creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
Sex, Murder and the Meaning of Life



เป็นหนังสือจิตวิทยาเชิงวิวัฒนาการ (evolutionary psychology) ที่เขียนได้อ่านสนุกมากครับ evolutionary psychology เป็นแนวความคิดที่อธิบายพฤติกรรมของคนและสภาพจิตใจโดยอาศัยหลักการที่ผสมผสานระหว่าง evolution biology กับ social psychology จิตใจของคนไม่ได้กำเนิดมาอย่างผ้าขาวที่จะแต่งแต้มอะไรก็ได้ลงไปภายหลังและก็มิใช่ชุดคำสั่งสำเร็จรูปที่ถูกโปรแกรมมาพร้อมสรรพอย่างหุ่นยนต์ วิวัฒนาการทำให้เรามีกลไกหรือชุดคำสั่งพื้นฐานที่มีส่วนกระทบต่อการตัดสินใจติดกับสมองอยู่แล้ว โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ทำให้โอกาสในการสืบพันธุ์มีค่าสูงสุด ซึ่งตรงนี้สะท้อนให้เห็นความใกล้ชิดกันหรือมีมอดูลร่วมกันระหว่างสัตว์ต่างสายพันธุ์ ผู้เขียน โปรเฟสเซอร์ Douglas T. Kenrick แห่งมหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา พาผู้อ่านสำรวจผ่านข้อสรุปจากงานวิจัยของแกเองเป็นหลัก ตั้งแต่เรื่องเพศ ด้วยคำถามความสัมพันธ์ระหว่างความแตกต่างระหว่างเพศกับพฤติกรรมในการเลือกคู่ ทำไมผู้ชายชอบผู้หญิงหน้าตาดี ส่วนผู้หญิงชอบผู้ชายมีฐานะทางสังคม ผู้ชายยิ่งแก่ยิ่งชอบเด็กลงเรื่อย ๆ การโชว์ออฟของเพศผู้ที่ดูไร้ค่าในแง่ประโยชน์ใช้สอย อาทิ ขับ Porsche หรือการบังเกิดของความคิดสร้างสรรค์ (ปีกัสโซมาพร้อมไอเดียแหวกแนวทุกครั้งที่มีหญิงใหม่) ที่อาจรับใช้ในหน้าที่เดียวกับหางสีสันสวยงามของนกยูงตัวผู้ ทั้งนี้เพื่อทำให้ตัวเองถูกเลือก (วิวัฒนาการบอกว่า เพศที่ลงทุนในตัวทายาทสูงกว่าจะเป็นฝ่ายเลือก) เรื่องฆาตกรรม ทุกคนเคยวาดฝันฉากตัวเองฆาตกรรมใครสักคน ทำไมฆาตกรส่วนใหญ่เป็นเพศชาย เพศชายพร้อมที่จะระเบิดความรุนแรงมากกว่าเพศหญิง (และจิตวิทยาเชิงวิวัฒนาการก็บอกว่า สมองของคนเราทำงานในแบบที่พร้อมจะรับรู้ต่ออารมณ์โกรธของผู้ชายได้ดีกว่าอารมณ์โกรธของผู้หญิง - กลับกัน ถ้าโจทย์ให้คุณนึกภาพหน้าคนที่กำลังโกรธหรือคุกคามคุณและคนที่กำลังมีความสุข สำหรับคนส่วนใหญ่ ภาพแรกจะเป็นผู้ชาย ภาพหลังเป็นผู้หญิง) เหตุผลเบื้องลึกทั้งหมด Kenrick พยายามโน้มน้าวให้ผู้อ่านเชื่อว่ามาจากวิวัฒนาการ ด้วยความเชื่อถือในแนวคิดนี้ และอิทธิพลของ evolution biology ที่เข้มข้น Kenrick จึงได้นำเสนอการดัดแปลงลำดับชั้นความต้องการของมนุษย์ของ Maslow โดยปรับรวม Self-Actualization กับ Esteem เข้าด้วยกัน แล้วเพิ่มอีก 3 ระดับตัวขับเคลื่อนซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ในวิวัฒนาการ คือ Mating Acquisition, Mate Retention กับ Parenting แต่กระนั้น แกก็ได้ย้ำไว้หลายครั้งหลายคราว่าแรงขับเคลื่อนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องรับรู้ในระดับจิตสำนึก ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยประเด็นความหมายของชีวิต Kenrick ได้พิจารณาแนวคิดที่รวม evolutionary psychology เข้ากับ dynamical system theory เพื่อชี้ให้เห็นอำนาจของกลุ่ม โดยเฉพาะปรากฏการณ์ emergence และลักษณะ self-organization ของกลุ่ม หัวข้อสุดท้าย แฉลบเข้าไปในกระแส positive psychology ถึงแม้วิวัฒนาการอาจอยู่บนกฎง่าย ๆ อย่างยีนเห็นแก่ตัว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะทำให้คนเรากลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัว ยีนเห็นแก่ตัวทำให้เราต้องหาเพื่อนและอยู่รวมกลุ่มเป็นสังคม รู้จักการให้ การศึกษา positive psychology อันหนึ่ง (ตีพิมพ์ใน science) พบว่าคนที่ใช้เงินโบนัสเพื่อผู้อื่นมีความสุขมากกว่าคนที่ใช้เงินโบนัสเพื่อตนเอง วิวัฒนาการทำให้มนุษย์ถูกออกแบบมาพร้อมกับกลไกที่ทำให้เรารู้สึกดีเมื่อเราให้ เมื่อเรามีพันธะที่เหนียวแน่นกับคนรอบข้าง ทุกบทในหนังสือเล่มนี้ จะประเดิมด้วยประวัติในช่วงชีวิตและเหตุการณ์ต่าง ๆ ของโปรเฟสเซอร์ Kenrick เอง (แสบไม่ใช่เล่น) เพื่อโหมโรงตั้งเป็นกระทู้ถามที่น่าสนใจว่าเหตุใดแก (และคนเรา) จึงประพฤติตัวเช่นนั้นในสถานการณ์เช่นนั้น ถึงแม้จะขึ้นต้นด้วยเรื่องของ Kenrick แต่ก็ลงท้ายด้วยเรื่องของเราทุกคน เพราะเราอยู่บนเส้นทางวิวัฒนาการเดียวกัน

