creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 

Where The Wild Roses Grow

คุณชอบฉบับไหน หรือคิดว่าฉบับไหนหลอนกว่ากันฮะ

1. ฉบับ cover อัลบัม the dark side ของ Gregorain
2. ฉบับ Kylie Minogue ร้องคู่กับ Nick Cave

(ญ.) พวกเขาเรียนฉันว่าดอกกุหลาบป่า
ทั้ง ๆ ที่ฉันชื่ออีไลซ่า เดย์
ฉันไม่รู้หรอกว่าทำไมเรียกกันอย่างนั้น
ก็ฉันชื่ออีไลซ่า เดย์ นี่นา

(ช.) วันแรกที่ได้เจอเธอ ผมรู้เลยว่าใช่
เธอสบตา แล้วก็ยิ้มให้
ริมฝีปากเธอนั้น สีเหมือนสีของดอกกุหลาบ
ที่ขึ้นอยู่ริมแม่น้ำ มีสีแดงดั่งเลือดแลดูเป็นธรรมชาติ

(ญ.) ตอนเขามาหา แล้วเข้ามาในห้อง
ฉันระทวยในอ้อมกอดอันมั่นคงของเขา
เขาจะเป็นผู้ชายคนแรกของฉัน เขาใช้มืออ่อนโยนข้างนั้น
ปาดน้ำตาที่กำลังอาบแก้มฉัน

ประสานเสียง

(ช.) วันที่สอง ผมเอาดอกไม้ไปให้เธอด้วยล่ะ
เธอสวยกว่าผู้หญิงทุกคนที่เคยเจอมา
ผมถาม "คุณรู้ไหม ดอกกุหลาบป่าที่ไหน
ที่มีเสน่ห์ สีแดงสด แล้วก็เป็นอิสระ"

(ญ.) วันที่สองเขามาพร้อมกับกุหลาบสีแดงหนึ่งดอก
ถามฉันว่า "ให้สิ่งที่คุณสูญเสียกับความโศกเศร้าของคุณแก่ผมได้ไหม"
ฉันพยักหน้ารับ ขณะนอนอยู่บนเตียง
"ถ้าผมให้คุณดูดอกกุหลาบเหล่านั้น คุณจะยอมตามมั้ย"

ประสานเสียง

(ญ.) วันที่สาม เขาพาฉันไปที่แม่น้ำ
เขาชี้ให้ดูดอกกุหลาบ แล้วเราก็จูบกัน
สิ่งสุดท้ายที่ฉันได้ยินคือคำพูดพึมพำ
ตอนที่เขาคุกเข่าคร่อมฉัน ในกำมือมีหินก้อนหนึ่ง

(ช.) วันสุดท้ายผมพาเธอไปยังที่ที่มีดอกกุหลาบป่าขึ้น
เธอนอนบนฝั่งริมแม่น้ำ ลมสงบนิ่ง
ผมจูบลาเธอ แล้วบอกว่า "สิ่งที่สวยงามทั้งหมดต้องตาย"
โน้มตัวลงไป สอดกุหลาบดอกหนึ่งไว้ระหว่างฟันของเธอ

ประสานเสียง




 

Create Date : 25 มกราคม 2557    
Last Update : 25 มกราคม 2557 5:23:51 น.
Counter : 730 Pageviews.  

link เพลงที่แชร์บน fb เดือนกันยายน 2555

13. James Morrison นี่เคยดูเล่นสดด้วย สนุกมาก



13. Howard Shore สุดยอด อยู่แล้ว



15. สุดจะบรรยาย Flight Of The Bumble Bee เจ๊มาเลน่ายังเอามาร้องได้ ริมสกี้-คอร์ซาคอฟได้ยินคงตะลึง เจ๊ให้เสียงคู่กับคลาริเนทของ Martin Fröst เป็นการแสดงที่น่ารักมาก แต่คลิปนี้ เค้าให้เครดิตแค่เพลง Flight Of The Bumble Bee ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นแค่ท่อนหลังนะ ท่อนแรกที่ได้ยินตอนแรกเลยนั้นเป็นเพลงของ Vittorio Monti ชื่อว่า Csárdás ครับ



