Vienna through My Eyes
สวัสดีจ้า :)
เมื่อวานพาไปเที่ยว Salzburg มาแล้ว วันนี้จะพาทุกคนไปเที่ยวที่เวียนนาต่อค่ะ พร้อมแล้วตามเลยยยย
เวียนนา (Vienna) เป็นเมืองหลวงของประเทศออสเตรียค่ะ เขียนเป็นภาษาเยอรมันได้ว่า Wien ที่นี่ใช้ภาษาเยอรมัน-ออสเตรียเป็นหลักค่ะ ถามว่าเป็นยังไงก็คือภาษาเยอรมันที่มีการดัดแปลงศัพท์บางตัวเป็นศัพท์เฉพาะของชาวออสเตรียเองค่ะ สำเนียงก็จะต่างจากเยอรมันของชาวเยอรมันค่ะ

จากตอนแรกที่เกริ่นไว้ในบล็อกตอนไป Salzburg นะคะ ทริปนี้เรานั่ง Austrian Airlines จาก Copenhagen มาลงที่เวียนนาค่ะ สาเหตุที่เลือก Austrian Air เพราะว่ามีอากู๋กับอาอี๊เดินทางไปด้วยค่ะ ถ้านั่ง Low cost เรากลัวเค้าจะไม่นั่งไม่สบายค่ะเพราะที่นั่งค่อนข้างแคบและเบาะปรับไม่ได้ แล้วเค้ามีกระเป๋าใบใหญ่มาด้วย ถ้าใช้ low cost ก็ต้องโหลดกระเป๋าเสียค่ากระเป๋าเพิ่มอยู่ดี เราเลยคิดว่าไป Austrian Airlines ดีกว่า และอีกอย่างเวลาได้ด้วยค่ะ วันที่เดินทางเรามีสอบตอนเที่ยง สอบเสร็จก็ไปสนามบินทันพอดีค่ะ

จาก Copenhagen ไป Vienna บินประมาณหนึ่งชั่วโมงสี่สิบนาทีค่ะ ตอนที่เราโหลดกระเป๋าที่ Copenhagen Airport เราแบบงงมาก คือระบบที่นู่นจะไม่เหมือนบ้านเราค่ะ ปกติเรานั่งแต่ low cost เลยถือกระเป๋าขึ้นเครื่องเลย มาคราวนี้ได้โหลดกระเป๋าครั้งแรกก็งงๆ ที่ Copenhagen Airport จะเน้นให้เรา self-service เป็นหลักค่ะ ใช้เจ้าหน้าที่น้อยมากเมื่อเทียบกับไทย เข้าใจว่าเป็นเพราะค่าแรงแพง lol ไปถึงเราจะเช็คอิน เค้าก็บอกให้ไปเช็คอินที่เครื่อง kiosk เราก็ใส่รหัสจองตั๋วลงไปแล้วก็เลือกที่นั่งได้เองค่ะ เค้าจะถามว่ามีกระเป๋าที่จะโหลดกี่ใบ ตอนจองที่นั่งเสร็จก็จะมีตั๋วออกมาให้เราค่ะ ถ้าจะโหลดกระเป๋าก็ต้องไปอีกจุดนึง ตอนแรกไปโหลดเค้าก็ถามหา tag กระเป๋า เราก็งง อ้าว คุณต้องออกให้เราสิ (นึกถึงตอนที่เช็คอินที่เมืองไทย ฮ่าๆ) ปรากฎว่าเจ้าเครือง kiosk นั่นแหละค่ะเป็นตัวออก tag ให้แต่เราไม่ได้ดู กลับไปเอานี่ tag หล่นกระจายที่พื้น 5555

