creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
Denial

เดิมทียังไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้นะครับ เพราะยังอ่านไม่จบ แต่ประเด็นตอนค่ำวันนี้มีเรื่องผี แล้วชวนเพื่อน ๆ หลายคนคุยเรื่องผี ได้รู้เรื่องผีจากเพื่อน ๆ หลายแง่มุม รวมถึงจากคนใกล้ตัวด้วย ก็ขอเอาไอเดียของหนังสือมาเล่าให้ฟังละกัน มันอาจไม่เกี่ยวกับผีโดยตรง แค่นึกถึง (จะว่าไป เราอ่านเล่มนี้ค้างมานานมาก โชคดีที่ตอนหลัง ๆ ไม่ค่อยศรัทธาความจำของตัวเอง ทำให้เวลาอ่านหนังสือหลาย ๆ เล่มพร้อมกัน ซึ่งสุดท้ายมักจะมีเล่มที่ถูกทิ้งไม่หยิบมาอ่านต่อเสมอ ด้วยขี้เกียจเริ่มอ่านใหม่ตั้งแต่ต้น ก็เลยจดโน้ตเอาไว้ ข้อความต่อไปนี้ เป็นส่วนหนึ่งจากโน้ตนั่น)



ชื่อบนปกมีผู้เขียน 2 คนคือ Varki กับ Brower คนแรกเป็นหมอชาวอินเดียก่อนผันตัวมาเป็นนักวิจัยที่อเมริกา (UCSD) คนหลังเป็นโปรเฟสเซอร์ด้านโมเลกุล ชีววิทยาเกี่ยวกับเซลล์ที่แอริโซน่า ทั้งคู่เจอกันแค่ครั้งเดียว และพูดคุยกันสั้น ๆ เท่านั้นเอง ผ่านความสนใจร่วมคือ anthropogeny (การศึกษาจุดกำเนิดมนุษย์และวิวัฒนาการ) ครั้งที่เจอกันนั้น Varki ไปบรรยายที่มหาวิทยาลัย แล้ว Brower โจมตีว่า คำถามที่ถาม ๆ กันมานั้น เป็นคำถามที่ผิด Brower ว่า แทนที่จะตั้งคำถามแค่ว่า กระบวนการทางวิวัฒนาการอะไรที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ เราควรถามด้วยว่า เหตุใดความสามารถทางความคิดที่ซับซ้อนถึงได้มีแต่ในมนุษย์ ทั้ง ๆ ที่สัตว์สายพันธุ์อื่นที่ฉลาด ๆ ก็มีอยู่ถมไป และวิวัฒนาการมาเป็นล้าน ๆ ปีเหมือนกัน ซึ่งสมมติฐานทั่วไปคือ มีอะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดาหรือพิเศษมาก ๆ เกิดขึ้นกับสมองคนระหว่างวิวัฒนาการ และสิ่งที่เราต้องทำคือ หาว่าอะไรบางอย่างนั่นคืออะไร Brower ว่าเราไม่ควรมองหาเหมือนชาวบ้าน เราควรถามว่า มีกำแพงอะไรที่กางกั้นไม่ให้สัตว์สายพันธุ์ฉลาด ๆ อื่น ๆ ที่ดูเหมือนจะมี self-awareness ในฐานะปัจเจก เช่น ชิมแปนซี อุรังอุตัง โลมา ฉลามเพชฌฆาต ช้าง ก้าวข้ามผ่านมาจนมี complex mental abilities เหมือนเรา

Danny Brower เสนอทฤษฎีว่า สเต็ปถัดจากการตระหนักรู้ความมีตัวตนของตนเอง ก็คือการตระหนักรู้ถึงความมีตัวตนของบุคคลอื่น คือรู้ว่าคนอื่นก็มี self-awareness เหมือนกัน พอเห็นชาวบ้านตายก็บรรลุแจ้งญาณขั้นที่หนึ่ง (อันนี้เป็นแค่สำนวนเว่อร์ ๆ ของเรา) รู้ว่าตัวเองก็ต้องตาย การบรรลุความจริงถึงภาวะ mortality นี่แหละเป็นกำแพงที่เกิดขึ้น และทางเดียวที่จะก้าวผ่านกำแพงได้คือ เราพัฒนากลไกที่ใช้ปฏิเสธความตายขึ้นมาควบคู่กันด้วย นี่ล่ะครับ ชื่อหนังสือ "Denial"

ความสามารถในการหลอกตัวเองเกี่ยวกับเรื่องความตายนี่แหละที่ทำให้เราเป็นเรา พูดอีกอย่างว่า พวกโลมามันยังห่างไกลจากเราเพราะมันไม่สามารถพัฒนากลไกที่ใช้ปฏิเสธความจริง มันยังไม่ฉลาดพอที่จะหลอกตัวเองเรื่องความตาย

จากการพูดคุยสั้น ๆ คราวนั้น Varki เอาไปคิดต่อยอดจริงจัง มันอาจใช้อธิบายได้ด้วยซ้ำถึงเหตุผลที่ศาสนาทั้งหลายต้องบรรยายถึงภาวะหลังความตาย การมีอยู่หลังจากตาย เป็นต้น ผ่านไป 2 ปี Varki ก็ email ไปหา Brower แต่ไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ Varki แกจะเชียร์ให้ Brower ตีพิมพ์ทฤษฎีนะฮะ สุดท้าย ค้นหาเบอร์โทรจนเจอ พอโทรไปถึงได้รู้ว่า Brower ตายเสียแล้ว เขาจึงเขียนบทความสั้น ๆ เป็น letter ตีพิมพ์ใน Nature พูดถึงทฤษฎีของ Brower

ทางฝั่งคุณ Sharon ภรรยาของ Brower ได้อ่าน Nature ก็ติดต่อ Varki พร้อมส่ง draft หนังสือที่ Brower กำลังเขียนก่อนตายให้

หนังสือเล่มนี้คือการผสมผสาน draft ฉบับนั้นกับความคิดของ Varki และปรับปรุงผ่านสำนวนของคน ๆ เดียวคือ Varki

2015.7.13


Create Date : 14 กรกฎาคม 2558
Last Update : 14 กรกฎาคม 2558 16:30:55 น. 1 comments
Counter : 572 Pageviews.

 
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: peepoobakub วันที่: 14 มีนาคม 2560 เวลา:12:21:21 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.