All Blog
Concert CKT#7



  เสาร์ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๙

วันนี้เป็นวันแสดงคอนเสิร์ต ซ้อมมานาน ซ้อมมาตั้งแต่ปีใหม่

ฉันตื่นตี ๕ ตื่นมานั่งอ่านหนังสือ แล้วก็ล้างจานกวาดบ้านซักผ้า เพราะรู้ว่าวันนี้จะไม่ได้อยู่บ้านทั้งวัน

พอเจ็ดโมงเช้าฉันก็นั่งแท็กซี่ไปม.เกษตร เพราะทางวงนัดไว้ว่า ๘ โมงจะต้องไปถึง ปรากฏว่าไปถึงเร็วกว่าที่คิด ฉันไปถึงเป็นคนแรกเลย รถจุฬาฯยังมาไม่ถึง ส่วนมหาลัยอื่น ๆ ก็ไม่เห็นมีใครมา

CKT เป็นคอนเสิร์ตประสานเสียง ๓ สถาบัน ปีนี้จัดเป็นปีที่ ๗ แล้ว ฉันเป็นสมาชิกวง CU Chorus ก็มาช่วยร้องในงานนี้ด้วย ปีนี้จัดที่ม.เกษตร โรงละครประเสริฐ ณ นคร เป็นโรงละครเล็ก ๆ เล็กกว่าหอประชุมจุฬาฯ (แต่ข้างหลังเวทีนี่กว้างมาก วิ่งเล่นได้อ่ะ)

วันนี้เป็นวันจริง นัดรันทรูลำดับการแสดงก่อนตอนเช้า ส่วนตอนบ่ายก็แสดง

ฉันไปถึงเช้าสุด ประตูหอประชุมยังไม่เปิด ฉันก็เลยนั่งอยู่แถว ๆ นั้นอ่านหนังสือรอ

ผ่านไปประมาณครึ่งชม.ก็พอจะมีเพื่อนมาบ้าง (คนที่มาเอง) อันที่จริงจุฬาฯมีรถรับส่งจากมหาลัย แต่เนื่องจากบ้านฉันเดินทางไปม.เกษตรแค่ ๑๐ นาทีฉันก็เลยนั่งแท็กซี่ไปเอง

รถจุฬาฯมาถึงประมาณ ๘ โมงพอดี แต่โรงละครพึ่งมีคนมาเปิดให้ และก็พาพวกเราไปที่ห้องพักนักร้อง เขามีห้องแยกให้สามมหาลัย แต่ห้องพักแคบมาก ๆ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรนอกจากกระจกหนึ่งบาน

คนคุมหอประชุมก็ไม่ยอมเปิดแอร์ให้ เพราะบอกว่าจองหอไว้บ่ายสอง ก็จะเปิดแอร์ให้ตอนบ่าย นิสิตก็ร้อน ๆ กันก็เลยต้องออกมานั่งเล่นข้างนอก ลมพัด เย็นกว่า

สักพักมีคนส่งตัวแทนไปคุย เขาก็เลยเปิดแอร์ให้ (ไม่งั้นอยู่ไม่ได้จริง ๆ ร้อนอย่างกับซาวน่า)

นักเปียโนของวงป่วยคนนึง (น้องขนม) น้องต้องเล่นทั้งเปียโนและไวโอลิน แต่นางดันป่วยแบบไม่มีเสียงพูด น้องขนมก็เลยนอนพักในห้องพักนักร้อง (แต่ก็ร้อน ๆน่ะนะ) 

จริง ๆ นักร้องป่วยกันหลายคน ใส่ผ้าปิดปากไปซ้อม ระหว่างซ้อมก็ไอ วันนี้ก็เลยมีคนพกกำกิ๊กเผี่ยงมากินกัน (กินกันทีสามสี่เม็ด คงไม่อยากไปไอกลางการแสดง)

ฉันไม่ค่อยได้ยุ่งกับใคร นั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบไปเรื่อย ๆ เพราะสอบวิชาแรกวันจันทร์นี้แล้ว (มะรืน) น้องบางคนที่สอบพร้อมฉันก็นั่งอ่านอยู่กระจัดกระจายกัน

เนื่องจากในห้องพักนักร้องไม่มีเฟอร์นิเจอร์เลย ต้องนั่งพื้นอ่าน แต่ฉันไม่ถนัด ฉันก็เลยไปยกเก้าอี้มาจากหลังเวที (มีเก้าอี้อยู่เยอะมาก) ฉันขอเด็กม.เกษตรแล้วเขาก็บอกว่าเอาไปได้เลย

ทีนี้ก็มีคนทำตาม ๕๕๕ เอาเก้าอี้เข้ามาประมาณ ๔-๕ ตัว เอามานั่งอ่านหนังสือบ้าง วางโน้ตเปียโนบ้าง 

ประมาณ ๑๐ โมง backstage ก็เรียกรวมรันทรู คือแอบเคืองว่านัดมาตั้งแต่แปดโมงเช้าแล้วให้มานั่งรอสองชั่วโมงเนี่ยนะ.. แล้วก็ไม่มีวอร์มเสียงให้ก่อนรันด้วย เพราะบอกว่าไม่มีเวลา

ช่วงแรกจะร้องรวมกันสามมหาลัย 
๑) สรรเสริญพระบารมี
๒) มหาจุฬาลงกรณ์ (เพลงประจำจุฬาฯ)
๓) เกษตรศาสตร์ (เพลงประจำม.เกษตร)
๔) ยูงทอง (เพลงประจำมธ.)

พอจุฬาฯเข้ามาหลังจากร้องเพลงรวมสามสถาบัน ปั๊ป(คอนดัคเตอร์)ก็เลยเรียกรวมแล้วก็วอร์มเสียงให้นักร้อง คือถ้าไม่วอร์มก่อนแล้วร้องไป บางคนอาจจะติดคอร้อง แล้วถ้าติดคอมันจะแก้ยากมาก ติดคือติดทั้งวัน ร้องก็ไม่ถึงพิช (เวลาวอร์มดี ๆ จะดึงเสียงออกจากท้องได้ เรียกว่าใช้ support ร้องเพลง)

หลังจากนั้นก็มีคนมาเรียกให้จุฬาฯไปซ้อมเพลงแสดงโชว์ของจุฬาฯ ซึ่งความจริงเขาให้รันแค่เพลงเดียวเพื่อรักษาเวลา แต่ปั๊บเลือกที่จะแตะเพลงละนิดละหน่อยให้นักร้องไม่ตื่นเวทีและเปียโนจะได้ซ้อมด้วย

ปีนี้จุฬาฯร้องเพลงโชว์สี่เพลง
๑) แอบชอบ
๒) ที่รักเธอ
๓) เมดเลย์สามเพลง (อยากรู้แต่ไม่อยากถาม/ดาว/คนธรรมดา)
๔) เพลงของหัวใจ