จากสนามบินเวียนนาเข้าตัวเมืองก็ง่ายมากค่ะ เค้ามี Airport Train (แอร์พอร์ตลิงค์บ้านเรานั่นแหละ) ซื้อตั๋วแบบยกเซ็ทจะถูกกว่าคือ airport train+metro ticket ที่นู่น metro ไม่มีแผงกั้นเข้าออกแบบบ้านเรานะคะ (นึกภาพตอนที่ต้องแตะตั๋วที่บีทีเอสกับใต้ดิน) ที่นู่นเปิด free ค่ะคือใครจะเข้ามาใช้ก็ได้เลยแต่จะมีการเดินตรวจตั๋วเป็นระยะโดยเจ้าหน้าที่ของทางสถานีค่ะ (ที่ Copenhagen, Berlin, Cologne, Munich, Prague ก็ใช้ระบบเดียวกันค่ะ)

ที่เวียนนาเราพักที่โรงแรม Ibis ค่ะ ห้องพักโอเคเลยนะ แต่ค่อนข้างเล็ก ห้องน้ำไม่มีลูกบิดค่ะ เป็นกระจกเลื่อนไปมาล็อกไม่ได้ อาหารเช้าจ่ายแยกค่ะ คนละ 10 Euro แต่อยู่ใจกลางเมืองเลย เดินไป shopping street กับ West Hauptbahnhof ได้ ที่เวียนนา transportation สะดวกมากค่ะ มีทั้ง bus, metro, train และ tram tram ที่นี่มีบอกชื่อสถานีเป็นระยะด้วยนะ ออกเสียงที ร.เรือชัดมาก (ฮ่าๆๆ)

วันแรกที่เราไปถึงค่อนข้างดึกค่ะ หาโรงแรมไม่เจอ T-T ง่ายๆ คือหลงทาง แต่โชคดีมากเจอผู้หญิงวัยรุ่นออสเตรียเดินผ่านมาแล้วเราถามทาง เค้าหยิบ smartphone ขึ้นมาดูแผนที่ให้เราเลยอะ แถมเดินนำทางคร่าวๆ ให้อีกต่างหาก ซึ้ง ;)

เนื่องจากวันแรกไปถึงก็ค่ำแล้วค่ะเลยไม่ได้ดูอะไรมาก เดินไปกินข้าวที่ walking street เฉยๆ อีกวันนึงก็ไป Salzburg เลย วันที่สามถึงได้เดินเล่นในเวียนนาค่ะ วันที่สี่ไป Bratislava, Slovakia เลยมีเวลาเหลืออีกเกือบวันตอนวันสุดท้ายเดินเล่นในเวียนนาค่ะ



บริเวณ walking street ที่เวียนนา


วันแรกที่ได้เดินเที่ยวเวียนนา เราไปที่ Schloß Schönbrunn หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่าปราสาทเชิงบรุนน์ Schön แปลว่าสวยค่ะ สวย brunn นี่ไม่รู้ 555 วิธีไปง่ายมากค่ะ นั่ง metro ไปลงที่สถานี Schloß Schönbrunn เดินต่ออีกนิดก็ถึงแล้ว





ทางเข้า









ที่นี่เสียค่าเข้าชมค่ะ จำไม่ได้ว่ากี่ยูโร ถ้าจะถ่ายรูปต้องจ่ายแยกค่ะเลยไม่มีรูปข้างในมาใส่ในบล็อก แหะๆ แต่ข้างในนี่เริดหรูอลังการมากเลยอะ ข้างนอกแอบคล้ายตึกกระทรวงกลาโหมแถววัดพระแก้วอยู่นะ อิอิ แต่ข้างในแบบ สวยอะ คลาสสิกมาก เราชอบมากกว่าแวร์ซายมากๆๆๆๆๆๆๆ (ไม้ยมกสักล้านตัว) อาจจะเพราะเราไม่ได้คาดหวังด้วยมั้ง แล้ววันที่ไปเชิงบรุนน์คนไม่เยอะค่ะ มีเวลาดูเต็มที่เลย ชอบปราสาทนี้มากๆ ใครได้ไปเวียนนาห้ามพลาดเด็ดขาด!