ย้ำอีกที หนังสืออ่านสนุกมากครับ และถึงแม้บางคำอธิบายผมจะไม่เชื่อถือนัก อย่างเรื่อง ศาสนากับเซ็กส์ โดยเฉพาะในส่วนที่บอกว่าศาสนาเป็นกลยุทธ์ในการเลือกคู่ (ไม่ใช่แค่แนวคิดเก่า ๆ ว่าศาสนาควบคุมเซ็กส์ แต่เซ็กส์เองก็ส่งผลต่อรูปร่างของศาสนา) ส่วนตัว รู้สึกว่าคำอธิบายนี้ใช้กับศาสนาอย่างศาสนาพุทธไม่ได้ (แน่นอนว่า คำอธิบายบางอย่าง อธิบายพฤติกรรมบางอย่างของคนในศาสนาพุทธได้) อีกทั้งรู้สึกว่าคำอธิบายเกี่ยวกับความแตกต่างทางเพศ อธิบายพฤติกรรมของกลุ่ม homosexual ได้ไม่กระจ่าง ซึ่งก็เข้าใจว่าหนังสือไม่ได้เน้น - มีพูดถึงแค่หัวข้อเล็ก ๆ หัวข้อเดียว

ผมให้


Create Date : 12 สิงหาคม 2554
Last Update : 12 สิงหาคม 2554 13:54:36 น. 2 comments
Counter : 1011 Pageviews.

 
อืม แล้วนั้นการที่เราชอบอยากทำกิจกรรมอะไรต่างๆเช่น อ่านหนังสือ กินข้าว ดูหนัง ก็เพราะถูกธรรมชาติกำหนดมาแล้ว เราไม่ได้เลือกจริงๆใช่ไหมครับ ที่วัฒนธรรมของเรา obsess กับเรื่องความสวยหล่อก็ถูกธรรมชาติกำหนดมา เราเป็นเหมือนโปรแกรมที่ถูกเขียนไว้แล้ว ถ้างั้นความฝัน ความหวัง เป้าหมายในชีวิตก็เป็นเรื่องไม่สำคัญอะไรเลย เพราะถูกแทรกแทรง คุณศลคิดว่าอย่างไรครับ


โดย: Mr.Feynman วันที่: 20 สิงหาคม 2554 เวลา:2:08:09 น.  

 
ผมตอบตาม Kenrick นะครับ (ถ้าอยากถกความเห็นส่วนตัว คุณ Mr.Feynman ลองอ่านจบแล้วเอามาพูดคุยกันอีกที) แกเปรียบว่าเหมือนหนังสือระบายสี ที่มีเส้นสายวาดไว้บนสมุดแล้ว ถ้ามันวาดมาเป็นรูปช้าง มันก็เป็นรูปช้าง แต่เราเลือกสีที่จะเอามาลงให้กับรูปช้างได้ว่าจะลงแบบไหน เหมือนคนส่วนใหญ่ เหมือนจริง หรือต่างจากของจริง แกไม่ได้ปฏิเสธว่าเราเลือกอะไรไม่ได้เลยครับ ส่วนคำถามเป้าหมายชีวิตคงเห็นชัดจากลำดับชั้นมาสโลว์ฉบับดัดแปลงของแก


โดย: ศล วันที่: 22 สิงหาคม 2554 เวลา:17:46:41 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.