All Blog
เห่อของใหม่ fitbit alta


  อาทิตย์ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙

เห่อของใหม่

เมื่อวานซื้อ fitbit alta มา คือเห่อมากกกก อันเก่าฉันใช้ fitbit charge แต่ขายให้น้องมีนไปเมื่อวันศุกร์ (น้องไม่คิดรอบสองจริง ๆ ด้วยแฮะ)

คือที่เปลี่ยนนี่ก็เพราะว่าอยากใช้ function เตือนปฏิทิน กับ record exercise อัตโนมัติ เพราะเวลาไปวิ่งฉันชอบลืมกดจับเวลาทุกที อีกอย่าง alta เปลี่ยนสายได้ด้วย ฉันใส่สายของ charge นาน ๆ แล้วฉันคัน น่าจะแพ้ยางหรืออะไรสักอย่าง

เท่าที่ใส่มาทั้งวันรู้สึกว่ามันสวยมากกกก คือดีงาม มันอันเล็กกว่า charge แล้วก็ไม่มีปุ่มกด ทำให้ต้องเคาะ ๆ เอา (อันที่จริงไม่อยากไปเคาะมันมากกลัวมันพังไว) สายเนี่ยช่องล็อกมันคับมาก ต้องกดตั้งสองสามครั้งกว่าจะเข้า แต่ก็มั่นใจได้ว่ามันจะหลุดยากขึ้นด้วย ไม่ตกหายแน่นอน (ฉันเกือบทำ charge หายสองสามครั้งแน่ะ แต่ถ้ามันหลุดจากข้อมือฉันจะรู้ตัวก่อนตลอด)

ที่เริ่ดคือมันเตือนให้ออกไปเดินทุกชั่วโมงด้วย (ชั่วโมงละ 250 ก้าว คือเดินไปห้องน้ำแล้วกลับมาก็ครบแล้ว)

ฉันตื่นมาก็จัดบ้านก่อนเลยอย่างแรก เพราะเมื่อวานนี้เฟิร์นจัดการกับกองชีทของตัวเองที่ขวางทางเดินในบ้านเรียบร้อยแล้ว วันนี้ฉันก็เลยเข้าไปจัดการพื้นที่ตรงหน้าประตูบ้านได้

ซึ่งก็ได้แก่พื้นที่วางรองเท้า และมุมเครื่องสำอาง ที่โคตรรกเป็นป่าช้ามานานปี

วันนี้ทิ้งรองเท้าไปน่าจะยี่สิบคู่ได้ (เว่อร์ไป) พังบ้าง กัดบ้าง ส่วนพวกเครื่องสำอางค์(ซึ่ง ๙๐% เป็นของน้องสาว)ก็หมดอายุไปมากกว่า ๘๐% เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งในสามที่รอดชีวิต...

กว่าจะจัดเสร็จก็สิบเอ็ดโมง นี่แค่ชั้นรองเท้ากับเครื่องสำอางค์เองนะ ฉันใช้เวลาตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงสิบเอ็ดโมง มันเยอะมาก แล้วฉันก็เหนื่อยเหนื๊อยเหนื่อย เพลย์ลิสต์ที่เปิดฟังคือเพลงของ Hanatan นักร้อง Nico ที่ใครไม่รู้ทำไว้ใน youtube เฟิร์นฟังด้วยก็บอกว่าเพราะดี (นี่มันนั่งเล่นไอแพดไม่ช่วยฉันจัดบ้านเลย เฮ้อ ช่างเถอะนะ เมตตาธรรมค้ำจุนโลก)

พอเสร็จฉันก็อาบน้ำแต่งตัว แล้วออกไปเรียนอาจารย์แบงค์

วันนี้ถึงสถานีสุรศักดิ์แล้วฉันก็ตัดสินใจเดินเท้าไปเรียน ใช้เวลาเดินสี่เพลง (sarishinohara, snow drive, orange, yoshiwara lament)

ตอนนี้ติดเพลง Sarishinohara ของ Hanatan มาก ๆ ชอบทำนองมัน สนุกปนเศร้า ๆ ดี แปลว่าอะไรไม่รู้ไม่ได้ตั้งใจฟังความหมาย

วันนี้ก็เรียนแกรมม่าจนจบ แล้วต่อด้วยเรียนการฟัง ซึ่งฉันก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เฮ้อ จะรอดไหมนะ N2 สู้ตาย !

