[Review] จอมโจรยูเจนิดิส
หลายปีก่อน จำไม่ได้ว่าสามหรือสี่ปี ฉันเดินเข้าไปในร้านหนังสืออย่างที่ทำเป็นประจำ แล้วสะดุดตาหนังสือเล่มนึงมาก หน้าปกเป็นรูปมือ ประคองสร้อยคอที่ดูมีค่าในขณะเดียวกันก็ลึกลับไว้ ฉันตกหลุมรักหนังสือเล่มนั้นทันที และนั่นคือเล่มหนึ่งของหนังสือชุดนี้ ชื่อว่าจอมโจรยูเจนิดิส





แต่ช่วงนั้นฉันพึ่งสัญญากับตัวเองใหม่ ๆ ว่า ฉันจะไม่ซื้อหนังสือพร่ำเพรื่ออีกแล้ว เพราะฉันชอบซื้อหนังสือมาก ห้องนอนฉันมีที่เก็บหนังสือเหลือเฟือก็จริง แต่ฉันก็ยังเด็กเกินกว่าจะใช้จ่ายมากมายเกินไปในขณะที่ยังหาเงินใช้เองไม่ได้

ตอนนี้ฉันมีโอกาสได้อ่านจอมโจรยูเจนิดิสแล้ว และตระหนักว่าการไม่ซื้อหนังสือเล่มนี้ในตอนนั้นเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง เพราะฉันถูกหน้าปกและคำโปรยเล่มหลัง ๆ สปอยล์เนื้อเรื่องในเล่มก่อนหน้าอย่างโหดร้าย T^T

หลังจากที่อ่านเล่มหนึ่งซึ่งยืมมาจากห้องสมุดจบสองรอบ ฉันก็ไปกวาดหนังสือชุดนี้มาจากร้านหนังสือจนเรียบ (ได้สแตมป์ร้านนายอินทร์มาทีเดียว 17 ดวง =w=' หนูจะเก็บไว้ใช้ในโอกาสถัดไปค่ะ)

ฉันชอบมาก ๆ ชอบจริง ๆ จนอยากเล่าให้ใครสักคนฟัง เล่าไม่ได้ก็ระบายในบล้อกนี่แหล่ะค่า

ชอบสไตล์การเล่าเรื่องของ เมแกน วาเลน เทอร์เนอร์ ชอบวิธีทีเธอ(หรือเขากันนะ..)สร้างสรรค์ตัวละครขึ้นมา แล้วให้ตัวละครนั้นเผชิญกับเรื่องราวต่าง ๆ ถึงจุด ๆ นึง ตัวละครนั้นก็เติบโต เปลี่ยนไป มีพัฒนาการ

ณ จุด ๆ นี้ ฉันยังอ่านเล่มสองไม่จบด้วยซ้ำ แต่โดนสปอยล์ไปแล้วว่าสุดท้ายเจ็นจะได้เป็นคิง ฮือ ๆ TwT

ช่วงหลังมานี้ฉันไม่ได้อ่านนิยายมากนัก เพราะติดภารกิจต้องเรียนหนักมากเพื่ออนาคต ตอนนี้ว่างจากหน้าที่นั้นแล้ว และมีเวลาว่างอีกราว ๆ สามเดือนจะใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ก่อนจะต้องเข้าไปทุ่มเทให้กับการศึกษาในรั้วมหาลัย นั่นยิ่งทำให้ฉันซาบซึ้งกว่าเดิมกับความฉลาดแยบคายของนิยายเรื่องนี้ เหมือนได้กินอาหารอะไรที่เคยชอบมากตอนเด็ก ๆ แล้วไม่ได้กินมานาน พอได้กินอีกครั้ง มันก็ยังอร่อยเหมือนเดิม

ต่อไปนี้สปอยเล่มหนึ่งนะเออ

จอมโจรยูเจนิดิส เป็นเรื่องของเจ็น (ย่อมาจากยูเจนิดิสนั่นแล) ที่ถูกจับขังอยู่ในคุก เพราะไปอวดอ้างสรรพคุณในการลักขโมยของตัวเองในร้านเหล้าทุกร้านในเมืองซูนิส จากนั้นไม่นานก็โดนพระราชากับราชครูของเขาบังคับให้ออกเดินทางไปกับราชครู เพื่อไปขโมยหินในเทพนิยาย ที่แทบจะไม่มีใครเชื่อว่ามันมีอยู่จริง หินนั้นมีค่ามากพอจะทำให้ซูนิสสามารถยึดแอตดิส ประเทศข้าง ๆ ได้

