creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
พุทธศาสนาบอกว่าวิญญาณคือพลังงาน (เหรอ?)

จิตวิทยาตะวันตกไม่เคยศึกษาเรื่องจิต ศึกษาเพียงพฤติกรรมของจิต ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อความเป็นวิทยาศาสตร์ ถ้าอยากศึกษาเรื่องจิต บางทีเราต้องวางเครื่องมือชื่อวิทยาศาสตร์ (ลงชั่วคราว) แล้วหันมาใช้เครื่องมือชื่อศาสนา และพุทธศาสนาก็เป็นศาสนาหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับจิตมากเป็นพิเศษ กรอบการพูดเรื่องจิตของแต่ละศาสตร์และแต่ละศาสนาผิดแผกกันไป อีกทั้งคำว่าจิตเป็นคำหนึ่งในภาษาไทยที่มีการใช้ในความหมายหลากหลายระดับ (เช่น เขาเป็นคนที่มีจิตใจดีงาม, อีนี่จิตเสื่อม, จิตของเขาเข้าสู่ภวังค์, นั่นไงแม่ชีคนนั้นถอดจิตได้ ฯลฯ ผมไม่เชื่อว่าจิตทั้งหมดในประโยคหรือวลีเล่านี้มีความหมายอย่างเดียวกันและชี้จำเพาะเจาะจงไปที่วัตถุอย่างเดียวกัน) ดังนั้นนี่คืออุปสรรคด่านแรกที่ผู้ศึกษาจำต้องแยกแยะให้ออก บางครั้งเราพูดในความหมายกว้าง บางครั้งเราพูดในความหมายแคบ แต่ในที่นี้เราจะพูดตามความหมายของพระพุทธศาสนาเถรวาท

ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งที่เห็นได้บ่อยคือมีคนเปรียบเทียบว่า 'จิต คือ พลังงาน' และ 'ร่างกาย คือ สสาร' ศาสนาอื่นว่าจิตคือพลังงานหรือไม่ไม่ขอพูดถึงนะครับ แต่ศาสนาพุทธของเรา จิตไม่ใช่ 'พลังงาน' และคำว่าพลังงานในที่นี้ก็หมายถึง พลังงาน (energy) ในทางฟิสิกส์ เพราะผู้ที่นิยมพูดเปรียบเทียบดังกล่าวต้องการสร้างภาพสะท้อนระหว่างพุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์ พูดถึงเรื่องพลังงานก็มีเรื่องตลก เพราะคำถามว่าพลังงานคืออะไรดูเหมือนจะเข้าใจกันกระจ่างดีในหมู่ผู้รู้ที่มิใช่นักฟิสิกส์ แต่เมื่อเราป้อนคำถามเดียวกันนี้ 'พลังงานคืออะไร?' นักฟิสิกส์คงกุมขมับ แต่นักฟิสิกส์รู้ว่าพลังงานมีสมบัติอะไร? (การอนุรักษ์), ทำอะไรได้บ้าง? (ทำงาน), และอะไรบ้างที่เป็นพลังงาน? (คลื่น, อนุภาค) นี่เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เกิดความบิดเบือนและเป็นช่องให้ผู้ไม่รู้ก้าวมาสู่การเป็นผู้รู้ในหมู่ผู้ไม่รู้

คำที่พูดถึงสิ่งเดียวกันกับ 'จิต' แต่อาจเรียกต่างกันในแง่ของหน้าที่ มีอภิบายไว้ในคัมภีร์อัฏฐสาลินี (เป็นคัมภีร์อรรถกถาของคัมภีร์ธัมมสังคณีซึ่งเป็นคัมภีร์เล่มแรกในอภิธรรมเจ็ดคัมภีร์) ดังนี้ มโน, มนัส, หทัย, ปัณฑระ, มนายตนะ, มนินทรีย์, วิญญาณ, วิญญาณขันธ์, มโนวิญญาณธาตุ

ถ้าใครอ่านเจอศัพท์เหล่านี้ในพระไตรปิฎกหรือคัมภีร์อรรถกถา ก็ให้ระลึกไว้เลยนะครับว่าหมายถึงอย่างเดียวกันคือ 'จิต' ดังนั้นใครได้ยิน 'วิญญาณ คือ พลังงาน' โปรดเข้าใจว่าคงไม่ใช่วิญญาณในศาสนาพุทธแล้วล่ะ (ผมคงตอบไม่ได้ว่าประโยคดังกล่าวจริงหรือเท็จ อยู่ที่ศรัทธาในแต่ละศาสนาและลัทธิความเชื่อ อยู่ที่นิยามของคำว่าจิตและของคำว่าพลังงาน) เพราะ 'พลังงาน' ในทางพุทธศาสนานั้นเป็น 'รูป' ครับ มิใช่ 'นาม'

