท ประกอบด้วย Adriadne, Organizm(-:, Romeo-y-Cohiba, Nutscracker, Monstradamus, IsoldA, UGLI 666 และ Sartrik (ตอนก่อนจบมี Theseus กับ TheZeus โผล่มาสั้น ๆ) ต่างคนต่างตื่นขึ้นมาในห้องประหลาด ถูกขัง จำไม่ได้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร มีมอนิเตอร์ คีย์บอร์ด กับห้องแชทที่ Adriadne สร้างทิ้งเอาไว้พร้อมข้อความ "I shall construct a labyrinth in which I can lose myself, together with anyone who tries to find me―who said this and about what?" แวบแรก เมื่อมองภาพรวมของคนที่เข้ามาในห้องแชท Pelevin ชวนให้เรานึกถึงความคิดทางปรัชญาความคิดหนึ่ง solipsism คุณมั่นใจได้อย่างไรว่าคนอื่นที่อ้างว่า exist นั้นแท้ที่จริงแล้ว exist ตามที่มันอ้าง เพราะทุกคนรับรู้และเชื่อในการมีอยู่ของคนอื่นผ่านข้อความแชท หรือว่าตามมุมมองของ epistemology เราเชื่อมั่นในความรู้ที่อยู่นอกจิตใจของเราได้หรือ จิตใจของผู้อื่นอาจไม่สามารถดำรงอยู่ภายนอกจิตใจของเรา นี่เป็นประเด็นหนึ่ง เรื่องที่ Pelevin เล่นใน The Helmet of Horror ไม่หยุดอยู่แค่ solipsism ทุกคนออกนอกห้องไปสำรวจสถานที่โดยรอบ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในรูปแบบของเขาวงกตแบบใดแบบหนึ่ง บางคนออกไปผ่านความฝัน บางคนยืนยันว่าเดินออกไปผ่านประตูทางกายภาพ บางคนออกไปผ่านจอมอนิเตอร์ แต่ละคนมีวิธีสร้างความรู้จากการสำรวจแตกต่างกันไป ใช้อดีตเป็นตัวตัดสินปัจจุบัน (ทำให้นักวิจารณ์บางคนตีความว่า หัวใจของเรื่องคือเรื่องของความทรงจำ หากสนใจ ลองดูบทความ Theseus Loses his Way: Viktor Pelevin’s Helmet of Horror and the Old Labyrinth for the New World ของ Alison Traweek แห่ง University of Pennsylvania) แต่ละคนใช้เครื่องมือไม่เหมือนกัน บางคนใช้ตรรกะและปรัชญา บ้างวิทยาศาสตร์ บ้างวาทกรรม บ้างศาสนา เพื่อบรรยายเขาวงกตที่เจอมา ด้วยความหวังว่ามันจะพาเราหลุดพ้นออกไปได้ จุดนี้ Pelevin ตอกย้ำความเป็นขยะของข้อมูลทั้งหมดอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการทำให้ผู้อ่าน (อย่างน้อย ฉันหนึ่งคนล่ะ) อดสงสัยไม่ได้ว่า อ่านเหี้ยอะไรอยู่เนี่ย งงและสับสนไปหมด ฉะนั้น ในมุมหนึ่ง ปริมาณข้อมูลจากหลากหลายเครื่องมือจำนวนมาก โดยตัวของมันเองก็เป็นเขาวงกต และอาจไม่นำพาเราไปสู่จุดไหนเลย

ผมเขียนประโยคแรกจากย่อหน้าที่แล้วว่าดูเหมือนมีตัวละคร 8 ตัวใช่มั้ยครับ พออ่านจบ จึงเข้าใจว่ามีตัวที่ 9, ผม คุณ เรา คนอ่าน เป็นตัวละครผู้เลือกที่จะนั่งอ่านข้อความเลื่อนขึ้น ๆ บนมอนิเตอร์อย่างเงียบ ๆ ยอมรับของขวัญที่ Minotaur มอบให้ ในห้องที่ประหลาด ถูกขัง และจำไม่ได้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

ผมให้




 

Create Date : 05 เมษายน 2558    
Last Update : 5 เมษายน 2558 12:56:36 น.
Counter : 845 Pageviews.  