19. อยากมีปิศาจ



20. Malena Ernman สุดยอด



20. ฉายซ้ำคลิปนี้ สงสัยฉันจะเป็น royalist กรุณาสังเกตตอน take my hand เจ๊ของเราเล่น head เลยทีเดียว และห้ามพลาดเสียงเจ๊ นาทีที่ 2.39 ไปจนจบเพลงแรก



22. หนึ่งใน composer ในดวงใจ



24. ชอบดนตรี minimal กันมั้ยครับ



25. ใครว่าคลาสสิกซีเรียส! ต้องหาโอกาสดูคู่นี้สด ๆ ให้ได้ ทั้ง Igudesman (ไวโอลินหนุ่ม, ส่วนไวโอลินสูงวัยนั่นคือ Gidon Kremer ผู้ก่อตั้งวงแชมเบอร์ที่เห็นคลิป Kremerata Baltica) กับ Joo (เปียโน) เป็นศิษย์สำนักเยฮูดี เมนูฮิน



26. เสียงนักร้องหญิงที่ชื่นชอบอีกคน คุณเจี๊ยบ



28. พักสมองด้วยเปียโนคอนแชร์โตหมายเลข 3 ของ Prokofiev ท่อนจบ โดยป้ามาร์ท่ากับ Pletnev (เคยมีโอกาสดูสด Pletnev นำวง BSO ด้วยนา) โปรดดูนาทีที่ 8.11 ไปจนจบ เพื่อเสริมศรัทธา



28. โอ้ววว ... ไม่คิดว่าจะหาเจอใน youtube ด้วยแฮะ, ผมดูครั้งแรกในแผ่น Gala Concert 300 ปีแห่ง St. Petersburg เปียโนคอนแชร์โต้ด้วยมือซ้ายในดีเมเจอร์นี้ Ravel แต่งให้วิทเก้นชไตน์เล่นโดยเฉพาะ (พี่ชายของลุดวิกนะครับ) แกเสียมือขวาไปในสงครามโลกครั้งที่ 1 (ส่วนวิทเก้นชไตน์ ลุดวิก คนน้อง กลับได้ Tractatus Logico-Philosophicus จากสงคราม - โปรดนึกถึงฉากเปิดเรื่อง The Oxford Murders กับบทบาทของ John Hurt ประกอบ) ชอบวิธีที่ป้า/โปรเฟสเซอร์ Eliso Virsaladze เล่น




 

Create Date : 30 กันยายน 2555    
Last Update : 30 กันยายน 2555 12:04:12 น.
Counter : 1159 Pageviews.  

OST ที่รัก 2

1. จากเรื่อง 28 Weeks Later
2. จากเรื่อง Miami Vice
3. จากเรื่อง Sleuth
4. จากเรื่อง A Serbian Film
5. จากเรื่อง Red Riding Hood
6. จากเรื่อง Krabat
7. จากเรื่อง Cabin Fever




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2555    
Last Update : 14 สิงหาคม 2555 21:54:48 น.
Counter : 396 Pageviews.  

OST ที่รัก 1

1. จากเรื่อง La Proie
2. จากเรื่อง Inception
3. จากเรื่อง The Prodigies
4. จากเรื่อง Transformers
5. จากเรื่อง Tron Legacy
6. จากเรื่อง Saw
7. จากเรื่อง The Mist




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2555    
Last Update : 14 สิงหาคม 2555 18:30:02 น.
Counter : 1135 Pageviews.  

Set Fire to The Rain (Adele 21)

เบียร์สิงห์ส่งมาพร้อมถาม "ลองฟังดูดิว่าเพราะมั้ย"



ฟังจบแล้วผมตอบ "เพราะมาก"

Set fire to the rain เพลงอกหักซ้ำสองหน บางประโยคเป็น metaphor ที่ตีความได้หลายแบบ ต้องออกตัวว่านี่เป็นการแปลโดยใช้ความรู้สึกนำทางนะ

I let it fall, my heart ฉันปล่อยหัวใจให้หล่นร่วง [นั่นคือหลังจากที่เธออกหักครั้งแรก และเธอเป็นคนที่ยินยอมปล่อยให้มันร่วงด้วยตัวเธอเอง] And as it fell, you rose to claim it และขณะที่มันร่วง คุณก็เข้ามารับเอาไว้ [แถมให้อารมณ์แบบรุกล้ำ อ้างสิทธิ์ว่าหัวใจของเธอเป็นของเขา] It was dark and I was over ฉันอยู่ท่ามกลางความมืดมิดและรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างจบสิ้นลงไปแล้ว Until you kissed my lips and you saved me จนกระทั่งคุณจูบริมฝีปากของฉัน ทำให้ฉันกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