ในทั้งสี่เพลงนี้ฉันชอบเพลงของหัวใจมากที่สุด มันเพราะมาก ร้องแล้วอิน



ตอนซ้อมเสร็จเข้ามานั่งในห้อง ปั๊บก็ฟีดแบ็คว่าวันนี้ร้องได้ไม่ดีเลย เมื่อวานตอนซ้อมใหญ่ยังทำได้ดีกว่านี้อีก เหมือนนักร้องมัวแต่เสียสมาธิกับการแต่งหน้าแต่งตัว ก็เลยไม่ได้ใส่ใจว่าจะร้องเพลงให้ดีกันยังไง จริง ๆ ถ้าหากเราร้องเพลงไม่ดี สวยไปก็เท่านั้น เราทำคอนเสิร์ตเพื่อทำเพลง ไม่ได้ทำละครเวที

ปั๊บไม่ใช่สายดราม่านะ แต่ปั๊บก็พูดให้นักร้องคิดได้ (ฉันเชื่อว่าไม่มีใครโกรธนางหรอก นางน่ารักมาก)

แล้วเขาก็เรียกร้องรวมเพลงสุดท้าย คือเพลงภูมิแผ่นดิน แล้วก็ซ้อมจัดแถว เดินเข้าเดินออก คิวโค้ง พิธีกรก็ออกมาซ้อมบท เป็นอันจบรันทรู

แล้วก็พักกินข้าวเที่ยง ม.เกษตรจัดเตรียมอาหารเที่ยงไว้ให้ เป็นข้าวกล่อง มีแค่ไก่กระเทียมไข่ดาว (อร่อยดี) ตอนนั่งกินต้องนั่งกินรวมกันสามมหาลัยตรงที่ ๆ เขาจัดไว้ให้ มธ.มีพี่เก่าของวงมาเยี่ยม แนะนำตัว แล้วก็ซื้อไอติมมาแจกทุกคน (แจกจุฬาฯกับเกษตรด้วย)

ฉันไม่ได้กินไอติมอ่ะ เพราะฉันกินข้าวเสร็จฉันก็เข้าห้องพักมานั่งอ่านหนังสือต่อ นักร้องคนอื่น ๆ กลับจากกินข้าวก็มาแต่งหน้าทำผมกัน ปั๊บบอกว่าให้ทุกคนเตรียมตัวเองให้เสร็จภายในเที่ยงครึ่ง แล้วจะวอร์มเสียงและรันทรูเฉพาะเพลงของจุฬาฯอีกรอบนึง (คือหลังจากกินข้าวแล้วต้องวอร์มเสียงใหม่ เพราะที่วอร์มไปเมื่อเช้ามันจะหายหมด)

ปั๊บก็วอร์มได้เต็มที่หลังจากที่ทุกคนมากันพร้อมแล้ว (เมื่อเช้าวอร์มรีบ ๆ ไปหน่อย เวลาจำกัด) แล้วเราก็ร้องเพลงที่เตรียมมาเพลงละรอบเป็นการซ้อม แล้วก็ทวนเรื่องคิวเป็นครั้งสุดท้าย 

เปียโนไฟฟ้าที่ขนมาจากชมรมเนี่ย ที่วางโน้ตมันหาย เปียโนคนแรก(น้องกานต์) ต้องวางโน้ตบนพื้นแล้วก็เล่น พอน้องขนม(เปียโนอีกคน)มาถึง ก็เลยเอาเก้าอี้มาตั้งแล้วก็ถือโน้ตให้ กลายเป็นแสตนโน้ตมีชีวิต ๕๕๕ น้องขนมน่ารักมาก น้องกานต์ก็เท่มาก คือคนเล่นดนตรีได้นี่เสน่ห์คูณร้อยอ่ะ

พอวอร์มกับซ้อมเสร็จก็มีเวลานิดหนึ่งก่อนจะเริ่มแสดง ฉันก็นั่งอ่านหนังสือต่อ แล้วเพื่อนที่ฉันชวนมาดูก็ติดต่อมา บอกว่าให้เอาตั๋วออกมาให้หน่อย เพราะโชว์แค่อีเมลล์ไม่ได้ ฉันก็พึ่งได้ตั๋วจากหัวหน้าพาร์ท(น้องสีน้ำ)เมื่อเช้านี้ เพราะเมื่อวานปริ้นเตอร์ชมรมมีปัญหา สีน้ำก็เลยพึ่งได้ไปปริ้นต์

ฉันก็เอาตั๋วออกไปให้เพื่อนทางข้างหลัง เขากำลังจะเรียกรวมพอดี

เพื่อนคนนี้เป็นเด็กแลกเปลี่ยนจากไต้หวัน มหาลัยที่ฉันเคยไปแลกเปลี่ยนนั่นแหล่ะ ชื่อยูริ (ชื่อญี่ปุ่นแต่เป็นคนไต้หวันนะ) ยูริมาม.เกษตรเองคนเดียวเลย ตอนแรกฉันนึกว่าเธอจะเอาเพื่อนมาด้วย (ให้ตั๋วไปสามใบ) แต่เธอบอกว่าเพื่อนไม่ว่าง นับถืออ่ะที่มาคนเดียวได้ นี่ถ้ารู้ว่ายูริมาคนเดียวฉันจะชวนไปนอนบ้านแล้วให้ออกมาด้วยกัน

นี่เป็นครั้งแรกเลยตั้งแต่ร้องคอรัสมาที่มีเพื่อน(จากนอกชมรม)มาดูการร้องเพลง ปกติฉันไม่ค่อยบอกเพื่อนให้มาดูเท่าไหร่ เพราะบอกมันก็ไม่ค่อยมีใครมา ขนาดน้องสาวฉันยังไม่สนใจจะมาดูเลย จริง ๆ ฉันแอบเสียใจน้อยใจมากนะที่ไม่มีใครมาดู เพราะฉันอุตส่าห์ซ้อมมาตั้งสามเดือน (จริง ๆ เพราะมันใกล้สอบไฟนอลมากน่ะแหล่ะ ยูริเป็นเด็กแลกเปลี่ยนก็เลยไม่เครียดเรื่องเกรดเท่าไหร่ แต่พวกเพื่อนที่จบแล้วทำงานแล้วนี่สิ...)