จากตัวปราสาทก็จะมีจุดชมวิวอยู่บนเขา (?) ค่ะ ต้องเดินขึ้นประมาณเกือบๆ ครึ่งชั่วโมงได้มั้ง ก่อนเดินก็ไปกินข้าวกลางวันในบริเวณเชิงบรุนน์ค่ะ ก็อร่อยดีนะ ไม่ได้จ่ายตังค์เอง (ฮิ) ทางขึ้นเขานี่แบบธรรมชาติจริงๆ นะ ระหว่างเดินเจอกกระรอกออกหากินด้วย 5555




มองเชิงบรุนน์จากยอดเขา :D









นั่งกินลมชมวิว ถ่ายรูปเล่นได้พักใหญ่ๆ ก็ได้เวลาเดินลงเขาจ้า



เจอน้องรถม้าอยู่หน้าปราสาทเลย





กลับจากเชิงบรุนน์ก็กลับไปที่ walking street ค่ะ ตอนเย็นมีดนตรีเปิดกล่องไวโอลินเยอะมาก แถมคนก็เยอะมากด้วย ครึกครื้นสุดๆ



โบสถ์ตรงข้ามโรงแรมเลย

เนื่องจากวันถัดมาเราไป Bratislava, Slovakia เลยขอข้ามช็อตไปวันถัดจากนั้นเลยนะคะ ก็เตร็ดเตร่อยู่ในเวียนนาเหมือนเดิมค่ะ แต่วันนี้จะไปอีกที่แต่ใกล้ๆ กับ walking street ชื่อ Museum Quarter ค่ะ



คือบริเวณนี้เนี่ยจะมีแต่ museum เรียงกับเป็นตับ เยอะมาก เดินกันขาลากเลยทีเดียว







รูปปั้นพระนางมาเรียเทเรซ่า





ที่นี่ก็มีรถม้านะจ๊ะ









วันนี้ก็เดินเล่นจนได้เวลากลับ Copenhagen ก็กลับโรงแรมไปเอากระเป๋าค่ะ นั่ง metro ไปลงสถานีอะไรสักอย่างแล้วก็ต้องเดินต่อสักระยะเลยค่ะเพื่อไปขึ้น Airport Train (ไม่รู้ว่าตอนนี้ทางเชื่อมทำเสร็จรึยัง) จากตรงนี้เราสามารถเช็คอินและโหลดกระเป๋าได้เลยค่ะ เดินขึ้น train ตัวปลิวเลยล่ะ สบายยย ฮิๆๆๆ

สำห
รับเวียนนา เอาจริงๆ เราเฉยๆ ค่ะ (เฉยๆ อีกละยัยนี่!) คือไม่ได้ชอบมาก ปลื้มสุดๆ คือสำหรับเรามันก็สวยแหละ แต่มันออกแนวอลังการงานสร้างมาก ทุกอย่างเป๊ะๆๆๆ สถาปัตยกรรมมาเต็ม แต่อย่างที่เราเคยบอกคือเราชอบทุ่งหญ้ากับอะไรที่มันเรียบๆ น่ะค่ะเลยไม่ได้รู้สึกอินอะไรมากมายกับที่นี่ แต่ก็แนะนำให้มานะเพราะเพื่อนเราหลายคนชอบเวียนนามาก อารมณ์ลางเนื้อชอบลางยา :)

บล็อกนี้เกี่ยวกับเวียนนาจบแล้วค่ะ ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ แล้วเจอกันครั้งหน้าค่ะ :)




Create Date : 04 พฤษภาคม 2556
Last Update : 4 พฤษภาคม 2556 6:25:40 น.
Counter : 1406 Pageviews.

