All Blog
จัดบ้าน


  ศุกร์ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันนี้เป็นวันพระ

และเฉกเช่นวันพระวันอื่น ๆ คือฉันตื่นมาด้วยความตั้งใจจะถือศีล ๘ ซึ่งหมายถึงการอดข้าวหลังเที่ยง และงดการบันเทิงเริงรมณ์ พอตกค่ำก็ต้องนอนกับพื้น

ตอนเช้าฉันจึงออกไปทานข้าวที่ร้านติ่มซำร้านประจำ สั่งแค่ไข่กระทะหนึ่งชุด กับช็อคโกแล็ตเย็น แล้วนั่งอ่านหนังสือสอนทำ Excel ที่ซื้อมาตอนที่ไปเที่ยวกับเพื่อนเมื่อวันก่อน

ตอนเก็บเงินพนักงานก็แจ้งว่าวันนี้ทางร้านมีโปรโมชั่น สั่งเครื่องดื่มเย็นจะได้ ๑ แถม ๑ ฉันก็เลยสั่งชาไทยเย็นอีกแก้วหิ้วกลับไปให้เฟิร์น (น้องสาว)

เฟิร์นยังนอนอยู่บนเตียงเมื่อฉันกลับไปถึง ฉันบอกน้องว่านี่ซื้อชาเย็นมาให้ (น้องชอบดื่มชาเย็นน่ะ) เฟิร์นก็ทำหน้าประหลาด บอกว่าเราดื่มไม่ได้ เราจะลดความอ้วน

ฉันก็เลยเอาชาไปแช่ตู้เย็นไว้ 

วันนี้นักเรียนภาษาญี่ปุ่นโทรมาบอกว่าไปต่างจังหวัดกับที่ทำงาน ฉันก็เลยว่าง ขี้เกียจออกไป money expo แล้วด้วย รู้สึกว่ามันไกลจัง อิมแพ็คแน่ะ (ฉันเป็นมนุษย์ที่รู้สึกว่าทุกที่ที่รถไฟฟ้าไปไม่ถึงมันไกลหมด) ฉันก็เลยตั้งใจจะอยู่บ้านจัดบ้าน

เริ่มต้นด้วยการเอาผ้าทุกชิ้นเข้าเครื่องซักผ้า เสื้อผ้าที่กองค้างอยู่ในตะกร้าเยอะจนล้นออกมาแล้ว บวกกับเสื้อผ้าจากค่าย Multi Rural ในกระเป๋าเดินทางของเฟิร์นอีก (ส่วนของฉันซักไปหมดแล้ว) ต้องซักสองรอบ เพราะถังซักผ้ามันเล็กแค่นั้น ถ้าใส่เกิน 2/3 จะไม่ดีต่อสุขอนามัย

พอเอาผ้าไปซักฉันก็จัดตู้เสื้อผ้าตัวเอง มีเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้เต็มไปหมด คือมันมีเสื้อแขนยาวกับเสื้อกันหนาวกับกระโปรงบางตัวที่ฉันเบื่อแล้ว ฉันก็เลยคัดออกมาว่าตัวไหนไม่ใช้บ้างแล้วเก็บใส่กระเป๋าเดินทางเปล่า กะว่าถ้ากลับอุบลจะเอากลับไปด้วย หรือไม่ก็ลากไปใส่กล่องบริจาคให้ชาวบ้าน ส่วนกระเป๋าอีกใบก็ใส่เสื้อผ้าฤดูหนาวเผื่อวันไหนจะไปเที่ยวต่างประเทศอีก (เช่นญี่ปุ่นหรือไต้หวัน ประเทศอื่น ๆ ฉันไม่มีความอยากไปเป็นพิเศษ)

พอจัดเสร็จตู้เสื้อผ้าก็โล่งขึ้นเยอะ จริง ๆ แล้วฉันมีเสื้อผ้าไม่เยอะนัก เพราะฉันไม่ชอบซื้อเสื้อผ้า ฉันมักจะซื้อเวลาที่จำเป็น หรือเวลาที่มันลดมาก ๆ (และชอบ) หรือถ้าเจอร้านถูกใจ (ซึ่งก็นานมาก ๆ ถึงจะมีกรณีหลังสุด) 

เวลาที่จำเป็นก็อย่างเช่น ตอนไปเที่ยวไต้หวันคราวก่อน ฉันเตรียมไปแต่เสื้อผ้าหนา ๆ กันหนาว แต่พอไปถึงอากาศยังกะกรุงเทพ เสื้อผ้าที่ฉันมีนี่ใส่ไม่ได้คงอารมณ์เสียทั้งวันเพราะร้อนมาก ฉันก็เลยต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่เอาไว้ใส่เที่ยว

