creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
ปัญหาทุกขสัจจ์ 1-18

ลอกจากหนังสือ "อุดมวิชา" โดย พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิเถร ป.ธ.9) สำหรับข้อความในกรอบสีเป็นส่วนที่ผมอธิบายเพิ่มเติมเข้าไป

1. ทุกขสัจจ์ได้แก่อะไร
§ ได้แก่ ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ เป็นต้น

ทุกขสัจจ์ เป็นสัจจะข้อแรกในอริยสัจ 4 ประการ
» ทุกข์
» สมุหทัย มูลเหตุแห่งทุกข์ (โลภะเจตสิก)
» นิโรธ = นิพพาน = อสังขตธรรม
» มรรค ทางสู่นิโรธ (อัฏฐังคิกมรรค)


2. อะไรเป็นที่รับรองทุกข์
§ ขันธ์ 5 เป็นที่รับรองทุกข์

ขันธ์ 5 องค์ประกอบของชีวิตสัตว์ (สัตว์บางชนิดมีขันธ์ไม่ครบ 5)
» รูป เป็นรูปธรรม ธรรมชาติที่แตกดับโดยปัจจัยข้าศึก
» เวทนา เป็นนามธรรม ความรู้สึกสุข รู้สึกทุกข์ รู้สึกเฉย ๆ (เวทนาเจตสิก)
» สัญญา เป็นนามธรรม ธรรมชาติที่จำได้หมายรู้ (สัญญาเจตสิก)
» สังขาร เป็นนามธรรม ธรรมชาติที่ปรุงแต่งจิต ความนึกคิด (เจตสิก 50)
» วิญญาณ = จิต เป็นนามธรรม ธรรมชาติที่ รู้ คิด ตัดสิน จำแนกอารมณ์

• ขันธ์ 5 = รูปธรรม + นามธรรม = นามรูป (รูปนาม)
• นามธรรม = จิต + เจตสิก (ธรรมชาติปรุงแต่จิต)
• จิต จำแนกได้ 89 (หรือ 121 หรือมากกว่านี้)
• เจตสิก 52 = เวทนา 1 + สัญญา 1 + สังขาร 50


3. ทุกข์ทั้งหลายมีขึ้นเมื่อไร
§ เมื่อขันธ์ 5 ปรากฏขึ้น

4. ความเกิดเป็นทุกข์อย่างไร
§ เพราะต้องแก่ เจ็บ ตาย

5. ความตายเป็นทุกข์อย่างไร เพราะตายแล้วก็ไม่รู้สึกอะไร
§ เพราะเป็นเหตุให้เกิดอีก ซึ่งเป็นตัวทุกข์

6. ความแก่เป็นทุกข์อย่างไร
§ เป็นทุกข์เพราะความเสื่อม ความทรุดโทรม ไม่เป็นไปตามใจแห่งรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ

7. ถืออะไรเป็นความเกิด
§ ถือความปรากฏของขันธ์ 5 เป็นความเกิด

8. ถืออะไรเป็นความแก่
§ ถือความเสื่อมไปของขันธ์ 5 เป็นความแก่

9. ถืออะไรเป็นความตาย
§ ถือความดับไปของขันธ์ 5 เป็นความตาย

10. ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นลักษณะของทุกขขันธ์ไหน
§ ของขันธ์ 5

ทุกขลักษณะ เป็น 1 ใน 3 สามัญลักษณะ

• ลักษณะ จำแนกได้ 2 ประเภท
» สามัญลักษณะ = ลักษณะทั่วไปที่ทุกสังขารธรรมมีเหมือนกัน
» วิเสสลักษณะ = ลักษณะเฉพาะที่ทำให้ธรรมหนึ่งแตกต่างจากธรรมอื่น

• สามัญลักษณะ = ไตรลักษณ์
» อนิจจลักษณะ (อนิจจัง) ลักษณะไม่เที่ยง
» ทุกขลักษณะ (ทุกขัง) ลักษณะบีบคั้น ไม่อาจรั้งสภาพเดิม
» อนัตตลักษณะ (อนัตตา) ลักษณะไร้แก่นสาร ไร้ซึ่งตัวตน


11. นามขันธ์นั้น ไม่มีแก่ เจ็บ ตาย คงไม่มีทุกข์ใช่ไหม ถ้ามี มีอะไรที่เป็นทุกข์ของนามขันธ์
§ นามขันธ์ มีแก่ เจ็บ ตาย ด้วยวิปริณามธรรม เป็นทุกข์ของนามขันธ์

วิปริณามธรรม = แปรปรวนไปเป็นธรรมดา มีความแปรปรวนอยู่เสมอ


12. ขันธ์ 5 นั้น เป็นแต่ทุกขสัจจ์เท่านั้นหรือ หรือว่าเป็นทั้ง 4 สัจจ์
§ เป็นได้ 3 สัจจะ คือ ทุกขสัจจ์ สมุทัยสัจจ์ มัคคสัจจ์ (เว้นนิโรธสัจจ์)

13. ถ้าเป็นได้ทั้ง 4 สัจจะ จะแบ่งอย่างไร
§ แบ่งไม่ได้ เพราะเป็นได้เพียง 3 สัจจะเท่านั้น

14. ในทางพระสูตร ทุกขสัจจ์ท่านจัดไว้เท่าไร
§ ท่านจัดไว้ 12 อย่าง มี ชาติทุกข์ ชราทุกข์ พยาธิทุกข์ เป็นต้น