0 comment
Salzburg : The Sound of Music Land
สวัสดีจ้า :D
หายไปนานเลยคิดถึงกันมั้ย? lol พอดีช่วงก่อนยุ่งนิดหน่อยค่ะเลยไม่ได้เข้ามาอัพบล็อกแต่เข้ามาดูตลอดนะ จำนวน view เพิ่มทุกวันเลยอะ ดีใจ ถึงแม้จะเป็นตัวเลขที่ไม่ได้เพิ่มแบบพุ่งปรี๊ด แต่ก็ค่อยๆ เพิ่ม :)

วันนี้จะพาไปเที่ยวที่ Salzburg ค่ะ เป็นเมืองเด่นของ Austria เชียวล่ะ เข้าใจ(เอง)ว่าเมืองนี้ดังมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Sound of Music เพราะว่าเค้าไปถ่ายทำเรื่องนี้กันที่เมืองนี้ค่ะ (คือเราก็ไม่เคยดูเรื่องนี้หรอกนะ ไม่แน่ใจว่าเกิดทันป่าวแต่พ่อกับแม่บอกมา)

ทริปนี้เกิดจากตอนที่เราไปแลกเปลี่ยนที่เดนมาร์กแล้วครอบครัวบินมาหาค่ะเลยนัดไปเจอกันที่เวียนนา คือพ่อกับแม่และพี่สาวเราล่วงหน้าไปก่อน เรากับอาอี๊ อากู๋บินตามไปทีหลัง แพลนเลยจะแปลกตรงที่นอนเวียนนาแต่ไปเที่ยว Salzburg ก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมาที่เวียนนาค่ะ

เราบินจาก Copenhagen ไปลง Vienna ค่ะ นั่ง Austrian Airlines ไป ตั๋วไปกลับคนละ DKK 1722 ค่ะ (ราคาเมื่อปี 2011) แล้วก็มี ticket service charge fee อีก DKK 120 ที่โดนชาร์จเพิ่มน่าจะเป็นเพราะใช้บัตรเครดิตของเมืองไทยจองค่ะ เวลาจองเครื่องบินที่ต่างประเทศส่วนมากจะโดนชาร์จเพิ่มหมดค่ะ ยกเว้นแต่เรามีบัตรที่ทางสายการบินอนุโลมยกเว้นค่า fee ให้ เช่น easyjet ถ้าบัตรที่เราถือเป็น visa electron ก็ไม่ต้องเสียค่า fee ค่ะ หรืออย่าง germanwings ถ้ามีบัตรของเยอรมันก็ไม่ต้องเสียค่า fee ค่ะ

เดี๋ยวเรื่องรายละเอียดเพิ่มเติมจะมาเขียนต่อตอนบล็อก Vienna นะคะ ตอนนี้มาเที่ยว Salzburg ด้วยกันเลยค่ะ :D

เรานั่งรถไฟจาก Vienna ไปลงที่ Salzburg ค่ะ คิดว่าน่าจะเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดแล้วนะ ไม่ได้จองตั๋วล่วงหน้าค่ะ ก่อนไปที่สถานีรถไฟก็เช็ครอบก่อนว่ามีเวลากี่โมงบ้าง ถ้าใครมี smartphone ให้โหลด application ชื่อ DB bahn ไว้ล่วงหน้านะคะ app นี้สามารถเช็คเวลารถไฟออกได้น่าจะทั่วยุโรปเลยนะ ใส่แค่ starting point กับ destination และวันที่เดินทาง ข้อมูลทั้งหมดก็จะโชว์ให้เห็นค่ะ