แล้วฉันก็จัดการกับชีทเรียนและหนังสือเรียนทั้งหลาย ฉันไม่เคยทิ้งชีทเลยตั้งแต่ปี ๑ ถึงปี ๕ เก็บไว้เผื่ออ้างในการเรียนวิชาอื่น ๆ น่ะ หรือไม่ก็เอาไว้ยกให้น้องรหัส ซึ่งพอโต ๆ แยกเมเจอร์กันวิชาเรียนก็ไม่มีอะไรจะส่งต่อได้แล้ว

ไปเรียนต่างประเทศทั้งไต้หวันและญี่ปุ่น ตอนจะกลับมาฉันจำเป็นต้องทิ้งชีทเรียนทั้งหมด เพราะมันหนัก ส่งกลับไทยก็เสียหลายร้อย และคงไม่มีโอกาสได้ใช้อีก ตอนทิ้งก็เสียดายมาก ๆ เพราะไม่เคยทิ้งชีทเรียนเลย แต่พอเวลาผ่านไปก็รู้สึกว่าทิ้งไปน่ะดีแล้ว เพราะถึงเก็บไว้เราก็ไม่เคยได้กลับไปอ่าน ความรู้ควรเก็บไว้ในหัว ไม่ใช่ในกระดาษ 

พอทิ้งครั้งนี้ก็เลยไม่เสียดาย เราทำเพื่อเคลียร์พื้นที่ในบ้านให้โล่งขึ้น พอบ้านโล่งจิตใจก็โล่งขึ้น

มีปัญหาแค่ชีทของน้องสาว น้องก็เหมือนฉันสมัยก่อน อะไรเก็บได้ก็จะพยายามเก็บไว้ ไม่อยากทิ้งไป เสียดายความทรงจำ ฉันก็เลยกองชีทของน้องเอาไว้ฝั่งนึง บอกว่าให้มาคัดว่าจะเอาอะไรไว้ภายในสองอาทิตย์ ไม่อย่างนั้นฉันจะขนไปทิ้งให้หมด (รกบ้านน่ะ)

ฉันจัดจนเสร็จ ขนชีททิ้งไปได้สามถุงใหญ่ ได้พื้นที่ชั้นหนังสือกลับมามากมาย

ตอนบ่ายฉันก็นั่งฝึกทำ Excel เพราะตอนทำงานกับเพื่อนเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนโดนดูถูกฝีมือการใช้คอมพิวเตอร์ ฉันรู้สึกแย่มากตอนนั้น ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก ก็เลยตั้งใจว่าจะเป็นเทพ Excel ก่อนเริ่มทำงาน

นอกจาก Excel ฉันก็ยังต้องเรียนวิธีใช้ AI(Adobe Illustration)ด้วย เพราะฉันต้องหาสินค้าไปลงร้านขายสติกเกอร์ของฉัน ซึ่งตอนนี้มีสินค้าแค่สองอย่าง อย่างหนึ่งเป็นการประยุกต์งานของคนอื่นมาขาย อันนี้ขายได้เรื่อย ๆ เดือนละสี่สิบถึงหกสิบบาท อีกอย่างเป็นลายที่สร้างขึ้นเองที่ขายไม่ได้สักชิ้น ฉันก็เลยคิดว่าว่างเมื่อไหร่ต้องหัดทำสติกเกอร์ด้วยตัวเองแล้ว จะได้มีอะไรขายได้นอกจากที่มีอยู่ และฉันก็เลือกจะลงทุนใน AI (เดือนละ ๖๐๐ บาท ฉันจะไม่ใช้โปรแกรมเถื่อนอีกต่อไปแล้ว) เพราะคิดว่าเป็นโปรแกรมที่ดีที่สุดถ้าอยากทำงาน Create (เพราะฉันไม่ชอบ Photoshop)

ตอนเย็นเบื่อที่บ้านมาก ๆ ฉันก็เลยไลน์ไปชวนเพื่อนต่างชาติเที่ยว เมื่อวานส่งมาสะกลับประเทศแล้วก็เศร้า ๆ เลยคิดว่ามีเพื่อนต่างชาติจะต้องไปลาให้หมด ก่อนที่พวกเขาจะกลับไป

เพื่อนคนนี้ชื่อยูดิส เป็นคนอินโดนีเซีย มาแลกเปลี่ยนคณะวิศวะ (สาขานาโน) ฉันเจอเขาเพราะช่วยเขายืมหนังสือที่หอกลาง(ห้องสมุดจุฬาฯ) เป็นรุ่นน้องฉันสองปี

ยูดิสไม่ใช่คนหล่อ ตัวเล็ก ๆ หน้าตาเหมือนคนพื้นเมืองเอเชียทั่ว ๆ ไป ผิวคล้ำ พูดภาษาอังกฤษเก่ง แล้วก็ดูเป็นผู้ชายร่าเริง

นี่เป็นการเจอกันครั้งที่สองของเรา ฉันพาเขาไปเดินตลาดนัดจตุจักรกรีน ซึ่งกว้างกว่าที่ฉันคิดมาก แต่ฉันไม่มีงบ Shopping หรอก ข้าวเย็นก็กินไม่ได้ (เพราะถือศีล ๘) ก็เลยเดินดูบรรยากาศชิว ๆ แล้วก็ไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ ฉันสั่งชาเขียวมากิน (จริง ๆ ก็ไม่ควรกินนม แต่ฉันไม่ได้ถือเคร่งขนาดนั้น) 

