creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

Will You Be Alive 10 Years From Now?



น่าจะพูดได้ว่าเราเป็นแฟนหนังสือของ Paul J. Nahin เพราะในกลุ่มหนังสือเลขที่อ่านเพื่อความบันเทิง เรามีงานของอาจารย์เยอะสุด สำหรับเล่มนี้ เป็นภาคต่อของ Digital Dice ปัญหาความน่าจะเป็นที่อยู่ใกล้เคียงกับชีวิตประจำวัน ซึ่งหลายข้อต้องใช้ MATLAB ช่วยแก้ หรือไม่ ก็ช่วยยืนยันคำตอบ แต่ก็มีบางข้อที่ simulation ใช้การไม่ได้ โดยเฉพาะข้อที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่อาจยาวอนันต์ หนังสือมีปัญหาสนุก ๆ หลายข้อครับ ชื่อหนังสือก็เป็นปัญหาหนึ่งในนั้น เราเลือกข้อที่ไม่ยากบางข้อไปเล่นเป็น facebook ท่านที่สนใจก็ลองชมดูเป็นตัวอย่าง

1. https://www.facebook.com/photo.php?fbid=873739456040373
2. https://www.facebook.com/photo.php?fbid=873739316040387
3. https://www.facebook.com/photo.php?fbid=873731296041189
4. https://www.facebook.com/photo.php?fbid=873985279349124
5. https://www.facebook.com/photo.php?fbid=874352595979059
6. https://www.facebook.com/photo.php?fbid=874837922597193

ตัวอย่าง 6 นี่ก็คือแบบที่ไม่เหมาะกับ Monte Carlo และมีผู้เฉลยตัวเลขที่ถูกต้องใน comment แล้ว สำหรับเฉลยที่ละเอียดขึ้นมาอีกนิด (ตามที่มีผู้ขอมา) ดูจากกระดาษทดด้านล่าง



เล่มนี้อาจารย์ Nahin แอบกัด Marilyn vos Savant ตั้งแต่ต้นจนจบ, เป็นหนังสือที่อ่านสนุกครับ

ผมให้




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2558    
Last Update : 20 มิถุนายน 2558 10:40:52 น.
Counter : 925 Pageviews.  

รู้เห็นเป็นตาย (The Silent Girl)



เล่ม 8 สำหรับพากย์ไทยในนิยายฆาตกรรมสืบสวนชุดนี้ ความสนุกอยู่ในมาตรฐานเช่นเคย คุณภาพหนังสือที่น้ำพุทำก็อยู่ในระดับดีมีคุณภาพ มีทีมพิสูจน์อักษร 5 คนนี่ เข้าท่า ทีม บ.ก. อีก 4 รู้สึกอ่านลื่นไหลไม่สะดุด เป็นงานแปลคุณภาพเชียวล่ะ (เราไม่ได้พูดถึงแปลผิดหรือถูกนะ อันนั้นเราไม่รู้ ก็เพราะไม่มีอะไรสะดุดจนต้องตั้งข้อสงสัย) และน้ำพุก็ไล่เก็บนิยายชุดนี้จนจะทันเล่มล่าสุดในฉบับอังกฤษแล้ว แปลกใจหน่อย เมื่อเทียบกับลิสต์ The Sinner หายไป

ความที่ Gerritsen เป็นหมอและมีพื้นฐานมานุษยวิทยา เธอจึงเหมือนมี authority เวลาพูดถึงสิ่งที่อยู่ในโดเมน พล็อตเรื่องแม้จะดูเว่อร์ ๆ ไปบ้าง ไม่เว่อร์ก็คงไม่สนุกละนะ โดยเฉพาะในแง่ความประจวบเหมาะบังเอิญ แต่ก็ยังสมจริงในเรื่องความรู้สึกนึกคิด การอ้างเหตุผลที่กลมกลืนไม่ขัดกันเอง บทจะโหดก็โหด บทจะซึ้งก็ซึ้ง นี่เป็นจุดแข็ง

ผมให้




 

Create Date : 12 มิถุนายน 2558    
Last Update : 12 มิถุนายน 2558 18:05:00 น.
Counter : 1498 Pageviews.  