เอาล่ะ ก่อนจะงง สำหรับคนที่ไม่เคยแตะอภิธรรมปิฎกมาก่อนในชีวิต หากเปรียบเทียบกับระบบทางคณิตศาสตร์เรื่องเซ็ต 'ธรรม' ก็เทียบกับเอกภพสัมพัทธ์ เราสามารถแบ่งธรรมออกเป็น 2 เซ็ตที่ไม่มีส่วนซ้ำกันได้ คือ 'รูปธรรม' กับ 'นามธรรม' เรียกย่อ ๆ ว่า 'รูป' กับ 'นาม' เรียกรวมกันว่า 'นามรูป' หรือ 'รูป-นาม' ซึ่งแตกต่างกันอย่างชัดเจนถ้าคุณแบ่งโลกทางฟิสิกส์ออกแบบสสารกับพลังงาน เพราะมีสมาชิกบางตัวของโลกที่เป็นได้ทั้งสสารและพลังงาน (ถ้าพูดกันทางทางทฤษฎีแล้วสสารก็คือพลังงานจากความสัมพันธ์อันโด่งดังของไอน์สไตน์ E = mc2)

คำว่า 'นาม' นั้นมีนิยามที่น่ารักมากคือ 'อรูป' อะไรที่ไม่ใช่รูปก็ต้องเป็นนาม ส่วนคำว่า 'รูป' มีนิยามที่อาจจะฟังยากสักหน่อยตามคัมภีร์ปรมัตถทีปนีฎีกาว่า 'ธรรมชาติที่แตกสลายได้ และถึงการแปรผัน ด้วยอำนาจปัจจัยที่เป็นข้าศึก มีร้อนเย็นเป็นต้น' ขอตั้งข้อสังเกตให้จำได้ง่าย ๆ ก่อนว่า 'นาม' ไม่จำเป็นต้องแตกสลายแปรผันด้วยปัจจัยที่เป็นข้าศึก แต่เป็นไปตามลักษณะที่มันเป็น คำว่าลักษณะที่มันเป็นนี้ หมายความรวมทั้งสามัญลักษณะและวิเสสลักษณะ

มาดูในกลุ่มรูป จะมีรูปกลุ่มหนึ่งที่เราเรียกว่า 'โคจรรูป' หรือ 'วิสัยรูป' หมายถึง รูปที่เป็นอารมณ์ให้กับจิต คำว่า 'อารมณ์' หมายถึง สิ่งที่ถูกจิตรับรู้ มี 6 อย่าง ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และธัมมารมณ์ ตรงนี้ก็ต้องจำไว้นะครับ อ่านเจอในพระไตรปิฎกหรืออรรถกถา คำว่าอารมณ์ไม่ได้หมายถึง emotion หรือ feeling แต่อย่างใด สำหรับคำว่า 'จิต' ซึ่งพูดถึงตั้งแต่ประโยคแรก ๆ แต่ลืมบอกนิยามไปนั้นหมายถึงธรรมชาติที่ จำ รู้ คิด และตัดสิน อารมณ์ ตรงนี้ก็ขอให้จำไว้อีกเช่นกันนะครับว่า 'ไม่มีจิตที่เกิดขึ้นมาโดยไม่เสพอารมณ์' มีจิตก็ต้องมีอารมณ์ มีตัวรู้ ก็ต้องมีตัวที่ถูกรู้

ย้อนไปที่โคจรรูป ซึ่งหมายถึงรูปที่เป็นอารมณ์ เช่น วัณณะ (สี ผมเข้าใจว่าหมายถึง แสงสี) หรือ สัททะ (เสียง) สองตัวนี้เป็นพลังงานตามหลักฟิสิกส์ ตัวแรกคือพลังงานจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เรารู้ว่านี่คือกลุ่มเสื้อแดงนะมิใช่กลุ่มเสื้อเหลืองเพราะแสงที่มีความยาวคลื่น 700 ไมโครเมตรวิ่งมากระทบตามิใช่ 580 ไมโครเมตร และเสียงคือพลังงานกลอันเกิดจากคลื่นการสั่นของอนุภาคที่เป็นตัวกลางบีบอัดและขยาย (เช่น อากาศ)

เมื่อมองที่รูปอีกกลุ่มหนึ่งอันได้แก่ 'มหาภูตรูป' คือ 'เตโชธาตุ' หรือ 'เตโชรูป' หมายถึงรูปซึ่งมี 'อุณฺหตฺต ลกฺขณา' ความอบอุ่นเป็นลักษณะ พิจารณาในแง่การรับรู้แล้วมันก็คือ 'พลังงานความร้อน' ซึ่งมีความหมายรวมทั้ง อุณหเตโช คือ ร้อน และ สีหเตโช คือ เย็น (ร้อนน้อย)

ตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ยกมาเพียงชี้ให้เห็นว่าในทางพุทธศาสนา 'พลังงานเป็นรูป' และ 'วิญญาณนั้นเป็นนาม' เนื่องจากปรัชญาพุทธเถรวาทเราจำแนกนี่รูปนี่นามแยกจากกันเด็ดขาด (ในแง่การจำแนกนะครับ ไม่ใช่ในแง่การเกิด) ดังนั้นผมจึงมีความเห็นว่าคำกล่าว 'วิญญาณเป็นพลังงาน' ในบริบทของพุทธเถรวาทแล้วหาสาระมิได้



หมายเหตุ ปรับปรุงและขยายความจากเรื่องคุยเล่นเรื่อยเปื่อยที่ผมเคยเขียนไว้เมื่อวันที่ 25/02/2549 ในบล็อกเก่า


Create Date : 26 มิถุนายน 2552
Last Update : 26 มิถุนายน 2552 11:03:51 น. 0 comments
Counter : 1103 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.