เรียนเสร็จฉันก็นั่ง BTS กลับบ้านกับน้องมีน แล้วก็แยกกันกลับบ้าน

ตอนนี้ฉันเล่นเกมอยู่สองเกม คือ Shironeko Project กับ Yume100 (เพื่อนเซ้าซี้ให้เล่น ฉันก็เลยเล่นก็ได้ และก็รู้สึกว่ามันได้ใช้ภาษาเยอะกว่า Shironeko เยอะเลย ถึงจะไม่ full voice เท่านั้นก็เถอะ) 

Yume100 เป็นเกมจีบหนุ่มแนว puzzle จริง ๆ ฉันไม่ชอบเลยเกมแนวหมุนลูกแก้ว ลากลูกแก้วเนี่ย (แบบ candy crush เนี่ย เกลียดมาก) แต่เกมนี้มีหนุ่ม ๆ ให้มาอ่านเรื่อง เกมจีบหนุ่มมันจะเหมือน visual novel นิด ๆ น่ะ ด้วยความเป็นภาษาญี่ปุ่นที่ฉันกำลังเรียนก็เลยได้ฝึกอ่านได้คำศัพท์ใหม่เยอะเลย แต่กว่าจะผ่านไปได้นี่ก็นานโขอยู่เพราะต้องเปิดดิกไปด้วย ถ้าฉันขี้เกียจก็จะอ่านมั่ว ๆ ไปเลย (แต่ก็จะรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ซึ่งก็ช่วยไม่ได้) ฉันรู็สึกว่า Yume100 ใช้ศัพท์ยากกว่า shironeko นะ

กลับมาถึงบ้านฉันก็ขึ้นไปเดิน Treadmill ให้ครบ 10000 ก้าว เพราะเห่อ fitbit 555 ตอนนี้กำลังรอ designer band อยู่ มันเอามาเปลี่ยนสายนาฬิกาได้ เพราะฉันไม่ชอบสายยางที่มันให้มา ใส่ไปนาน ๆ มันจะเหม็นยาง (คือรู้จากอันเก่า ซึ่งน่าจะใช้ material เดียวกัน) ฉันอยากใส่สายหนังไม่ก็สายสแตนเลสมากกว่า มันดูดีกว่าและใส่กับชุดราตรีออกงานได้ด้วย คงหามาไว้สักเส้น

วันนี้จะพยายามนอนไม่เกินสี่ทุ่มครึ่ง



Create Date : 27 พฤษภาคม 2559
Last Update : 27 พฤษภาคม 2559 23:44:02 น.
Counter : 841 Pageviews.

0 comment
บ้านมีไม่รู้จักอยู่


  อังคาร ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๙

เมื่อวานอยู่บ้านทั้งวัน วันนี้อยู่นอกบ้านทั้งวัน

วันนี้ออกจากบ้านตั้งแต่แปดโมง เพราะมีเรียนชดเชยตอนเก้าโมงที่อ.แบงค์

ไปเรียนก็เจอนักเรียนคนอื่นมาเรียนชดเชยเหมือนกัน อาจารย์แบงค์ก็มานั่ง ๆ อยู่แถวนั้นเผื่อใครจะถาม แต่ฉันไม่มีอะไรจะถาม เพราะไม่ได้อ่านมาเลยสักนิด... (แอบรู้สึกผิด)

ตอนจะกลับฉันก็ได้คุยกับอาจารย์แบงค์นิดหน่อย เล่าถึงความหนักใจของการสอบครั้งนี้ (แล้วตอนนี้ฉันก็ขี้เกียจของโคตรขี้เกียจเลยในการอ่านหนังสือเตรียมสอบ เพราะพึ่งจะสอบไฟนอลเสร็จมา อารมณ์จะอ่านไม่มี)

เสร็จแล้วฉันก็ไปวาเซดะ ไปนั่งอ่านหนังสือ เพราะที่วาเซดะบรรยากาศมันดีมาก ไวไฟมี ห้องน้ำสะอาด มีเน็ตให้เล่น มีน้ำให้เติม หิวก็ลงไปหาอะไรกินที่ชั้น๑ได้ แล้วยังมีเซนเซย์คนญี่ปุ่นให้ถามอีก ฉันก็เลยมานั่งที่นี่

