creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
17 พ.ค. 2550

วันนี้เป็น Public Project Visitation Day นักเรียน Finalists ต้องอยู่ประจำโครงงานตั้งแต่ 10.00 – 14.00 น. เพื่ออธิบายโครงงานต่อสาธารณชน ส่วนมากเป็นเด็กนักเรียนและอาจารย์จากโรงเรียนต่างๆ ในรัฐ หรือรัฐใกล้เคียง ระหว่างช่วงเวลามีการจับฉลากมอบของรางวัลแก่ Finalists ที่อยู่ประจำบูธ เราจึงมีเวลาเพียง 4 ชั่วโมงในการเดินดูโครงงานจากประเทศอื่นๆ และได้สัมภาษณ์เด็กนักเรียนที่ทำโครงงานนั้น (รายละเอียดโครงงานที่น่าสนใจและได้รับรางวัลผมแยกเขียนในหัวข้อถัดไป) นอกจากนี้ยังมีนักข่าวจากสำนักข่าวหลายแห่งเข้าไปสัมภาษณ์ Finalists (เทคนิควิธีสังเกตว่าโครงงานไหนน่าสนใจ เราอาจเดินตามนักข่าวก็ได้ครับ --- ผมเดินตามนักข่าว 2-3 โครงงาน และก็ไม่แปลกใจเมื่อถึงเวลาประกาศผลรางวัล Special Awards ตอนเย็น 2-3 โครงงานที่นักข่าวเจาะสัมภาษณ์ล้วนได้รับรางวัลทั้งสิ้น --- ความลับมีอยู่จริง!)


จากการสัมภาษณ์ Finalists เอง และฟังนักข่าวสัมภาษณ์ มองย้อนเปรียบเทียบกับ Finalists ไทยบางส่วนที่เคยสัมผัสมา มีข้อสังเกต --- ขออนุญาตพูดถึงเฉพาะข้อเสีย ส่วนข้อดีนั้นยกไว้เป็นที่รู้กัน (1) เด็กเราพูดตามบท เด็กฝรั่งพูดตามคนฟัง ผมยืนดูนักเรียนเกรด 5-6 รุมล้อมซักนาย Nowell เจ้าของโครงงาน RCISS – Remote Computer Interface and Security System งานของเขาคือการทำอุปกรณ์ handheld ที่เชื่อมต่อกับ PC รับส่งสัญญาณแบบไร้สาย เขาไม่พูดรายละเอียดเทคนิคให้เด็กประถมฟัง แต่เริ่มต้นด้วยการบอกว่าอุปกรณ์ RCISS ของเขานั้นเอาไปทำอะไรได้บ้าง แล้วอำนวยความสะดวกอย่างไร บูธนี้เด็กๆ สนใจกันมาก แต่ถ้าเป็นช่วงที่อาจารย์เข้าไปถาม Nowell จะเปิดอวดแผงวงจรที่เขาทำเอง และอธิบายแนวคิด หลักการทำงานของ RCISS ผิดกับเด็กของเรา คราวใดที่ผมเดินผ่านบูธ ผมก็จะได้ยินประโยคซ้ำเดิมๆ ตามบทที่เคยท่องมา จุดนี้ขาดเสน่ห์ การนำเสนอผลงานเราควรพูดสิ่งที่คนฟังอยากรู้ และอยากได้ยินก่อน ถ้าเขาสนใจ เราค่อยใส่รายละเอียดเพื่อเติมเต็มลงไป

(2) เราไม่เข้าใจ เราไม่ถาม เขาไม่เข้าใจ เราก็ไม่ถาม วันที่ผมฟังการนำเสนอผลงานของนักเรียนจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มีความประทับใจอย่างหนึ่ง คือนักเรียนสนใจคนฟังว่าคนฟังเข้าใจตามที่นำเสนอหรือไม่ การตรวจสอบระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังนั้นช่วยให้การสื่อสารสมบูรณ์ และการตรวจสอบก็ไม่จำเป็นต้องเป็นการถามเสมอไป เราอาจสังเกตจากสีหน้าท่าทาง และทันทีที่เราจับสัญญาณได้ว่าเขาไม่เข้า เราก็ควรพยายามทำให้เขาเข้าใจ มีเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งมุงดูบูธหุ่นยนต์เก็บตัวอย่างน้ำ ผมเดินผ่านและหยุดฟัง นักเรียนตัวเล็กๆ ถามว่า “ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร” ปกติบรรดานักเรียนที่เดินมาชมงานนี้จะมาเป็นหมู่คณะ มากับโรงเรียน และมีใบงานซึ่งคุณครูคงกำหนดคำถามมาให้แล้ว นักเรียนเพียงเดินสำรวจเก็บข้อมูลตามความสนใจ นักเรียนที่ทำโครงงานตอบอะไรสักอย่าง ผมฟังไม่ถนัด ดูสีหน้าของนักเรียนที่ถามก็คงฟังไม่ถนัดเช่นกัน ซึ่งดูจากตรงนี้ผมคิดว่าสัญญาณมันชัดเจนมาก การสื่อสารไม่สมบูรณ์ หลังจากเงียบอยู่พักใหญ่ นักเรียนกลุ่มนั้นทั้งกลุ่มเขียนอักษรตัวโตๆ ลงที่ว่างใต้คำถามว่า “NONE” (ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นวันตัดสินให้คะแนนของกรรมการคงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก) นักเรียนจากใต้หวัน Chi-Chin Lin ทำโครงงาน Listen to the Next Generation of Beetheven's Compositions Digital Music Generator Using Fractal and Genetic Crossover Concepts สาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ เขาใช้ 3 algorithms ให้คอมพิวเตอร์แต่งเพลง ผมแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ คิ้วขมวด เขาจึงถามว่าผมงงตรงไหน หลังจากผมถาม เขาก็พยายามอธิบายพร้อมวาดรูปประกอบ สุดท้ายก็เข้าใจตรงกัน