ตอนขึ้นร้องจริงก็พีคมาก รู้สึกร้องดีกว่าตอนรันเมื่อเช้า พอร้องเพลงรวมสามมหาลัยเสร็จ จุฬาฯก็ต้องขึ้นไปร้องเพลงมหาลัยเพลงที่สอง(เกียรติภูมิจุฬาฯ) ก่อนจะเข้ามาเปลี่ยนชุดเพื่อโชว์เพลงแสดง



ชุดของปีนี้เป็นเดรสสีขาวยาวกรอมเท้า ซึ่งความจริงเปลี่ยนแบบเป็นครั้งที่สอง เพราะแบบแรกไม่มีใครใส่ได้ เล็กไป แล้วแบบที่สองนี่ก็ยังมีคนใส่ไม่ได้อีกจำนวนหนึ่ง ก็เลยมีชุดสองแบบ คือแบบที่สอง กับชุดแบบที่สามสำหรับคนที่ใส่ชุดแบบที่สองไม่ได้

ฉันได้ใส่แบบที่สอง มันเป็นเดรสสั้นข้างในแล้วก็กระโปรงยาวข้างนอก ซึ่งทำให้เห็นพุงชัดมากกกก แล้วเป็นเสื้อแขนกุด สีขาวอีกต่างหาก ดูอ้วนขึ้นมาเลย แต่สวยมาก

ส่วนแบบที่สามเป็นเดรสสีขาวแขนกุดเหมือนกัน ข้างบนประดับด้วยเพชรปลอมสะท้อนแสงได้ กระโปรงทิ้งลงมาเลย มีริบบิ้นผูกเอวสีขาว มองไกล ๆ จะเห็นเหมือนแบบที่สอง

ชุดผู้ชายเป็นเสื้อเชิตสีชมพู ติดโบว์หูกระต่ายสีแดง แล้วก็กางเกงสีขาว 

ธีมชุดจุฬาฯปีนี้คือความรักน่ารักสดใสมุ้งมิ้ง

ส่วนน้องขนมเปียโนใส่ชุดงาน CKT#6 เป็นเดรสแขนกุดสีดำ ริบบิ้นผูกเอวสีทอง (น่ารักมาก) น้องขนมเค้าหน้าตาลูกครึ่ง พอใส่ชุดแบบนี้แล้วดูดีมาก ๆ 

เปลี่ยนชุดเสร็จก็ออกไปโชว์เพลง ตอนร้องเพลงที่สองอยู่ stage มีการทำควันพวยพุ่งออกมาด้วย เป็นคลื่น ๆ คือตอนซ้อมตอนรันอะไรไม่มีเลยนะ มาเซอร์ไพรส์ตอนแสดงจริง เบสที่อยู่ข้างหลังบอกว่าเกือบสำลักควันตาย (เขาปล่อยควันมาจากข้างหลัง) แต่ฉันว่าสวยดี 

พอร้องเสร็จก็เข้ามานั่งรอเพลงสุดท้ายในห้อง ทุกคนบอกว่าดีกว่าที่คิดมาก ดีกว่าที่ทำได้เมื่อเช้า (ปกติเวลาร้องจริงคุณภาพมันจะตกลงมาเหลือประมาณ ๘๐% อยู่แล้ว แต่วันนี้ก็ถือว่าคุณภาพโอเค)

เพลงสุดท้ายมีโซโล่ด้วย โซโล่ของจุฬาฯคือน้องร็อคพาร์ทเทเนอร์ ร็อคบอกว่าไม่เครียดแล้ว เพราะว่าโซโล่มันก็แค่ไม่กี่ท่อนเอง แต่พอเพลงแสดงสี่เพลงจบไปรู้สึกโล่งใจ

ระหว่างรอฉันก็นั่งอ่านหนังสือ นั่งคุยกับปั๊บ ถ่ายรูป ๆ ๆ ๆ ๆ (แต่งตัวสวยน่ะเนอะ) มีคนเอาดอกไม้มาด้วยจากไหนไม่รู้ช่อใหญ่มากกกกกก ฉันก็เลยเอามาเป็นพร็อพซะเลย



พอร้องเพลงสุดท้ายเสร็จก็มีการกล่าวขอบคุณ ถ่ายรุปกับอาจารย์ที่ปรึกษาคอนเสิร์ต แล้วก็ปล่อยถ่ายรูปกันตามอัธยาศัย ก็ตามปกติของชมรมคอรัสเวลาร้องเสร็จต้องมีถ่ายรูป รวมพาร์ท รวมคณะ รวมตำแหน่ง รวมโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด 

ยูริมาหาฉันด้วย ถ่ายรูปกัน แล้วฉันก็ยืนคุยกับยูริสักพักนึง คิดถึงมาก ดีใจมากที่ยูริมาดูฉันร้องเพลงวันนี้ >< คุยกันเสร็จยูริก็กลับไป บอกว่าจะไปงานเทศกาลหนังที่ ctw ต่อ (อยากไปบ้างจังแต่ไม่ได้ ๆ ต้องอ่านหนังสือสอบ)

แล้วฉันก็กลับเข้าห้องพักนักร้องไปเปลี่ยนชุดเป็น่ชุดนิสิต ชุดออกงานคราวนี้แจกนักร้องกลับบ้านไปเลย (โอ้วววววว ดีจุง)

ขากลับฉันเรียกอูเบอร์มารับ แล้วก็ไปส่งที่ central ladprao จริง ๆ ฉันไม่ได้ไปเที่ยวต่อหรอก แต่มีน้องคนนึงติดรถมาด้วยเขาจะไปหาพ่อแม่ที่นั่น ฉันก็เลยให้ไปส่งที่เซ็นลาด แล้วฉันก็นั่ง MRT กลับบ้าน

ถึงบ้านก็เจอน้องชายอยู่บ้าน น้องชายฉันชื่อภีม พึ่งมาถึงกรุงเทพเมื่อวาน ภีมเรียนจบม. ๖ แล้ว กำลังลุ้นอยู่ว่าจะได้เข้าเรียนมหาลัยที่ไหน ถ้าได้มาอยู่จุฬาฯด้วยกันก็คงจะดี

วันนี้ฉันรีบมาเขียนไดอารี่ก่อน แล้วจะไปอ่านหนังสือละ วันนี้มีเรื่องให้เขียนเยอะจริง ๆ 







Create Date : 23 เมษายน 2559
Last Update : 25 เมษายน 2559 0:15:21 น.
Counter : 257 Pageviews.