แล้วนักเรียนที่ฉันต้องไปสอนพิเศษวันนี้ก็ไลน์มาบอกว่าอาทิตย์นี้ขอไม่เรียนนะ (อีกแล้ว นี่ฉันไม่ได้เจอนางมาจะเดือนนึงแล้วนะ) ฉันก็เลยเซ็ง เลยเลิกอ่าน แล้วไป CTW จะไปคืนหนังสือกับจองที่นั่งทำ infographic แล้วก็ไปตัดผมด้วย

หัวมันมาก ไม่กล้าเดินเข้าร้านทำผม ที่ cut & curl น่ะ เห็นรีวิวดี ก็เลยมา มาถึงช่างแต่ละคนสวยสดงดงามมาก ฉันก็หัวมันหน้าสดเข้าไป รู้สึกผิดที่ผิดทางชอบกล แต่เค้าก็ต้อนรับดีนะ 

แย่ตรงที่ต้องนั่งจ้องหน้าตัวเองตอนทำผมนี่แหล่ะ เห็นหน้าตัวเองแล้วรับไม่ได้ หน้าโคตรโทรม นอนดึกหลายวัน น้ำก็ไม่ค่อยได้กิน แถมไม่ได้แต่งหน้าอีก สิวขึ้นด้วย (พึ่งแกะไป เป็นรอยแดงเถือกอยู่บนหน้า) สภาพคือโคตรแย่ อยากเอาปี๊บมาคลุมหัว

ฉันตัดเอาปลายผมที่เสียแตกปลายออกสองนิ้ว แล้วก็เปลี่ยนผมด้านหน้าเป็นแสกข้าง (เพราะฉันตัดผมตัวเองคราวก่อนแล้วมันพัง โดนเพื่อนไล่มาร้านตัดผม ก็พึ่งได้มานี่แหล่ะ)

ออกจากร้านทำผมฉันรับสภาพหน้าตัวเองไม่ได้ ก็เลยไปเซโฟร่า เอาเครื่องสำอางค์ทดลองมาโปะ ๆ หน้าให้มันดูเป็นผู้เป็นคนหน่อย แล้วก็ซื้อลิปมันเขานิดนึงเป็นการตอบแทน

ไป TK จะไปจองคอร์สเรียน ปรากฏว่าไปถึงเค้าบอกว่าเต็มแล้ว ฮือออออ ฉันแอบเอาคอมมานั่งเรียนได้มั้ย ไม่กินของว่างก็ได้ค่ะ หนูอยากได้ความรู้ T T นี่อุตส่าห์ลาเรียนที่โน่นที่นี่ไว้หมดแล้วนะ อดลง แง ๆ ๆ ๆ

ฉันก็เลยไปนั่ง ๆ นอน ๆ อ่านชายไร้สีกับปีแสวงบุญจนจบ แล้วก็ยืมนิยายของมุราคามิอีกเล่มมา คราวนี้เอาเล่มสั้น ๆ อ่านจบได้ภายในหนึ่งวัน (แต่ยังไม่เริ่มอ่านนะ)

พอ TK ปิดฉันก็ไปกินข้าวเย็น วันนี้กินร้านอาหารสุขภาพที่มาเปิดใหม่หน้าคิโนะ รสชาติก็โอเค แต่ฉันสั่งเยอะไป (อีกแล้ว) ส่วนน้ำเต้าหู้ร้านนี้ไม่อร่อยเลย

เข้าไปเดินเล่นคิโนะ ดูหนังสือภาษาญี่ปุ่น แน่นอนว่าฉันไม่ซื้อเพราะหนังสือล้นเต็มบ้านไปหมดแล้ว ไม่ไหวจะเคลียร์ ที่มีก็ไม่อ่าน ที่อยากอ่านก็ไม่มี ตอนจะออกฉันเห็นกระเป๋าขายในคิโนะ โคตรน่ารักมากไม่ไหวแล้ว ฉันก็เลยซื้อกลับมา(มันเป็นกระเป๋าไซต์พอดีใส่โน้ตบุ๊คฉันเลย ฉันก็เลยซื้อ)

กลับถึงบ้านก็เล่นชิโรเนโกะ อาบน้ำ อ่านหนังสือ เข้านอนตอนตีหนึ่ง






Create Date : 27 พฤษภาคม 2559
Last Update : 27 พฤษภาคม 2559 23:43:17 น.
Counter : 80 Pageviews.

