creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
The Recollections of Eugene P. Wigner as Told to Andrew Szanton (2)

The Recollections of Eugene P. Wigner as Told to Andrew Szanton (1)

วันหนึ่ง วิกเนอร์นอนแผ่บนสนามหญ้าข้างสระว่ายน้ำเทศบาลที่เกิททิงเง่น มีนักดาราศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อเฮคมานนั่งอยู่ข้าง ๆ เฮคมานเห็นมดแดงจำนวนมากไต่บนขาข้างหนึ่งของเขา ด้วยความประหลาดใจที่วิกเนอร์ยอมให้มดไต่ ถามว่ามันไม่กัดเหรอ

"กัดสิ"
"แล้วทำไมไม่บี้มันล่ะ"
"ก็...ผมไม่รู้ว่าตัวไหนกัดนี่ครับ"



July 17, 2014

มีอยู่วันหนึ่งหลังจากฟังไอน์สไตน์พูดเรื่องทฤษฎีสนามรวม วิกเนอร์, เอ็ดเวิร์ด เทลเลอร์ พร้อมกลุ่มเพื่อน ๆ ชวนกันไปเดินเล่นที่สวนสัตว์ วิกเนอร์เห็นเทลเลอร์หงอย ๆ

"เป็นไรไป"
"รู้สึกโง่หวะ" เทลเลอร์ตอบ

ถามไปถามมาค้นพบสาเหตุว่า เป็นเพราะเทลเลอร์ตามเล็กเชอร์วันนั้นของไอน์สไตน์ไม่ทัน หลังจากใคร่ครวญคำตอบพักหนึ่ง วิกเนอร์พูด "ก็จริง ความโง่เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของคน" เทลเลอร์พอใจคำตอบนี้นะฮะ อาจเพราะไม่ค่อยได้ยินใครว่าแกโง่มั้ง (ถึงบรรทัดนี้ บางคนรู้จักเทลเลอร์ดีอยู่แล้ว และรู้ว่าการแปะป้ายโง่ให้เอ็ดเวิร์ด เทลเลอร์ นี่เป็นอะไรที่ชวนขนลุกอยู่ แต่ถ้าไม่รู้จัก เทลเลอร์คือพ่อของระเบิดไฮโดรเจน และเป็น 1 ใน 4 จตุรเทพแห่งบูดาเปส มีซิลาร์ดเป็นพี่ใหญ่ เพราะแก่กว่าเพื่อน คนนี้จดสิทธิบัตรตู้เย็นร่วมกับไอน์สไตน์ ไอเดียเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ก็แกนี่แหละ คนที่สองวิกเนอร์ คนที่สามฟอน นอยมันน์ คนที่สี่เด็กสุดคือเทลเลอร์ที่บ่นว่าตัวเองโง่นี่แหละ วิกเนอร์มักพูดถึงพี่น้อง 3 คนนี้ในฐานะเด็กอัจฉริยะ ส่วนตนนั้นมาจากเด็กธรรมดา ๆ) ข้อความที่วิกเนอร์บรรยายตามมาน่าประทับ เขาว่า พวกเราทุกคนโง่เมื่อเปรียบเทียบกับอุดมคติ หมายถึง คนที่จำได้ทุกเรื่อง ซึมซับข้อเท็จจริงใหม่ ๆ ได้ทันทีทันใด และพิจารณาตัดสินมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ นั่นไม่ใช่คนล่ะ แล้วพูดต่อว่า คนโง่ก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ชั้นเยี่ยมได้ การเปิดใจกว้างสำหรับเรื่องใหม่ ๆ หรือเรียนรู้ได้ไวปานสายฟ้าหาสำคัญเท่าการกัดปัญหาไม่ปล่อยไม่ ถึงตรงนี้ ถ้าคุณเคยอ่านประวัติไอน์สไตน์ คงจำได้ว่าไอน์สไตน์ก็บรรยายจุดแข็งเรื่องกัดปัญหาไม่ปล่อยของตัวเองไว้เหมือนกัน

July 18, 2014



ปี 1936 พรินซ์ตันไม่ต่อสัญญากับวิกเนอร์ เพราะถูกโปรเฟสเซอร์กลุ่มหนึ่งในมหาวิทยาลัยอิจฉา เป่าหูนายใหญ่ และเป็นการไม่ต่อสัญญาที่ไม่แจงเหตุผลใด ๆ ด้วย แกว่าตอนนั้นโกรธมากนะฮะ แต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรได้นอกจากหางานใหม่ งานใหม่ในช่วงปี 30 นี่ก็ใช่จะง่าย เพราะภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ วิกเนอร์เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ฟอน นอยมันน์ ฟัง ทางนอยมันน์ก็ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ไม่แสดงอาการหรือแสดงอารมณ์อย่างที่คนทั่วไปพึงแสดงหลังจากได้ยินเรื่องไม่ชอบธรรม วิกเนอร์ว่า นั่นสะท้อนตรรกะอันเด็ดเดี่ยวภายในจิตใจของเขาและแสดงถึงอิทธิของมันต่อการประเมินและตัดสินทางศีลธรรม นักคณิตศาสตร์ยอมรับแอ๊กเซี่ยม ฟอน นอยมันน์รักแอ๊กเซี่ยมและเคยพูดว่า "การโทษว่าเป็นเพราะคนเราเห็นแก่ตัวและเชื่อไม่ได้นี่เป็นอะไรที่โง่มาก ก็เหมือนกับการโทษว่าสนามแม่เหล็กไม่เพิ่มขึ้นนอกจากสนามไฟฟ้าเกิดในทิศหมุนวนนั่นแหละครับ ทั้งคู่เป็นกฎของธรรมชาติ"

สุดท้าย วิกเนอร์ออกจากพรินซ์ตันไปวิสคอนซิน ความรักอเมริกาและรู้สึกว่าเป็นอเมริกันครั้งแรกเกิดขึ้นที่นี่ เมียคนแรกก็ได้ที่นี่ อะมีเลีย แฟรงค์เป็นลูกศิษย์ของแฟน ฟแล็ค (J. H. van Vleck) แต่น่าเสียดาย ชีวิตคู่กลับแสนสั้น ไม่นานเมียป่วยตาย ช้ำใจอีกรอบ ช่วงนั้นพรินซ์ตันอยากได้แฟน ฟแล็ค ไปร่วมงานพอดี แต่แฟน ฟแล็ค ไม่เอาพรินซ์ตัน เลือกฮาร์วาร์ด พอถูกถามความเห็นว่าใครที่พรินซ์ตันควรจะเชิญแทนที่แฟน ฟแล็ค เขาตอบโดยไม่ลังเล ยูจีน วิกเนอร์

ปี 1938 วิกเนอร์ยอมรับคำเชิญกลับพรินซ์ตัน นี่ถ้าเมียไม่ตาย แกว่าไม่กลับนะ และถ้าไม่ถูกพรินซ์ตันไล่ออกตั้งแต่แรก ก็คงไม่ได้เจออะมีเลีย

July 19, 2014


Create Date : 19 กรกฎาคม 2557
Last Update : 19 กรกฎาคม 2557 23:04:17 น. 0 comments
Counter : 743 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.