creatio ex nihilo

BlogGang Popular Award#13


 
ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 83 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
เมื่อโลกเอาคืน (The Revenge of Gaia)



ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องโลกร้อน ผลงานและความคิดของ Lovelock เป็นอะไรที่มีคุ้มค่าทางปัญญาต่อการศึกษาครับ ผู้เขียนเองยอมรับนะครับ (ในหนังสือ) ว่า gaia เป็นเรื่องเปรียบเปรยและเป็นเรื่องเฉพาะกาลที่อาจถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจถูกต้องและลึกซึ้งกว่า (อันเป็นไปตามครรลองของวิทยาศาสตร์โดยทั่วไป) gaia คือ แนวคิดที่มองว่าโลกทั้งโลกคือสิ่งมีชีวิตในแง่ที่ "โลกมีระบบควบคุมตัวเองประกอบด้วยส่วนกายภาพ เคมี ชีววิทยา และมนุษย์" (หน้า 62) ตามแถลงการณ์อัมสเตอร์ดัมปี 2001 ทฤษฎีนี้บอกว่า "สิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อมถือเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันในการดำรงอยู่" (หน้า 78) ผู้เขียนพยายามชี้ให้เราเห็น โลกเราร้อนขึ้นเพราะ gaia เสียศูนย์ และตัวการที่ทำให้ gaia เสียสูญก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เราและความโง่เขลาของเรานี่แหละครับ (รวมถึงความโง่เขลาในนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกโจมตีอย่างเมามันในบทที่ 6 สารอาหาร เคมี และวัตถุดิบ) ดังนั้นหากเราอยากอยู่รอด เราต้องดูแล gaia เช่น หยุดใช้พลังงานจาการเผาไหม้ที่ก่อให้เกิดแก๊สพิษแต่มาใช้พลังงานนิวเคลียร์ (เกี่ยวกับพลังงานต่าง ๆ Lovelock พูดอย่างละเอียดและหลากหลายในบทที่ 5 แหล่งพลังงานต่าง ๆ) หยุดรุกล้ำและทำการเกษตรแบบเข้มข้น เป็นต้น หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากหนังสือโลกร้อนทั่วไป มีทั้งความอ่านยากและอ่านง่ายในเวลาเดียวกัน Lovelock เป็นคนที่มองภาพรวมและคิดมุมกว้างได้เฉียบขาด ฉะนั้นหากคุณไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือร่ำเรียนมาด้านชีวเคมี อาจตามเหตุผลสืบเนื่องที่แกร่ายยาวเป็นทอด ๆ ไม่ทัน (พูดง่าย ๆ ว่าคุณบอกไม่ได้ว่าแกพูดผิดหรือพูดถูก) แต่คุณเข้าถึงข้อสรุปที่ชัดเจนในประเด็นนั้น ๆ ได้ ความคิดภาพรวมของแกทำผมทึ่งตั้งแต่ตัวอย่างแรก ๆ ที่แกถามว่าทำไมคนเราต้องฉี่ ทำไมต้องขับไนโตรเจนออกมาในรูปของสารยูเรีย (หรือกรดยูริก) แทนที่จะปล่อยออกมาในสถานะแก๊ส เพราะการฉี่มันสูญเสียน้ำและพลังงานมากมายไม่ใช่หรือ แกเสนอคำตอบที่เอาไปโยงเข้ากับการเห็นแก่ผู้อื่นได้อย่างน่าคิดครับ ในแง่สำนวนการเขียน เป็นความเรียงขนาดยาวที่บรรจุอารมณ์อัดอั้นอยากระบายออกไปให้ใครฟัง (ผมชอบงานกึ่งวิชาที่ผู้เขียนใส่อารมณ์และความรู้สึกส่วนตัวลงไปมากกว่างานแห้ง ๆ ที่เราเก็บไว้อ่านตามวารสารวิชาการ - เวลาอ่านงานแบบนี้ผมจึงคาดหวังจะได้เห็นตัวตนของผู้เขียนไปพร้อม ๆ กันกับเรื่องราวที่เขาอยากเล่า - เล่มนี้จึงมีสไตล์โดนใจ) ส่วนสำนวนแปลอยู่ในขั้นโอเคถึงดี จะมีบ้างตรงศัพท์แสงเทคนิคบางคำที่ต้องนั่งนึกอยู่นานกว่าจะบรรลุว่ามันคืออะไร มีหลายจุดครับ แต่ก็พอรับได้ ตัวอย่างชัด ๆ อันหนึ่งคือตอนพูดถึง daisyworld ซึ่งเป็นโมเดลโลกของ Lovelock ที่ใช้แสดงให้เห็นว่า โลกอันประกอบด้วยดอก daisy ดำกับขาวและที่ดินเปล่าสามารถ regulate อุณหภูมิโลกให้คงที่ได้ทั้ง ๆ ที่แหล่งจ่ายพลังงาน (คือดวงอาทิตย์) จ่ายพลังงานเพิ่มมากขึ้นตามกาลเวลา หรือ ฟังก์ชั่น luminosity แปรตาม t (เวลา) โมเดลนี้ใช้สมการอนุพันธ์ 2 สมการเป็นหลักในการกำหนดการแพร่พันธุ์ของดอก daisy (ตรงนี้แหละครับที่ผู้แปลแปลว่า "มันเป็นแบบจำลองซึ่งสร้างจากสมการแตกต่างกัน 2 ตัว" - เนื่องจากไม่มีต้นฉบับตรวจสอบ ผมเดาว่าแกแปลผิดเล็กน้อยนะครับ ไม่ถึงกับเสียหาย แค่เล่าสู่กันฟัง) คือสมการ dA/dt ของดอกดำและดอกขาว เมื่อ A คือ พื้นที่ที่ปกคลุมด้วยดอก daisy ที่ normalization พื้นที่โลกรวมเท่ากับ 1 แล้วมัน regulate ได้ยังไง คำตอบคือ Lovelock (กับ Watson) กำหนดให้ดอกขาวและดำมี albedo ไม่เท่ากัน ดอกขาวจึงสะท้อนแสงออกมากยังผลให้ลดอุณหภูมิ ขณะที่ดอกดำสะท้อนแสงออกน้อย (กว่าพื้นดินเปล่า) จึงเพิ่มอุณหภูมิ การแพร่พันธุ์ของดอกดำกับขาวนี่แหละครับที่จะเป็นตัว regulate ให้อุณหภูมิโลกคงที่ พูดถึงตรงนี้แล้วขอเสริมอีกนิดว่า diasyworld แม้จะเป็นโมเดลที่ได้รับการยอมรับและต่อยอดใหญ่โตมโหฬารแต่ก็มีเสียงคัดค้านว่าผลสืบเนื่องของมันนำมาตีความผิดนะครับ โดยเฉพาะการใช้ dynamic model ในการสร้าง prediction (ซึ่งคุณคงรู้ดีจากการฟังข่าวพยากรณ์อากาศว่าแทบไม่น่าเชื่อถือเลย) กูรูด้าน complex dynamical system คนหนึ่ง Ralph Abraham บอกว่า "mathematical modeling is valuable for comprehension, but not for prediction" รายละเอียดอ่านบทความ The Misuse of Mathematics ของแกได้ครับ (แจกฟรีในเว็บของแก ค้น google ได้เลย) สุดท้าย อ่านเล่มนี้จบ ผมเองก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเชื่อฝ่ายโลกร้อนหรือโลกไม่ร้อน (ร้อน ๆ เย็น ๆ เป็นธรรมดา) ดี แต่คงจะโง่มากถ้าเราจะเชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยไม่ฟังเสียงจากทั้งสองฝ่าย

คำว่า gaia เป็นคำที่นักเขียนในดวงใจของผมคนหนึ่ง William Golding (ชอบ Lord of the Flies) ตั้งชื่อให้ Lovelock ตอนที่ทั้งคู่เดินเล่นกันแถวหลังหมู่บ้านโบเวอร์ชอล์ก (พูดถึงในบทที่ 9)

ผมให้


Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2554 16:36:17 น. 1 comments
Counter : 995 Pageviews.

 
เล่มนี้ซื้อมาสักพักแล้วยังไม่ได้อ่านเลย อ่านบลอคนี้แล้วเดี๋ยวต้องกลับไปอ่านบ้าง


โดย: Mr.Feynman วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:7:33:00 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.