Mrs Fox



ในมุมมองของเรา Mrs Fox เปรียบได้กับ The Metamorphosis ของ Kafka ที่แทนที่จะพูดถึงความพยายามปรับตัวของตัวผู้กลายร่าง อย่างในกรณีของ Kafka คือ Gregor Samsa ที่กลายเป็นแมลงยักษ์ หรือในกรณีของ Hall คือ Sophia ที่กลายเป็นสุนัขจิ้งจอก กลับพูดถึงความพยายามปรับตัวของคนรอบข้างแทน คำถามของ Hall คือ ในกรณีเช่นนี้ สามีเห็นภรรยาสุดที่รักกลายไปเป็นสุนัขจิ้งจอกต่อหน้าต่อตาอย่างไม่อาจทำความเข้าใจได้ เขาจะทำอย่างไร เขาจะเปลี่ยนไปมั้ย โดยไม่พูดถึงเลยว่า Sophia ล่ะ จะเป็นไง เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ระหว่าง Sophia ที่เป็นคนกับจิ้งจอก นางไหนคือตัวจริงมากกว่ากัน นางไหนมีความสุขมากกว่ากัน การตีความเป็นพื้นที่ของคนอ่านครับ ภาษาที่ Hall ใช้งดงาม หลายท่อนมีสัมผัสอย่างกับบทกวี

ผมให้




 

Create Date : 03 เมษายน 2558    
Last Update : 3 เมษายน 2558 0:38:09 น.
Counter : 865 Pageviews.  

แมวผี



เมื่อคืน เบียร์สิงห์ยื่นเรื่องสั้นแมวผีของแดนอรัญมาให้อ่าน (กรุณาผันเสียงเหน่อเอาเอง เพราะฉันไม่เก่งในรูปอักขระที่รักษาเสียงแข็งโป๊กอย่างผู้เขียน, วรรณกรรมที่ต้องออกเสียงด้วยภาษาถิ่น และไม่ทำร้ายจังหวะการอ่าน ฉันชอบสรรพลี้หวน ไม่เห็นว่าเขาต้องผันรูป "ผีแหน" เป็น "พี่แฮ่น" เพื่อที่จะใช้มันระบุ size ของเมือง หรือผันรูป "หนีหัง" เป็น "นี่ฮั่ง" เพื่อระบุ texture เป็นต้น แต่ก็ยังรักษาอารมณ์ขันและกวนตีนเอาไว้ได้, นั่นคือ เรายอมให้คำ "ดุกลอ" ใน "นอนเป็นทุกข์ดุกลอ..." แทนเสียงที่ดิ้นได้, แต่เราก็ไม่ปฏิเสธว่า "ก๊อข้ามันเหน้อ ๆ หม่าตั๊งแต้อ้อนแต้อ้อกเสี่ยแล้วนี่ อู้แว๊อู้แว๊อ้อกมาก๊อเหน้อเลย เหมื่อนกั่นไป่หมดทุ้กข่นแหละจ้ะ" เป็นประโยคที่สนุก มีสีสัน โชว์พาว และเข้าท่า แต่ถ้ายาวไปก็เครียด โชคดีที่แมวผีมีความยาวแค่กำลังเริ่มเครียด ยาวกว่านี้ ฉันอ่านไม่จบ) ถึงเราจะไม่ใช่แฟนของเขา แต่ก็เป็นบวกกับงานของเขา โดยเฉพาะสำนวนแปลวิจิตรโฉบเฉี่ยว เฟี้ยว ที่ไม่ว่าจะเป็นงานของนักเขียนคนไหน ก็ถูกวิญญาณของแดนอรัญกลืนกินจนหมดสิ้น ก่อนคายออกมาเป็นงานชิ้นใหม่ เนื้อเรื่อง 80% ที่ว่าด้วยหนังกลางแปลงนี่ เราไม่ทัน ไม่เก็ต มิตร สมบัติ เพชรา อรัญญา สุพรรษา แต่เข้าใจว่ามันคงจะหยิกหยอกแบบขำ ๆ นี่จะแก่ไปไหนกัน จึงทำให้นึกภาพว่า แมวผีเป็นเรื่องที่ผูกติดไม่เพียงกับสเปซถิ่นที่อย่างเป็นรูปธรรมผ่านการใช้ "ข่อเรียนให้ซาบย้างนี้น่ะขะรับว้า" แต่ยังผูกติดกับกาลเวลาชนิดจะให้มันหลุดไปเล่าให้คนก่อนหน้าหรือหลังจากรุ่นมันที่อยู่ห่างออกไปสักหน่อยแล้วอิน นั้นยาก อย่างไรเสีย โดยรวม สนุก ไม่ผิดหวังจ้ะ

ตื่นขึ้นมาตอนเช้า เราถามเบียร์สิงห์ว่าให้กี่ดาว คำตอบ "ยังอ่านไม่จบ"

บ.ก. ที่ตรวจต้นฉบับนี่ (ถ้ามี) ต้องยอมรับล่ะ เพราะงานโคตรยาก กระนั้น ยังหลุด :)) หน้า 16 เแต่ข้าก๊อ ...

ผมให้




 

Create Date : 02 เมษายน 2558    
Last Update : 3 เมษายน 2558 22:38:47 น.
Counter : 868 Pageviews.  

