creatio ex nihilo

BlogGang Popular Award#13


 
ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 83 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
ไวโอลินของไอน์สไตน์



ยังไม่เคยมีหนังสือเล่มไหนที่ทำให้ผมปั่นป่วนได้เท่าเล่มนี้ ทั้งอยากเชียร์ให้คนได้อ่านกันเยอะ ๆ และอยากด่าเช็ดให้มันหมดตั้งแต่ บอกอ คนแปล ยันคนเขียนคำนิยม ก่อนอื่น ขอสารภาพว่าเพิ่งอ่านจบไปแค่บทเดียว คุณคงสงสัยละสิ อ่านแค่บทเดียวยังทำซ่ามาด่าชาวบ้านได้อย่างไร เหตุผลหนึ่งที่ผมไม่อยากอ่านมากไปกว่านี้ก็เพราะกลัวต้องเขียนยาวกว่านี้ และไม่อยากหงุดหงิดใจเมื่อเจออะไรไม่ชอบมาพากล ลำพังคำนิยมกับบทแรกก็มีให้ยำเยอะแล้วครับ ตั้งใจเอาไว้ วันเสาร์ก่อนไปดู MARIINSKY BALLET จะแวะคิโนะฯ สยามพารากอน หา Einstein's Violin มาอ่าน

เริ่มที่ผู้เขียนคำนิยม คำนิยมเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมอ่านไม่ว่าเป็นหนังสือเล่มใด (ถ้าผมอยากอ่าน) ส่วนใหญ่ผมไม่อ่านคำนิยมหรือคำนำเสนอ หนังสือดี หรือไม่ดีอย่างไร สมควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้อ่านตัดสินใจ คำนิยมที่เลิศลอยเกินจริง บางทีมันฟ้องว่าผู้เขียนยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนั้น คำนิยมประเภทเลิศลอยนี้ให้อภัย ของซื้อของขาย ทำเป็นมองให้เห็นป้ายเพื่อโฆษณาเท่านั้นเป็นดี แต่มาเจอคำนิยมในเล่มนี้ ... จี๊ดขึ้นสมอง ปากมือไม้สั่นยิ่งกว่านางสาวไทย

"นักวิทยาศาสตร์ไทยที่ไปไม่ถึงไหน เพราะว่านักวิทยาศาสตร์ของไทยไม่รู้ดนตรี เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีสมองข้างเดียว ไม่เข้าใจดนตรี จึงไม่พัฒนาสมองทั้งสองข้างให้เติบโตได้..." ขออภัย พูดจาแบบนี้ แถวบ้านเรียก "กุลสตรีเล็บงาม" ตอนแรกผมพยายาม แปล "นักวิทยาศาสตร์ไทยที่ไปไม่ถึงไหน" แบบ positive นะครับ คือ "ที่ไปไม่ถึงไหน" เป็นวิเศษณ์วลีทำหน้าที่ขยายคำนามนักวิทยาศาสตร์ไทย "นักวิทยาศาสตร์ที่ไปไม่ถึงไหน" จึงไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ไทยทั่ว ๆ ไป แต่หมายถึง "นักวิทยาศาสตร์ไทยที่ไปไม่ถึงไหน" ปัญหาความไม่สอดคล้องของการแปลแบบนี้ตกอยู่ที่คำว่า 'เพราะว่า' "เพราะว่านักวิทยาศาสตร์ของไทย..." ดังนั้น "นักวิทยาศาสตร์ไทยที่ไปไม่ถึงไหน" จึงเป็นประโยคที่เป็นผล ! ไม่ใช่นามวลี จากนั้นเชื่อมด้วยคำ "เพราะว่า" แล้วตามด้วยประโยคที่เป็นเหตุ ... การให้เหตุผลแบบนี้สมเหตุสมผลหรือไม่ครับ ?