คุยกันหลายเรื่อง เรื่องประเทศของแต่ละคน เรื่องครอบครัว เรื่องคนรัก เรื่องคัลเจอร์ช็อค และอื่น ๆ คุยกับยูดิสก็สนุกดี 

พอเสร็จประมาณ ๔ ทุ่มฉันก็กลับมาบ้าน อาบน้ำนอน ปูเสื่อนอนพื้น ไม่ได้เปิดแอร์ ไม่ได้สวดมนต์ด้วย ขี้เกียจอีกแล้ว ไม่ดีเลย





Create Date : 15 พฤษภาคม 2559
Last Update : 15 พฤษภาคม 2559 0:43:46 น.
Counter : 73 Pageviews.

0 comment
อะไรกันวันนี้


  พฤหัส ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันนี้มีนัดกับเพื่อนญี่ปุ่น ชื่อมาซายะ ฉันเรียกมาสะ 

วันนี้มาสะจะกลับประเทศญี่ปุ่นแล้ว ครบช่วงแลกเปลี่ยนพอดี มาสะอยากกินข้าวต้มปลาห้าแยกที่พลับพลาชัย (ที่ไหนเนี่ย ไม่เคยไป) ก็เลยนัดเจอกันที่มาบุญครองแล้วก็เรียกแท็กซี่ไปกัน

ฉันปริ้นรูปให้มาสะหนึ่งรูป แล้วก็เป็นผัดไทยจิ๋วปั้นจากดินญี่ปุ่น 

ปรากฏว่าไปถึงแล้วร้านปิด (เดินหาตั้งนาน ร้านมันปิดนี่เอง ถ้าไม่ถามคนขายหวยแถวนั้นก็คงโง่ต่อไป) ร้านมันจะเปิดสี่โมงเย็นน่ะ แต่มาสะต้องกลับหอไปเก็บของ ฮีบอกว่ายังเก็บไม่เสร็จเลย (นี่แกจะบินเย็นนี้ไม่ใช่เรอะะ)

เราก็เลยไปกินอาหารจีนร้านตรงข้าม ร้านนี้ออกทีวีด้วยนะ ฉันสั่งโกยซีหมี่กับน้ำกระเจี๊ยบ มาสะสั่งข้าวหน้าไก่ โกยซีหมี่รสชาติสู้ร้านหน้าโรงเรียนประถมฉันไม่ได้ 

แล้วเราก็จะเรียกแท็กซี่กลับมามาบุญครอง แต่หาแท็กซี่ว่างไม่ได้สักคัน ก็เลยเรียกอูเบอร์

มาสะจ่ายค่าแท็กซี่ให้ฉัน ๑๐๐ นึง (จริง ๆ มันแค่หกสิบ) บอกว่าไม่เอาตังค์ทอน เพราะฉันเลี้ยงข้าวเที่ยงมาสะ

แล้วมาสะก็เดินไปส่งฉันขึ้น BTS ก่อนจากกันฉันก็พาเขาไปแลกบัตร BTS เอามัดจำคืน แล้วก็ลากัน ก่อนไปมาสะก็บอกว่าถ้ามีโอกาสจะกลับมาเมืองไทยอีกให้ได้ ฉันก็สัญญาว่าถ้าฉันไปญี่ปุ่นฉันจะติดต่อไป (ไปอีกแน่ แต่อาจจะไม่ใช่เร็ว ๆ นี้)

แล้วฉันก็เดินทางไปสุรศักดิ์ ไปเรียนอาจารย์แบงค์ 

แต่

ความสามารถในการควบคุมตัวเองเข้าขั้นติดลบอ่ะ ฉันนั่งเรียนไปหลับไป พอพยายามจะตื่นก็เล่นมือถือจนเรียนไม่รู้เรื่อง พยายามจะทำความเข้าใจอยู่สองชม.ก็ยอมแพ้ แล้วออกจากโรงเรียนเดินทางไป TK park

ฉันชอบ TK park ปกติฉันจะหาเวลาไป TK park อาทิตย์ละครั้ง เลือกหนังสือมาเล่มนึงแล้วนั่งอ่านรวดเดียวให้จบ เป็นกิจกรรมที่ฉันโปรดปรานมาก ๆ 

วันนี้อ่านเรื่อง In your sleep (เป็นการ์ตูน ก็เลยอ่านจบเร็ว) กับชายไร้สีกับปีแสวงบุญ ของฮารุกิ มุราคามิ