Mathematics and Chess



ชื่อหนังสือใช้ math นำหน้านะครับ เนื้อหาก็ math นำเช่นกัน สำหรับคนที่ชื่นชอบปริศนาหมากรุกสไตล์ Dudeney, Lloyd, Gardner หรือ Smullyan ก็พอมีให้เล่นบ้าง แต่ปัญหาส่วนใหญ่เป็นปัญหาเลข เลขคณิต ทฤษฎีความน่าจะเป็น คอมบินาทอริก กราฟ เรขาคณิต พีชคณิต ทอโปโลยี เป็นต้น ฉะนั้นหนังสือเหมาะสำหรับคนชอบเลขที่ชอบหมากรุก สำหรับคนที่ชอบหมากรุกแต่ไม่แน่ใจว่าชอบเลขด้วยหรือไม่ ก็ลองตัดสินใจจากตัวอย่างที่ผมเลือกมาบทละข้อสองข้อให้ชิมก็แล้วกัน

ตัวอย่างจากบทแรก พหุนามเรือของ Riordan เริ่มจาก จำนวนวิธีที่จะวางเรือ k ตัวบนกระดาน nxn ในแบบที่ไม่ให้เรือโจมตีกันเองสามารถวางได้ r_k = k!(C^n_k)^2 เมื่อ C^n_k เป็น binomial coefficient แล้ว Riordan นิยามพหุนามเรือ R_n(x) = sum_{k=0}^{n}{r_kx^k} ซึ่งเจ้าพหุนามนี้มีสมบัติที่น่าสนใจ 1. พหุนามเรือ 3 พจน์ที่ติดกันจะมีความสัมพันธ์ R_{n+1}(x) = [1+(2n+1)x]R_n(x)-n^2x^2R_{n-1}(x) (เราคงมองออกไม่ยากว่า R_0(x) = 1, R_1(x) = 1+x, เราก็สามารถใช้พวกมันสร้าง R_2(x) เป็นต้นไปได้) และ 2. สมบัติอีกประการคือ R'_n(x) = n^2R_{n-1}(x) คำถามข้อนี้ ให้พิสูจน์ว่าพหุนามเรือ R_n(x) ดีกรี n มีซีโร่ที่เป็นจำนวนจริงลบที่แตกต่างกัน n ตัว (คำใบ้คือ ใช้สมบัติ 1. และ 2. ช่วย)

ตัวอย่างจากบทที่สอง บทนี้จะเกี่ยวกับกระดาน เริ่มจากนิยามระยะเดินคือระยะห่างระหว่างจุดกึ่งกลางของช่องตั้งต้นกับช่องที่ไปหยุดเมื่อถือว่าช่องจัตุรัสยาวด้านละ 1 หน่วย เช่น ระยะเดินของม้าเท่ากับ sqrt(1^2 + 2^2) = sqrt(5) ระยะเดินของคิงอาจเป็น 1 หรือ sqrt(2) ทีนี้ เกมที่สั้นที่สุดคือเดินกันฝ่ายละ 2 ที 1. f4 e6 2. g4 Qh4+ และมีผลรวมระยะทางเท่ากับ 4 + 4*sqrt(2) ประมาณ 9.66 หน่วย เราพูดว่า เกมนี้เป็นเกมที่สั้นที่สุดในแง่ของเวลา แต่ยังไม่สั้นที่สุดในแง่ของระยะทาง มีเกมที่สั้นที่สุดในระยะทางอยู่ ให้หาเกมนั้น นั่นคือให้หาเกมที่ระยะทางรวมสั้นกว่า 9.66 หน่วย

ตัวอย่างจากบทที่สาม บทนี้สนใจเส้นทางเดินของหมาก จำนวนทีที่น้อยที่สุดที่ควีนเดินผ่านทุกช่อง เมื่อ 1. เดินผ่านช่องละ 1 ครั้งและเส้นทางเดินไม่ตัดกัน 2. ไม่มีข้อกำหนดใด ๆ

ตัวอย่างจากบทที่สี่ บทนี้เกี่ยวกับเรขาคณิต เป็นไปได้หรือไม่ที่จะวางหมาก 7 ตัวลงบนกระดาน 7x7 โดยที่ระยะห่างระหว่างหมากสองตัวใด ๆ ทั้งหมดแตกต่างกัน (อย่าเพิ่งคิดว่าง่ายจนกว่าจะเริ่มคิดนะฮะ)