มากกว่าครึ่งของคำนำเสนอไม่ใช่คำนำเสนอ หากแต่ระบายและสนอง สิ่งที่ผู้เขียนเสนอนำคำที่ตัวเองเก็บกดเอาไว้ ("ดนตรีเป็นวิชาของคนไม่เอาไหน") ส่วนใหญ่เป็นอคติส่วนบุคคล ("เมื่อนักวิทยาศาสตร์โหล ๆ ที่ไม่เชื่อเรื่องดนตรี ทำให้คนทั่ว ๆ ไปที่เชื่อวิทยาศาสตร์ ตกลงปลงใจไม่เชื่อเรื่องดนตรีไปด้วยอย่างง่ายดาย") เป็นความเข้าใจผิด ("มนุษย์หันมาพิสูจน์ความเชื่อด้วยวิทยาศาสตร์กันหมดใช่ไหม" ... ประโยคนี้เห็นชัดว่าผู้พูดไม่เข้าใจวิทยาศาสตร์เลยสักนิดเดียว)

ผู้เขียนคำนำเสนอได้เขียนสิ่งที่ไม่ควรเขียนอย่างยิ่งลงในคำนำเสนอ ทั้งในแง่ที่มันไม่เกี่ยวกับหนังสือ และไม่ใช่ประเด็นที่ควรเสนอนำด้วยความคิดแคบ ๆ เพียงมุมเดียว

ผมไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ แต่ทำงานในส่วนที่นำวิทยาศาสตร์มาใช้ คุณเชื่อหรือไม่ว่าวิทยานิพนธ์ตอนทำปริญญาด้านวิศวกรรมศาสตร์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (เราเรียนเรื่องการออกแบบชิพ หรือ ไอซี) หัวข้อวิจัยของผมนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับดนตรีคลาสสิก และกล้าเปิดกะลาท้าโลกว่ามีนักวิทยาศาสตร์ไทย วิศวกรไทย มากมายที่รู้ดนตรี ในระดับมาตรฐานที่สูงกว่านักดนตรีที่รู้เรื่องฟิสิกส์ ! ผมชอบดนตรี ผมรักนักดนตรี เฉพาะเดือนธันวาคมนี้ผมมีตั๋วชมการแสดงดนตรีสำหรับคอนเสิร์ตแล้ว 4 รายการ MARIINSKY BALLET วันที่ 8, Pletnev วันที่ 11, คุณหญิง Kiri Te Kanawa วันที่ 17 และยาซากิ วันที่ 19 หลาย ๆ รายการเพื่อน ๆ นักวิทยาศาสตร์หลายคนของผมไปชื่นชมดื่มด่ำกันทั้งนั้นครับ

ในด้านการแปล คงต้องยอมรับว่าผู้แปลพยายามแปล แต่ศัพท์แสงทั้ง 2 ด้านต้องตรวจสอบให้รอบคอบ เพราะความหมายมันผิดกันไกล โดยเฉพาะคำศัพท์ทางฟิสิกส์ซึ่งมีความหมายเจาะจง ช่วง 2-3 นาทีแรกที่อ่านผมคิดว่าคนเขียนคงเขียนผิด เราให้อภัย เพราะผู้เขียนไม่ใช่นักฟิสิกส์ แต่เมื่อเริ่มพบที่ผิดมากขึ้นจึงสงสัย เข้าไปอ่าน sample chapter ใน amazon.com โอ ... แปลผิดนี่เอง; 2 ประโยคแรกจากตัวอย่างต่อไปนี้ไม่มี sample ต้นฉบับให้อ่าน ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นตามข้อเท็จจริง

• "ผลลัพธ์ส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก่อให้เกิดพลังงานนิวเคลียร์ ระเบิดปรมาณู"
→ พลังงานนิวเคลียร์ หรือพลังงานใด ๆ มันมีอยู่แล้วครับ ไม่ได้เกิดขึ้นมาใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่คือการนำพลังงานนั้นไปใช้ ใช้ทางดี หรือทางเลว มันไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับพลังงาน แต่อยู่ที่คน

• "กระทั่งท้าทายกฎสัมพัทธภาพที่ว่า ไม่มีสิ่งใดที่เดินทางเร็วเหนือกว่าความเร็วของแสง"
→ สัมพัทธภาพเป็นเพียงทฤษฎี ไม่ใช่ กฎ