0 comment
วันว่าง ๆ กับซูชิเอ็กเพรส


จันทร์ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันนี้ว่าง ไม่มีอะไรเขียนในปฏิทิน ก็เลยอยู่บ้านจัดบ้าน (อีกแล้ว)

ก็เคลียร์โต๊ะกลางบ้าน นิตยาสารเก่า (ส่วนใหญ่เป็นนิตยสารแอมเวย์ของน้อง แล้วก็นิตยาสารเภตราที่จะส่งมาครึ่งปีหนึ่งครั้ง ตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสี่ แล้วก็มี Times ซึ่งฉันหลวมตัวไปรับตอนอยู่ปี ๑ แล้วไม่ได้อ่านเลย ก็เลยยกเลิกไป แต่กว่าจะยกเลิกก็โดนท่วมเหมือนกัน ส่งมาเยอะมากกกก) 

แต่เอาจริง ๆ ก็ไม่ค่อยได้งานเท่าไหร่ เพราะมัวแต่ซักผ้ากับจัดตู้เสื้อผ้า ตอนนี้อยากได้ตะกร้ากับลังกระดาษเพิ่มมาก เพราะมันไม่พอ ก็เลยจัดห้องต่อไม่ได้ เดี๋ยววันไหนว่างอีกจะไปเดินโฮมโปร

แล้วตอนเย็นฉันก็ไปกินซูชิเอ็กเพรสคนเดียว เค้าเปิดสาขาสองที่ Terminal 21 ซึ่งดีงามมาก ไปง่ายกว่าฟิวเจอร์รังสิตร้อยพันเท่า แต่ฉันว่าที่สาขาไทยสู้สาขาที่ไต้หวันไม่ได้ แล้วสาขาที่ไต้หวันก็สู้คุราซูชิกับฮามะซูชิที่ญี่ปุ่นไม่ได้

ไปถึงร้าน คนเป็นล้าน ฉันก็ไปกดบัตรคิว ต้องรอ ๗ คิว ฉันก็เลยนั่งอ่านชายไร้สีฯของมุราคามิรอ ประมาณครึ่งชม.ก็ได้กิน ฉันกินไปสิบเอ็ดจาน (ไม่ได้กินข้าวทั้งวันน่ะ...) แต่ก็สู้โต๊ะข้าง ๆ ไม่ได้ที่กินไปยี่สิบกว่าจาน (คนเดียวนะ.. นางเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ น่ารักด้วย กินจุชิบ)

กินเสร็จก็นัดเจอเพื่อนที่ฮะจิบังราเม็ง คนนี้เป็นเบสรุ่น ๔๓ ชื่อพี่พล (เค้าเรียนป.โทน่ะ ก็เลยอายุมากกว่าฉัน จริง ๆ อาจจะเท่ากันเพราะฉันจบช้า) พี่พลเป็นคนที่ทุกคนบอกว่าแปลก ๆ แต่ข้างในน่าจะดีนะ ฉันยังไม่รู้จักดีขนาดนั้น วันนี้เจอกันเป็นครั้งที่สองเอง

พี่พลเฟรนด์ลี่ แต่ฉันว่าพี่พลแกยิ้มมากไป คืออารมณ์ล็อกฮาร์ดอาจารย์ขี้เก็กในแฮร์รี่เล่มสองอ่ะ มันก็ไม่ผิดหรอกแต่ฉันก็รู้สึกว่าบางครั้งรอยยิ้มพี่แกมันดูเฟค ๆ (แน่นอนว่าฉันไม่ได้บอก) อยากให้ยิ้มตอนที่อยากจะยิ้มดีกว่า อันนี้มันดูเหมือนพี่แกพยายามจะทำให้ตัวเองดูเฟรนด์ลี่มากกว่าที่แกเป็นจริง ๆ ซึ่งมันก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ปรารถนาจะพัฒนาตัวเอง เรามักจะมีแนวโน้มทำอะไรให้เหมือนสิ่งที่เราต้องการอยู่แล้ว อย่างฉันอยากเป็นนักอ่าน นักเขียน ฉันก็จะพยายามหาหนังสือมาอ่านเยอะ ๆ ๆ ๆ ๆ ไปร้านหนังสือก็เลือกหนังสือกลับมาเป็นร้อยเล่ม แต่เอาเข้าจริงอ่านไม่ถึงสิบเล่ม (ที่เหลือเข้าไหบูชายัญ)