ตัวอย่างจากบทที่ห้า คนที่ชอบแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหมากรุกน่าจะเคยเจอโจทย์แบบนี้ เอากระดานหมากรุกมาตัดช่องมุมทแยงออก 2 ช่อง แล้วถามว่าเอาโดมิโนที่มีขนาดเท่ากับช่องหมากรุก 2 ช่องจำนวน 31 ตัวมาวางทับได้มิดมั้ย (คำตอบคือไม่ได้ เพราะช่องมุม 2 ช่องเป็นสีเดียวกัน และเราสามารถพิสูจน์ได้ง่าย ๆ ว่าโดมิโน 1 อันจะต้องปิด 2 สี ฉะนั้นกระดานที่มีสีไม่เท่ากัน ไม่มีทางเอาโดมิโนปิดได้) ทีนี้ คำถามคือ ถ้าเราตัดออก 2 ช่องใด ๆ ที่เป็นคนละสีกันล่ะ เราจะเอาโดมิโน 31 อันปิดมันได้ทุกกรณีมั้ย

ตัวอย่างจากบทสุดท้าย นิยาม superqueen คือควีนที่เดินได้เหมือนควีน + ม้า ถ้าเราเอาอภิมหาควีน n ตัวไปวางบนกระดาน nxn ไม่ให้มันโจมตีกันเอง จะเป็นไปไม่ได้ในกรณี n < 10 เขาให้เราหาคำตอบกรณี n = 10 พร้อมคำแนะนำว่า ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยคิดดีกว่านะ ^_^

ตัวอย่างบางข้อที่เอาไปโพสต์เล่นบน fb 1, 2, 3, 4

โจทย์มีความหลากหลายมาก สำหรับคนชอบปัญหาเลขลับสมอง น่าจะชอบเล่มนี้ เป็นความบันเทิงชั้นดี

หนังสือมีข้อเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังนี้ 1. ระบบ notation ค่อนข้างสับสนโดยเฉพาะตอนที่พูดถึงกระดานที่ไม่มาตรฐาน คนอ่านต้องคิดถึงความเป็นไปได้หลายแบบกว่าจะพบว่าผู้เขียนกำลังพูดถึงแบบไหน 2. พิมพ์ผิดบ้าง เนื่องจาก notation ที่ใช้บรรยายเกมหมากรุกมักสั้น เช่น Ka6 (เดินคิงไปช่อง a6) พอพิมพ์พลาดทีนึงนี่วุ่นเลย กว่าจะไหวตัวทันว่าจริง ๆ แล้วผู้เขียนหมายถึง Na6 (เดินม้าไป a6 คำว่า ม้า หรือ Knight ขึ้นต้นด้วย K เหมือน King แต่ในระบบอ้างอิง เรามักจะเขียนแทนด้วย N) 3. ข้อนี้ไม่เชิงเป็นข้อเสียเสียทีเดียว โจทย์บ้างข้อต้องเขียนโปรแกรมเพื่อหาคำตอบ และโจทย์บางข้อ ไม่มีเหตุผลอื่นใดเลยที่เป็นฐานบ่งชี้ว่าคำตอบเป็นจริงนอกจากคำตอบเป็นจริงเพราะคำตอบมันเป็นจริง

ผมให้




 

Create Date : 11 มิถุนายน 2558    
Last Update : 11 มิถุนายน 2558 0:50:58 น.
Counter : 957 Pageviews.  

พญามังกรเจ็ดดาว



สนุก ซับซ้อนซ่อนเงื่อน มีน้ำหนักที่สมดุลระหว่างความซับซ้อนภายนอกกับความซับซ้อนภายในตัวละคร บรรยากาศลี้ลับชวนให้เราอยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังตั้งแต่ต้นจนจบ เสียอยู่อย่าง เหมือนไม่มีคน proofread ตัวอักษรขาด ๆ เกิน ๆ ไม่ใช่แค่นิด ๆ หน่อย ๆ แต่ถึงขั้นเลินเล่อ

ผมให้




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2558    
Last Update : 9 มิถุนายน 2558 12:27:41 น.
Counter : 1078 Pageviews.  