• For example, the "big bang" concept of a single universe no longer made sense to me.
→ คำว่า universe หมายถึง เอกภพครับ ไม่ใช่ระบบสุริยจักรวาล และไม่ได้แปลว่า ระบบสุริยจักรวาลระบบเดียว แต่ผู้เขียนกำลังหมายถึง พหุภพ หรือ multiverse, parallel universe ฯลฯ

• One scientist after another used music as simile: A superstring is "like a violin string" vibrating in varied patterns, ...
→ นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้ใช้ดนตรีในเชิงสัญลักษณ์ครับ แต่เปรียบเทียบกันตรง ๆ ว่า fundamental element เกิดจากการสั่นของสตริง ประดุจตัวโน๊ตเกิดจากการสั่นของสายไวโอลิน (มันไม่ใช่สัญลักษณ์ แต่เป็นการเปรียบเทียบ)

• that music enhances brain circuitry and sharpens the brain's creative powers,
→ ดนตรีช่วยยกระดับการไหลเวียนของโลหิตในคลื่นสมองและพัฒนาพลังในการสร้างสรรค์ของสมองให้แหลมคมยิ่งขึ้น

ผมแปลข้อความ "การไหลเวียนของโลหิตในคลื่นสมอง" ไม่ออก (ใครก็ได้ช่วยที) ข้อเท็จจริง คือ โลหิตไหลเวียนในเส้นเลือด ถ้ามันออกมานอกเส้นเลือดเมื่อใด มันได้แค่ไหล แต่ไม่เวียน (เว้นคุณจะใช้ปากดูดมันกลับลงกระเพาะ เพื่อนำไปดูดซึมใหม่ แต่มันก็ไม่เวียนจริง ๆ อยู่ดี) ส่วนคลื่นสมองนั้นเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่มีอะไรอยู่ในมันได้หรอกครับ

เอาเป็นตัวอย่างแค่นี้ บรรณาธิการ บรรณ หนังสือ อธิการ เป็นใหญ่ ท่าจะไม่ใหญ่จริง ทั้งหนังสือ ฟิสิกส์ ดนตรี และภาษาไทย

ผมให้


Create Date : 07 ธันวาคม 2550
Last Update : 13 กันยายน 2552 12:25:41 น. 15 comments
Counter : 1068 Pageviews.

 
โอยยย ยังไม่ได้ซื้อเล่มนี้มา แต่อ่านตัวอย่างแล้วก็งงๆ นะเนี่ย


ขอตัวเป็นลม


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:1:57:03 น.  

 
เห็นคำนิยมแล้วก็น่าจี๊ดอยู่
นักวิทยาศาสตร์ที่สนใจดนตรี มีเยอะแยะไป

สำหรับการแปล น่าจะหานักวิทยาศาสตร์ มาแปลมากกว่า


โดย: grappa วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:7:34:53 น.  

 
อึม ไม่ได้ความรู้แน่นขนาดคุณเจ้าของบล็อกนะคะ แต่อึ้งกับคำว่า "ท้าทายกฎสัมพัทธภาพ" อันนี้เราว่านักเรียนมัธยมทุกๆคนก็น่าจะรู้แล้วนะว่า ทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ มันยังไม่เป็นกฏ

ความหมายของกฎตามหลักวิทยาศาสตร์ เท่าที่หาได้คร่าวจากเนตกล่าวไว้อย่างนี้ค่ะ

กฎคือ สมมุติฐานที่ได้รับการยอมรับว่าถูกต้อง มักเน้นความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล

ส่วนทฤษฎีคือ สมมุติฐานที่ผ่านการตรวจสอบหลายๆครั้ง จนเป็นที่ยอมรับกัน(อาจเปลี่ยนได้ถ้ามีข้อมูลที่ดีกว่าเก่ามาแก้)


คิดจะซื้อแล้วค่ะเล่มนี้ แต่พออ่านอย่างนี้ปุ๊บ สงสัยเบรกไว้ก่อนดีกว่าแฮะ


โดย: ไกลนั้น วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:10:23:44 น.  