Hello World



เป็นเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ว่าด้วยการค้นพบ first contact จากมนุษย์ต่างดาวผ่าน twitter ข้อความ "Hello world" ของโปรเฟสเซอร์ Corelli ซึ่งพอเปิดเผยออกมา ก็มีทั้งคนเชื่อและคนไม่เชื่อ งานนี้มีทั้งคนต่อต้านและคนอยากรู้อยากเห็น เรื่องถูกเล่าผ่านสายตาของตัวเอก หญิงสาวผู้อยากรู้อยากเห็น โปรเฟสเซอร์ Corelli อ้างว่า มนุษย์ต่างดาวกำลังศึกษาวัฒนธรรมของพวกเรา โครงสร้างทางสังคม เป็นต้น และพวกเขาวิเคราะห์พวกเราผ่านข้อความ twitter หลายร้อยล้านข้อความต่อวันนี่แหละ นับว่าเป็นโครงเรื่องที่น่าสนใจครับ และอยู่ในสเกลกำลังพอดีสำหรับเรื่องสั้น ผู้เขียนเล่าว่า ไอเดียที่ว่า ถ้าเราวิเคราะห์โครงข่าย twitter ดี ๆ อาจจะพบเรื่องประหลาด ๆ อย่างการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาว ได้แรงบันดาลใจมากจากบทความเผยแพร่ใน arXiv ของโปรเฟสเซอร์ฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมิชิแกนที่ใช้อินเทอร์เน็ตหาหลักฐานของคนเดินทางข้ามเวลา บทความ Searching the Internet for evidence of time travelers (ผลคือ negative นะฮะ) ถ้าเราใช้มันหาคนเดินทางข้ามเวลาได้ เราก็อาจใช้มันหาหลักฐานการมีตัวตนของมนุษย์ต่างดาวด้วยได้ นี่จุดประกายออกมาเป็นเรื่องในราคาเกือบ 3 ดอลล่าร์ให้เราได้อ่านกัน เพลินดีครับ

ผมให้




 

Create Date : 01 เมษายน 2558    
Last Update : 1 เมษายน 2558 23:41:16 น.
Counter : 695 Pageviews.  

The Old Equations



[เปิดเผยโครงเรื่องส่วนสำคัญ] เป็นเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์สไตล์ "what if" หรือ "จะเป็นอย่างไรถ้าโลกไม่เป็นอย่างที่มันเป็นเพราะเหตุการณ์บางอย่างในอดีตเปลี่ยนไป" เป็นเหตุการณ์ในปี 2193 ของ possible world ที่ไอน์สไตน์ตายระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 และไม่มีใครสนใจเปเปอร์เกี่ยวกับทฤษฎีสัมพัทธภาพของเขาเลย (Kerr บรรยายด้วยถ้อยคำ "a crackpot theoretical physicist from 200 years ago named Albert Einstein") ทำให้ตลอดสองร้อยปีของฟิสิกส์ขาดความคิดเกี่ยวกับสัมพัทธภาพไป ไม่รู้ว่าปริมาณเวลาเปลี่ยนไปตามกรอบอ้างอิง เป็นต้น เป็นโลกที่ก้าวหน้าด้วยควอนตัมฟิสิกส์ล้วน ๆ สามารถใช้ quantum entanglement เพื่อการสื่อสารทางไกลระหว่างโลกกับยานสำรวจอวกาศได้ (ทำยังไงก็ไม่รู้นะครับ แต่คงไม่ใช่แค่การส่ง information ผ่านการวัดสถานะทางควอนตัม เพราะคงติด no-go theorem) ในเรื่องนี้ เราได้อ่านเพียงข้อความสื่อสารระหว่างยานอวกาศซึ่งมีภารกิจ 10 ปี กับโลก แล้วเกิดเหตุการณ์ประหลาดเกี่ยวกับเวลาที่ไม่สอดคล้องกัน จนนำไปสู่การค้นพบว่าภารกิจยาวนานกว่าที่คิดไว้ตอนแรกเมื่อมองผ่านสายตาของคนบนโลก และสั้นกว่าเมื่อมองผ่านสายตาของยาน ประเด็นจึงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างสามี (บนยาน) ภรรยา (บนโลก) ที่เพิ่งรู้ความจริงข้อนี้

setting ที่ชวนให้เรานึก (นอกตัวบท) ถึงโลกที่ควอนตัมไม่ผ่านการทุบตีจากไอน์สไตน์โดยตัวของมันเอง ก็ท้าทายจินตนาการแล้ว

ผมให้




 

Create Date : 20 มีนาคม 2558    
Last Update : 20 มีนาคม 2558 9:06:02 น.
Counter : 871 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.