ทุกข์
» ชาติ ความเกิด
» ชรา ความแก่
» พยาธิ ความเจ็บ
» มรณะ ความตาย
» โสกะ ความเหี่ยวแห้งใจ
» ปริเทวะ ความร่ำไรรำพัน
» ทุกขะ ความลำบากกาย
» โทมนัส ความลำบากใจ
» อุปายาสะ ความคับแค้นใจ
» ประสบกับสิ่งที่ไม่รัก
» พลัดพรากจากของรัก
» ปรารถนาสิ่งใด ไม่ได้สิ่งนั้น


15. ในทางอภิธรรม ทุกขสัจจ์ท่านจัดไว้เท่าใด
§ ท่านจัดไว้ 160 คือ โลกิยจิต 81 เจตสิก 51 (เว้นโลภะ) รูป 28 รวมเป็น 160

ในทางอธิธรรมนั้นมีการจำแนกจิตแบบมาตรฐานไว้ 89 แบบ (ดวง) ใน 89 ดวงนี้ เป็นจิตของพระอริยเจ้า 8 ดวง คือพระโสดาบัน 2 ดวง (มรรค 1 ผล 1) พระสกิทาคามี 2 ดวง พระอนาคามี 2 ดวง พระอรหันต์ 2 ดวง จึงเหลือโลกิยจิต 81 ดวง สำหรับเจตสิกทุกดวง เป็นทุกข์ได้ทุกดวงยกเว้นโลภะเจตสิก (เพราะโลภะเจตสิกเป็นมูลเหตุแห่งทุกข์) และรูปธรรมทุกรูปเป็นทุกข์ได้ทุกรูป ซึ่งจำแนกรูปได้ 28 รูป


16. ทุกขลักษณะ กับ ทุกขสัจจ์นั้น อย่างเดี่ยวกันหรือต่างกัน
§ ต่างกัน ทุกขลักษณะ เป็นลักษณะของทุกข์ ทุกขสัจจ์เป็นสภาวะ

17. ทุกข์ทั้งหลายตามที่กล่าวมาแล้วนั้น เกิดเป็นขึ้นทีไหน
§ เกิดเป็นขึ้นที่อารมณ์ และอิริยาบท

อารมณ์ (อายตนะภายนอก) 6
» รูป (รูปารมณ์) ได้แก่ สี
» เสียง (สัททารมณ์)
» กลิ่น (คันธารมณ์)
» รส (รสารมณ์)
» สิ่งที่ถูกต้องสัมผัส (โผฏฐัพพารมณ์)
» ธรรม (ธรรมารมณ์)

• อิริยาบท = สิ่งที่บดบังทุกขลักษณะ
• อิริยาบท = ยืน เดิน นั่ง นอน


18. เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มีลักษณะอย่างไรบ้าง
§ มีลักษณะ 4 อย่าง คือ 1. ปีฬนตฺโถ มีอรรถว่า เบียดเบียน 2. สงฺขตตฺโถ มีอรรถว่า ปรุงแต่ง 3. สนฺตาปตฺโถ มีอรรถว่า ทำให้เร่าร้อน 4. วิปริณามตฺโถ มีอรรถว่า แปรปรวน








Create Date : 22 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2550 11:20:00 น. 2 comments
Counter : 851 Pageviews.

 
ข้อ 9 หรือความขาดแห่งชีวิตินทรีย์ (ในกรณีสัตว์มีขันธ์ไม่ครบห้า)

อยากให้วิเคราะห์คำตอบข้อ 12 ให้หน่อยครับ ไม่เคลียร์ครับ คือผมเข้าใจว่าที่ไม่จัดเข้าไปอยู่ในนิโรธสัจจ์เพราะว่ามันจะต้องเป็นตัวที่ถูกดับ มีเหตุผลอะไรนอกจากนั้นรึเปล่าครับ?

อืมม... ข้อ 17 นี่ ถ้าผมแย้งขึ้นมา จะกลายเป็นว่าผมแย้ง พระเถระเปรียญเก้าใช่มั้ยครับ? เพราะผมเห็นว่าทุกข์เกิดที่อายตนะภายในครับ





โดย: Karz วันที่: 22 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:56:37 น.  

 
9. ครับ

12. น่าจะอย่างนั้นครับ

17. ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นครับ ผมยังไม่เข้าใจคำว่า "เกิดเป็นขึ้น" ในหนังสือด้วยซ้ำ แต่พอมองให้สอดคล้องกับข้อที่ 22.-23. ก็หมายเอาคำว่า "เกิดเป็นขึ้น" ตามความหมายที่เข้ากัน เมื่อดูต่อไปข้อที่ 27. ใครเป็นผู้ทุกข์ คำตอบจึงเป็นอายตนะภายใน (= ขันธ์ 5) พอดูข้อที่ 28. มีคำว่า "ปรากฎ" ความหมายคล้าย "เกิดขึ้น" แต่มีนัยคนละอย่างกัน ผมไม่แย้งว่าที่คุณแย้งมานั้นผิด เพราะมันไม่ผิดหรอกครับ เพราะอารมณ์ที่ทุกข์เกิดขึ้น หรือทวารที่ทุกข์เกิดขึ้น เกิดขึ้นที่เดียวกัน ที่ ๆ เกิดผัสสะ (ผมเดาเอาตามประสาคนกิเลสหนานะครับ)


โดย: ศล วันที่: 22 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:58:18 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.