creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
Revenge



เธอบรรยายเรื่องดาร์ก ๆ ออกมางดงามไร้ที่ติ ความแปลกประหลาดที่ซ่อนภายใต้คำบรรยายสงบราบเรียบเป็นยิ่งกว่ามีดที่ Ogawa ใช้แทงหัวใจคนอ่าน Revenge คือเรื่องสั้น 11 เรื่องที่ดูเหมือนไม่ต่อเนื่องกัน แต่มีจุดเชื่อมโยงเล็ก ๆ ที่ไม่สำคัญ แต่ละเรื่องสมบูรณ์ในตัวและจบสวยเหลือเกิน

1. Afternoon at the Bakery พูดถึงหญิงสาวที่เข้าร้านเบเกอรี่เพื่อซื้อสตรอเบอรี่ชอร์ตเค้กให้ลูกวัย 6 ขวบที่ตายไปแล้วหลายปี เธอรอในร้านอยู่นาน คนขายก็ไม่ออกมาสักที, 2. Fruit Juice เป็นเรื่องของเด็กหญิงที่ชวนเพื่อนชายคนหนึ่งไปพบพ่อที่เธอไม่เคยเจอหน้ามาก่อน เพราะแม่ของเธอกำลังจะตาย, 3. Old Mrs. J นางเป็นแลนด์เลดี้ชราที่นักเขียนหญิงคนหนึ่งมาเช่าห้องพักบนภูเขา บริเวณโดยรอบมีพื้นที่ปลูกผักผลไม้มากมาย หนึ่งในนั้นคือแครอทที่มีรูปร่างเหมือนมือคน, 4. The Little Dustman เล่าถึงชายคนหนึ่งกำลังจะเดินทางไปงานศพของแม่เลี้ยง แล้วรถไฟหยุดให้บริการหลายชั่วโมงเพราะเหตุขัดข้องในวันที่ดอกซากุระกำลังบาน แต่หิมะก็ดันมาตกเอาเสียนี่, 5. Lab Coats เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแอบเป็นชู้กับหมอ เรื่องถูกเล่าผ่านสายตาของเพื่อนร่วมงาน, 6. Sewing for the Heart เกี่ยวกับช่างทำกระเป๋าตามสั่งที่ได้รับออเดอร์ให้ผลิตกระเป๋าเพื่อใส่หัวใจ เพราะหญิงสาวที่มาสั่งเขานั้นมีหัวใจอยู่นอกร่างกาย, 7. Welcome to the Museum of Torture พูดถึงหญิงช่างแต่งผมที่ถูกแฟนทิ้ง ขณะเดินเรื่อยเปื่อย เธอก็แวะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์เครื่องมือที่ใช้สำหรับทรมานคน, 8. The Man Who Sold Braces เป็นความทรงจำของหลานต่อลุง (ไม่แท้) ผู้มาเยี่ยมเขาพร้อมของขวัญ, 9. The Last Hour of the Bengal Tiger เป็นเรื่องของหญิงคนหนึ่งที่ตัดสินใจจะเผชิญหน้ากับชู้รักของสามี และระหว่างเดินทางไปยังห้องพักของชู้ ก็บังเอิญเข้าไปรู้เห็นเหตุการณ์เสือตัวหนึ่งกำลังจะตาย, 10. Tomatoes and the Full Moon นักเขียนวิจารณ์โรงแรมเจอหญิงชราแปลกประหลาดผู้มาพร้อมหมากับห่อบรรจุต้นฉบับนิยายในมือ, และ 11. Poison Plants เป็นเรื่องของศิลปินหญิงชราที่ให้ทุนการศึกษาเด็กหนุ่มเสียงดีแลกกับการที่เขาต้องมารายงานผลการเรียนพร้อมกับกินข้าวเย็นเสาร์เว้นเสาร์