0 comment
เรียนหนังสือเป็นวันสุดท้าย




  ศุกร์ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๙

วันนี้ไปเรียนเป็นวันสุดท้าย 

กล่าวคือเป็นคาบเรียนคาบสุดท้ายของปี ๔ หลังจากนี้ก็จะมีแต่สอบกับพรีเซ้นต์งาน ก็จะเรียนจบปริญญาตรีอย่างเป็นทางการ

พอเรียนจบทุกคนก็ถ่ายรุปหมู่กัน จบแล้ว จบแล้ว เย้

แต่ความจริงคือชีวิตมันต้องเรียนรู้ตลอดไปแหล่ะ แค่ต่อไปนี้จะไม่มีใครมาชี้นำเราอีกต่อไปแล้ว ถ้าเราอยากรู้อะไรเราจะต้องไปหาเอง 

ใจหายเหมือนกันนะ นี่เราเรียนจบแล้วเหรอ จริง ๆ เหรอ (ยัง ยัง ยังไม่ได้สอบ ยังสอบไม่เสร็จ)

ฉันก็ไปกินบุฟเฟต์ฉลองกับเพื่อน ๆ กัน ที่แอมปาร์ค เป็นศูนย์การค้าใหม่ที่เปิดใกล้ ๆ จุฬาฯ มีร้านอาหารญี่ปุ่นเยอะ

เราไปกินที่โคเอ็นกัน ห้าร้อยกว่าบาท แซลม่อนอร่อยมาก ๆ ไปกับกี้ เฟิร์น แล้วก็เหมยลี่

แต่เรื่องที่คุยบนโต๊ะอาหารวันนี้ซีเรียสมากเลย เรื่องเพื่อนทะเลาะกันน่ะ คือเพื่อนในกลุ่มนี้ทะเลาะกันจนเลิกคบกันไปแล้ว เพราะรับนิสัยกันไม่ได้ (แต่จริง ๆ ฉันก็ชอบทุกคนนะ เพียงแต่บางทีคนบางคนก็ไปด้วยกันไม่ได้จริง ๆ)

ฉันไม่ชอบฟังเรื่องดราม่าเลย มันไม่ดีต่อสภาพจิตใจ 

พอกินบุฟเฟต์เสร็จฉันก็ไปอ่านหนังสือต่อที่หอกลาง(ห้องสมุดกลางของจุฬาฯ) อ่านได้หนึ่งชั่วโมงก็ไปขึ้นรถไปซ้อมคอรัสที่ม.เกษตร

วันนี้มีซ้อมใหญ่ คอนเสิร์ตเล่นวันพรุ่งนี้

กว่าจะเลิกซ้อมก็สี่ทุ่ม โหดร้ายทารุณที่สุด ฉันกลับมาบ้านก็มานั่งเขียนไดอารี่กับอ่านหนังสือนิดหน่อย จะพยายามนอนภายในเที่ยงคืน ไม่อย่างนั้นจะร้องเพลงไม่เพราะ (มันมีผลกับเส้นเสียงนะการนอนหลับพักผ่อน)

นี่ก็ถือว่าดึกมากแล้ว

จะว่าวันนี้เป็นวันที่ดีก็ไม่ได้ เพราะสภาพจิตใจฉันไม่ดีเลย

ทำไมกันนะ...



Create Date : 22 เมษายน 2559
Last Update : 22 เมษายน 2559 23:53:50 น.
Counter : 77 Pageviews.

0 comment
พูดกับเพื่อนไม่ดีไปซะแล้ว...


พฤหัส ๒๑ เมษายน ๒๕๕๙

วันนี้ตื่นแปดโมงเช้า

ความจริงมี Open House ของบริษัทที่ฉันได้งาน(PwC) แต่ฉันตื่นมาก็เวลานัดพอดี บวกกับทั้งเพื่อนสนิท(กี้) และน้องสาว(เฟิร์น) ก็ไม่มีใครไปสักคน ฉันก็เลยไม่ไปด้วยเลย

ความจริงเครียดมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเลย ถ้าสอบตกทำไงวะ สอบตกนี่เรียนซ้ำชั้นเลยนะ คงเป็นความเศร้าสุดแสนจะบรรยายมาก (เพราะฉันไม่ค่อยชอบเรียนเท่าไหร่ ชอบทำกิจกรรมมากกว่า)

ตอนเช้าฉันเลยไปฟิตเนต มันครบรอบต้องจ่ายค่าฟิตเนตพอดี ความจริงตอนสมัครก็ให้เขาหักบัตรเครดิตแหล่ะ แต่ฉันไปยกเลิกบัตรเครดิตเพราะมีปัญหานิดหน่อย ฉันก็เลยต้องเข้าไปจ่ายเงินสดทุกเดือนแทน

ไปถึงฉันก็ได้อ่านหนังสือหนึ่งชม.รอห้องโยคะ แล้วก็เข้าไปเล่นโยคะร้อน ไม่ได้เล่นนานมากประมาณสองสามอาทิตย์ได้ ไม่ว่างมาเล่นเลย พอได้ออกกำลังกายแล้วรู้สึกดีชะมัด

พอออกกำลังเสร็จกี้ก็โทรมาถามว่าวันนี้อ่านหนังสือที่ไหน ก็เลยนัดไปอ่านด้วยกันที่ห้องสมุดมารวยตลาดหลักทรัพย์ แล้วฉันก็ชวนเจนมาอีกคน แล้วเจนก็ชวนอ๋อมา

ความจริงตอนนี้เจนกำลังมีปัญหากับเพื่อนในกลุ่มอีกคนชื่อเหมยลี่ เจนกับเหมยลี่เป็นเพื่อนที่สนิทกันมากตอนปีหนึ่งปีสอง (ซึ่งฉันก็ไม่ได้อยู่ด้วย เพราะฉันเป็นรุ่นพี่พวกนางปีนึง) เฟิร์นน้องสาวฉันก็สนิทกับทั้งสองคน

แต่ตอนนี้เจนกับเหมยลี่ทะเลาะกัน จนเลิกคบกันเลย ไม่คุยกันเลย เฟิร์นซึ่งเป็นคนกลางก็เลยลำบากใจมาก เพราะเฟิร์นชอบเพื่อนทั้งสองคน

ส่วนกี้เห็นเฟิร์นเครียดกี้ก็เป็นห่วง กี้บอกว่าเฟิร์นมักจะเป็นคนคิดมาก

วันนี้ฉันก็นั่งอ่านหนังสือกับกี้ เจน อ๋อ ทั้งบ่ายเลย ก็คุยเล่นกันบ้าง แล้วเจนก็เรียกอ๋อว่าอ้วน อ้วน ฉันซึ่งเป็นแฟนคลับอ๋อก็เลยแซวเจนว่าทำไมชอบพูดให้เพื่อนเสียความมั่นใจ

"ก็พูดแบบนี้มานานแล้ว" เจนบอก "แต่ก็ไม่ค่อยมีใครสนใจ"

"ก็เลยต้องเรียกร้องความสนใจด้วยการทำลายความมั่นใจเพื่อนเหรอ" ฉันถาม แล้วก็ขำกัน

ทีนี้พอฉันออกไปกินข้าวเย็นกับกี้ กี้บอกว่าที่ฉันพูดแบบนั้นกับเจนมันแรงมากเลยนะ คือไม่คิดว่าพี่ฟ้าดูเป็นคนไม่อะไรกับใครจะสามารถด่าได้นิ่ม ๆ ขนาดนี้

อ้าววว ฉันไม่ได้ตั้งใจ ที่พูดไปไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ ฉันก็เลยกลัวเจนจะเสียใจ เลยไลน์ไปขอโทษ ซึ่งนางก็แบบ อ้าวว ฟ้าว่าเราตอนไหน นึกไม่ออก จำไม่ได้ 