 
เจ๋งเป้ง ฮะ
เป็นผู้รู้จริงๆ ทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์ /ดนตรี แล้วก็ภาษา
ผมอ่านหนังสือ ผมไม่เคยคิด หรือทำอะไรทำนองนี้เลยครับ ก็เห็นว่า มันน่าอ่าน ก็อ่านให้จบ แต่ถ้าไม่ คงต้องวางมันไว้อย่างนั้ล่ะ ...

แต่พอมาอ่าน บล็อกนี้แล้วทำให้ผู้อ่าน คิด และไตร่ตรอง หนังสือที่กำลังหยิบขึ้นมาอ่าน ว่ามัน หรือหนั่งสือเล่มนั้น ควรค่าแก่การไข่วค้วา มันหรือเปล่า

** มาบล็อกของคุณ ศล ต้องใช้คำให้ถูก นะเนียะ



โดย: haro_haro วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:15:07:15 น.  

 
ค่านิยมไม่เข้าท่าเลยอ่ะ
เหมือนะจะด่า.....
น่าจะใช้คำพูดที่จะดีกว่านี้อ่ะ ..
..
..


โดย: bestcat วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:17:37:56 น.  

 
น่าเป็นห่วงหนังสือเล่มนี้ครับ


โดย: เพกร วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:22:23:03 น.  

 
เอ ยังงี้ยิ่งน่าซื้ออ่านค่ะ

หรือว่ากองบรรณาธิการตั้งใจให้เป็นจุดขายคะ


โดย: BeCoffee วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:23:20:53 น.  

 
เคยไปเปิดเล่มนี้ในร้านค่ะ
จำได้ว่าอ่านข้าม ๆ ช่วงแรกด้วยอารมณ์หมั่นไส้ยังไงไม่รู้

สาเหตุหลักที่ไม่ซื้อ...ไม่ใช่เพราะหมั่นไส้ แต่เพราะอ่านครึ่งหลังแว่บๆ แล้วพบว่า--ไม่รู้เรื่องว่าอ่านอะไรอยู่ ยังแอบเซ็งเลยว่าหนังสือความรู้ชอบใช้ภาษายาก ๆ ให้คนไม่เข้าใจแบบนี้เรื่อยเลย


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 8 ธันวาคม 2550 เวลา:2:01:11 น.  

 
อืม เรื่องการแปลนี่ เป็นเรื่องยาก ผมอ่านหนังสือ ภาษาอังกฤษ ก็ไม่แปลเป็นไทยหรอกครับ เพราะจับความสำคัญว่าประเด็นมันอยู่ตรงไหน พอ

ถ้าผมแปล ก็อาจจะถูกด่าแบบนี้แหละ 5555 ประการแรก ผมก็ไม่เก่งคำภาษาไทย ที่ละเอียดอ่อนมาก ๆ ใช้คำผิด ความหมายก็ผิด อย่างที่เขาแปลคำว่า Universe ผมก็แปลว่า จักรวาล มาโดยตลอด ไม่เคยได้ยินคำว่า เอกภพ ด้วยซ้ำไป 5555


โดย: POL_US วันที่: 8 ธันวาคม 2550 เวลา:11:08:16 น.  

 
universe แปลว่า จักรวาล ตามที่คุณตำรวจแปลก็ไม่แปลก และไม่เป็นประเด็นให้ผมพูดถึงหรอกครับ ประชาชนโลกยังมีอหังการ-มมังการพอประดิษฐ์ตำแหน่ง miss universe แล้วไทยเราเรียกนางงามจักรวาล ฉะนั้น 2 คำนี้ จักรวาล และ เอกภพ จึงใช้แทนกันได้ แม้จะผิดความหมาย ผิดรากศัพท์ ถ้ายึดตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตฯ 2542

จักรวาล [-วาน] น. ปริมณฑล; ประชุม, หมู่; เทือกเขาในนิยาย เป็นกําแพงล้อมรอบโลกและเป็นเขตกั้นแสงสว่างกับความมืด, บริเวณโดย รอบของโลก, ทั่วโลก. (ส.; ป. จกฺกวาล).