Why the Net Matters



เราเคยพูดถึงหนังสือของ David Eagleman ในบล็อกไปแล้ว 2 เล่ม เจ๋งทั้งคู่ Incognito กับ Sum

นี่เป็นเล่มที่ 3 ผู้เขียนประเดิมด้วยคำถาม เหตุใดอารยธรรมถึงได้ล่มสลาย (ถ้าเห็นคำถามนี้แล้วนึกถึงหนังสือของ Jared Diamond ก็อาจแปลว่า เราเป็นเพื่อนที่อ่านหนังสือคล้าย ๆ กัน) คำตอบที่ David ระบุไว้ในบทนำว่าเป็นตัวร่วมของความล่มสลายนั้น ก็อาทิ การระบาดของเชื้อโรค ภัยธรรมชาติ การไหลของข้อมูลข่าวสารที่ไร้ประสิทธิภาพ ความฉ้อฉลทางการเมือง ความพังทลายเชิงเศรษฐกิจ และการหมดไปของทรัพยากร แต่ เราโชคดีฮะ เราอยู่ในยุคที่ปัจจัยของความล่มสลายดังกล่าวอาจถูกยับยั้งได้ด้วยเทคโนโลยีตัวหนึ่งซึ่งเป็นพระเอกของเรื่อง อินเทอร์เน็ต ฉะนั้น ความพยายามของ David Eagleman ในหนังสือเล่มนี้คือ การโน้มน้าวเราว่า เน็ตสามารถช่วยขจัดภัยคุกคามที่คนรุ่นก่อน ๆ หน้าเคยเจอมาจนนำไปสู่ความล่มสลายของอารยธรรมได้อย่างไร โดยชี้ให้เห็นคุณงามความดีของมันใน 6 มิติ

1. เน็ตช่วยแก้ปัญหาอะไรหลาย ๆ อย่างในเรื่องที่เกี่ยวกับโรคระบาด เชื้อโรคนี่ที่ฆ่าคนมากกว่าสงครามทั้งหมดกับความอดอยากทั้งมวลรวมกันเสียอีก เพื่อปูพื้นให้เรื่องราวสนุก น่าอ่าน David เริ่มด้วยความสงสัยของนักประวัติศาสตร์ว่า อะไรเป็นปัจจัยให้ Hernando Cortez นำกำลังพลไม่ถึง 600 พิชิต Aztecs ได้สำเร็จ ปืนกับม้า ใช่ แต่ก็แค่ส่วนหนึ่ง สุดท้ายพบว่าเป็นเพราะพาหะไข้ทรพิษ กรณี Francisco Pizarro พิชิต Inca ก็เช่นกัน ถ้าเรามองประวัติศาสตร์ เราจะเห็นทั้งกาฬโรค ไข้หวัดใหญ่ มาลาเรีย เป็นต้น แล้วเน็ตมาช่วยในเรื่องนี้ได้อย่างไร David ให้คำตอบไว้ 3 ด้าน หนึ่ง ในแง่ของการลด human-to-human contact จากการทำงานทางไกล หรือ telepresence, สอง การวินิจฉัยโรคทางไกล ซึ่งลด density ของ host ที่มากระจุกกันที่โรงพยาบาล ในแง่นี้ การวินิจฉัยโรคทางไกล ไม่จำเป็นต้องใช้กับชนบท แกเสนอว่าต้องใช้กับในเมืองที่มีคนหนาแน่นด้วย และ สาม ในแง่ของ tracking เช่น Google สังเกต พอคนป่วย ก็จะเสิร์ชหาคำที่สัมพันธ์กับอาการป่วย พอเรา map ระหว่างตำแหน่งกับคำที่ใช้เสิร์ช มันก็บอกอะไรหลาย ๆ อย่าง และช่วยในการจัดสรรทรัพยากร กระจายยา เป็นต้น