(3) แรงบันดาลใจมาจากสิ่งใกล้ตัว เมื่อเริ่มเหนื่อย ผมใช้วิธีเดินตามนักข่าว สบายดีครับ คอยฟังนักข่าวถามแล้วเด็กตอบ สิ่งที่นักข่าวถามเหมือนกันทุกคนคือ “ทำไมเธอเลือกทำสิ่งนี้” และเด็กก็ตอบทำนองเดียวกันทุกคน “เพราะผมเคย...ก็เลยอยากทำ/สร้าง/หาคำตอบ...” นักเรียนกลุ่มที่นักข่าวถามล้วนเป็นเด็กที่ได้รับรางวัล จึงน่าสังเกตว่าจุดเริ่มต้นที่เป็นแรงบันดาลใจนั้นอยู่ใกล้ตัว และเกิดขึ้นกับตัวของเขาเอง ส่งผลให้เขาอยากทำ และความใฝ่รู้จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เขาทำได้สำเร็จ George Francis Hotz เริ่มจากภาพฉายของเจ้าหญิงไลอาโดย R2D2 ในสตาร์วอร์ และการไปเที่ยวสวนสนุก Disney world แล้วอยากทำ Holodeck หรือ Cameron Kruse เคยทำหน้าที่ทาโคลนลูกเบสบอลเพื่อลดความแวววาวตาม Major League Baseball Rule ข้อ 3.01c เขาจึงอยากสร้างเครื่องมือที่ทำหน้าที่นี้แทนคน


14.00 น. มีเวลาว่างประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง พานักเรียนไปเที่ยวชม Old Town คณะเดินทางครั้งนี้ประกอบด้วย คุณแอ๋ว ดร.สวัสดิ์ น้องโต้ โอ นนท์ และผม Old Town นั้นถือว่าเป็นศูนย์กลางมรดกเก่าแก่ของ Albuquerque (The heart of Albuquerque's heritage) ซึ่งมีครอบครัวชาวสเปนมาตั้งถิ่นฐาน รูปแบบการตั้งหมู่บ้านรักษารูปแบบอย่างสเปน (และยังคงหลงเหลือเค้า) มีลานสาธารณะ (Plaza) ล้อมรอบด้วยโบสถ์ ที่ทำการรัฐบาล และบ้านเรือน ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยว อาคารบ้านเรือนจึงผันตัวเป็นร้านค้า ขายเครื่องประทับ ของที่ระลึก และงานศิลปะท้องถิ่น อาคารหลายหลังยังคงรูปแบบอาโดบี (Adobe Style) รวมทั้งโบสถ์ San Felipe de Neri

ภายในร้านศิลปะ
โบสถ์ San Felipe de Neri


16.30 – 18.30 น. เลี้ยงอาหารค่ำโดย Alcatel-Lucent ที่ Ford Pavilion, Expo NM ก่อนงานประกาศผลรางวัล Special Awards Organization Ceremony 19.00 น. เริ่มงานประกาศ Special Awards งานวันนี้ ดร.กว้าน สีตะธนี ได้มาร่วมลุ้นรางวัลและให้กำลังใจ Finalists ไทยถึง Tingley Coliseum

ประเภทของรางวัลในงาน Intel ISEF ทุกปีแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ Special Awards, Government & Local Awards และ Grand Awards

Special Awards เป็นรางวัลที่มอบให้โดยหน่วยงานที่เสนอมอบรางวัลแก่โครงงานที่หน่วยงานนั้นสนใจ ปีนี้มีหน่วยงานมอบรางวัล 54 หน่วยงาน ทั้งมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัย และสมาคมวิทยาศาสตร์ต่างๆ อาทิ ACM, IEEE, AMS ฯลฯ รางวัล Special ที่ให้โดยสถานศึกษา ส่วนมากเป็นทุนเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย มีหน่วยงานจากต่างประเทศที่ให้รางวัลนี้เช่นกัน เช่น China Association for Science and Technology จากจีน, National Taiwan Science Education Center ของใต้หวัน, Instituto Tecnologico y de Estudios Superiores de Monterrey ของเม็กซิโก

คณะกรรมการตัดสินรางวัล Special นี้เป็นคณะกรรมการที่มาจากหน่วยงานนั้นๆ เอง ต่างจาก Grand Awards ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่เป็นอาสาสมัครมาจากทั่วโลก โดยผู้สนับสนุนเงินรางวัลรายใหญ่ของ Grand Awardsคือ Intel ส่วน Government Awards ผู้ให้รางวัลเป็นหน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา และผู้ได้รับรางวัลส่วนใหญ่ก็เป็นนักเรียนของสหรัฐอเมริกาเช่นกัน

เมื่องานสิ้นสุดลงเวลา 22.00 น. เป็นที่น่าเสียดายว่าปีนี้เราไม่คว้ารางวัลพิเศษใดเลย



Create Date : 02 สิงหาคม 2550
Last Update : 4 พฤษภาคม 2553 23:37:17 น. 2 comments
Counter : 717 Pageviews.

 
เเวะมาสวัสดีตอนเช้าครับ..ขอให้โลกสดใสครับ


โดย: อู๋ (ฟ้าสีส้ม ) วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:10:14:23 น.  

 
เสียดายจัง จริงๆแล้วเด็กไทยเราก็เก่งไม่แพ้ชาติอื่นนะ


โดย: coming soon (The Yearling ) วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:11:33:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.