creatio ex nihilo

BlogGang Popular Award#13


 
ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 83 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
เศรษฐกิจติดขัด (The Gridlock Economy)



ดังที่ทราบกันว่ากรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลสร้างความมั่งคั่ง กรรมสิทธิ์ยิ่งมากยิ่งดีอย่างนั้นหรือ หนังสือเล่มนี้พาคุณแวะไปสำรวจอีกด้านหนึ่งของภาวะที่มีกรรมสิทธิ์มากเกินไปครับ ซึ่งบ่อยครั้งที่ภาวะดังกล่าวก่อให้เกิด gridlock (เศรษฐกิจติดขัด) และภาวะติดขัดนี่เองที่เป็นโศกนาฎกรรมอสาธารณสมบัติ (tragedy of the anticommons) ตรงกันข้ามกับโศกนาฎกรรมสาธารณสมบัติ สาธารณะสมบัติคือสมบัติที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยตรง ทุกคนสามารถเข้าไปตักตวงเอาผลประโยชน์เต็มที่ ฉะนั้นก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรมากเกินไป อันนี้เรามองเห็นได้ไม่ยาก แต่ภาวะที่ตรงข้ามคือภาวะที่เจ้าของกรรมสิทธิ์มากเกินไปกระทั่งเกิดการกีดกันกันและกันทำให้ใช้ทรัพยากรได้น้อยเกินไป ผู้เขียนพาคุณท่องโศกนาฎกรรมที่ว่ามานี้แหละครับ ตั้งแต่เรื่องโครงการวิจัยยารักษาโรคที่ต้องล้มไปเพราะไม่อาจรวบรวมสิทธิบัตรต่าง ๆ ที่เป็นองค์ประกอบยิบย่อยในโครงการนั้น การจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุ (ในอเมริกา) ที่ใช้คุณประโยชน์ของมันได้น้อยมากกว่าค่าที่แท้จริงของมัน ไม่ใช่จากความอ่อนด้อยของเทคโนโลยี แต่มาจากภาวะติดขัดดังกล่าว การใช้ที่ดิน เส้นทางบินแออัด การวางแผงลอยขายของในมอสโกหลังปฏิรูปอันเป็นทางออกของ gridlock เนื่องจากสิทธิ์ที่ซ้อนทับกันมากมายในร้านค้า ฯลฯ บทที่อ่านสนุกที่สุดคือบทสงครามหอยนางรมครับ วิเคราะห์วัฏจักรหอยนางรมที่วนเวียนระหว่างโศกนาฎกรรมสาธารณะและอสาธารณะ ซึ่งผู้เขียนชี้ให้เห็นว่าให้บทเรียนที่มีค่าในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจติดขัด เป็นหนังสือเศรษฐศาสตร์ ผสมผสานกฎหมายที่น่าอ่าน ผู้เขียนเขียนด้วยอารมณ์ขันแบบแสบ ๆ คัน ๆ (จะว่าอ่านเพลินก็ไม่เพลินเท่าไรนัก เพราะบางบทเล่นเอามึนตึ๊บทีเดียว) ผลงานแปลคุณสฤณี ฝีไม้ลายมือที่แฟน ๆ รู้กัน ห้ามพลาดครับ

ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นต่อส่วนขยายความที่ผมไม่เห็นด้วยนิดนึง (ผมอาจเข้าใจผิดเองก็ได้นะครับ) จากคำอธิบายของผู้เชี่ยวชาญในบทแรกที่ว่า "การเคลียร์สิทธิ เป็นเชอร์ล็อก โฮล์มส์ครึ่งหนึ่ง และเป็นมอนตี้ ฮอลล์อีกครึ่งหนึ่ง" ซึ่งตรงนี้คุณสฤณีขยายความว่า "อุปมาเป็นงานนักสืบครึ่งหนึ่ง ตัวตลกครึ่งหนึ่ง" นักสืบนะใช่ เพราะผู้เคลียร์สิทธิ์ไล่ล่าตามหาว่าใครเป็นผู้ถือสิทธิ์บ้าง แต่ตัวตลกนี่ผมว่าไม่ใช่ (แม้โดยภาพรวม ผ่านมุมมองของเทวดามันจะเป็นตลกแปร๊บ ๆ ก็ตาม) ตอนอ่านถึง มอนตี้ ฮอลล์ ผมไม่ได้นึกภาพตัวตลก แต่ผมนึกถึงปัญหาคณิตศาสตร์คลาสสิกข้อหนึ่ง Monty Hall Problem ซึ่งมาจากเกมโชว์ทางทีวี Let's Make a Deal และเชื่อว่าผู้พูดต้องการเล่นมุก Let's Make a Deal มากกว่าครับ คือ หลังจากที่สืบเสาะจนเจอผู้ครองสิทธิ์แล้วภารกิจไม่เสร็จแค่นั้น ต้องมา "เจรจา" กันอีก ตรงนี้จึงน่าจะเป็นอุปมาว่า "เป็นงานนักสืบครึ่งหนึ่ง นักต่อรองอีกครึ่งหนึ่ง" รึเปล่า?

ปล. สำหรับคนที่อยากรู้จักปัญหาจาก Let's Make a Deal ของ Monty Hall คลิกที่ลิงค์ด้านล่างครับ

     monty hall Problem ปัญหามอนตี้ ฮอลล์ และการเฉลยด้วยภาพ
     bayes' Theorem แก้ปัญหามอนตี้ ฮอลล์ ด้วยทฤษฎีบทของเบย์ส
     21 ปัญหามอนตี้ ฮอลล์ในหนังของเควิน สเปซี่

ผมให้




Create Date : 22 เมษายน 2553
Last Update : 23 เมษายน 2553 11:25:18 น. 0 comments
Counter : 846 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.