แอตดิสเป็นประเทศเดียวในสามประเทศที่ไม่เคยถูกผู้รุกรานยึดประเทศ ทำให้ประเพณีความเชื่อศาสนาอะไร ๆ ของผู้คนยังคงเดิมจากเมื่อครั้งบรรพบุรุษ เช่นเรื่องเทพเจ้าเป็นต้น หินที่ราชครูจะให้เจ็นไปขโมยนั้นเชื่อว่าเป็นหินที่ถูกควีนแห่งเทพเอาไปจุ่มลงในบ่ออมตะ แล้วมอบให้พระราชาแห่งแอตดิส ที่ชื่อว่าฮามิอาทิส คนที่ครอบครองหินนี้จะเป็นอมตะ แต่ฮามิอาทิสไม่อยากเป็นอมตะ เขาก็เลยส่งหินนี้ให้กับลูกชายของเขาเมื่อถึงเวลาที่เขาต้องตาย กลายเป็นประเพณีกลาย ๆ ว่าหินนี้คือสิ่งที่แสดงตำแหน่งราชาแห่งแอตดิสไปด้วย ผู้คนเรียกมันว่า ของขวัญแห่งฮามิอาทิส

แล้ววันหนึ่งหินนี้ก็ถูกพระราชารุ่นใดรุ่นหนึ่งเอาไปซ่อน แล้วเขาก็ม่องไปเสียก่อนจะบอกว่าหินนั้นอยู่ที่ไหน ผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าตามหามัน แต่ก็ไม่มีใครพบ บังเอิญเอกสารซึ่งเป็นหลักฐานอันน่าเชื่อถือไปตกอยู่ในมือของราชครูแห่งซูนิส ซึ่งในเวลานั้นต้องการดินแดนแอตดิส เพื่อเป็นสะพานทอดไปสู่แอตโทเลีย (แอตโทเลียเป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์ แต่ประชากรน้อย ซูนิสประชากรล้น อยากได้ที่ดินของแอตโทเลีย)

ทว่าของขวัญแห่งฮามิอาทิสไม่เหมือนของธรรมดาทั่วไป ของขวัญแห่งฮามิอาทิสจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของเดิมโดยสมบูรณ์ว่าจะส่งต่อให้ใคร พลังอำนาจในหินจึงจะย้ายไปสู่ผู้รับช่วงถือหินนั้นด้วย หรือมิฉะนั้นก็จะต้องถูกขโมย แล้วขโมยนั้นก็ต้องส่งต่อให้กับผู้รับหินคนใหม่ ที่เขายอมรับให้เป็นราชาคนต่อไปแห่งแอตดิส

นั่นแหล่ะ เจ็นถึงได้ถูกลากไปร่วมทริปกับราชครู เพราะราชครูไม่ใช่ขโมยนี่นา

ตลอดการเดินทางจากซูนิสไปแอตโทเลีย(ซึ่งเป็นที่ซ่อนหิน) เจ็นถูกดูถูกเหยียดหยามสารพัด ถูกปฏิบัติด้วยราวกับเป็นเครื่องมือไม่ใช่มนุษย์ (ถึงจะเป็นเครื่องมือที่มีค่ามากพอแก่การถนุถนอมก็เถอะ) แต่กระนั้น การเดินทางแสนนานก็ทำให้ความผูกพันเกิดขึ้นระหว่างคนทั้งห้า (คณะมีห้าคน ราชครู เจ็น ทหารหนึ่ง นักเรียนของราชครูสองคน)

ตอนสุดท้ายเจ็นไปขโมยของขวัญแห่งฮามิอาทิสมาได้ แล้วระหว่างขากลับคณะพวกเขาถูกจู่โจมโดยทหารจากแอตโทเลีย ของขวัญแห่งฮามิอาทิสหายไป พวกเขาถูกจับไปหาราชินีแห่งแอตโทเลีย เด็กฝึกคนหนึ่งกับทหารตาย เหลือราชครู เจ็น กับเด็กฝึกคนอ่อนกว่าที่ชื่อโซฟอส เจ็นบาดเจ็บหนัก แต่ไม่ตาย