ฉันชอบทั้งสองเรื่องเลยนะ แต่ชายไร้สีนี่ยังอ่านไม่จบ

พอหิวข้าวฉันก็แหกกฏตัวเองที่ว่าจะกินข้าวเหลือวันละมื้อไปหาข้าวเย็นกินจนได้ ฮืออ กินข้าวหน้าปลาแซลม่อนไป (ไม่อร่อยเลย เสียดายเงิน) กับชูครีมญี่ปุ่น

แล้วฉันก็ไปเดินคิโนะ ร้านหนังสือร้านโปรด แต่เนื่องจากตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ซื้อหนังสือใหม่จนกว่าจะเคลียร์กองดองหนังสือที่บ้านให้หมดทุกเล่มก่อน ก็เลยได้แต่มองหนังสือใหม่ตาปริบ ๆ ถ้าอยากได้อะไรก็ไปยืม TK park มาอ่านไปก่อน

แล้วฉันก็กลับบ้านตอนประมาณ ๒ ทุ่ม เจอกระเป๋าแบรนด์โปรดมาเซลล์ ๕๐% อยู่ตรงทางออก

ลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็เสียตังค์ ซื้อกระเป๋ามาสองใบ หมดไปสามพันสี่ร้อยกว่า.... ทั้ง ๆ ที่งบช้อปปิ้งก็ไม่มีแล้ว (เอาไปซื้อคอมกับแอปกับเพลงหมดแล้ว งบช้อปปิ้งฉันเดือนละพันบาท ตอนนี้ติดลบอยู่สองสามหมื่น...) 

อยากจะตบตีตัวเองให้หลาบจำ ทำไมใช้เงินเป็นกระเฌอก้นรั่วอย่างนี้...

ออกจากเซ็นทรัลเวิร์ลฉันก็ไม่ได้ดีใจเลยที่ซื้อของมา ฉันไม่ใช่คน Happy กับของเซลล์เลยนะ แต่ทำไมหลวมตัวซื้อไปก็ไม่รู้ ต่อไปคงไม่มีใครได้เงินฉันอีกนาน

กลับมาถึงบ้านก็ไม่เจอน้องชายแล้ว วันนี้น้องชายกลับอุบล (เสียใจอ่ะ รู้สึกได้อยู่ด้วยกันแค่แป๊บเดียวเท่านั้นเอง)

ส่วนน้องสาวกลับมาบ้านปุ๊บก็มาเอาคอมฉันไปเล่นเกมซิม (มีเครื่องฉันเครื่องเดียวที่เล่นได้ เพราะคอมน้องเป็นแม็กบุ๊ค มันเล่นไฟล์เกมที่มีไม่ได้ โหลดเถื่อนก็งี้แหล่ะ แต่พอทำงานหาเงินได้แล้วฉันตั้งใจว่าจะไม่โหลดของเถื่อนอีกต่อไป ยกเว้นหาของแท้ไม่ได้ล่ะนะ เพราะฉันมักจะฟังเพลงอินดี้ที่ไม่มีขายใน itunes)

ฉันนั่งอ่านชายไร้สี อ่านจนง่วงจะไปอาบน้ำก็หันไปเจอว่าน้องปิดคอมฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เดินไปเข้าห้องน้ำก็เห็นน้องนอนร้องไห้อยู่บนเตียง

ตกใจ เลยเข้าไปถามว่าเป็นอะไร

เฟิร์นบอกว่าโดนเพื่อนมาใช้ให้ทำงานส่วนของเพื่อนให้ พอเฟิร์นทำให้(บอกว่าใช้เวลาทำให้นานมาก)ส่งให้แล้ว ก็โดนเพื่อนบอกว่าทำแบบนี้อย่าทำมาเลยจะดีกว่า

เฟิร์นก็เลยร้องไห้หนักมากเลย บอกว่าเสียใจมาก แล้วก็โกรธมาก ไม่อยากเจออยากพูดกับเพื่อนคนนี้อีกแล้ว 

ฉันก็เลยปลอบใจน้อง กอดน้อง แล้วก็พยายามเบี่ยงเบนความสนใจให้น้องร่าเริงขึ้น เฟิร์นเป็นคนคิดมากสุด ๆ อยู่แล้ว ยิ่งชอบผูกใจตัวเองกับคนอื่นแบบนี้ยิ่งทุกข์บ่อย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเห็นน้องต้องร้องไห้เพราะเพื่อน แล้วฉันก็ไล่น้องไปอาบน้ำ เอายานอนหลับให้กิน น้องจะได้หลับสบาย

ฉันก็อาบน้ำนอน แต่ไม่ได้สวดมนต์ดี ๆ สวดแค่ชินบัญชรในใจแล้วก็ล้มตัวลงนอน




Create Date : 15 พฤษภาคม 2559
Last Update : 15 พฤษภาคม 2559 0:43:01 น.
Counter : 80 Pageviews.