อืม พอกินเสร็จพี่พลก็กลับบ้านไป แล้วฉันก็เดินเล่น Terminal21 ต่อจนห้างปิด ถึงกลับบ้าน 

กลับถึงบ้านสี่ทุ่ม ฉันก็นอนเล่นเกมชิโรเนโกะ กับอ่านทวิตเตอร์เล่นเฟสบุ๊คดูยูทูปไปเรื่อย ๆ พอดูนาฬิกาก็ตีหนึ่งครึ่งแล้ว (อะไรฟะ) แต่ฉันไม่ง่วงเลยสักนิด ก็เลยกินยานอนหลับไปหนึ่งส่วนสี่เม็ด ถึงได้หลับ

ก่อนนอนฉันก็สั่งซื้อ fitbit alta แล้วหลังจากที่นั่งดูรีวิวในยูทูปมาหลายรีวิว คิดว่ามันโอเคมาก เพราะฉันไม่ชอบ smart watch ที่มันทำอะไรมากกว่านาฬิกา เพราะเรามีทั้งมือถือสองเครื่อง ทั้งไอแพด ยังจะคินเดิลกับไอพอดอีก ฉันไม่อยากให้ชีวิตฉันวุ่นวายกับการเช็คโนติไปมากกว่านี้และ บางวันฉันยังเปลี่ยนซิมใส่โนเกียที่รักแล้วไปนั่งร้านกาแฟชิว ๆ เดินห้างชิว ๆ ใช้ชีวิตแบบไม่มีอินเตอร์เน็ตเลย (พกหนังสือไปอ่านเอาน่ะ)




Create Date : 17 พฤษภาคม 2559
Last Update : 17 พฤษภาคม 2559 23:47:07 น.
Counter : 166 Pageviews.

0 comment
กลัว


อาทิตย์ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ฉันนี่เป็นอะไร ชอบทำให้ตัวเองกลัวอยู่เรื่อย

วันนี้ฟังคุณเจน ญาณทิพย์เล่าเรื่องธรรมะ เพราะเมื่อคืนฟังธรรมท่านว.วชิรเมธี (เมื่อคืนนอนไม่หลับเลย ตาค้างถึงตีสี่ เพราะตอนเย็นกินกาแฟแก้วใหญ่ไป) แล้วยูทูปมันเล่นอัตโนมัติ มันไปเล่นเรื่องคุณบุ๋มปนัดดาที่เล่าเรื่องผี (เพราะเธอเป็นคนมีองค์ เห็นอะไรพวกนี้)

ฉันก็กลัวกลั๊วกลัว แต่ก็ยังดู เล่าเรื่องผีไม่เท่าไหร่ คลิปต่อไปนี่น่ากลัวกว่า

มันเป็นคลิปเล่าเรื่องคำทำนายของพระพุทธเจ้าที่ทำนายฝันของพระเจ้าปเสนธิโกศล ถึงอนาคตอีก ๒๕๐๐ ปีข้างหน้า

ทำไมฉันฟังแล้วกลัวมาก ๆ ก็ไม่รู้ คือวันก่อนคุยกับยูดิสเรื่องนี้ฉันก็ยังเล่าให้เขาฟังได้ปกติ เรื่องที่โลกนี้จะกลายเป็น living hell (คนสมสู่กันตั้งแต่ยังไม่แตกเนื้อสาว คนทำดีได้เลว คนเลวได้ดี มีแต่ความทุกข์ ศาสนาล่มจม เกิดภัยพิบัติไปทั่ว) แต่ฉันนึกว่านั่นเป็นเรื่องอีกนาน อีกสักสองพันห้าร้อยปีข้างหน้า ก็คือหลังจากที่พระพุทธเจ้าทำนายไปห้าพันปี ตอนที่ศาสนาพุทธล่มสลายพอดี (ไม่รู้ฟังมาถูกหรือเปล่า ไม่ต้องฟังฉันมากนะ เดี๋ยวจะกลายเป็นการฟังไม่ได้ศัพท์จับไประเดียด)

