creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
ปัญหาทุกขสัจจ์ 19-32

ลอกจากหนังสือ "อุดมวิชา" โดย พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิเถร ป.ธ.9) สำหรับข้อความในกรอบสีเป็นส่วนที่ผมอธิบายเพิ่มเติมเข้าไป


19. ในทุกขสัจจ์นั้นมีญาณเท่าใด
§ มี 3 ญาณ คือ
» สัจจญาณ ปรีชาหยั่งรู้อริยสัจจ์ คือ รู้ว่า นี้ทุกข์ นี้สมุหทัย นี้นิโรธ นี้มรรค
» กิจจญาณ ปรีชาหยั่งรู้กิจที่ควรทำ คือรู้ว่า ทุกข์ ควรกำหนดรู้ สมุทัยควรละ นิโรธควรทำให้แจ้ง มรรคควรเจริญ
» กตญาณ ปรีชาหยั่งรู้กินที่กระทำแล้ว คือ รู้ว่า ทุกข์เป็นสภาพที่ควรกำหนดรู้ ก็ได้กำหนดรู้แล้ว สมุทัยเป็นสภาพที่ควรละก็ได้ละแล้ว นิโรธเป็นสภาพที่ควรทำให้แจ้ง ก็ได้กระทำให้แจ้งแล้ว มรรคเป็นสภาพควรทำให้เกิดให้มีขึ้น ก็ได้ทำให้เกิดให้มีขึ้นแล้ว

• ญาณ 3 ประการนี้ ย่อมเป็นไปในอริยสัจจ์ 4 อย่างละ 3 รวม 4 ข้อจึงเป็น 12 เรียกว่า วน 3 ใน 4 สัจจะ จึงมีอาการเป็น 12

20. ทุกขสัจจ์นั้น โดยกิจ มีหน้าที่อยู่ในธรรมประเภทไหน
§ อยู่ในประเภท ปริญเญยยกิจ

กิจ 4 อย่าง
» กำหนดรู้ (ปริญเญยยกิจ)
» ละ (ปหาณกิจ)
» ทำให้แจ้ง (สัจฉิกาตัพพกิจ)
» ทำให้เจริญ (ภาเวตัพพกิจ)


21. ผู้ปฏิบัติ มีหน้าที่จะต้องทำอย่างไร ในทุกข์นั้น
§ มีหน้าที่กำหนดรู้

22. เมื่อผู้ปฏิบัติต้องการจะกำหนดรู้ทุกข์นั้น จะให้รู้ได้ที่ไหน และให้กำหนดอะไร
§ ให้รู้ที่อารมณ์และอิริยาบถ ให้กำหนดรู้รูปนาม

23. กำหนดที่ไหน เวลาไหน เพราะถ้าจะไปให้รู้ชาติ ชรา มรณะนั้น ก็มีแต่สิ่งที่ผ่านไปแล้ว กับยังมาไม่ถึง เราจะไปเอาที่ไหนมากำหนดเล่า
§ กำหนดที่รูปนาม เวลาเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รส ถูกต้อง เย็น ร้อน อ่อน แข็ง และยืน เดิน นั่ง นอน เป็นต้น

24. การรู้อย่างนี้เป็นจินตาญาณ หรือภาวนาญาณ
§ เป็นจินตาญาณ

ญาณ = ปัญญา
» จากการอ่าน การฟัง (สุตตะ)
» จากการคิด (จินตะ)
» จากการภาวนา (ภาวนามยปัญญา)


25. ลักษณะการรู้ของญาณทั้ง 2 ต่างกันอย่างไร
§ ต่างกันดังนี้คือ จินตาญาณ รู้เพียงอดีต อนาคต, ภาวนาญาณ รู้เพราะอาศัยปัจจุบันธรรม

26. ผู้ที่รู้แล้วว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นทุกข์ เป็นสิ่งนำมาซึ่งความไม่ชอบใจเลยเช่นนี้ จะถือว่าผู้นั้นเป็นผู้เห็นทุกขสัจจ์ได้ไหม อธิบายด้วย
§ ไม่ได้ เพราะยังไม่ใช่ภาวนามยญาณ

27. ทุกขสัจจ์นั้น ใครเป็นผู้ทุกข์ ใครเป็นผู้รู้ทุกข์
§ ขันธ์ 5 เป็นผู้เป็นทุกข์ มรรค 8 (สัมมาทิฏฐิ) เป็นผู้รู้ทุกข์

อัฏฐังคิกมรรค = มรรค (หนทาง) มีองค์ 8 ประการ
» สัมมาทิฏฐิ ความเข้าใจถูก
» สัมมาสังกัปปะ ความใฝ่ใจถูก
» สัมมาวาจา การพูดจาถูก
» สัมมากัมมันตะ การกระทำถูก
» สัมมาอาชีวะ ดำรงชีพถูก
» สัมมาวายามะ ความเพียรถูก
» สัมมาสติ ความระลึกถูก
» สัมมาสมาธิ ความตั้งมั่นแห่งจิตถูก


28. ทุกขสัจจ์นั้นจะปรากฏขึ้นในจิตดวงไหน
§ จะปรากฏในมัคคจิต

มัคคจิต จิตที่ทำหน้าที่ประหารกิเลส เกิดครั้งเดียว แล้วตามด้วยผลจิตตามมัคคจิตนั้น ๆ ผลจิตเกิดได้มากกว่า 1 (ความสืบเนื่องของผลจิตเป็นอารมณ์ = ผลสมาบัติ)


29. สภาพของทุกขสัจจ์นั้น จะทำประโยชน์ให้แก่บุคคลผู้เข้าไปรู้อย่างไร
§ ทำให้บุคคลผู้เข้าไปรู้เบื่อหน่าย

30. การเจริญอริยสัจจ์นั้น จะทำไปพร้อมกันทั้ง 4 ในขณะเดียวกันหรือ หรือว่าต้องเจริญกันอย่างละคราว
§ ทำไปพร้อมกันทั้ง 4 ในขณะเดียวกัน คราวเดียวกัน

31. การแจ้งอริยสัจจ์นั้นแจ้งคราวเดียวกัน หรือทีละคราว
§ แจ้งคราวเดียวกัน

32. ทุกขสัจจ์นั้น เป็นหน้าที่ของสิกขาประเภทไหนจะรู้ได้
§ ปัญญาสิกขารู้ได้

สิกขา = ศึกษา; มี 3 ส่วน เรียก ไตรสิกขา
» ศีล
» สมาธิ
» ปัญญา




(ปัญหาทุกขสัจจ์จบ)









Create Date : 22 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2550 16:35:30 น. 2 comments
Counter : 940 Pageviews.

 
สาธุค่ะ


โดย: kaoim วันที่: 22 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:56:27 น.  

 


แวะมาอ่านประเทืองปัญญา


โดย: maxpal วันที่: 23 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:38:43 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.