My hands, they're strong แขนทั้งสองข้างของฉันมีกำลัง [เข้าใจว่า อันนี้เธอบรรยายถึงความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับเขานะ ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอนั้น เหมือนกับได้มอบแขนที่มีกำลังแก่เธอ แต่...] But my knees were far too weak แต่หัวเข่ากลับไร้เรี่ยวแรง To stand in your arms เกินกว่าจะยืนในอ้อมแขนของคุณ Without falling to your feet โดยไม่หล่นลงไปกองแทบเท้าของคุณ [ถ้าเธอจะยืน เธอจะต้องยืนโดยใช้กำลังแขนกอดเขาเท่านั้น! นั่นคือเขามีความสำคัญกับเธอ จนกระทั่งอาจทำให้เธอไม่เห็นว่าตัวเองอ่อนแอมากแค่ไหน]

But there's a side to you that I never knew, never knew แต่มีอีกตัวตนหนึ่งของคุณที่ฉันไม่เคยรู้เลย All the thing you'd say, they never true, never true ทั้งหมดที่คุณพูด ไม่เป็นความจริงเลย And the games you play, you would always win, always win คุณชนะทุกเกมที่คุณเล่น [เกมในที่นี้ น่าจะหมายถึงการ manipulate เธอรู้สึกว่าถูก manipulate ในเกมของเขา และเธอก็แพ้เสมอ]

But I set fire to the rain ฉันจึงจุดไฟเผาสายฝนอันนั้น [สายฝนอันนั้นด้วยนะ the rain มันสะท้อนว่า 1. รู้ตัวว่าเป็นไปไม่ได้ เป็นภารกิจยิ่ง 2. ต้องใช้ความกล้าหาญมาก โดยเฉพาะถ้ามันเป็นสายฝนที่หล่อเลี้ยงเธอ สายฝนที่อาจจะมอบความสดชื่น ความสุขแก่เธอ และ 3. เธอตัดสินใจเด็ดขาดอย่างเจ็บปวดที่จะยุติความสัมพันธ์] Watched it pour as I touched your face เฝ้ามองสายฝนเทลงมาตอนที่ฉันลูบไล้ใบหน้าคุณ [สายฝนอันนั้นคือความสุขที่เธอได้รับจากเขา จากการสัมผัสร่างกายของเขา เป็นต้น] Well, it burned while I cried สายฝนลุกไหม้ ฉันร้องไห้ 'Cause I heard it screaming out your name, your name! เพราะฉันได้ยินมันกรีดร้องออกมาเป็นชื่อของคุณ

[หวนรำลึกความหลัง ตอกย้ำว่าเขาสำคัญแค่ไหน] When laying with you ตอนฉันอยู่กับคุณ I could stay there, close my eyes ฉันสามารถอยู่ตรงนั้น หลับตา Feel you here forever รู้สึกว่าคุณอยู่เคียงข้างตลอดกาล You and me together, nothing is better ไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่คุณกับฉันอยู่ด้วยกัน

I set fire to the rain ฉันจุดไฟเผาสายฝน And I threw us into the flames แล้วโยนเราทั้งคู่ลงสู่กองเพลิง Where I felt something die อันเป็นสถานที่ที่ฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างสิ้นสุดลง 'Cause I knew that that was the last ime, the last time เพราะฉันรู้ว่านั่นคือครั้งสุดท้าย [เป็นอันว่าเลิก]

[ในกาลต่อมา] Sometime I wake up by the door บางครั้งฉันก็รู้สึกตัวขึ้นอีกทีที่ประตู That heart you caught must be waiting for you หัวใจที่คุณเคยคว้าเอาไว้จะยังคงเฝ้ารอคุณ Even now when we're already over แม้แต่ตอนนี้ ตอนที่เราเลิกลากันไปแล้ว I can't help myself from looking for you ฉันอดเฝ้ามองหาคุณไม่ได้




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2555 2:25:00 น.
Counter : 939 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.