เราขึ้นรถไฟที่สถานี Wien Westbahnhof ค่ะ ซื้อตั๋วแล้วก็ไปรอรถไฟที่ชานชาลาที่เค้าระบุไว้ในตั๋ว ถ้านั่ง first class จะมีอาหารเสิร์ฟให้ด้วยค่ะ พอดีนั่งผิดโบกี้เลยรู้ 5555 รถไฟของเค้าเนี่ยทันสมัยสุดๆ เลยอะ น่านั่งมาก ตามที่นั่งก็จะมีเต้าเสียบเอาไว้ชาร์จเครื่องไฟฟ้าค่ะ แต่อย่าไปเสียบสุ่มสี่สุ่มห้านะ พอดีวันนี้ลืมชาร์จแบตกล้องอีกตัวนึงเลยลองชาร์จบนรถไฟ ไม่ได้ใช้ adapter ด้วยเพราะมั่นใจว่า 220 V แน่นนอน ชาร์จที่อื่นก็ไม่มีปัญหา ปรากฎว่าพอเสียบเท่านั้นแหละ เปรี๊ยะ! เสียงดังมากและมาพร้อมกับกลิ่นไหม้ T^T ปรากฎว่าที่ชาร์จเจ๊งไปเลยค่ะ ฮือออออ ไปหาซื้อที่เวียนนาก็ไม่มี บอกว่ากล้องรุ่นใหม่เกินไป O__o คุณพระ! อากู๋เราถึงกับงง นี่ประเทศมีกล้องใช้เร็วกว่าที่ Vienna อีกหรอเนี่ย เดินตั้งหลายร้านจนเลิกล้มความตั้งใจไปเลย

นั่งรถไฟประมาณสามชั่วโมงก็ถึง Salzburg แล้วค่ะ วิวข้างทางสวยมาก ชนบทของที่ยุโรปเป็นอะไรที่ติดตาต้องใจเรามากๆ



พอมาถึงที่สถานีรถไฟ Salzburg เราก็เดินตามคนบนรถไฟออกมาอะค่ะ ป้ายจำได้ว่ามีแต่ Austrian-German พอดีเรามีพื้นฐานภาษาเดนมาร์กอยู่บ้างเลยพอช่วยได้นิดหน่อย ศัพท์พอเดาได้ค่ะ

ออกมาก็เจอกองทัพจักรยานก่อนเลย



ออกมาแล้วก็ยืนงงกันค่ะ แล้วไงต่ออะ 5555 ไปไหนอะไรยังไง คือเราจะเข้าเมืองขึ้นเขาไปดูปราสาทค่ะ ก็ถามคนแถวนั้นเค้าบอกให้รอรถบัส ก็รอสักพักรถบัสก็มา เดินต่ออีกนิดหน่อยก็เจอแหล่งเดินเที่ยวแล้วค่ะ











พอดีช่วงที่ไปอีกสองอาทิตย์จะเข้าเทศกาล Easter เลยมีแต่กระต่ายกับไข่อีสเตอร์เต็มไปหมดเลย ฮ่าๆ วันที่ไปอากาศดีมากค่ะ แอบค่อนไปทางร้อนด้วยซ้ำ (แต่เราก็ใส่เสื้อกันหนาวอยู่นะ  - -" แดดเปรี้ยงมาก)









นอกจากจะเป็นเมือง The Sound of Music แล้ว ที่นี่ยังเป็นบ้านเกิดของ Mozart ด้วยค่ะ มานี่จะตกใจมาก มีแต่ Chocolate Mozart ขายเต็มไปหมดจนเรางง นี่ Mozart เล่นดนตรีหรือว่าขายช็อกโกแลตกันแน่เนี่ย lol ถ้า Mozart รู้ว่าตัวเองจะได้มาเป็น presenter ของช็อกโกแลตที่นี่เค้าจะภูมิใจมั้ยเนี่ย (ฮาาา) ส่วนอร่อยรึเปล่าเราไม่แน่ใจค่ะ พอดีเราไม่กินช็อกโกแลต แต่ที่ได้ยินมาก็เฉยๆ นะ อาจจะต้องเลือกเจ้าด้วยมั้ง (ซึ่งทุกเจ้าโลโก้ก็คือหน้า Mozart =__= จะแยกยังไงล่ะเนี่ย)



อันนี้เราว่าเจ๋งดีนะ อารมณ์แบบเค้าเชิดหุ่นแล้วมันก็มีเสียงดนตรีดังออกมาจริงๆ!