โอเค อย่างน้อยเราก็ไม่ได้ทำให้เจนเสียใจอ่ะนะ ฮืออ ๆ ๆ ๆ พูดอะไรไม่คิดเลย ดีนะที่เจนไม่คิดมาก (หรือแอบเอาไปคิดแต่ไม่บอกเราก็ไม่รู้นะ)

ฉันเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเฟิร์น เฟิร์นก็บอกว่าแรงมากนะฟ้า นี่ถ้าเราโดนว่าแบบนี้เราร้องไห้เลย (เฮ้ย เว่อร์)

ตอนเย็นฉันก็ไปซ้อมคอรัส ไปสายอีกตามเคย ทำไมฉันต้องมาถึงตอน Vocalize เกือบเสร็จแล้วทุกที เซ็งตัวเอง

ปั๊บก็เลยเรียกฉันไปโวตัวต่อตัวอีกแล้ว ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองถ่วงวงยังไงไม่รู้ แบบแทนที่จะได้ซ้อมเพลง ปั๊บกลับให้ทุกคนไปพักแล้วมาวอร์มเสียงให้ฉันเนี่ย รู้สึกผิดมาก (แต่ฉันจะไม่แก้ตัว เพราะไม่รีบมาให้ทันเองจริง ๆ นั่นแหล่ะ ไม่งั้นคงไม่ไปกินข้าวกับกี้)

ปั๊บคงเห็นฉันร้องแย่จริง ๆ ก็เลยต้องเรียกติว นี่ครั้งที่สองแล้วนะที่ปั๊บเรียกฉันไปปรับเสียง จริง ๆ ก็ดีใจที่คอนดัคมาให้ความสนใจ เพราะถ้าฉันติดร้องคอมันจะปวดคอเวลาร้องไปสักพัก (ซึ่งมันก็เกิดขึ้นบ่อย ๆ เพราะฉันชอบร้องคอโดยไม่รู้ตัว นึกว่าตัวเองดึงเสียงจากท้องแล้วแต่มันก็คอทุกที เพราะบางทีร้องในวงแล้วมันไม่ได้ฟังเสียงตัวเองเต็มที่ ก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองร้องยังไงอยู่ พอรู้ตัวอีกทีก็ปวดคอไปแล้ว)

จริง ๆ ตั้งแต่กลับมาจากญี่ปุ่นฉันก็ร้องเพลงแฟลทตลอดเลยนะ (แฟลทคือร้องต่ำกว่าที่ควรจะเป็นไปหน่อย) ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน วันก่อนที่มีพี่คอนดัคเตอร์คนเก่าที่เก่งมาก ๆ มานั่งฟัง เขาก็ทักว่าฉันร้องแฟลทเหมือนกัน แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะแก้ยังไง แฟลทมันก็เกิดได้จากหลายอย่างนะ อาจจะเครียด หรือนอนไม่พอ หรือแรงไม่ถึง เป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น (ในกรณีฉันนี่น่าจะขี้เกียจใช้แรง หรือแรงหมด)

วันนี้ก็เป็นการซ้อมในวงเราครั้งสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้ก็ซ้อมใหญ่ มะรืนก็วันคอนเสิร์ตแล้ว ปั๊บยังเครียดอยู่มาก เพราะนักร้องร้องไม่ได้มาตรฐานของวงเลย (ปกติ CU chorus จะวินัยการซ้อมดีกว่านี้ คุณภาพดีกว่านี้เยอะ แต่งานนี้คือด้อยค่าแทบทุกอย่าง)

ฉันเองก็ไม่มีสิทธิ์ไปว่าใครหรอก เพราะฉันเองยังมาไม่ค่อยทันซ้อมพาร์ทเลย เอ้อระเหยบ้าง ติดเรียนบ้าง วันเสาร์ก็ไม่ได้มาเลยเพราะติดเรียนภาษาญี่ปุ่นที่วาเซดะ

อันที่จริงเสาร์นี้วาเซดะเปิดคอร์สแหล่ะ แต่ฉันโดดไปทำคอนเสิร์ต CKT

พอซ้อมเสร็จก็มีลองเสื้ออีกแล้ว แต่ฉันลองไปแล้วเมื่อวาน วันนี้มีชุดใหม่มาอีกเซ็ทสำหรับคนที่ใส่ตัวเมื่อวานไม่ได้ ซึ่งมันสวยกว่าชุดเมื่อวานมากกกกก โอ้ยย รู้งี้ฉันบอกน้องว่าใส่ไม่ได้ก็ดี ๕๕๕ แต่ก็ช่างเถอะ

ยิ้ม(คนจัดการเรื่องชุด)ก็ส่งชุดให้ฉันเอากลับบ้าน ชุดออกงานรอบนี้เป็นเดรสสีขาวแขนกุด ข้างหน้าเป็นกระโปรงสั้น ข้างหลังเป็นกระโปรงยาว พี่ปิ่นโตมาเห็นก็บอกว่าเออ ใครออกแบบนะ ชุดแนวดี 

พี่ปิ่นโตเป็นรุ่นพี่ที่ชมรมที่อยู่ชมรมมานานมาก ๆ จบไปแล้วหลายปี แต่ก็ยังแวะเวียนมาอยู่เรื่อย ๆ 

วันนี้ฉันก็ติดรถพี่ปิ่นโตไปหาเฟิร์นที่ห้องสมุดคณะแพทย์ เฟิร์นไปอ่านหนังสือกับอาอี้ที่นั่น อาอี้เรียนแพทย์จุฬาฯอยู่ปี ๓ เป็นรุ่นน้องที่สนิทกับเฟิร์น (ถึงขั้นมานอนค้างที่บ้าน จริง ๆ ฉันก็เริ่มสนิทกับอี้ตอนอี้มานอนค้างที่บ้านนี่แหล่ะ)

ฉันก็ติวหนังสือสอบกับเฟิร์นที่ห้องสมุดคณะแพทย์ อันที่จริงมันเป็นร้านกาแฟติดกับห้องสมุดน่ะ ชื่ออะไรไม่รู้จำไม่ได้ ฉันก็สั่งน้ำปั่นสตอเบอรี่เฟรปเป้มาแก้วนึง คิดผิดมาก หวานเกินไปอย่างแรง

พอสี่ทุ่มฉันกับเฟิร์นก็เดินไปขึ้น MRT กลับบ้าน แต่ฉันต้องไปแวะเอาเสื้อผ้าที่ฝากไว้ฟิตเนตก่อน จริง ๆ วันนี้ฉํนเอาเสื้อผ้ามาไม่เยอะนะ น่าจะแบกไปชมรมด้วย ไม่น่าทิ้งไว้ฟิตเนตเลย ก็เลยต้องลำบากกลับไปเอาอีก เฮ้อ