2. เน็ตช่วยปกป้องไม่ให้ความรู้ถูกกวาดล้างได้ง่าย ผู้เขียนก็เล่าตั้งแต่ การเผาห้องสมุดอเล็กซานเดรียของซีซาร์, หนังสือของมายันที่ถูก Hernandez de Cordoba สั่งทำลาย, ภูเขาไฟบนเกาะซันโตรินีระเบิดทำให้เกิดสึนามิถล่มพวกมิโนอัน กวาดล้างความรู้ไปสิ้น แกว่า "Knowledge is hard won but easily lost." แล้วโยงเข้าประเด็น การรักษาความรู้นี่สำคัญนะ ยกตัวอย่างแรก ซึ่งดูสุดโต่งไปสักหน่อย คือ ร่างกายที่มีความรู้เกี่ยวกับเชื้อโรคบางอย่าง จะรับมือกับเชื้อโรคนั้นในภายภาคหน้าได้ดี ก็จริงแฮะ แล้วถอยห่างออกจากมุมมองเชิงชีววิทยา มาสู่ความรู้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีน ซึ่งถูกค้นพบซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ความรู้เหล่านั้นก็ไม่เคยเดินทางไปไหนได้ไกล และปัญหานี้หมดไปเมื่อมีเน็ต ในแง่ที่เน็ตช่วยเก็บรักษาความรู้นี่คงเข้าใจได้ไม่ยาก ตัวอย่าง ก็พวก digital archive หรือ Google books (ไม่แน่ใจว่าได้สปอนเซอร์อะไรจากกูเกิ้ลไหม เพราะเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงบ่อยมาก :))

ในบทนี้ มีข้อความท่อนหนึ่งที่อยากแซวขำ ๆ "News spreads globally at the speed of electrons, and the redundancy makes it difficult to erase." จริง ๆ แล้ว เราว่าอิเล็กตรอนเคลื่อนที่ช้านะ อัตราเร็วของมันขึ้นอยู่กับกระแสไฟฟ้า พื้นที่หน้าตัดของวัสดุตัวกลาง แล้วก็ชนิดของวัสดุ เช่น สายทองแดงรัศมี 0.1 เซ็นติเมตร กระแส 1 แอมแปร์ อิเล็กตรอนตัวหนึ่งเคลื่อนที่ได้ไม่ถึง 9 เซ็นติเมตร ใน 1 ชั่วโมง :P

3. เน็ตช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติเคลื่อนที่เร็วกว่าภัยพิบัติเอง ตัวอย่าง การระเบิดของภูเขาไฟมี 2 เฟส เฟสหลังสร้างความเสียหายมากกว่าเฟสแรก แกให้จินตนาการว่าถ้าปอมเปอีตรวจจับการระเบิดได้ทันทีที่เกิดเฟสแรก แล้วกระจายข่าว ก็สามารถพาคนเดินหนีจากความตายได้ภายใน 2 ชั่วโมง อันที่จริง กรณีน่าเศร้าของปอมเปอีไม่ได้อยู่แค่ที่ความตายเท่านั้น แต่อยู่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่ามีปอมเปอีอยู่ถ้าไม่ถูกพบโดยบังเอิญ อย่างในปี 1599 สถาปนิกชื่อ Domenico Fontana ก็ไปพบโดยบังเอิญ แต่คนนี้เงียบ แล้วเรารู้เรื่องเกี่ยวกับปอมเปอีอีกครั้งหลังการพบปี 1739

4. เน็ตโดยตัวของมันเองเป็นสิ่งต่อต้านการรวบอำนาจ เพราะข้อมูลที่ไหลอย่างอิสระ การกระทำทำนองสตาลินลบรูปของทรอตสกี้จะไร้ความหมายในยุคที่เราเสิร์ชรูปผ่านกูเกิ้ลได้ นี่คือความไร้สามารถในการลบข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ปรากฏการณ์สไตรแซนด์ ตามชื่อนักร้องบาร์บรา สไตรแซนด์ที่เคยฟ้องร้อง 50 ล้านเหรียญเอากับ Kenneth Adelman ที่เปิดเผยภาพถ่ายทางอากาศบ้านของเธอลงเน็ต Adelman ไม่ยอมลบรูปทิ้ง และข่าวนี้ก็ทำให้จากที่ไม่มีใครรู้ คนก็แห่กันเข้าไปดูไซต์ของ Adelman ความพยายามที่จะกดทับข้อมูลบนเว็บจึ่งยิ่งเท่ากับเป็นการขยายมัน ตัวอย่างที่ต่อต้านการรวบอำนาจหรือต่อต้านการปกปิด ก็ดูได้ชัด ๆ ได้จาก WikiLeaks การเซ็นเซอร์ของรัฐบาลในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ loyal family ของประเทศเรา ก็ถูกพูดถึงในเล่มนี้ด้วยนะเออ

ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสำคัญของการไหลของข้อมูลต่อประสิทธิภาพในด้านอื่น ๆ มีพูดถึงแบบเต็มไม้เต็มมือในหนังสือ Social Physics ของ Pentland