0 comment
เรียนจบอย่างเป็นทางการ


  พุธ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันนี้กลับมากรุงเทพเป็นวันแรกหลังจากไปค่ายต่างจังหวัดมาห้าวัน 

ฉันเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการออกกำลัง ไปฟิตเนตวิ่งยี่สิบนาที แล้วก็เข้าคลาสโยคะ ๑ ชม. ไม่ได้มาออกกำลังนานมาก ๆ ๆ ๆ ๆ

พอออกกำลังเสร็จฉันก็อาบน้ำสระผม แต่งหน้าแต่งตา แล้วก็เดินทางไป pwc ไปเอาใบตรวจสุขภาพ กะจะไปตรวจสุขภาพพรุ่งนี้เพราะต้องไปเรียนภาษาญี่ปุ่นอ.แบงค์ แต่พอดีเพื่อนญี่ปุ่นที่มาแลกเปลี่ยนจะกลับญี่ปุ่นพรุ่งนี้ ฉันก็เลยนัดกับเพื่อนคนนั้นไปกินข้าวด้วยกัน (เที่ยงพรุ่งนี้) เรื่องตรวจสุขภาพก็เลยต้องรอไปก่อน 

ฉันไปร้านกาแฟไปเจอเฟิร์น กี้ เหมยลี่ ที่นั่งทำรีพอร์ตกันอยู่ กลุ่มนี้เครียดกันมากเลย ไม่รู้ทำไม เพราะคนอยากได้เอกันเยอะมั้ง?? กลุ่มฉันทำเสร็จแล้ว ฉันเหลือ individual report ก็จะเสร็จละ

หลังจากที่นั่งทำรีพอร์ตจนเสร็จ (เรียนจบอย่างเป็นทางการ เย้) ฉันก็นั่งเขียนบันทึกย้อนหลังห้าวัน จำได้บ้างไม่ได้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ตอนอยู่ค่ายยุ่งสุด ๆ ไม่มีเวลาเขียนจริง ๆ 

พอเขียนเสร็จฉันก็นั่งแปลการ์ตูน ได้หนึ่งหน้า ทุกคนก็แยกย้ายกลับบ้านกัน  ฉันกับเฟิร์นนัดเจอภีมที่ central พระราม 9 จะไปร้องคาราโอเกะกัน

ก่อนไปร้องเกะเราสามพี่น้องก็ไปกินพิซซ่ากัน สั่งเป็นเซ็ทมา หน้าซีฟู้ดดีลักซ์อะไรสักอย่าง ขอบชีซซี่บัน แต่ฉันกินแล้วฉันว่าขอบชีทเฉย ๆ อร่อยกว่า (มันนุ่มกว่า ฟินกว่า บอกไม่ถูกแฮะ)

พอกินเสร็จก็ไปร้องคาราโอเกะกัน สองชม. ที่มาเที่ยวกันนี่เพราะวันพรุ่งนี้ภีมจะกลับอุบลละ ฮือออ

แม่โทรมาด้วย ถามว่าเมื่อไหร่จะกลับบ้าน ฉันเลยจองตั๋วกลับอุบลเรียบร้อยละ จะกลับไปทำบุญวัดป่าด้วย อยากไปวัดป่านานาชาติ ไปกราบพระสักหน่อย กลับวันที่ ๓๐

ร้องเพลงเสร็จเฟิร์นก็แยกไปต่อยมวย (สมัครไว้นานและ แต่ติดสอบก็เลยไม่ได้ไป เฟิร์นกลัวเค้าจะตัดสิทธิ์เฟิร์นก็เลยต้องไปต่อยมวย)

กี้โทรมาด้วย จริง ๆ จะโทรหาเฟิร์นแต่เครื่องเฟิร์นมันจะ forward  มาเครื่องฉันถ้าไม่ได้รับ กี้ก็เลยดราม่าใส่ฉันว่าทำไมเฟิร์นไม่ทำการบ้านให้เสร็จก่อนจะไปต่อยมวย

ฉันก็เอิ่ม ตอบไม่ถูก ดราม่าใส่ฉันซะงั้น หนูผิดอะไร แง TT

แล้วฉันก็กลับบ้านกับน้องภีมสองคน อยากดูหนังจัง ไม่ได้ดูสักที ไม่มีใครไปดูด้วยเลย ไม่มีอะไรน่าดูขนาดจะไปดูคนเดียวได้ด้วย สงสัยต้องดูหนังแผ่นซะแล้วล่ะ



Create Date : 15 พฤษภาคม 2559
Last Update : 15 พฤษภาคม 2559 0:40:27 น.
Counter : 87 Pageviews.