ที่ยุโรปจะมีป้ายร้านแบบในรูปเยอะมาก เราว่าน่ารักดี :)



ภาพนี้เป็นร้านรับถ่ายรูปย้อนยุคค่ะ คือเค้าจะมีเสื้อผ้าย้อนยุคของออสเตรียมาให้ใส่แล้วก็ถ่ายรูป อารมณ์ studio ถ่ายภาพบ้านเราแหละ แต่ราคาไม่รู้ว่าเท่าไหร่นะ เดินผ่านเฉยๆ แฮ่ๆ



สวัสดีค่ะคุณ Mozart หนูมาถึงบ้านเกิดคุณแล้วนะคะ :D



หมากรุกยักษ์!

แถวนั้นมีโบสถ์ด้วยค่ะ เข้าชมฟรี ข้างในอลังการอยู่นะ สวยดีค่ะ







หลังจากเดินเล่นในเมืองสักพักใหญ่ๆ เราก็จะขึ้นปราสาทกันค่ะ จริงๆ เหมือนจะมีรถไฟพาขึ้นเขาด้วยนะ แต่วันที่เราไปเหมือนมันปิดหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ หรือสื่อสารกันไม่รู้เรื่องรึเปล่าไม่แน่ใจ สุดท้ายก็เลยตัดสินใจเดินขึ้น มีเพื่อนร่วมทางเยอะอยู่ 555 เหนื่อยใช้ได้ลย



ระหว่างทางเดินขึ้นปราสาท



ของกินระหว่างทาง




ถึงจุดชมวิวเมือง Salzburg ของปราสาทแล้ว :D



แอบถ่าย :P

ปราสาทที่นี่ตอนเข้าเสียเงินค่ะ จำราคาไม่ได้ว่ากี่ยูโร ข้างในปราสาทก็จะขลังๆ หน่อย มีพวกชุดนักรบโลหะ ของเก่าๆ ให้ดู ปืนใหญ่ที่ใช้เวลาทำสงครามอะค่ะ แล้วก็มีหุ่นกระบอกให้ดูด้วย พาร์ทนี้เราว่ามันแอบหลอนอะ - -"


เดินจนคิดว่าทั่วแล้วก็ลงมาเดินเล่นในเมืองต่อค่ะ ยังมีเวลา เดินเล่นชิวๆ ดูเมืองไปเรื่อยๆ เลย :)







นี่เธอมีขายทุกที่เลยใช่มั้ย??







น่ารักกกก :D



แม่น้ำอะไรไม่รู้ สวยดี :)




รอรถบัสกลับไปสถานีรถไฟเพื่อกลับเวียนนาค่ะ

สำหรับเรา เราเฉยๆ นะกับ Salzburg คือไม่ได้แบบชอบมาก กรี๊ด ต้องกลับไปอีก คือมันก็มีเสน่ห์ของมันแหละแต่ว่าเราไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้อะค่ะ เราชอบแบบทุ่งหญ้า 5555 ไม่ก็อะไรที่มันเรียบๆ ง่ายๆ อย่าง Copenhagen ไรงี้ เราเห็นรูปที่เพื่อนไปมีไปทุ่งหญ้า สวนดอกไม้ด้วยอะ เราแบบเฮ้ย! พลาดได้ไงอะ เสียใจมาก T^T แต่เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาส ลองไปดูสักครั้งก็ไม่น่าเสียหายนะ :) คุณอาจจะชอบก็ได้ค่ะ ลางเนื้อชอบลางยาเนอะ :)

รีวิวเมือง Salzburg ก็จบเพียงเท่านี้ค่ะ :) ไว้คราวหน้ามาต่อกันที่ Vienna, Austria กันนะคะ แล้วเจอกันค่ะ :)




Create Date : 03 พฤษภาคม 2556
Last Update : 3 พฤษภาคม 2556 5:18:01 น.
Counter : 1660 Pageviews.

0 comment

Cho2Cho
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



Travelling, cooking, reading, language learning and photo taking are my life. :)