5. เน็ตช่วยประหยัดพลังงาน ในอเมริกาช่วงยุคก่อนมีเน็ต เช่นต้นทศวรรษ 1990 การเพิ่มขึ้นของ GDP จะมีความสัมพันธ์ตรงแบบเข้มข้นกับการเพิ่มขึ้นของการบริโภคพลังงาน แต่หลังจากมีเน็ต การบริโภคพลังงานก็เพิ่มขึ้นด้วยอัตราที่ลดลง คติสอนใจของบทนี้คือ เปลี่ยนอะตอมเป็นบิตช่วยประหยัดพลังงาน และรักษาทรัพยากรไม่ให้หมดเร็วเกินไป ตัวอย่าง เปรียบเทียบ email กับจดหมายกระดาษ, ผลศึกษาของ CEA บอกว่า การซื้อหนังสือ online ใช้พลังงานเพียงแค่ 6% ของการไปซื้อหนังสือที่ร้าน, การโหลดเพลงประหยัดพลังงานกว่าไปซื้อแผ่น CD ถึง 80% ทั้งหมดนี้ได้รวมพลังงานที่บริษัทที่ใช้ส่งของต่าง ๆ จนถึงมือผู้บริโภคแล้วนะ

6. เน็ตช่วยในแง่ของทุนมนุษย์ (ในนิยามของอดัม สมิธ ทุนมนุษย์คือทักษะของแรงงาน) แล้วทุนมนุษย์เกี่ยวข้องกับการล่มสลายของอารยธรรมยังไง David อ้างคำพูดในหนังสือสองเล่ม เล่มแรกของ Joseph Tainter ชื่อ The Collapse of Complex Societies ข้อความตอนหนึ่งว่า "สังคมล่มเพราะพวกมันไม่ปรับเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาที่ถูกออกแบบไว้ตายตัว" อีกเล่มของ Arnold Toynbee ชื่อ A Study of History ว่า "พวกเขาเจอปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้" ตัวอย่างที่เน็ตช่วยแก้ปัญหาคือในแง่ของ crowdsourcing เช่นเว็บ Fold.it ที่เปลี่ยนปัญหา folding ของโปรตีนเป็นเกมแล้วให้คนเข้ามาเล่น นอกจากการประสิทธิภาพของการแก้ปัญหาตรง ๆ แบบนี้ เน็ตยังช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ ให้นึกถึง MIT's open courseware, Khan Academy, WolframAlpha เป็นต้น

บทสุดท้าย David พูดถึงภัยคุกคามต่อเน็ต มี 4 เรื่อง 1. สงครามไซเบอร์ ไวรัส หนอน เป็นต้น, 2. การตัดสายเคเบิ้ลใต้ทะเล ซึ่งเป็นเป้าหมายทางกายภาพที่น่าเกรงกลัวตอนเกิดสงคราม, 3. ภัยจากการเมือง เช่น หลังผลการเลือกตั้งปี 2010 ในอิหร่าน รัฐบาลสั่งตัดเน็ตเป็นเวลา 45 นาที คาดกันว่าติดตั้งตัวกรองพวกยูทูป ทวิตเตอร์ หรืออียิปต์ปี 2011 ก็คล้าย ๆ กัน แม้แต่ในอเมริกาก็มีการเสนอร่างกฎหมายให้อำนาจประธานาธิบดีมีสิทธิตัดเน็ตได้เพื่อความมั่นคงของชาติ (ตอนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ ร่างดังกล่าวยังไม่ผ่าน), และ 4. solar flares ซึ่งถ้ามันรุนแรงจะทำให้เกิด geomagnetic storms อันเป็นภัยใหญ่หลวงต่อระบบสื่อสาร

โดยรวม หนังสืออ่านสนุก มีข้อมูลประกอบข้อโต้แย้งเยอะ ดูแวบแรกเหมือนเป็นหนังสือที่เชิดชูคุณงามความดีของเน็ตธรรมดา ๆ แต่ประเด็นที่ David Eagleman ชวนเราขบคิดนั้นลึกซึ้ง ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนธรรมดา ๆ น่าสนใจขึ้นมา

ผมให้




 

Create Date : 07 มิถุนายน 2558    
Last Update : 7 มิถุนายน 2558 11:38:26 น.
Counter : 784 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.