พอถึงบ้านฉันก็หมดอารมณ์อ่านหนังสือหรือทำอะไรมีสาระ ฉันก็เลยนั่งเล่นชิโรเนโกะโปรเจ็ค (เกมที่ฉันติดอยู่ตอนนี้) นี่ฉันนั่งเล่นจนอัพความสัมพันธ์ของยัยหนูเต็มร้อยแล้วนะเนี่ย (มารุ ฉันชอบเล่นมารุ) แล้วฉันก็เอาทสึคิมิไปเก็บรูนเพื่อมาอัพมารุ และก็เก็บเพชรไปหยอดอาวุธให้ทสีคิมิ แต่จนแล้วจนรอดคธาของทสีคิมิก็ไม่มาหาฉัน ฮืออออ

นี่เล่นเกมหนักกว่าอ่านหนังสือเรียนอยู่นะเนี่ย ถ้าได้ F ขึ้นมาแกขำไม่ออกนะเว้ยยยย

เครียด



Create Date : 22 เมษายน 2559
Last Update : 22 เมษายน 2559 1:21:23 น.
Counter : 262 Pageviews.

0 comment
คาราโอเกะ @ My porch


  พุธ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๙

วันนี้ตื่นสายมาก เนื่องจากเมื่อคืนกินยานอนหลับก่อนนอน เพราะฉันกลัวฉันจะเล่นเกมจนไม่หลับไม่นอนเหมือนสองวันก่อนหน้า

เป็นการตัดสินใจที่ผิดมาก เพราะฉันตื่นเอาสิบโมงเช้าเลย ฮือ ประเด็นคือนัดเพื่อนไว้ที่ My porch ตอน ๑๑ โมงด้วยนี่สื ฉันก็เลยอาบน้ำแต่งตัวด้วยความเร็วแสงแล้วก็เดินทางไปสุขุมวิท

My porch เป็นร้านคาราโอเกะเพลงญี่ปุ่น คือถ้าอยากร้องคาราโอเกะเพลงญี่ปุ่นต้องมาที่นี่ ฉันเคยสืบหาร้านอื่น ๆ แต่มันจะออกแนวบาร์นั่งดริ๊งค์ทั้งนั้นเลย มีแต่ที่นี่ที่ดูเป็นร้านสำหรับร้องคาราโอเกะกึ่งร้านอาหาร ไม่ต้องสั่งแอลกอฮอล์ (ฉันไม่กินเหล้า)

วันนี้มี Free time คือร้องตั้งแต่สิบเอ็ดโมงถึงห้าโมงเย็นคนละ ๒๕๐ เท่านั้น ฉันก็เลยนัดกับเพื่อนไป

เพื่อนที่ไปด้วยวันนี้คือเพื่อนที่เจอกันตอนไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น ชื่อแพร แพรเป็นผู้หญิงคนไทยคนเดียวที่ไปแลกเปลี่ยนเทอมเดียวกับฉัน แล้วอยู่หอเดียวกัน ห้องข้างกัน พอฉันมีอะไรฉันก็ไปถามแพร (เพราะตอนไปญี่ปุ่นแรก ๆ คือความรู้ญี่ปุ่นน้อยมาก ๆ)

แพรเป็นคนสวย แต่งตัวน่ารัก นิสัยก็น่ารัก แต่ไม่ใช่น่ารักแบบมุ้งมิ้ง ออกแนวน่ารักแบบอะเลิร์ท ๆ มากกว่า รสนิยมของแพรก็โอโตเมะมาก กล่าวคือชอบการ์ตูนผู้ชายหล่อ ๆ คุณจะสามารถสังเกตเห็นผู้หญิงคนนี้ได้ง่ายมากเพราะกระเป๋าของเธอจะเต็มไปด้วยเข็มกลัดตัวละครชายที่เธอชื่นชอบ แม้ว่าเธอจะแต่งตัวเป็นสาวหวานยุควินเทจก็ตาม

ฉันชอบแพรมากกกกก มากกกก มากกกกก ถึงแพรจะตลกแต่เธอไม่ง้องแง้งเลยนะ แล้วก็มีความรู้เยอะด้วย สามารถคุยเรื่องมีสาระได้ ตลกโปกฮากับเธอก็ได้ วันนี้ฉันก็เลยดีใจมาก ๆ ที่มีโอกาสได้เจอเธออีก นี่เป็นครั้งแรกในหลาย ๆ เดือนเลยนะที่ฉันได้ออกมาเจอกับแพร 

วันนี้แพรพาเพื่อนมาด้วย เรียนเอกญี่ปุ่นเหมือนแพร (ที่ม.เกษตร) ชื่อไบรท์ ไบรท์นี่เทียบกับแพรแล้วดูเป็นคนธรรมดาไปเลย แต่เธอเป็นคนตลกมาก แล้วก็ตอนร้องคาราโอเกะนี่เพลงที่ฉันรู้จักนางรู้จักด้วยหมดเลย โอ้ย ดีใจมาก ขนาดเพลงที่ฉันคิดว่าฉันฟังอยู่คนเดียวนางก็ยังรู้จัก 

ที่ดีกว่านั้นคือไบรท์อยู่คอนโดเดียวกันกับฉันด้วย เย้ ต่อไปนี้เวลาฉันเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ ฉันก็จะได้ชวนเพื่อนมาเที่ยวเล่น เดี๋ยวจะตีสนิท ๕๕๕ 

คุยกันหลายเรื่อง เช่นเรื่องเกมชิโรเนโกะที่ฉันติดอยู่ตอนนี้เป็นต้น แลกไอดีฟอลโล่วกันเอาไว้เรียบร้อย 

วันนี้ฉันได้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับเกมเยอะแยะเลย เช่นว่าตัวละครใส่ชุดใส่เครื่องประดับได้ แต่ต้องไปปลดล็อกเกาะที่สองก่อน แล้วก็พอเล่นไปเรื่อย ๆ มันจะมีด่านลึกลับซ่อนอยู่ ไปเล่นก็ได้เพชรเพิ่ม

แล้วสองคนนั้นก็คุยกันเรื่องเกม เรื่องการ์ตูน (สตาร์มิว โดสตามิว นักพากษ์เกม นักร้องนิโกะ idolish บลา ๆ) ฉันล่ะอยากมีส่วนร่วมด้วยมาก ๆ คือฉันก็รู้บ้างนะ แต่ไม่ทั้งหมด ฉันไม่ใช่สายตามนักพากษ์แม้จะดูการ์ตูน ไม่รู้ว่าใครแต่งเพลงโวคัลลอยด์เพลงนี้แม้จะฟังเพลงโวคัลลอยด์ ส่วนนักร้องนิโกะก็รู้แค่ชื่อไม่รู้ประวัติหรือหน้าตาของพวกเขาเลย

การคบเด็กเอกญี่ปุ่นก็ทำให้งานอดิเรกของเราขยายกว้างใหญ่ขึ้นเหมือนกันนะ...