0 comment
Multi Rural Study Trip 5th day (last)


  อังคาร ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันนี้ตื่นเพราะเจนปลุก "เจ็ดโมงแล้วพี่ฟ้า"

เจนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว ส่วนคนอื่น ๆ ยังนอนตายอยู่ 

ฉันก็เลยไปอาบน้ำ เพราะอยากอาบน้ำห้องใหญ่ ที่แขวนผ้าเช็ดตัวมันไม่มีมดไต่ ไม่ต้องคอยปัดมด ไม่ต้องกลัวผิดศีลข้อ ๑ ด้วย

พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จระหว่างที่รอเพื่อนคนอื่น ๆ อาบน้ำ ฉันก็จัดกระเป๋าเก็บของให้เข้าที่เข้าทาง เพราะต้องลากกระเป๋าไปที่โรงเรียนเลย พอพรีเซ้นต์เสร็จจะได้ขนขึ้นรถกลับได้เลย

ความดีเลิศคือคุณลุงวีระเจ้าของบ้านช่วยขนกระเป๋าไปโรงเรียนให้ทุกคน ก็เลยไม่ต้องลากไปตามถนน (ซึ่งมีสิทธิ์ลดอายุการใช้งานของล้อกระเป๋าประมาณ ๑๐ ปี)

ก่อนพวกเราจะออกจากบ้านก็แต่งตัวด้วยชุดไทยพวน เป็นชุดพื้นเมือง เสื้อสีน้ำเงินแขนสามส่วน ผ้าซิ่นลายกนก แล้วก็สไบถักสีขาวติดเข็มกลัดและเข็มขัดทอง สวยมาก

ก่อนออกจากบ้านพวกเราก็ถ่ายรูปหมู่กับบ้าน แล้วก็เดินไปโรงเรียนกัน

พอถึงโรงเรียนก็ได้ยินเสียงอาจารย์กำลังประกาศลำดับการพรีเซ้นต์ พวกเราไปตรงเวลาพอดีเป๊ะ ๙ โมงครึ่ง ส่วนวิลลี่มานั่งรอจับลำดับที่การพรีเซ้นต์ให้แล้ว

ฉันได้พรีเซ้นต์พาร์ทสรุป ซึ่งโคตรสั้นมาก (๑ นาทีเท่านั้น) เป็นการพรีเซ้นต์เป็นภาษาไทยครั้งแรกในรอบห้าปี (ตั้งแต่เข้าปี ๑ ก็มีแต่พรีเซ้นต์ภาษาอังกฤษ ตอนไปญี่ปุ่นก็พรีเซ้นต์เป็นภาษาญี่ปุ่น ภาษาไทยนี่เก็บเข้ากระเป๋าไปนานแล้ว) แล้วฉันก็ปิดท้ายด้วยภาษาไทยพวน "ขอบเจอหลาย ๆ เด้อ" แหม ฟังแล้วคิดถึงภูมิลำเนาชอบกล แต่คนอุบลก็ไม่ได้พูดขอบเจอนะ พูดขอบใจ

พอเสร็จจากการพรีเซ้นต์พวกเราก็ถ่ายรูปรวมกันเยอะมาก ๆ ก่อนจะถอดชุดใส่ถุงคืนคุณป้าครองขวัญ ซึ่งมานั่งฟังการนำเสนอของพวกเราด้วย

หลังจากนั้นฉันก็นั่งทำรายงาน ฉันทำส่วนเสริมแล้วก็โน่นนี่นิดหน่อยเป็นการช่วยวิลลี่ เพราะวิลลี่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการเขียนรายงาน เนื่องจากภาษาไทยของวิลลี่ไม่แข็ง ก็เลยไปสัมภาษณ์ชาวบ้านหรือจดบันทึกค้นคว้ารายงานไม่ได้ ก็เลยรับพาร์ทพรีเซ้นต์กับรายงานไป

งานนี้ฉันว่าฉันไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเพื่อน ๆ เลย เพราะว่าทุกคนทำเร็วกันมาก แล้วไปนั่งคุยกันตอนไหนก็ไม่รู้ ฉันไปนั่งฟังฉันก็ฟังไม่รู้เรื่อง รู้สึกว่าตัวเองโคตร incompetent เลย แย่จริง แบบนี้ไปทำงานที่ pwc จะเอาที่ไหนไปสู้เค้าฟระ

ปิดเทอมนี้นอกจากฝึกภาษาญี่ปุ่นจนได้ N2 ฉันก็เลยตั้งใจว่าจะพยายามพัฒนา presentation skill แล้วก็พวกการใช้โปรแกรมต่าง ๆ เช่น excel photoshop illust powerpoint word

ฉันไม่ได้ใช้โปรแกรมพวกนี้เต็มประสิทธิภาพมานานมากแล้ววว เพราะตอนปี ๑ ปี ๒ โดนเพื่อนแย่งพาร์ทที่มันต้องใช้ความรู้ไปทำเองคนเดียว ฉันเลยไม่ได้พัฒนาความรู้อะไรของตัวเองเลย (ฉันไม่ชอบแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับใครน่ะ เวลาเพื่อนยัดเยียดอะไรมาให้ฉันก็ทำ เวลาไม่พอใจก็ไม่พูด เป็นนิสัยที่แย่มาก ต้องแก้ไข)  พอปี ๓ ก็ไปแลกเปลี่ยน เรียนโคตรชิว ไม่ต้องใช้ความรู้อีก พอปี ๔ ก็ถึงได้กลับมารื้อฟื้นหน่อย เพราะกลุ่มเพื่อนใหม่นี่ค่อนข้างจะแบ่งงานกัน ไม่หวงความรู้ไปเรียนคนเดียว ซึ่งฉันพอใจมาก เพราะฉันเข้ามหาลัยมาหาความรู้ ไม่ได้มาเกาะเพื่อนทำงาน