อันความน่ากลัวของคลิปไม่ใช่เนื้อหา แต่ดันเป็นภาพประกอบ ซึ่งเป็นรูปวาดสองมิติธรรมดา ๆ แบบอาร์ตสมัยก่อน ซึ่งฉันจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยเปิดหนังสือภาพนรกที่เป็นงานสไตล์นี้ดู แล้วกลัวมาก ๆ จนนอนไม่หลับ (หลังจากนั้นก็ปฎิญาณกับตนว่าจะทำตัวให้ออกห่างจากสถานที่ที่เรียกว่านรกให้มากที่สุด เพราะกลัวมากกกก) พาลทำเอาฉันไม่ชอบรูปวาดสไตล์นี้ไปด้วย และเพลงประกอบก็จะหลอนไปไหน แทบไปเรียกน้องมาดูด้วย แต่ก็กลัวน้องกลัวไปด้วยกัน

น่าจะเรียกว่าความรู้สึก uneasy มากกว่า แบบไม่สบายใจที่ต้องมารับสื่ออะไรแบบนี้ แต่เรื่องอย่างนี้มันพิสูจน์ไม่ได้ ถึงยังไงก็ต้องใช้วิจารณญาณในการดู แล้วยังมีคำทำนายเกี่ยวกับ ๑๐ รัชกาลอีก (มันเป็นคลิปเพื่อนบ้านน่ะ) อันนี้ก็หลอน เฮ้อ ไม่ชอบเพลงประกอบเลย

ในคำทำนายบอกว่าจะมีสตรีขี่ม้าขาวมาช่วยชาติด้วยนะ ๕๕๕ ทำไมนึกถึง Japan world cup ไม่รู้ (เสื่อมไปซะงั้น)

วันนี้ก็ออกไปเรียนภาษาญ๊่ปุ่นอาจารย์แบงค์ตอนบ่ายถึงเย็นดึก ๆ น้องมีนบอกว่าจะซื้อ fitbit ต่อจากฉัน เพราะฉันจะอัพเกรดเป็น fitbit alta ก็เลยว่าจะขายอยู่พอดี จริง ๆ ก็แอบกังวลว่าจะหาที่ขายไม่ได้ ปรากฏว่าน้องมีนอยากซื้อต่อเฉยเลย แต่ฉันก็อยากให้น้องไปศึกษาข้อมูลดูให้ดีก่อนอ่ะนะ เพราะบางทีมันอาจจะมีแบบอื่นที่เหมาะกับการใช้งานของน้องมากกว่าของฉันก็ได้ และฉันก็ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนเป็น alta หรือรีบขายอะไรขนาดนั้น

ฉันต้องขยันมาก ๆ เลยล่ะถ้าอยากตามเพื่อน ๆ ในห้องให้ทัน เฮ้อ




Create Date : 16 พฤษภาคม 2559
Last Update : 16 พฤษภาคม 2559 0:26:58 น.
Counter : 260 Pageviews.

0 comment
จัดบ้าน ๒


  เสาร์ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันนี้ตื่นมาก็เก้าโมงแล้ว 

จริง ๆ ตื่นตั้งแต่ ๖ โมงแหล่ะ แต่ก็กลิ้งต่อบนพื้นแข็ง ๆ นั่นแหล่ะ (ฉันนอนพื้นเพราะเมื่อวานถือศีล ๘)

พอนอนจนเบื่อและร้อน ก็ไปอาบน้ำ เฟิร์นออกไปไหนตั้งแต่เช้าก็ไม่รู้ ฉันลุกก็เหลือแต่ฉันในห้องคนเดียวแล้ว ก็เลยรื้อกระเป๋าที่แขวน ๆ อยู่ลงมากองเต็มพื้นไปหมด ตั้งใจจะคัดเอาใบที่ไม่ใช้ส่งกลับบ้านที่อุบลไม่ก็บริจาคไปซะ ไม่อย่างนั้นมันคงจะสุมให้รกหูรกตาอยู่ตลอดไป ทั้ง ๆ ที่หยิบใช้จริง ๆ ไม่กี่ใบ

แต่พอรื้อลงมาหมดก็สิบเอ็ดโมงกว่า ฉันก็เลยต้องออกจากบ้านไปช่องนนทรี เพราะมีเรียนภาษาญี่ปุ่น

วันนี้ก็คนมาน้อยเหมือนเดิม และฉันไม่พร้อมจะสอบย่อยเลย การบ้านก็ไม่ได้ทำมา (นี่วัน ๆ ฉันนั่งทำอะไรเนี่ย การบ่งการบ้านไม่ทำ เฮ้อ) ก็เลยขอเซนเซย์เลื่อนสอบออกไปก่อน (ที่นี่ใจดี ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องสอบ การบ้านถ้าไม่ทำก็ไม่ต้องส่ง)