เอกภพ [เอกกะ] (ดารา) น. ระบบซึ่งเป็นผลรวมของกาแล็กซีทั้งหมด. (อ. universe); (สถิติ) จํานวนประชากรทั้งหมดที่นํามาพิจารณาหรือหาตัวอย่าง.

เห็นว่า เอกภพ ถอดมาจากภาษาอังกฤษ universe

ส่วนคำภาษาอังกฤษระหว่าง universe กับ cosmos รากก็มาจากคนละพันธุ์ universe มาจากละติน universum แปลว่า ทั้งหมด ส่วน cosmos มาจากภาษากรีก kosmos แปลว่า ลำดับ หรือ โลก แต่ฝรั่งเองก็ใช้ cosmos = universe ดูอย่างชื่อวิชา cosmology ตัวคำปัจจัยต่อท้าย -logy หรือ ละติน -logia มาจากภาษากรีก เรียกว่าเอา กรีก + กรีก ในความหมายแปลเป็นไทยแล้วเราเรียกจักรวาลวิทยา ศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการ ความเป็นไปของเอกภพ

แต่ประเด็นที่พูดถึงในข้างบนโน้น คือคำว่า สุริยจักรวาล มันเกิดจาก 2 คำ สุริยะ (พระอาทิตย์) + จักรวาล คำนี้จึงหมายถึงจักรวาลของพระอาทิตย์ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า solar system ในระบบสุริยจักรวาลมีดาวฤกษ์เพียงดวงเดียว คือ the sun (ภาษาละติน sol)

ถ้าอ่านเองปกติ ผมเชื่อว่าคนอ่านตำราภาษาต่างประเทศ ไม่ว่าภาษาอะไรก็ตาม เขาไม่อ่านแบบแปลออกมาเป็นภาษาไทยหรอกครับ ก็อย่างที่คุณตำรวจพูดนั่นแหละ "ภาษาอังกฤษ ก็ไม่แปลเป็นไทยหรอกครับ เพราะจับความสำคัญว่าประเด็นมันอยู่ตรงไหน พอ" ผมเห็นด้วย แต่ถ้าพูดถึงหนังสือแปล ที่มีผู้ซื้อ มีผู้ขาย มีผู้แปล ผู้แปลและผู้ขายที่ดี ต้องยึดหลักสำคัญของการแปล อย่าแปลให้ขาด อย่าแปลให้เกิน และแปลให้สูญเสียอรรถะรวมถึงพยัญชนะน้อยที่สุด 3 ข้อที่ว่ามานี้มันขัดแย้งกันเอง เป็นธรรมชาติของงานแปลอยู่แล้วครับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาษาเกิดควบคู่กับวัฒนธรรม การแปลหนังสือ นอกจากจะแปลสาระตามตัวอักษรแล้ว ยังแปลจากวัฒนธรรมหนึ่งมาสู่อีกวัฒนธรรมหนึ่ง บ้านเราราคาหนังสือแพงเมื่อเทียบกับราคาข้าว แต่ผมเชื่อว่าราคาหนังสือเล่มนี้ถูกกว่ากาแฟสตาร์บั๊ก 2 แก้ว (ที่อเมริกา) แน่นอน








โดย: ศล วันที่: 8 ธันวาคม 2550 เวลา:13:40:35 น.  

 
เป็นบล็อกหนังสือที่คุณศลเขียนยาวที่สุดแล้วมั้งคะเนี่ย

แต่คำนิยมก็ไม่ไหวจริงๆนั่นแหละ เรื่องการแปลอีก


โดย: BoOKend วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:11:01:40 น.  

 
ก็ดูดีนะ


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:11:41:08 น.  

 


โดย: เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:1:00:09 น.  

 
สะจายครับ ผมเห็นไม่ใช่เล่มนี้เล่มเดียวนะพี่ ในซีเอ็ดหลายเล่มเลย อ่านคำนิยมแล้ว หงุดหงิบ จิ๊บ....


โดย: หมอตำแย วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:23:40:28 น.  

 
จริงอย่างที่คุณศลว่าครับ ^^"


โดย: Horrible Member วันที่: 23 พฤษภาคม 2551 เวลา:1:27:45 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.