เราร้องคาราโอเกะกันตั้งแต่สิบเอ็ดโมงถึงห้าโมงเย็น แล้วฉันก็ไปซ้อมร้องเพลงที่ชมรมต่อ

วันนี้ปั๊ป(คอนดัคเตอร์)ดุกว่าปกติ เพราะว่ามันใกล้วันงานแล้วล่ะ ปั๊บติวเสียงให้ฉันตัวต่อตัวด้วย อยากบอกว่าฤทธิ์ยานอนหลับเมื่อวานนี่มันแรงมาก ฉันง่วงทั้งวันเลย = = ไม่รู้รู้สึกไปเองหรือเปล่า แต่ร้องเพลงแล้วเสียงก็ตก ไม่ค่อยออก หาช่องไม่เจอ ตั้งไม่ถูก ปั๊บก็เลยเรียกฉันไปช่วยหาช่องให้ (ฉันมาไม่ทัน Vocalize ด้วยแหล่ะ ไม่แปลกใจที่จะหาเสียงไม่เจอ)

ดีใจมากเลยที่ปั๊บช่วยดูให้ หวังว่าฉันจะร้องดีขึ้นในวันต่อไปนะ

พอซ้อมเสร็จ (วันนี้ก็เลทอีกแล้ว ครึ่งชม.แน่ะ ปั๊บก็เครียด เพราะไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเลยเวลาเลย) ก็มีการลองชุดของผู้หญิง ที่ไปสั่งมาใหม่ เพราะเซ็ทเก่าคนใส่ไม่ได้เยอะ

เซ็ทใหม่นี่ก็แนวเดิม เดรสสีขาว แต่คราวนี้เป็นซิปข้าง แล้วก็กระโปรงข้างหน้าสั้น ข้างหลังมีระบายยาว ๆ กรอมเท้า แต่สั้นนี่ครึ่งขาอ่อนเลยนะ

ตอนนี้ที่ลองชุดไปก็มีน้องยิ้มใส่ไม่ได้คนเดียว คือยิ้มก็คงใส่ได้แหล่ะ แต่มันอาจจะรัดจนหายใจไม่สะดวก แล้วมันจะมีผลกับการร้องเพลง ยิ้มเป็นคนไปเดินดูกับคัดเลือกชุดด้วย เห็นอ้อมแอ้มว่าอยากจะไปหาชุดใหม่อีกรอบ

ฉันก็เลยถามว่านี่ถ้าหาชุดใหม่อีกรอบ ชุดเซ็ทเก่าที่สั่งมาแล้วจะคืนร้านเหรอ น้องก็บอกว่าคืนไม่ได้ คงต้องหาวิธีขาย 

ส่วนตัวฉันไม่เชียร์ให้สั่งใหม่เลย ถ้าคนใส่ไม่ได้แค่ไม่กี่คนก็น่าจะหาวิธีแก้ได้ อาจจะเอาไปซ่อมที่ร้านให้ใส่ได้ ซึ่งไม่น่าจะใช้เวลานานกว่า ๑ วัน (คอนเสิร์ตเสาร์นี้แล้ว) แต่ถ้าไปหาชุดใหม่อีกแล้วมาลองอีก คนที่ใส่ไม่ได้เยอะขึ้นทำไงอ่ะ มันก็มีความเสี่ยงเกิดขึ้นอีก แถมสิ้นเปลืองเงินทองอีกต่างหาก

แต่ฉันไม่ใช่คนควบคุมเรื่องเสื้อผ้าเหล่านี้ และฉันใส่อะไรก็ได้ เพราะฉันไม่ได้อ้วนเหมือนแต่ก่อนแล้ว (น้ำหนักลดเยอะมากตั้งแต่หันมากินข้าวมื้อเดียว)

แล้วฉันก็ตรงกลับบ้านมานั่งเล่นชิโรเนโกะ คุยกับไบรท์ (ตีสนิท ๆ)

กี้โทรมาด้วย บ่นเรื่องงานกลุ่มวันนี้ แล้วก็ตัดพ้อว่าทำไมฉันไม่ส่ง snapchat กลับให้นางบ้างเลย (กี้พึ่งเริ่มเล่น snapchat และดูเหมือนจะชอบมาก ส่งมาให้ฉันตั้งแปดครั้งแน่ะวันนี้ แต่เน็ตมือถือฉันมันกากจนเล่นแอปนี้ไม่ได้ ต้องรอต่อไวไฟถึงจะเล่นได้

โอ้ ไดอารี่เมื่อวานมีคนมาคอมเม้นต์ด้วย ดีใจมาก จริง ๆ ฉันก็ไม่ได้คาดหวังคอมเม้นต์อะไรหรอก เพราะเขียนไปเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ แต่พอคิดว่ามีคนอ่านก็ดีใจแฮะ ><






Create Date : 20 เมษายน 2559
Last Update : 20 เมษายน 2559 23:48:23 น.
Counter : 154 Pageviews.

0 comment
งานบายเนียร์ชมรม ๒๕๕๙ (รุ่น ๔๐)


  อังคาร ๒๐ เมษายน ๒๕๕๙

วันนี้ตั้งใจจะนอนเร็วแท้ ๆ แต่ก็ไม่วาย เกินตีหนึ่งจนได้ เพราะฉันกลับถึงบ้านเที่ยงคืน

พอดีวันนี้ตอนเย็นมีบายเนียร์ชมรม CU Chorus ธีม Zootopia (ใครไม่มีพร็อพจะถูกเขียนหน้าเป็นแมว)

โอ้ย ซาบซึ้งมาก ร้องไห้เลย คือตอนเข้าไปในงานก็มีน้อง ๆ มาร้องเพลงให้ฟัง หลายเพลงนะวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นวงน้องเล็กสุดด้วย รุ่น ๔๓ เด็กรุ่นนี้เป็นรุ่นที่แน่นมาก น้องมาเยอะ ร่วมกิจกรรมชมรมเยอะ แล้วก็ร้องดีด้วย

ลำดับการแสดงก็มี 
๑ I wanna try everything โดยกรรมการชมรม เพลงประกอบ Zootopia 
๒ เล่นเกม (ผักกาด ส่งต่อไปเรื่อย ๆ พอหยุดที่ใครคนนั้นก็ต้องทำตามคำบอก ฉันได้ออกไปรำวง กับเต้น Nobody ด้วย)
๓ Officially missing you โดยวง Peary Dog (เป็นวงกีต้าร์)
๔ วงน้องตีตี้ เล่นกับเปียโน แต่ฉันจำชื่อเพลงไม่ได้
๕ รักแท้อยู่เหนือกาลเวลา วงน้อง ๔๑  (เพลงนี้ฉันร้องรับน้องรุ่น ๔๑ เข้ามาด้วย ตอนงาน first meet ฮือออ อ ดีใจมากที่น้องยังจำได้และเอามาร้องให้ฟัง)
หลังจากนั้นก็เป็นพิธีบายศรี พูดความรู้สึก แจกของพี่เนียร์ จับฉลาก แล้วก็ถ่ายรูปรวม ก่อนแยกย้าย