ราชินีแห่งแอตโทเลียอยากได้เจ็นมาเป็นขโมยราชวงศ์ (แปลกดีนะ ขโมยราชวงศ์) จึงให้การรักษาเขา แต่เจ็นเข้ารับการรักษาได้คืนเดียวก็ตอบแทนบุญคุณด้วยการงัดคุกพาราชครูกับโซฟอสหนีออกไป พวกเขาเดินเท้าไปสักพักจนเข้าเขตแอตดิส ก็มีทหารมารับทั้งสามไปหาราชินีแห่งแอตดิส

ราชินีแอตดิสรู้จักเจ็น แล้วเรื่องก็เปิดเผยออกมาว่าเจ็นไปขโมยของควีนแอตดิส ที่แฝงตัวเข้าไปในซูนิสแล้วจงใจโอ้อวดความสามารถในการขโมย หวังจะให้ราชครูซึ่งกำลังตามหาขโมยไปร่วมคณะอยู่เอาเขาไปด้วย แล้วราชครูก็ตกหลุมเสียด้วยซิ

ของขวัญแห่งฮามิอาทิสที่ทุกคนเข้าใจว่าหายไป ความจริงแล้วอยู่กับเจ็นมาตลอด และนั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่ตายเมื่อถูกดาบเสียบแทงทะลุตัวแล้วดึงออก แถมยังถูกกระเตงขึ้นเกวียนไปจนถึงวังในแอตโทเลีย เจ็บหนัก แต่ไม่ตาย เพราะเจ็นถือความเป็นอมตะติดตัวไว้ตลอด

แล้วเจ็นก็สำเร็จภารกิจของตัวเองโดยการขโมยหินวิเศษมาให้ราชินี พร้อมกับราชครูและรัชทายาทแห่งซูนิส (เจ็นมารู้ทีหลังว่าโซฟอสเป็นหลานพระราชา)

แฮปปี้เอนดิ้ง เนื้อเรื่องฉลาดโคตร คนเขียนฉลาดมาก

ฉันชอบบุคลิกของเจ็นมากเลย เจ็นทำให้เรื่องสดใสขึ้น เพราะลักษณะนิสัยที่ค่อนข้างจะมองโลกในแง่ดีของเขา หรืออย่างน้อยก็ความสามารถในการปล่อยมุขให้คนอ่านได้ขำตลอด กวนได้ชวนอมยิ้มมาก ๆ เลยพระเอกเรื่องนี้

โดยส่วนตัวฉันขอแนะนำให้ผู้ชื่นชอบนิยายแนวแฟนตาซีผจญภัยทุกคนได้ลองอ่านดู ให้ 10/10 เลยค่ะ คนแปลก็แปลดีมากเลย สำบัดสำนวนไม่ขัดหูขัดตา อ่านแล้วเพลิน

แล้ววันหลังจะมาเล่าเรื่องราชินีแห่งแอตโทเลียค่ะ



Create Date : 23 เมษายน 2554
Last Update : 17 พฤษภาคม 2554 7:38:11 น.
Counter : 2676 Pageviews.

3 comments
  
เขียนรีวิวและเล่าเรื่องได้ดีมากเลยอะครับ

ชอบเรื่องนี้มากๆๆ เหมือนกัน
นี่ก็เพิ่งอ่านเล่มสี่จบ
โดย: ninaM วันที่: 24 เมษายน 2554 เวลา:7:58:47 น.
  
เรื่องนี้หวานเย็นยังดองอยู่เลยค่ะ
โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 24 เมษายน 2554 เวลา:19:00:09 น.
  
ninaM : ขอบคุณค่ะ ตอนนี้กำลังอ่านเล่มสามอยู่ ด้วยความรู้สึกอึ้งช็อคสุด ๆ คนเขียนเปลี่ยนแนวไปเลย วรรณกรรมเยาวชนกลายเป็นนิยายสงครามไปได้ TwT"

หวานเย็นผสมโซดา : อ่านดูค่า นิยายเรื่องนี้ฉลาดดี ^^
โดย: kurobina วันที่: 25 เมษายน 2554 เวลา:9:05:13 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17



Kurobina
Location :
อุบลราชธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีที่ได้รู้จัก หวังว่าเราจะได้ทำดีต่อกัน

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใด ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดใน Blog นี้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Motivation and Habits are keys to success.
  •  Bloggang.com