พอเรียนเสร็จฉันก็เดินทางไป TK park ไปนั่งฝึกทำ Excel ต่อ สักพักก็นั่งอ่านมุราคามิ จนหิวข้าวก็เลยไปหาร้านอาหารทาน

สั่งอาหารมาเยอะเกินไป เพราะหิว กินได้ครึ่งนึงก็อิ่ม เลยห่อกลับบ้าน 

ฉันสั่งอาหารไม่ดูราคาเลย เสียไปห้าร้อยกว่า (แต่อย่างน้อยก็ได้กินสองมื้อล่ะนะ เยอะจริง ๆ)

แต่วันนี้กระเป๋าหนักมาก เพราะเอาคอมมาด้วย หนังสืออีกมากมาย ทั้งหนังสือเรียน หนังสือนิยาย หนังสือสอนทำคอม

ฉันก็เลยนั่งพักที่ชานชาลา mrt นั่งฟังเพลงอ่านชายไร้สีฯไปเรื่อย ๆ รถไฟออกไปสี่ห้าคันฉันถึงเคลื่อนตัวไปยืนอ่านต่อในรถไฟ

พอถึงบ้านก็พบว่าเฟิร์นยังไม่กลับมา (ไปไหนของนางนะ) ฉันก็เลยอาบน้ำ 

ปจด.มา เปื้อนกางเกงเลย เซ็งมาก ตัวนี้ซื้อมาใหม่ด้วย

ปกติฉันจะซื้อกางเกงในผ้าแพร ซึ่งซักเลือดออกง่าย แต่ราคาก็ทำให้เหงื่อตกเหมือนกัน ครั้งนี้ก็เลยซื้อเป็นผ้าฝ้ายถูกลงสองเท่า แต่มันซักเลือดออกยากมาก ๆ ๆ ๆ ฉันนั่งถูอยู่เป็นชั่วโมงกว่าจะออกในระดับที่รับได้ แล้วน้ำยาซักผ้าก็ดันมาหมดอีก ฉันก็เลยต้องใช้สบู่ก้อนถูเอา

เรื่องอย่างนี้ผู้ชายไม่ต้องมาเจอหรอก แล้วก็ยินดีด้วยที่ไม่ต้องมาเจอ ทุกหนึ่งเดือนผู้หญิงต้องมานั่งกังวลว่าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาเราต้องซักผ้าปูที่นอนมั้ย ถ้านั่งท่านี้มันจะไหลออกมาเปื้อนกระโปรงหรือเปล่า ต้องเข้าห้องน้ำทุกสองสามชั่วโมงไม่อย่างนั้นจะสกปรก แถมบางเดือนยังปวดท้องจนเดินไม่ได้อีก (ดีนะที่เดือนนี้ฉันไม่ปวดท้อง)

แล้วก็มานั่งเขียนบันทึกนี่แหล่ะ จริง ๆ วันนี้อยากเขียนอะไรอีกเยอะ ถ้าจัดกระเป๋าเสร็จแล้วอาจจะมาเขียนเป็นประเด็นต่อ

เขียนเป็นประเด็นนี่ไม่เหมือนไดอารี่ ฉันจะเขียนเป็นหัวข้อไม่ได้เล่าเรื่องว่าวันนี้ไปทำอะไรที่ไหนมาบ้าง วันนี้อาจจะเล่าเรื่องความรัก วันนี้อาจจะเล่าเรื่องหนังสือที่อ่าน วันนี้อาจจะวิเคราะห์เพลงที่ฟัง แล้วแต่อารมณ์

แค่รู้สึกว่าไม่ได้เขียนเป็นประเด็นมานานแล้ว ช่วงนี้อ่านหนังสือเยอะมันจะมีความรู้สึกอยากถ่ายทอดอะไรมากหน่อย ก็อาจจะเขียนให้ได้อ่านกัน

คอยดูไปละกัน



Create Date : 15 พฤษภาคม 2559
Last Update : 15 พฤษภาคม 2559 0:44:20 น.
Counter : 86 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

Kurobina
Location :
อุบลราชธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีที่ได้รู้จัก หวังว่าเราจะได้ทำดีต่อกัน

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใด ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดใน Blog นี้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Motivation and Habits are keys to success.
  •  Bloggang.com