ฉันนั่งปั่นรายงานจนเสร็จพาร์ทของตัวเอง วันนี้ฉันกินแค่ข้าวเช้า ข้าวเที่ยงข้าวเย็นไม่กิน กลับมากินมื้อเดียวตามปกติ (มาที่นี่ฉันกินสามมื้อทุกวันเพราะถ้าอดจะเป็นการเสียมารยาทต่อคุณป้าที่อุตส่าห์ทำมาให้)

แต่หิวมากเลย เหมือนร่างกายมันกลับมาชินกับการกินสามมื้อไปซะแล้ว ฮ่วย

ตอนนั่งรถบัสกลับกรุงเทพก็นั่งข้างเจน เจนกับเหมยลี่ยังไม่คุยกัน (และก็คงจะไม่คุยกันอีกแล้ว เนื่องจากเรียนจบกันแล้ว จบกันแบบนี้แหล่ะ) เจนก็เอาคอมขึ้นมานั่งทำ executive summary(เขียนเป็นภาษาไทย) แต่ฉันอ่านหนังสือบนรถหรือแม้แต่เล่นเกมก็ไม่ได้ ไม่งั้นจะปวดหัว แล้วฉันก็กลัวสายตาสั้นด้วย (ตั้งแต่ทำเลสิกมานี่เรื่องตาเป็นสิ่งที่ฉันกลัวมาก) ฉันก็เลยช่วยเจนทำได้นิดเดียว เจนภาษาไทยไม่แข็งแรง เพราะไปเรียนสิงคโปร์ตั้งแต่ม.ต้น คืออ่านเขียนได้ แต่ไม่เคยต้องทำรายงานภาษาไทยหรือพรีเซ้นต์เป็นภาษาไทยเลย เก๋จริง ฉันนี่เคยทำแต่ภาษาไทย ภาษาอังกฤษเลยไม่ค่อยแข็งแรง

พอถึงมหาลัยฉันก็นั่งรถไฟกลับบ้านกับเฟิร์น เจอน้องพร้อมด้วย (น้องที่ชมรม Cu Chorus) พร้อมรีบเดินไปร้านกาแฟมาก เพราะว่ายังสอบไม่เสร็จต้องไปอ่านหนังสือต่อ ได้คุยกับน้องชมรมที่ไม่ได้เจอกันมาสักพักก็สนุกดี อัพเดทชีวิตกันประมาณสองสามนาที แล้วพร้อมก็ไป (ชอบพร้อมมาก น้องน่าร้ากก)

กลับมาถึงบ้านฉันก็ซักผ้าเก็บกระเป๋าทันที ส่วนเฟิร์นเอาคอมฉันไปเล่นเกมซิมซะงั้น ฉันเลยไปอาบน้ำกับเล่นชิโรเนโกะ (คือไปค่ายนี่เปิดอัพเมืองอย่างเดียว แต่ไม่ได้ทำเควสเลย) เก็บเพชรได้สองร้อยสี่สิบกว่าเม็ดก็กดกาจะจะเอาอาวุธให้ตัวละคร เพราะฉันมีสี่ดาวเกือบครบทุกตัวของตู้นี้แล้ว เปิดตัวละครไปก็ไม่ได้ตัวที่ต้องการหรอก ก็เลยไปกดอาวุธ

เสียไปสองร้อยกว่า ได้สี่ดาวมาหนึ่งชิ้น (ฮือ) ก็เลยเอาไปแลกอาวุธให้ตัวละครใหม่ล่าสุด (คือพาลเม่ ซึ่งเป็นตัวละครที่โคตรเหมือนสาวน้อยเวทย์มนต์เลย ๕๕๕ คอนเซ็ปแบบมาโดกะอ่ะ)

จริง ๆ ไบรท์บอกว่ามันมีวิธีหาอาวุธสี่ดาวโดยไม่ต้องเสียเพชร แต่ฉันยังทำไม่เป็น เดี๋ยวเจอกันครั้งต่อไปคงจะถาม

จะว่าไป แพรมานัดฉันไปร้องคาราโอเกะอีกแล้วล่ะ เย้ ๆ ๆ ๆ ฉันอยากร้องเพลงตลอดเวลาอยู่ละ จะได้เจอแพรกับไบรท์อีกแล้ว โคตรดีใจ นัดเจอกันวันที่ ๑๙

ตอนนั่นคุยกับแพรอยู่เจนก็ทักมา บอกว่าเรามาทำ executive summary ให้เสร็จกันเถอะ ฉันก็โอเค ได้เลย ไปเปิด google doc ทำกันสองคน แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว 

