creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
บางแง่มุมเกี่ยวกับ binary opposition

งงคำอธิบายในหนังสือของอาจารย์ไชยรัตน์ เรื่อง binary opposition (คู่ตรงข้าม) แกบอกว่า วิธีคิดแบบโครงสร้างนิยมของเลวี-สโทรส เช่น การแยกระหว่างธรรมชาติกับวัฒนธรรม เป็นวิธีคิดแบบ binary opposition (หน้า 50) ต่อมา แกบอกว่า พอเลวี-สโทรสเจอกับสิ่งที่เข้ากันไม่ได้กับวิธีคิดแบบ binary opposition สิ่งนั้นจะถูกตีตราเป็นความแปลกประหลาด โดยมีการยกตัวอย่าง incest prohibition ว่ามีลักษณะเป็นธรรมชาติ (เพราะ พบได้ทุกสังคมและได้รับการยอมรับทุกสังคม) ขณะเดียวกัน incest prohibition ก็เป็นสิ่งที่สังคมกำหนดขึ้น จึงมีลักษณะของวัฒนธรรมด้วย แกจึงสรุปว่า การที่ incest prohibition มีทั้งลักษณะของธรรมชาติและวัฒนธรรม ไม่สามารถจัดเป็นแบบใดแบบหนึ่งในคู่ตรงข้ามได้นั้น มันจึงกลายเป็นสิ่งที่เลวี-สโทรสเรียกว่าเรื่องอื้อฉาว ซึ่งเป็นความแปลกประหลาด

จากปัญหาเรื่องอื้อฉาวนี้ ผมคิดได้ 2 กรณีนะ

1. ถ้าเรายอมรับว่า การแบ่งสิ่งใด ๆ ด้วยคู่ธรรมชาติ-วัฒนธรรม ว่าเป็น binary opposition จริง (ข้อความว่า "เป็น binary opposition จริง" จะอธิบายในข้อ 2.) แล้วพบว่า incest prohibition มีลักษณะทั้งเป็นธรรมชาติและเป็นวัฒนธรรม นั่นก็หมายความว่า จริง ๆ แล้ว incest prohibition มี 2 ตัว คือตัวที่เป็นธรรมชาติ กับตัวที่เป็นวัฒนธรรม โดย 2 ตัวนี้ แม้จะมีพฤติกรรมอย่างเดียวกัน แต่ผลสืบเนื่องไม่เหมือนกัน ip ตัวธรรมชาติ อาจให้ผลสืบเนื่องคือลักษณะด้อยของพันธุกรรม (จึงทำให้มีความโน้มเอียงทางวิวัฒนาการที่เราไม่อยากเอากับผู้มีความใกล้ชิดทางพันธุกรรม) ขณะที่ ip ของวัฒนธรรมอาจให้ผลสืบเนื่องคือ การต่อต้านบางรูปแบบของสังคม ฉะนั้น ผมจึงแย้งว่า ip ที่ดูเหมือนมีตัวเดียวและถูกแปะป้ายว่าเรื่องอื้อฉาวเพราะไม่สามารถจัดลงในคู่ตรงข้ามนี้ แท้ที่จริงแล้วมี 2 ตัวที่แตกต่างกัน และจัดลงในคู่ตรงข้ามได้ ลองเปรียบเทียบกับ การไม่กินจนท้องแตกตาย เราพบพฤติกรรมนี้ทุกสังคม จนพูดได้ว่ามันมีลักษณะเป็นธรรมชาติ ต่อมา สมมติว่ามีสังคมใดสังคมหนึ่งสร้างวัฒนธรรมการไม่กินจนท้องแตกตายขึ้นมาให้รับรู้โดยทั่วกันว่าบาปเป็นต้น การไม่กินจนท้องแตกตายจะกลายเป็นความแปลกประหลาดแบบเลวี-สโทรสเหรอ ในตัวอย่างนี้และตัวอย่างตามหนังสือของอาจารย์ไชยรัตน์ ผมคิดว่า สิ่งที่ทำให้มันมีลักษณะเป็นวัฒนธรรมนั้น ถูกสร้างขึ้นมาอีกอันหนึ่ง และแยกกันได้กับสิ่งที่มีลักษณะความเป็นธรรมชาติเดิม

2. ถ้าเรายืนยันว่า ip เป็นสิ่งที่อยู่ทั้งในธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยเป็น ip ตัวเดียวเท่านั้น นั่นจะทำให้คู่ธรรมชาติ-วัฒนธรรม แท้ที่จริงแล้วไม่เป็น binary opposition อย่างแท้จริง เพราะ binary opposition โดยนิยามควรจะเป็นคู่ที่เป็น mutually exclusive จึงไม่มีอะไรให้ร้อนไปถึงแดร์ริดาที่จะโจมตี binary opposition เพราะไม่มีทางที่ binary opposition ที่แท้จริงจะเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นมา นั่นคือ หากเลวี-สโทรสยืนยันว่ามีเรื่องอื้อฉาว คำยืนยันดังกล่าวจะมีค่าเท่ากับบอกว่า ระบบที่พูดถึงอยู่นั้น ไม่ได้เป็น binary opposition หรือเป็น binary opposition เทียม



เพื่อแก้ปัญหาเรื่องอื้อฉาวของเลวี-สโทรส ผมคิดว่าวิธีการที่ดีกว่าการพูดว่าอย่าไปยึดติดใน binary opposition เลย คือ ถ้าไม่ยอมรับว่าพฤติกรรมที่เหมือนกันเป็นคนละวัตถุกันและแยกกันอยู่ในคู่ตรงข้าม ก็ต้องหาระบบคู่ตรงข้ามใหม่ที่เป็นคู่ตรงข้ามจริง ๆ เพราะการเกิดขึ้นของเรื่องอื้อฉาวฟ้องว่ามันอยู่ในระบบคู่ตรงข้ามเทียม


Create Date : 16 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2555 1:02:41 น. 0 comments
Counter : 2526 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.