หลังจากเลิกงานก็ไปกินข้าวกัน(เป็นปกติที่หลังซ้อมจะไปกินข้าวกัน) วันนี้คนไปเยอะหน่อย มีน้อง ๔๓ ไปด้วย ซึ่งในนี้มีเด็กนิเทศน์ปี ๔ ชื่อเกี่ยวก้อย ฉันกับเกี่ยวก้อยเจอกันตอนไปทริปชมรมเดือนที่แล้ว และฉันก็ชอบเกี่ยวก้อยมาก รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่คุยด้วยครั้งแรก เธอเป็นผู้หญิงติสท์ ๆ หน่อย สวย แล้วก็ตลกมาก

ดีใจมาก ๆ ๆ ๆ ที่วันนี้ได้เจอเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนอีกครั้ง ทั้งเกี่ยวก้อย ทั้งสโนว์ (สโนว์เป็นเด็กบัญชีกรุ๊ปเดียวกับฉัน พึ่งมาเข้าชมรมปีที่แล้วตอนฉันไปญี่ปุ่น แล้วก็รู้จักกันตอนร้องปริญญา) 

แล้วก็เจอคนที่ไม่ได้เจอนานมาก ๆ เช่นน้องเพิร์ล (เด็กรัฐศาสตร์ เคยมาช่วยฉันร้องตอนชมรมขาดคนมาก ๆ เป็นหนึ่งในโซ ๔๐ ที่ยังมีคนจำหน้าได้ในชมรม แต่หลังจากงานปริญญาตอนฉันอยู่ปี ๓ ก็ไม่ได้เจอน้องอีกเลย) น้องปอย (ตอนเห็นหน้าครั้งแรกฉันลืมไปแล้วล่ะ เธอเปลี่ยนไปเยอะ แต่จำได้ไม่ลืมว่าน้องก็เคยมาช่วยฉันตอนที่ฉันต้องการคนมาก ๆ เหมือนกัน)

รุ่น ๔๐ นี่ขาดแคลนโซปราโน่มาก ๆ แล้วตอนนั้นฉันเป็นพี่ในชมรมที่มาบ่อย หัวหน้าพาร์ทโซปราโน่ในตอนนั้นไม่สามารถมาชมรมได้ ฉันก็เลยรับหน้าที่เป็นหัวหน้าพาร์ทแทนชั่วคราว ตอนนั้นคือเครียดนรกมาก เพราะคนไม่มีเลย แล้วเป็นงานใหญ่ (ปริญญา) น้อง ๔๐ ที่มาในปีนั้นก็มีแค่น้องเพิร์ล น้องปอย แล้วก็พี่แซน (พี่ปีสี่ที่จบไปแล้ว) นอกจากนั้นแล้วเป็นรุ่นพี่ทั้งหมด 

ยุคนั้นโซปราโน่วิกฤติมากจริงๆ ฉันก็เลยพยายามปั้นให้น้องรุ่น ๔๑ มีโซปราโน่เยอะ ๆ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จพอสมควร น้องรุ่น ๔๑ ค่อนข้างจะติดชมรมกันหลายคน กรรมการรุ่นปัจจุบันนี้ก็มีโซปราโน่อยู่เยอะ

จริง ๆ เรื่องชมรมมีอะไรให้พูดเยอะมาก เพราะว่าฉันก็อยู่ชมรมนี้มานาน คนเข้าคนออกยังไงก็เห็นมาเยอะ (ถึงจะไม่เท่าพี่ ๆ บางคนที่ยังคงมาชมรมเป็นประจำ) 

วันนี้ซาบซึ้งเห็นจริงกับพี่ ๆ ที่มาพูด(ให้โอวาท)กับน้อง ๆ ในชมรมมาก คือชมรมนี้มีพี่เก่าที่จบไปแล้วแวะเวียนกลับมาบ่อยมาก เมื่อวานนี้เองก็มีพี่รุ่น ๔ กลับมาเยี่ยม (คิดดูสิ รุ่นสี่เลยนะ ปีนี้น้องเล็กคือรุ่น ๔๓)

จริง ๆ อยากเขียนอีกหลายอย่างมาก แต่ฉันควรจะไปนอนได้แล้ว ขอรวบรัดตัดความหน่อย

ฉันร้องไห้กลางงานด้วย ตอนพูดความรู้สึกอ่ะ คือฉันดีใจมากที่น้อง ๆ มาจัดงานให้ฉัน เพราะถึงฉันจะไม่ใช่รุ่น ๔๐ แต่น้องรุ่น ๔๑ ฉันก็รับเข้ามากับมือ (เพราะตอนนั้นโซปราโน่ขาดคน ฉันก็เลยมาช่วยรับน้อง ช่วย Voice Train ช่วยตามคน) แล้วก็ดีใจมาก ๆ ที่ได้เจอน้อง ๆ รุ่น ๔๐ ที่ไม่คิดว่าจะได้เจออีกแล้วกลับมา และน้องก็ดูมีความสุขดีที่ได้กลับมา ถึงแม้น้องจะไม่ได้ติดชมรม แต่ฉันก็ยังซาบซึ้งจนถึงวันนี้กับความช่วยเหลือที่ได้จากน้องเหล่านี้

โอ้ย ร้องไห้เลย ทั้งการเห็นหน้าเพื่อน ๆ รุ่น ๓๙ กลับมาให้กำลังใจ เพราะปีนี้รุ่น ๔๐ จบ รุ่น ๓๙ ที่รับ ๔๐ เข้ามาก็เลยมากันค่อนข้างเยอะ เรามีความทรงจำที่ดีต่อกัน มีประสบการณ์หลาย ๆ เรื่องร่วมกัน

พออึดใจหนึ่งผ่านไป ทุกคนก็เรียนจบ ทุกคนก็แยกย้าย ไปตามทางเดินของตัวเอง แต่ยังไงก็ตาม ชมรมแห่งนี้ก็จะยังเป็นที่ ๆ เราสามารถกลับมาได้เสมอ

ความอบอุ่นนี้จะจำไว้ไม่ลืม



Create Date : 20 เมษายน 2559
Last Update : 20 เมษายน 2559 1:30:39 น.
Counter : 378 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

Kurobina
Location :
อุบลราชธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีที่ได้รู้จัก หวังว่าเราจะได้ทำดีต่อกัน

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใด ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดใน Blog นี้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Motivation and Habits are keys to success.
  •  Bloggang.com