Group Blog
 
All Blogs
 
เมื่อผมไปบวช ตอนที่สาม

เข็มนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังในห้องทำงานของผมบอกเวลาว่าเลยหนึ่งทุ่มตรงมาสิบสี่นาที ผมนั่งอยู่ที่ office คนเดียวในเย็นวันวาเลนไทน์ วันนี้หลายๆคนที่มีความรัก คงเป็นอีกวันหนึ่งซึ่งพวกเขาคงมีความสุขกันมาก ความสุขที่ว่านั้นมันเป็นอย่างไรนะ ผมไม่เคยสัมผัสมันเลยมาเป็นเวลายี่สิบหกปีเต็ม ถ้าได้สัมผัสรสชาติแห่งความรักบ้าง คงเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่น้อย

ท่านผู้อ่านที่รัก ในตอนที่แล้วผมได้เล่าเรื่องวันที่ผมเข้าพิธีบวชไปแล้ว คงจะได้รับรู้แล้ว ว่าการบวชนั้น ยุ่งยากแล้วก็เหน็ดเหนื่อยสาหัสเพียงใด แต่ก็รอดตายมาอย่างหวุดหวิด กลายมาเป็นสมณะ ศิษย์ของพระพุทธเจ้าอย่างเต็มภาคภูมิ

งานของพระภิกษุสงฆ์ ที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือการบิณฑบาตเพื่อให้พุทธมามกะทั้งหลายได้ทำบุญทำกุศลกัน และแล้วการบิณฑบาตของผมก็มาถึงเป็นวันแรก ผมตื่นแต่เช้าขึ้นมาจัดอาสนะ เตรียมบาตรและอุปกรณ์การฉันตามหน้าที่ที่พระใหม่อย่างผมพึงปฏิบัติ หลังจากนั้นก็ห่มจีวรเตรียมบิณฑบาต ขอแทรกท่านผู้อ่านสักนิดเพื่อเป็นความรู้ การห่มจีวรของพระธรรมยุตินั้น จะห่มอยู่สองแบบ คือ ห่มแบบอยู่นอกวัดคือต้องห่มแบบคลุมไหล่ทั้งหมด อีกแบบก็คือห่มแบบทำพิธีอยู่ในวัด จะห่มเฉียงไหล่ คือเปิดไหล่หนึ่งข้าง

กลับมาที่การห่มจีวรเพื่อที่จะออกบิณฑบาต เนื่องจากผมเป็นพระใหม่สดซิง ห่มจีวรก็ยังไม่ค่อยจะเป็น ก็ม้วนๆคลุมๆไปตามเรื่อง เสร็จแล้วก็ต้องใส่สายสะพายบาตรไว้ที่ไหล่ข้างซ้าย มือขวาถือร่ม เผื่อฝนตก ท่านผู้อ่านลองจินตนาการตามผมดูนะครับ จีวรก็ห่มไม่ค่อยเป็น จะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ ต้องอุ้มบาตร ถือร่ม แล้วก็เดินเท้าเปล่าไปตามถนนลูกรังระยะทางมากกว่า 5 กิโลเมตร เป็นเรื่องที่ทุลักทุเลมากสำหรับพระสมัครเล่นอย่างผม

ผมจะต้องเดินผ่านบ้านโยมๆที่ใส่บาตรกันประมาณ 10 หลัง แต่ท่านผู้อ่านครับ ความลำบากมันอยู่ตรงที่ด้วยโยมแถบๆนั้นเขามีจิตศรัทธาในพระมาก จึงใส่ข้าวและกับข้าวกันอย่างมากมาย บาตรของผม จะเต็มประมาณบ้านที่ 7 ถึงบ้านที่ 8 เอาหล่ะสิ บ้านต่อๆไปทำยังไงดีหล่ะ ก็ต้องจัดๆ ของที่อยู่ในบาตรให้พอให้บ้านที่เหลือใส่ของได้ แล้วบาตรรพะธรรมยุติไม่ใช่เล็กๆ ใส่ข้าวรวมกับข้าวไปเต็มๆก็ไม่ต่ำกว่า 7-8 กินโลเลยครับ ต้องแบกน้ำหนักขนาดนั้นเดินกลับวัดแทบทุกวัน พอถึงวัดก็เหนื่อยหมดแรงทุกที

ขอเล่าพระวินัยกันซักนิดเพื่อประดับความรู้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้ทราบ ปกติแล้ว พระภิกษุมีกฎสำหรับการฉันอาหารได้ถึงเที่ยงวันเท่านั้น หลังจากนั้น จะฉันอาหารไม่ได้ ขนม นม เนยทุกอย่างต้องละเว้นทั้งหมด ยกเว้นพวกน้ำปานะ (น้ำผลไม้ที่คั้นเอาเฉพาะน้ำ และผลไม่ใหญ่ไปกว่าลูกมะตูม) แต่พระในสมัยนี้ก็เริ่มหย่อนยานในพระวินัย ฉันนมกันตอนเย็น ซึ่งเป็นเรื่องผิดพระวินัยนะครับ

เกร็ดอีกอย่างหนึ่งในเรื่องของฉัน พระภิกษุมีข้อห้ามว่า ของฉันใดๆ ที่รับประเคนแล้ว จะมีสิทธิฉันได้แค่ 1 วันเท่านั้น ที่เหลือให้มอบเป็นทานไป ศีลข้อนี้ มีเพื่อมิให้ภิกษุ เห็นแก่ของฉัน เก็บอาหารไว้สำหรับฉันหลายวัน แต่พระหลายๆวัด ได้ละเลยข้อห้ามข้อนี้ไป เช่นในวันออกพรรษา ในการตักบาตรเทโว ที่เราๆนำเอาข้าวสารอาหารแห้งไปใส่บาตร ซึ่งในความจริงแล้ว พระท่านเก็บเอาไว้ฉันได้แค่หนึ่งวันเท่านั้นนะครับ พวกปลากระป๋อง นม หรือมาม่าที่เราใส่ไป เหลือจาก 1 วันนั้นแล้วพระท่านก็ต้องยกให้เป็นทานแก่ผู้อ่านต่อไป แต่อย่างที่ได้เล่าให้ฟัง พระหลายๆวัดได้ละเลยศีลข้อนี้ไป

สำหรับตอนหน้าจะได้มาเล่าเรื่องที่ผมได้ไปจำวัดที่วัดป่าบ้านตาด ของหลวงตามหาบัวได้ฟังกันนะครับ

หวังว่าจะได้เล่าให้ทุกท่านได้ฟังกัน



Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2549
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2549 19:41:09 น. 2 comments
Counter : 152 Pageviews.

 


มีความสุขกับวันแห่งความรักนะครับ


โดย: note-d วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:20:11:58 น.  

 
ดีค่ะคิดว่าจะบวชนะคะ
แล้วจาอ่านและติดตามเรื่องของคุณนะคะ

HAPPY VALENTINE KAAA


โดย: sugarOhm (SugarOhm ) วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:34:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

The Lover is loving
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add The Lover is loving's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.