พอทำงานเสร็จฉันก็ตากผ้า แล้วก็เข้าเตียง อ่านหนังสือที่พี่ป่านให้ยืม ฉันต้องอ่านให้จบทุกเล่ม (ประมาณ ๑๐ เล่ม) จะได้ส่งคืนพี่ป่าน 

พี่ป่านเป็นรุ่นพี่ที่ฉันไปเจอตอนไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เป็นผู้ชายที่น่าเคารพนับถือมาก ฉันก็เลยยืมหนังสือที่พี่ป่านอ่าน เผื่อฉันจะได้เป็นคนประเสริฐแบบนั้นบ้าง พี่ป่านเปิดร้านหูฟังอยู่เชียงใหม่ จะแต่งงานปีนี้แล้ว เดี๋ยวฉันคงขึ้นไปเชียงใหม่กับเพื่อน ๆ เพื่อแสดงความยินดีประมาณกลางปีนี่แหล่ะ หวังว่าจะว่างนะช่วงนั้น (งานออดิทนี่เสาร์อาทิตย์ก็คงไม่ได้หยุด)

พอง่วงก็สวดมนต์แล้วเข้านอน









Create Date : 15 พฤษภาคม 2559
Last Update : 15 พฤษภาคม 2559 0:39:28 น.
Counter : 74 Pageviews.

0 comment
Multi Rural Study Trip 4th day


  จันทร์ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันนี้มีพรีเซ้นต์ภาษาอังกฤษตอนเช้า พวกผลการศึกษา อะไรอย่างนี้

กลุ่มฉันเริ่มเขียนรีพอร์ตกันแล้ว คนที่ออกไปพรีเซ้นต์มีแค่วิลลี่กับออย ส่วนคนอื่น ๆ ก็นั่งฟังและนั่งทำงานส่วนของตัวเองไป พออาจารย์คอมเม้นต์ก็ช่วยกันจด

เมื่อคืนนั่งคิดแผนท่องเที่ยวกัน แล้วก็นั่งทำแผนที่จนเสร็จ (ฉันช่วยคิดแผนเที่ยว แต่ก็แค่เสนอความคิดเห็น คนคิดคือกิฟท์) ส่วนแผนที่บีกับหลุยช่วยกันทำ

พอพรีเซ้นต์เสร็จก็ประมาณเที่ยง ๆ เลยนั่งรวมกลุ่มกันเปิดคอมทำงาน เอาคอมมากันแทบทุกคน ฝุ่นพัดมาทีนี่คอมเปื้อนฝุ่นไปหมด ฮืออออ Envy ลูกแม่

เนื่องจากว่าเน็ตโรงเรียนแย่มาก ต่อได้บ้างไม่ได้บ้าง พวกเราเลยส่งไฟล์กันโดยใช้ handy drive ของเจน เป็นรูปบาร์ปซิมซัน ซึ่งทุกคนก็จะเรียกซิมซัน ซิมซัน มีอันเดียวใช้ทั้งกลุ่ม

ตอนบ่ายฉันได้รับหน้าที่ให้แปลเอกสารเกี่ยวกับหมู่บ้านในภูเก็ตที่ทำเรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นโมเดลที่สำเร็จที่จะเอามาเป็นแบบอย่างให้หมู่บ้านนี้

พอเสร็จฉันก็ว่าง เลยนั่งทำ Acknowledgement กับ Supplementary ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ต้องใช้ความรู้พาร์ทอื่น ๆ ที่กิฟท์กับปั๋นปั๋นกับออยช่วยกันทำ (สามคนนั้นสนิทกันก็เลยทำงานด้วยกัน)

ตอนเย็นก็กลับบ้านมานั่งกินมะม่วงกัน แล้วก็ต้องทำแผ่นโปสเตอร์พรีเซ้นต์พรุ่งนี้ แต่ทำไปได้นิดเดียวไฟดับ!! คือฟิวส์ขาด เพราะพวกเราใช้ไฟกันเยอะเกินไป (ทั้งแอร์ ทั้งพัดลม ทั้งคอม ทั้งมือถือ) แล้วไม่ได้ดับบ้านนี้บ้านเดียว ดับกันทั้งซอย พอแก้ปัญหาไฟตกได้แล้วพวกเราก็เลยไม่ชาร์จคอมกันแล้ว ฉันก็เลยซ้อมพรีเซ้นต์พาร์ทของฉัน (ซึ่งน้อยมาก ๆ ) พอซ้อมเสร็จก็นอนอ่านนิยายแล้วผล็อยหลับไป



Create Date : 15 พฤษภาคม 2559
Last Update : 15 พฤษภาคม 2559 0:38:12 น.
Counter : 83 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

Kurobina
Location :
อุบลราชธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีที่ได้รู้จัก หวังว่าเราจะได้ทำดีต่อกัน

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใด ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดใน Blog นี้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Motivation and Habits are keys to success.
  •  Bloggang.com