ผมจะไม่ทำร้ายคนที่คิดจะอ่านโดยการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเล่าคุณอีกสักนิดถึงจุดเชื่อมโยงเล็ก ๆ ไม่สำคัญดังกล่าว หลังจากอ่านจบไป 4-5 เรื่อง การมองหาว่าเรื่องนี้จะต่อกับเรื่องไหน ตรงไหน ก็สนุกนะครับ ข้อความหลังจากนี้แม้จะเปิดเผยจุดเชื่อมโยงบางจุด แต่ก็ไม่ทั้งหมด และไม่กระทบต่อแก่นของแต่ละเรื่อง แต่การรู้ล่วงหน้าก็อาจลดทอนความสนุกลงระดับหนึ่งล่ะมั้ง เตือนแล้วนะ ... เจ้าของร้านเบเกอรี่ในเรื่องแรกคือเด็กหญิงในเรื่องที่สอง เด็กหญิงคนนี้ระหว่างทางเดินกลับบ้านหลังจากพบพ่อก็เข้าไปในที่ทำการไปรษณีร้าง พบกล่องกีวี่ แล้วกินจนหนำใจ กีวี่เหล่านั้นเป็นหญิงชราจากเรื่องที่สามเอาไปวางไว้ นักเขียนที่เช่าห้องพักของนางก็คือแม่เลี้ยงของชายในเรื่องที่สี่ และบนรถไฟขบวนที่ล่าช้าดังกล่าวมีหมอที่แอบเป็นชู้กับเจ้าหน้าที่ในเรื่องที่ห้าร่วมขบวนอยู่ด้วย หมอคนนี้ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลที่ช่างเย็บกระเป๋าจะเอากระเป๋ารูปหัวใจไปให้หญิงสาวในเรื่องที่หก เรื่องที่ห้ากับหกเกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งมีเจ้าหน้าคนหนึ่งพักอยู่ห้องชั้นบนของช่างทำผมในเรื่องที่เจ็ด โดยคุณลุง (ไม่แท้) ในเรื่องที่แปดเป็นผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ที่ช่างทำผมคนนั้นเข้าไปเยี่ยมชม หมอที่เป็นชู้กับเจ้าหน้าที่ในเรื่องที่ห้าคือสามีของตัวละครหลักในเรื่องที่เก้า และเสือตัวดังกล่าวเป็นของผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ในเรื่องที่เจ็ด ระหว่างที่ผู้หญิงในเรื่องที่เก้าเดินทางเพื่อไปเผชิญหน้ากับชู้รักของสามีนั้น เธอขับรถผ่านถนนที่เกิดอุบัติเหตุ มีมะเขือเทศตกเกลื่อนถนน มะเขือเทศเหล่านั้นถูกเก็บโดยหญิงชราในเรื่องที่สิบ ซึ่งเธอเอาไปให้พ่อครัวของโรงแรมในเรื่องเดียวกันขณะที่นักวิจารณ์โรงแรมมาพัก นอกจากนี้ เธอยังอ้างว่าเธอคือคนที่เขียนเรื่องที่หนึ่ง จำได้ไหมฮะว่าในเรื่องแรกลูกชายวัยหกขวบของลูกค้าร้านเบเกอรี่ที่เป็นตัวเอกตาย เด็กคนนั้นตายในตู้เย็น และศพถูกพบโดยศิลปินในเรื่องที่สิบเอ็ด

ชอบครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่เคยอ่านของ Yoko Ogawa คือ The Diving Pool

ผมให้


Create Date : 26 สิงหาคม 2558
Last Update : 26 สิงหาคม 2558 10:10:07 น. 2 comments
Counter : 742 Pageviews.

 
อ่านรีวิวแล้วน่าอ่านจังค่ะ แต่คงอ่านไม่ได้ ติดปัญหาด้านภาษาซะอีก


โดย: Sab Zab' วันที่: 26 สิงหาคม 2558 เวลา:13:00:02 น.  

 
น่าสนใจมากค่ะ รีบเปิดลิงก์ไปซื้อเลย แต่พอเห็นราคา ebook แล้วผงะ รอเข้าเมืองไปหาซื้อหนังสือเล่มอาจจะคุ้มกว่า

ลองหาข้อมูลคนเขียนดู รู้สึกว่าเคยมีแปลไทยเล่มเดียวนะคะ คือ ดอกเตอร์กับรูทและสูตรรักของเขา (The Housekeeper and the Professor) เหมือนจะคนละแนวกับเล่มนี้เลย


โดย: Froggie วันที่: 26 สิงหาคม 2558 เวลา:19:55:59 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.